“ไม่!”
ด้านล่างสังเวียนเสียงร้องโหยหวนเศร้ารันทดของหวงเวยหลินดังขึ้นดวงตาทั้งสองแดงก่ำอยากจะพุ่งขึ้นไปบนสังเวียนแต่ถูกเจียงไป๋หย่งขวางเอาไว้ตลอดเวลา เขาไม่กล้าต่อสู้ถึงจนถึงที่สุดด้วยความสามารถของนักพรตขั้นลูกกลอนนิลอย่างพวกเขา เกรงว่าในระหว่างต่อสู้ จะไปทำลายสังเวียนทองวิถียุทธ์ทั้งหมดได้
ถึงตอนนั้นไม่สามารถจัดการประลองใหญ่สองแคว้นขึ้น ไม่เพียงล่วงเกินราชวงศ์ยังเป็นการล่วงเกินสำนักกระบี่เสวียนหวงอีกด้วยต่อให้สกุลหวงถูกตัดหัวเก้าชั่วโคตรก็ไม่นับว่ามากเกินไป
“เซียวอวี้!”
หวงเวยหลินร้องคำรามด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจิตสังหารอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงกระจายออกมาจากภายในร่าง เจียงไป๋หย่งยิ่งระแวดระวังตัวมากขึ้นเกรงว่าชายชราผู้นี้จะลองเสี่ยงวัดดวงเป็นครั้งสุดท้าย
ส่วนคนอื่นๆในตอนนี้ต่างตะลึงงันไปแล้ว
ไม่คิดเลยว่าผู้กล้าแห่งยุคอย่างหวงเหว่ยถิงจะสิ้นลมอยู่ตรงนี้วายชนม์ไปทั้งที่ยังไม่ได้เข้าร่วมแม้กระทั่งการประลองใหญ่สองแคว้นตายด้วยน้ำมือของผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อนกำเนิดสี่ชั้นฟ้า
เซียวอวี้เปรอะไปด้วยคราบโลหิตทั้งของตนเองและของหวงเหว่ยถิงไปทั่วร่างเขายืนอยู่บนสังเวียนผู้ชนะอย่างสงบเยือกเย็น สีหน้าเรียบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ
ช่วงที่ตกอยู่ในภวังค์ราวกับทุกคนได้เห็นจอมราชาแห่งสรวงสวรรค์ผู้ไร้เทียมทานคนหนึ่งเหมือนบนตัวของเซียวอวี้ส่งกลิ่นอายอยู่ยงคงกระพันออกมาทำให้ผู้คนตกตะลึงและหวาดผวา
โครม!
ตอนนี้เซียวอวี้ขับเคลื่อน ‘คัมภีร์ลมหายใจต้นกำเนิดแห่งจักรพรรดิหยกผสานปราณ’ลมปราณสีทองอ่อนลอยฟุ้งเต็มอากาศ ปราณต้นกำเนิดฟ้าดินมากมายมหาศาลพลันปกคลุมเขาอย่างรวดเร็วบาดแผลบนแขนซ้ายหายเป็นปกติด้วยความความรวดเร็วระดับที่มองเห็นได้ด้วยตา
แค่ไม่นานเขาก็เก็บลมปราณอันกว้างใหญ่กลับคืน ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่สะทกสะท้านเอ่ยด้วยความเรียบเฉย “ในเมื่อเป็นสังเวียนตัดสินเป็นตายท่านมีอะไรจะคัดค้านหรือไม่”
หวงเวยหลินคำรามลั่นด้วยเสียงแหบพร่าฝืนข่มจิตสังหารอันมากล้นที่อยู่ในใจ สติสัมปชัญญะเพียงเล็กน้อยที่เหลืออยู่ทำให้เขาไม่กล้าลงมือตรงนี้แววตาอาฆาตมาดร้ายจับจ้องที่เซียวอวี้อย่างเอาเป็นเอาตาย คำรามด้วยความโกรธแค้น “เจ้าดับความหวังสกุลหวงของเราจนสูญสิ้นข้าหวงเวยหลินขอสาบานที่นี่ จะต้องฆ่าเจ้าด้วยมือตัวเองให้ได้”
สีหน้าเจียงไป๋หย่งเคร่งขรึมทันที
เซียวอวี้ชิงเอ่ยปากขึ้นด้วยความเย็นชา“หากท่านมีปัญญา ก็ลงมือได้เลย”
“อ้ากข้าไม่ยอม!”
