ตอนที่ 6
เพราะตื่นขึ้นมาก็ล่วงเวลาต้องไปทำงานแล้วและถึงจะตื่นทันไม้เอกก็คิดว่าร่างกายคงไม่พร้อมที่จะทำงานที่ต้องเดินมากๆได้ เมื่อ่ล่างยังรู้สึกถึงความหน่วงอยู่ และต้องย่นหัวคิ้วทุกครั้งที่ขยับตัวจึงตัดสินใจโทรไปบอกเพื่อนทั้งสองให้ช่วยแจ้งพี่อิฐเื่ลาให้ แซมมี่กับฟ้าส่งคำถามมายืดยาวแต่ไม้เอกตอบกลับไปได้เพียงว่าไม่สบายเล็กน้อยเท่านั้นแล้วจึงวางสาย จะบอกเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนกับเพื่อนก็ไม่ได้ เพราะเพียงแค่คิดถึงไม้เอกก็อายแสนอายแล้ว
ไม้เอกตัดสินใจลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อเก็บกวาดร่องรอยของาที่เกิดขึ้นเมื่อคืนออกจากโซฟา ก่อนจะกลับเข้าไปเก็บเสื้อผ้าที่ถอดกองไว้ที่ห้องนอนใหญ่กลับไปที่ห้องนอนเล็กแล้วอาบน้ำชำระร่างกาย เสร็จแล้วก็กลับออกมาอุ่นนมดื่มเป็อาหารเช้าที่ไม่รู้สึกอยากอะไรเลยนอกจาก้าพักผ่อนเท่านั้น และหลับไปอีกครั้งจริงๆเมื่อเก็บกวาดทุกอย่างเสร็จ ก่อนจะสลึมสลือขึ้นมาจากเตียงอีกครั้งหลังได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้น ไม้เอกลุกไปหน้าห้องเพื่อพบว่ากล้องวงจรปิดฉายภาพคุณเลขาของคุณครามยืนรออยู่หน้าประตูแล้วจึงรีบเปิดประตูให้ทันที
“คุณเลขาสวัสดีครับ” ไม้เอกทักทายพร้อมยกมือไหว้คุณวินัย ก่อนจะเชื้อเชิญ “เข้ามาก่อนสิครับ”
“ไม่เป็ไร ผมไม่เข้าไปดีกว่า แค่จะแวะเอาของมาให้” ถุงถูกยื่นมาตรงหน้าไม้เอก พร้อมคุณวินัยเอ่ยบอกต่อ “คุณครามฝากให้เอามาให้”
“ขอบคุณครับ” ไม้เอกพนมมือไหว้อีกครั้งแล้วรับมาถือไว้ด้วยความแปลกใจ
“รักษาไว้ให้ดีล่ะรู้ไหม ของๆคุณคราม คุณครามให้เพราะอยากให้ ฉะนั้นควรเก็บรักษาไว้ให้ดี เท่าๆกับความใจดีของคนให้” คุณวินัยสอน
“ผมจะเก็บไว้อย่างดีครับ” ไม้เอกให้คำมั่นหนักแน่น ทราบโดยทันทีว่าถุงที่ได้รับคือถุงโทรศัพท์ใหม่อย่างแน่นอน ส่วนซองสีขาวที่คุณวินัยยื่นมาให้อีกอย่างนั้นไม้เอกไม่แน่ใจ จึงถามออกไป “อะไรเหรอครับ”
“เปิดดูสิ”
ไม้เอกรับมาเปิดดูก่อนจะหยิบสิ่งนั้นออกมาถือแล้วเงยหน้ามองคุณวินัย “บัตรเครดิตเหรอครับ”
“ใช่ คุณครามให้เอามาไว้ใช้จ่าย จะซื้ออะไรก็รูดบัตรซื้อเอา คุณครามจะจ่ายให้เอง แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่ใช่กดเงินไปให้ป้าของไม้เอก เพราะคุณครามจ่ายไปให้ก้อนนึงแล้ว แลกกับที่เขาจะไม่มารบกวนไม้เอกอีก”
ไม้เอกค่อนข้างอึ้งเมื่อได้ยินอย่างนั้น ทั้งที่คิดว่าคุณครามไม่ได้สนใจเื่ระหว่างป้ากับไม้เอก หากแต่ที่จริงคุณครามรู้หมดและยังยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ปัญหาให้ ไม้เอกกำบัตรเครดิตไว้ในมือแน่นก่อนเอ่ยถาม “คุณครามจะมาหาผมวันไหนเหรอครับ”
“คงมะรืน”
“ขอบคุณมากนะครับคุณเลขา” ไม้เอกขอบคุณจากใจ ถึงคุณวินัยจะค่อนข้างเ็า แต่ไม้เอกรู้ว่าคุณวินัยเป็คนใจดีพอๆกับคุณคราม ที่เหมือนจะแข็งนอกแต่อ่อนใน
“ผมไปล่ะ”
ไม้เอกยกมือไหว้ผู้ที่าุโกว่าแล้วปิดประตูลง มองบัตรเครดิตในมืออย่างครุ่นคิด ก่อนจะเดินเอามันไปวางไว้ที่โต๊ะหน้าโซฟาโดยไม่แตะมันอีก
ตลอดทั้งบ่ายไม้เอกออกไปติดต่อเื่ซิมการ์ดใหม่และทันทีที่ใส่ซิมการ์ดในโทรศัพท์ที่เพิ่งได้รับมาจากคุณคราม พี่อิฐก็โทรเข้ามาราวกับรออยู่แล้วทันที และที่น่าใคือคุณครามเองก็โทรเข้ามาเช่นกัน ไม้เอกจะกดวางสายพี่อิฐเพื่อรับสายของคุณครามแต่ทว่าไม่ทันเสียแล้ว คุณครามวางสายไปเสียก่อน ไม้เอกจึงต้องรับสายของพี่อิฐต่อ
“ครับพี่อิฐ”
“แซมมี่กับฟ้าบอกว่าไม้เอกโทรมาลาป่วย เป็อะไรมากหรือเปล่า โทรศัพท์โทรไม่ติดพี่เลยร้อนใจ”
“แค่เป็หวัดน่ะครับ แต่หนักหัวซักหน่อย กลัวไปติดคนอื่นเลยจะขอลาสักสองวัน พี่อิฐจะว่าอะไรไหมครับ”
“ไม่ว่าหรอก พักผ่อนให้หายดีก่อนก็ได้ พี่แค่เป็ห่วงว่าจะป่วยหนักเลยโทรมาถาม ปกติเราไม่ใช่คนลาง่ายๆ”
“อย่างที่ว่าครับ ไม้เอกกลัวทำให้คนอื่นติดไปด้วย”
“งั้นพี่ก็สบายใจ พักผ่อนเถอะ พี่ไม่กวนแล้ว”
“ขอบคุณนะครับพี่อิฐ”
ไม้เอกวางสายจากพี่อิฐก็รีบโทรกลับหาคุณครามทันที แต่ทว่าไม่ว่าจะโทรกลับไปกี่ครั้งคุณครามก็จะตัดสายทิ้งตลอด ไม้เอกถอนหายใจยืดยาวเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังมีความผิดติดตัวอีกครั้งหลังจากที่ความผิดเดิมเพิ่งถูกสะสางไปเมื่อคืน และยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าคุณครามหายโกรธแล้วหรือเปล่า แต่กระนั้นก็ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้เพราะหากเซ้าซี้โทรไปอีกคุณครามอาจจะยิ่งโกรธมากขึ้นก็ได้ จึงทำได้แค่จ้องมองโทรศัพท์ด้วยความไม่สบายใจอยู่อย่างนั้น ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกครั้งด้วยความเพลียที่ยังสะสมอยู่
“หลับลึกขนาดนี้ถ้าโดนยกเค้าก็คงหายทั้งคนทั้งของแล้วมั้ง”
เฮือก!