หวงเวยหลินไม่กล้าลงมือที่นี่จึงแหงนหน้าแผดเสียงลั่น จิตสังหารที่สลักลึกลงในกระดูกสามารถฉีกผิวหนังของผู้คนโดยรอบให้เป็นชิ้นๆได้ ทุกคนต่างร่นตัวถอยตามสัญชาตญาณ
เขาแผดเสียงด้วยความโกรธแค้นร้องคำรามดังลั่น สุดท้ายให้คนหามศพของลูกชายลงมา ทิ้งหยดน้ำตาเลือดไว้เป็นสายแล้วจากไป
ทุกคนต่างรับรู้กันว่าสกุลหวงและสกุลเซียวถึงขั้นไม่ตายไม่เลิกลาแล้ว หวงเวยหลินสูญเสียลูกชายสุดที่รักด้วยความร้าวรานจะต้องล้างแค้นด้วยความเหี้ยมโหดอย่างแน่นอน
แต่เซียวอวี้จะเกรงกลัวหรือเห็นได้ชัดว่าไม่
ถ้ากลัวกระทั่งสกุลหวงเล็กๆแล้วยังจะพูดถึงเส้นทางการห้ำหั่นศัตรูได้อย่างไร!
หวงเวยหลินจากไปพร้อมกับความไม่ยอมแพ้และความเคียดแค้นอันแรงกล้าส่วนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์มองไปบนสังเวียนผู้ชนะอีกครั้งเด็กหนุ่มผู้มีสีหน้าเปล่งปลั่ง ใบหน้าเรียบนิ่ง ความเยียบเย็นพลันไหลพรั่งพรูขึ้นมา
การประลองในครั้งนี้ทำให้สถานะของเซียวอวี้มั่นคง เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่นคนหนุ่มสาวของแผ่นดินต้าถังเทียบเคียงกับยอดฝีมือที่ยอดเยี่มที่สุดไม่กี่คนนั้นได้
คนที่มีความแค้นกับเซียวอวี้มากมายต่างหนาวสะท้านขึ้นกลางใจคลับคล้ายคลับคลาเหมือนพวกเขาเห็นจั่วอู๋เซี่ยงอีกคน ถ้าเกิดผู้กล้าแบบนี้เติบโตขึ้นมาพวกเขายังจะมีชีวิตอยู่หรือ
พวกเขาต่างรู้อยู่แก่ใจบางทีหลายสิบปีหลังจากนี้ เซียวอวี้จะกลายเป็นยอดฝีมือที่แท้จริงกวาดตามองไปทั่วทั้งราชวงศ์ หรือมองไปทั่วใต้หล้า ใครจะสามารถต่อกรได้
สีหน้าตู้เสี่ยนและคนอื่นๆเย็นชา พาพวกลูกหลานเจ้านครชั้นสูงหมุนตัวเดินจากไปแล้วส่วนลูกหลานเจ้านครชั้นล่างต่างฮึกเหิมขึ้นมา พวกเขามองเห็นความหวังบางทีสิบกว่าปีหลังจากนี้ ด้วยความสามารถของเซียวอวี้ คงสามารถปราบปรามฝ่ายเจ้านครชั้นสูงได้
“เซียวอวี้เยี่ยมไปเลย!”