ไม้เอกสะดุ้งขึ้นมาจากโซฟาทันทีที่สลึมสลือขึ้นมาพบว่าใครกำลังยืนกอดอกมองอยู่
“คุณคราม” ก่อนจะเปล่งเสียงเรียกด้วยความดีใจ
“เช็ดน้ำลายด้วย เปียกแก้มหมดแล้วนั่น” เอ่ยบอกพลางเดินมาทรุดลงนั่งที่โซฟาอีกด้านที่ไม้เอกเพิ่งลุกขึ้นมา
ไม้เอกรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำลายทันที ก่อนจะพบว่าไม่มีน้ำลายอะไรอย่างที่คุณครามบอกเลยสักนิด ซึ่งหมายความว่าไม้เอกโดนคุณครามแกล้งซะแล้ว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเดาสีหน้าภายใต้หน้ากากหนังสีดำนั่นไม่ออกว่าคุณครามกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าคุณครามเพิ่งมาถึงยังไม่ได้เอาอะไรมาต้อนรับเลย
“เดี๋ยวผมไปเอาน้ำให้ครับ”
“เปลี่ยนเป็เบียร์เย็นๆดีกว่า”
“ครับ”
ไม้เอกลุกเข้าครัวไปจัดการให้ตามคำสั่ง ทิ้งให้คนด้านนอกขยับมาครองโซฟาและถอดเสื้อพาดไว้ที่พนักโซฟาด้านหนึ่งแทน ไม้เอกใช้เวลาปรับอารมณ์อยู่ในครัวสักพักเพราะไม่คาดคิดว่าคุณครามจะมาทั้งที่คุณวินัยบอกว่าจะมาอีกครั้งวันมะรืน จนในที่สุดก็หมดเวลาที่จะทำใจในครัวจำต้องเดินเอาเบียร์ออกไปเสิร์ฟทั้งที่ไม่กล้ามองหน้าผู้ที่นั่งเปลือยท่อนบนอยู่บนโซฟาเต็มตาด้วยซ้ำ
“ทำไมเอามาวางไว้นี่ เปิดออกดูหรือยังว่าข้างในมีอะไร” ทันทีที่เอาเบียร์ออกไปเสิร์ฟก็ถูกเอ่ยถามทันทีพร้อมซองสีขาวที่ไม้เอกเอาวางไว้บนโต๊ะถูกคุณครามยกขึ้นมาให้ดู
“ดูแล้วครับ แต่ผมอยากคืนให้คุณครามครับ” ไม้เอกทำใจดีสู้เสือตอบ
มือที่กำลังจะหยิบแก้วเบียร์ยกขึ้นดื่มชะงัก พร้อมใบหน้าที่สวมหน้ากากปิดบังอยู่เกือบทั้งหน้าเงยขึ้นมามองไม้เอกที่ก้มหน้างุดลงทันทีเมื่อสบสายตากับดวงตาดำดุ ไม้เอกรู้ว่าทำให้คุณครามไม่พอใจอีกครั้งแล้ว แววตาแข็งกร้าวที่โผล่พ้นหน้ากากออกมาบอกอย่างนั้น
“ทำไม รังเกียจเงินฉันเหรอ หรือไม่พอใจที่ถูกฉันทำโทษเมื่อคืน” คุณครามผ่อนร่างเอนไปนั่งพิงโซฟาแทนที่จะยกเบียร์ขึ้นดื่มเพื่อจ้องหน้าไม้เอกอยู่อย่างนั้น ไม้เอกรีบละล่ำละลักบอก
“มะ...ไม่ใช่นะครับ คุณเลขาบอกว่าคุณครามให้เงินป้าวรรณไปก้อนนึง ผมเลยรู้สึกว่าคุณครามให้ครอบครัวผมมากเกินไปแล้ว ไหนจะโทรศัพท์เครื่องเก่าแล้วยังซื้อเครื่องใหม่ให้อีก แล้วที่อยู่ที่คอนโดนี้ก็ดีมากๆด้วย ผมเลยไม่กล้ารับจากคุณครามอีก”
มือใหญ่วางประสานกันบนตักขณะที่ฟังไม้เอกร้อนรนอธิบาย ก่อนจะโน้มตัวมาหยิบบัตรเครดิตส่งให้ไม้เอกอีก
“รับไปซะ ถ้าคิดมากนักล่ะก็ คิดว่าเป็เงินเดือนจากสามีให้ภรรยาใช้ประจำเดือนแล้วกัน ยังไงเราก็ยังอยู่ในสถานะนั้นไม่ใช่เหรอ”
ไม้เอกมองคนพูดนิ่งค้าง คาดไม่ถึงว่าจะได้คำตอบแบบนี้
“รับไปสิ ฉันไม่ชอบพูดซ้ำนะ”
“คะ...ครับ” ไม้เอกรับมาในที่สุด
“อยากได้อะไรก็รูดซื้อเอา ฉันไม่ใช่คนขี้งกอย่างที่ป้าเธอกล่าวหาหรอกนะ แล้วอย่าเอาไปให้คนพวกนั้นมากนัก เขาไม่ได้ดีกับเธอนักไม่ใช่เหรอ”
“แต่ป้าก็เลี้ยงผมมา” ไม้เอกอุบอิบบอก
“ก็เค้าเลี้ยงไว้เป็คนรับใช้นี่ ไม่ใช่เหรอ”
“ก็...ครับ” ไม้เอกไม่อาจปฏิเสธได้ว่าที่คุณครามพูดมาคือเื่จริง ถึงพ่อเจตจะรับไม้เอกมาในฐานะลูกเลี้ยงและให้ใช้นามสกุลจิระรังสรรค์ด้วย แต่ทว่าสถานะจริงๆในบ้านไม้เอกคือเด็กรับใช้คนหนึ่งของป้าวรรณกับพี่แววเท่านั้น
“เอาล่ะเื่เก่าก็ให้ผ่านไป จำไว้ว่าตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กบ้านนั้นแล้ว เธอแต่งงาน มีครอบครัว สิ่งที่เธอต้องทำก็คือให้ความสำคัญกับครอบครัว อย่างเช่นรับโทรศัพท์สามีก่อนผู้ชายคนอื่นเสมอ” โทรศัพท์ไม้เอกถูกยกขึ้นมาพร้อมโชว์หน้าประวัติการโทรเข้าออกและรับสายต่างๆ ชื่อพี่อิฐขึ้นเด่นหราในหน้าจอขณะที่ประวัติการไม่รับสายคุณครามเองก็ขึ้นสีแดงเด่นหราเช่นกันน
“ขอโทษครับ พี่อิฐโทรเข้ามาถามว่าทำไมไม่ไปทำงาน แล้วผมกดรับสายคุณครามไม่ทัน”
“แฟนเหรอ นายพี่อิฐเนี่ย” เสียงเรียบๆเอ่ยถาม ไม้เอกพยายามมองจ้องตาคนถามเพื่อจะอ่านว่าอยู่ในอารมณ์ไหน แต่คุณครามก็ยังคงเป็คุณครามที่เ็าจนเดาไม่ออกเช่นเคย
“ปะ...เปล่าครับ”
“มีรูปหรือเปล่า ฉันอยากเห็นหน้า”
“ไม่มีครับ”
“ในเฟสบุ๊คคงพอมีมั้ง หามาหน่อยสิ ฉันอยากเห็นหน้า” โทรศัพท์ถูกยื่นมาพร้อมคำสั่ง ไม้เอกรับมากดอย่างเสียไม่ได้ ในใจว้าวุ่นเป็อย่างมากกลัวคุณครามเข้าใจผิด แต่กระนั้นก็ส่งกลับคืนให้คุณครามดูพร้อมรูปหน้าโปรไฟล์ของพี่อิฐ คุณครามรับไปดูสักพักก็พยักหน้าแล้วส่งโทรศัพท์คืนมาให้
“หล่อเอาการ เขามาจีบเธอเหรอ”
“เปล่าครับ” ไม้เอกรีบปฏิเสธทันที