ซูเฮ่ากระโดดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นสีหน้าเต็มไปด้วยความฮึกเหิม “เจ้านี่ใช้ได้เลยจริงๆคิดไม่ถึงว่าพลังต่อสู้จะเหี้ยมหาญปานนี้ กำจัดหวงเหว่ยถิงด้วยความแข็งกร้าว”
“แค่โชคดีน่ะ”เซียวอวี้ยิ้มแย้ม
ซูเฮ่าเบะปาก“เสแสร้งจริงๆศึกชี้เป็นชี้ตายแบบนี้ยังจะเกี่ยวกับโชคดีด้วยหรือ พอพูดแบบนี้ ข้าคาดว่าเจ้าจะเป็นผู้ชนะในการประลองใหญ่สองแคว้น”
“ข้าจะทำให้เต็มที่”ในขณะที่ทั้งสองคนสนทนากัน ก็กระโดดลงจากสังเวียนผู้ชนะหลี่ผิงเฉาและลูกหลานเจ้านครชั้นล่างพากันล้อมวงเข้ามากล่าวแสดงความยินดีไม่ขาดสาย ส่วนหลี่ผิงเฉารีบร้อนเสนอแนะว่าให้เซียวอวี้กลายเป็นหัวหน้าของลูกหลานเจ้านครชั้นล่าง
เซียวอวี้ยิ้มบางไม่ได้ตอบตกลงและไม่ได้บอกปฏิเสธ สนทนาแลกเปลี่ยนกับคนกลุ่มนี้อย่างช่ำชองทั้งแสดงท่าทีเชื้อเชิญทุกคนว่าตอนเที่ยงของวันนี้จะจัดงานเลี้ยงในภัตตาคารบอกจะต้องมาร่วมให้ได้
ห่างไกลออกไปหวงฝู่หลิงซีมองเซียวอวี้ที่ถูกรายล้อมอยู่ตรงกลางด้วยรอยยิ้มเงียบๆ และเรียบเฉยใบหน้าที่งามล้ำไม่เป็นสองรองใคร เงียบสงบ ไม่ยินดียินร้ายกับลาภยศสรรเสริญ
การประลองเพียงครั้งเดียวก็ตกตะลึงไปทั้งเมืองหลวง!
ข่าวที่เซียวอวี้สังหารหวงเหว่ยถิงด้วยความแข็งกร้าวบนจัตุรัสประลองยุทธ์ได้เผยแพร่ไปทั่วเมืองฉังอานด้วยความรวดเร็วปานพายุลมกรดผู้กล้าแต่ละฝ่ายที่มาเข้าร่วมการประลองใหญ่สองแคว้นต่างตกตะลึงอยู่ในใจ
เขาเป็นผู้กล้าคนหนุ่มสาวที่น่ากลัวสุดแสนคนหนึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับเจ้าเหนือหัวยุวชนไม่กี่คนที่อยู่ในจุดสูงสุดของทั้งสองแคว้นได้ความโดดเด่นยิ่งใหญ่ของเซียวอวี้ อยู่ดีๆก็นำมาซึ่งตัวแปรให้กับการประลองใหญ่สองแคว้น
ภายในห้องลับที่มืดมิดเด็กหนุ่มคนหนึ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น ทันใดนั้นทั้งห้องพลันสว่างไสวขึ้นมาส่องสว่างราวกับดวงตาคู่นั้นเป็นดวงอาทิตย์อันร้อนแรง
“น่าสนใจตอนแรกหลงคิดว่าคู่ต่อสู้ของข้ามีแค่จั่วอู๋เซี่ยงที่เข้าสำนักไปแล้วดูเหมือนว่าการประลองใหญ่สองแคว้นครั้งนี้ ข้าจะไม่เหงาแล้วละ” หนุ่มน้อยยกยิ้มมุมปาก ค่อยๆ หลับตาลงช้าๆ ทันใดนั้นทั้งห้องพลันตกอยู่ในความมืดมิด
ในขณะเดียวกัน
ภูเขาไท่หนิงที่ตั้งอยู่นอกเมืองฉังอานเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดสีม่วงยืนไพล่สองมือไว้ด้านหลังอยู่บนยอดเขา แววตามีความมั่นใจและสงบความเยือกเย็นสายลมที่ร้องหวีดหวิวโชยพัดเรือนผมดำขลับ
“เซียวอวี้หวังว่าเจ้าจะไม่มาขวางทางข้า เป้าหมายของข้าคือจั่วอู๋เซี่ยง เจ้า...ยังไม่คู่ควรเป็นคู่ต่อสู้ของข้าหรอก” แววตาของเด็กหนุ่มพลันเปล่งประกายฉายแววเยียบเย็น