“เอาเถอะ ไม่ต้องพยายามปฏิเสธกับฉันหรอก อย่างที่บอกแค่ปีเดียว หลังจากนั้นจะไปรักไปชอบกันฉันก็ไม่เกี่ยวแล้ว นายอิฐอะไรนี่ก็ดูรูปหล่อไม่เบา ไม่เหมือนคนหน้าศพอย่างฉัน เธอจะรักจะชอบก็ไม่แปลกอะไร ส่วนจะบอกนายพี่อิฐเื่แต่งงานกับฉันหรือไม่บอก ฉันไม่ซีเรียส แค่ระหว่างที่ได้ชื่อว่ามีชื่อในทะเบียนสมรสด้วยกันอย่าทำอะไรให้เสื่อมเสียก็พอ ความผิดอย่างอื่นฉันพออภัยให้ได้ แต่ถ้าเื่มีชู้ฉันจัดการขั้นหนักแน่ จะรักก็รอรักกันหลังจากหย่ากับฉัน”
“ผมทราบครับ ขอยืนยันว่าไม่มีอะไรกับพี่อิฐมากกว่าพี่ชาย” ไม่เอกรีบอธิบายพร้อมปฏิเสธหนักแน่น
“ฉันจะรอดู” เอ่ยเพียงเท่านั้นก็โน้มตัวมาจะหยิบเบียร์แต่ทว่าก็ชะงักแล้วตบลงบนโซฟาข้างๆตัว “มานั่งนี่สิ”
ไม้เอกเดินไปทรุดลงนั่งข้างๆอย่างว่าง่าย อยู่ๆก็รู้สึกอายขึ้นมาเมื่อนึกย้อนไปว่าเกิดเื่อะไรขึ้นบ้างบนโซฟานี้เมื่อคืนที่ผ่านมา
“ยกขึ้นมาป้อนหน่อยสิ”
“ครับ?” เพราะมัวแต่คิดถึงเื่เมื่อคืนจึงไม่ทันฟังที่คุณครามเอ่ยสั่ง
“ยกเบียร์แก้วนั้นขึ้นมาป้อนฉัน” เสียงเรียบๆบอกซ้ำ ไม้เอกรีบหยิบแก้วเบียร์ขึ้นมาป้อนให้ถึงปาก คุณครามดื่มเข้าไปถึงครึ่งแก้วก็หยุด ซ้อนมือเข้ากับมือไม้เอกที่ถือแก้วอยู่เพื่อดึงแก้วไปวางในขณะที่ดวงตายังจับจ้องที่ไม้เอก และโดยไม่ทันตั้งตัวมือใหญ่ยกขึ้นมาช้อนที่ดวงหน้าตรึงเอาไว้ก่อนใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยหน้ากากของคุณครามจะโน้มลงมาอย่างรวดเร็วเพื่อประทับริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากไม้เอก เบียร์ถูกส่งผ่านจากริมฝีปากคุณครามมายังริมฝีปากของไม้เอกที่ถูกบดคลึงกลีบปากให้เปิดออกรับ รสขมปร่าไหลผ่านลงลำคอจนร้อนวาบในขณะที่บางส่วนราดรดลงบนลำคอด้านนอก
“แค่กๆๆๆ” ไม้เอกไอโขลกทั้งหน้าแดง เพราะปกติไม่ดื่มแอลกอฮอล์และไม่ชินกับการถูกป้อนแบบนี้ แต่ทว่าคุณครามกลับดูชอบใจ เมื่อผละริมฝีปากออกจากริมฝีปากไม้เอกแล้วถามทั้งหัวเราะน้อยๆ
“อะไรแค่เบียร์นิดเดียวเอง”
“ผมไม่เคยดื่มนี่ครับ” ไม้เอกสารภาพขณะที่เช็ดปากที่นองไปด้วยเบียร์อย่างอายๆ
“จริงเหรอ อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ” คุณครามถามอย่างไม่เชื่อ ยกเบียร์ที่เหลือครึ่งแก้วขึ้นดื่มจนหมด ในขณะที่สายตาที่โผล่พ้นหน้ากากจับจ้องที่ไม้เอกไม่วางตา
“สิบเก้าแล้วครับ”
“ก็ไม่เด็กแล้ว แล้วเคยเที่ยวหรือเปล่า”
“ไม่เคยครับ กลางคืนผมต้องทำงานพิเศษ ไม่มีเงินจะไปเที่ยวหรอกครับ ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน”
“นี่ไม่ได้จะเรียกคะแนนความสงสารจากฉันอยู่หรอกใช่ไหม”
“ไม่นะครับ ผมพูดความจริง”
คุณครามยังมองนิ่งอยู่สักพักราวกับค้นหาอะไรในสายตาไม้เอก จนในที่สุดก็โบกมือไล่
“ไปทำอะไรง่ายๆมาให้กินหน่อยไป ไม่ได้คิดว่าจะมา แต่เธอดันไม่รับโทรศัพท์เลยหงุดหงิด ก็เลยไม่ได้กินอะไรมาก่อน ปกติฉันกลับไปกินข้าวบ้านกับพี่ชาย วันนี้รบกวนเธอหน่อยก็แล้วกัน”
“คุณครามอยากทานอะไรครับ” ไม้เอกเอ่ยเอาใจ
“ทำอะไรก็ทำมาเถอะ ฉันกินได้ทั้งนั้น”
“เอาสปาเก็ตตี้ไหมครับ ผมทำเก่ง”
“อืม เอางั้นก็ได้”
“รอสักครู่นะครับ” ไม้เอกจะผละไป
“เดี๋ยวไม้เอก” แต่คุณครามเรียกไว้เสียก่อน
“ครับ” ไม้เอกหันกลับมาและจังหวะนั้นก็ถูกดึงกลับลงมานั่งตัก ริมฝีปากของคุณครามยกยิ้มใส่ ไม้เอกมองอย่างไม่ไว้ใจ เอ่ยถามเสียงสั่น “มีอะไรเหรอครับ”
“เบียร์เลอะคอแน่ะ” เสียงเย็นๆเอ่ยบอกพร้อมแสยะยิ้ม ไม้เอกยังไม่ทันตั้งตัวใบหน้าภายใต้หน้ากากก็โน้มลงมาใช้ลิ้นเลียลงบนลำคอของไม้เอกที่เบียร์ไหลจากปากลงมาเลอะ
“อ๊ะ!” ไม้เอกส่งเสียงออกมาด้วยความใ เอวคอดบิดไปมาและหน้าอกก็แอ่นขึ้นอย่างลืมตัว ร่างทั้งร่างร้อนวูบวาบและสะดุ้งทุกครั้งที่ลิ้นร้อนๆของคุณครามลากผ่านผิวเนื้อ ใจดวงน้อยของไม้เอกเต้นตึกตักราวกับจะทะลุออกมานอกอก และโดยไม่ทันระวังมือของคุณครามก็สอดหายเข้ามาในชายเสื้อยืดตัวยาวของไม้เอก ลูบแผ่นอกเปลือยไปมาอย่างพอใจ ก่อนจะค่อยๆถอนใบหน้าออกห่างและมองไม้เอกที่ระทวยไปทั้งร่างอย่างชอบใจ
“สะอาดแล้ว”
“คะ...ครับ” ไม้เอกตอบรับปากคอสั่น ขณะที่ร่างยังสั่นอยู่น้อยๆเมื่อมือของคุณครามยังไม่ยอมผละออกมาจากชายเสื้อ ไม้เอกสูดหายใจเข้าปอดยาวๆ รวบรวมกำลังใจเอ่ยบอก “ผะ...ผมขอไปทำอาหารนะครับ”
“ไปสิ ทำเผื่อตัวเองด้วย มานั่งกินด้วยกัน จะได้คุยกัน”
“ได้ครับ” ไม้เอกรีบรับคำแล้วรีบผละลุกเข้าครัวไปก็ทำอาหาร แต่ทว่าต้องใช้เวลาอยู่นานในการปรับอารมณ์ให้ปกติ ซึ่งกว่าจะทำให้สติสตังกลับเข้ามาในตัวจนครบได้ก็ใช้เวลาอยู่นานพอสมควร ไม้เอกไม่แน่ใจว่า ‘พายุคุณคราม’ สงบลงแล้วหรือยัง หรืออาจจะยังไม่สงบลงทั้งหมดเพียงแต่แปรเปลี่ยนเป็พายุอย่างอื่น ที่ไม่บ้าคลั่งแต่ทว่าเร่าร้อนและทำให้ไม้เอกหลอมละลายหมดแรงได้เช่นกัน
อาหารฝีมือไม้เอกส่งกลิ่นหอมอวลไปทั่วห้องครัวและเสร็จลงในเวลาสามสิบนาทีต่อมา และที่น่าใสำหรับไม้เอกคือคุณครามลุกจากโซฟาเอาแก้วเบียร์มาวางที่อ่างล้างด้วยตัวเองและยกอาหารทั้งจานของตัวเองและจานของไม้เอกไปวางไว้ที่โต๊ะให้
“ขอบคุณครับ” ไม้เอกรีบเอ่ยขึ้นก่อนที่ร่างของคุณครามจะพ้นออกไปจากห้องครัว
“ตามออกมาเร็วๆ ฉันหิวแล้ว แก้ววางไว้นั่นก่อนค่อยล้าง” เอ่ยบอกก่อนจะพ้นออกไปจากห้องครัว
ไม้เอกรีบถอดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินตามออกไปนั่งที่โต๊ะทานอาหารพร้อมน้ำเปล่าสองแก้ว คุณครามนั่งลงก่อนแล้วและพยักเพยิดให้ไม้เอกนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามที่เดิม อาหารเย็นร่วมกันมื้อที่สองเริ่มขึ้น ไม้เอกตักทานเงียบๆพร้อมกับลอบมองลุ้นๆว่าคุณครามจะว่ายังไงกับรสอาหาร ก่อนใบหน้าภายใต้หน้ากากจะพยักหงึกหงัก
“ฝีมือใช้ได้นี่” เอ่ยบอกออกมา แล้วตักเข้าปากต่อ ไม้เอกยิ้มแป้นอย่างมีความสุข แม้หลังจากนั้นจะไม่มีบทสนทนาอะไรอีกเลย แต่ไม้เอกก็ยิ้มมีความสุขเมื่อคุณครามทานสปาเก็ตตี้จนหมดจาน
“มัวแต่มองฉัน กินให้หมดนั่นเลย เธอผอมเกินไป ฉันไม่อยากโดนกระดูกเมียทิ่มตอนที่นอนกอดหรอกนะ”
“คะ...ครับ” แล้วไม้เอกก็ทานอาหารทั้งที่มีผู้คุมนั่งคุมอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหารจนหมดจาน
ไม้เอกเก็บล้างอุปกรณ์ในห้องครัวขณะที่คุณครามนั่งดูรายการทีวีอยู่ที่โซหาห้องนั่งเล่น และขยับลุกใส่เสื้อทันทีที่ไม้เอกออกมาจากห้องครัว
“ฉันกลับล่ะ”
“ครับ เดี๋ยวผมไปส่ง” ไม้เอกบอกแล้วเดินตามร่างสูงไปที่ประตู ก่อนออกไปคุณครามหันกลับมาคว้าเอวไม้เอกเข้าไปชิดอกแล้วกดริมฝีปากลงมาประกบริมฝีปากอีกครั้งก่อนออกจากห้อง ไม้เอกยืนจับปากของตัวเองอยู่ที่หน้าประตูนั้นนิ่งนาน ไม่รู้เลยว่าที่คุณครามทำแบบนี้เพราะอะไร แต่หัวใจไม้เอกทั้งหวั่นไหวและเต้นโครมครามแทบไม่หยุด
......อันที่จริงคุณครามก็ไม่ได้ใจร้ายอย่างที่ใครๆเข้าใจ ถ้าไม่ทำอะไรที่คุณครามไม่ชอบ คุณครามก็ถือเป็ผู้ชายที่น่ารักคนหนึ่ง ไม้เอกบอกกับตัวเองอย่างนั้นขณะที่เดินจับปากที่เพิ่งถูกคุณครามจูบกลับมานั่งที่โซฟาและนั่งหน้าแดงอยู่ตรงนั้นเป็นาน
100%
#คุณคราม
..............................................................................................
ถึงจะเป็คนร้ายๆ แต่คนร้ายๆก็มีมุมแบบนี้อยู่นะคะ อิอิ