หลังจากเซียวอวี้สังหารหวงเหว่ยถิงเมืองฉังอานที่แต่เดิมแสนอัดอั้น พลันมีกระแสคลื่นลมพัดกระพือ
ในตอนเที่ยงเซียวอวี้จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ในภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองหลวง เชิญลูกหลานเจ้านครชั้นล่างมาเข้าร่วม แต่หวงฝู่หลิงซีและซูเฮ่าไม่ได้มา
ตระกูลหวงฝู่เป็นตระกูลชั้นสูงอีกทั้งด้วยฐานะของหวงฝู่หลิงซี ก็ไม่ควรข้องแวะกับเรื่องแบบนี้ส่วนซูเฮ่าเป็นว่าที่จักรพรรดิของจักรวรรดิเหมิ่งหยวน ก็ไม่อาจมาร่วมงานเลี้ยงประเภทนี้ได้เช่นกัน
ในงานเลี้ยงเซียวอวี้ช่ำชองในการมัดใจผู้คนทำให้ลูกหลานเจ้านครชั้นล่างเลื่อมใสทั้งกายใจได้รับการเลือกจากทุกคนให้เป็นหัวหน้าของลูกหลานเจ้านครชั้นล่าง รวบรวมขุมกำลังขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ได้โดยไม่รู้ตัว
หลังจากงานเลี้ยงตอนบ่ายเซียวอวี้เดินออกมาจากภัตตาคารพร้อมกับกลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งตัวพลันเห็นหลิงเอ๋อร์มองเขาพร้อมกับหัวเราะคิกคักมาจากที่ไม่ไกล
เซียวอวี้คลี่ยิ้มทันทีร่างสั่นไหวเล็กน้อย กลิ่นเหล้าบนตัวหายไปหมดสิ้น เดินเข้าไปถาม “แม่นางหลิงเอ๋อร์ คุณหนูของเจ้าล่ะ”
หลิงเอ๋อร์มุ่ยปากเอ่ยขึ้น“ท่านช่างไม่สำนึกเอาเสียเลยคุณหนูของข้ากังวลเรื่องการประลองของท่านจนนอนไม่หลับทั้งคืน ท่านประลองเสร็จไม่ไปกินข้าวกับนางสักมื้อ กลับมากินดื่มอยู่ที่นี่”
เซียวอวี้หัวเราะลั่น“เช่นนั้นข้าต้องขอโทษแม่นางหวงฝู่ต่อหน้าแล้วละ”
“สายไปแล้วคุณหนูมีธุระปุบปับจากไปแล้ว อีกหลายวันกว่าจะกลับมา นางให้ข้านำของชิ้นหนึ่งมามอบให้ท่าน”หลิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยความขุ่นเคือง
เซียวอวี้อึ้งไปทันที“แม่นางหวงฝู่ไปจากฉังอานแล้วหรือ”
“อุ๊ยนี่เริ่มคิดถึงขึ้นมาแล้วหรือนี่ วางใจเถอะเจ้าค่ะ คุณหนูแค่ไปทำธุระเล็กน้อยอีกห้าหกวันก็กลับมาแล้ว” หลิงเอ๋อร์หัวเราะคิกคักหยิบกล่องไม้ล้ำค่ากล่องหนึ่งออกมาจากในรถม้าที่อยู่ด้านหลัง เอ่ยขึ้น “นี่คือเกราะอ่อนที่คุณหนูตั้งใจซื้อให้ท่านเป็นพิเศษเหมือนจะยอดเยี่ยมมากด้วย สามารถบดบังพลังโจมตีของนักพรตขั้นก่อกำเนิดได้"
เซียวอวี้รู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจทันทีบุญคุณอันใหญ่หลวงของสาวงาม เขาจะตอบแทนอย่างไรดี
รับกล่องไม้มาจากในมือหลิงเอ๋อร์เซียวอวี้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณแม่นางหวงฝู่แทนข้าด้วย”
หลิงเอ๋อร์ทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจเอ่ยว่า“คุณหนูไม่ได้อยากได้คำขอบคุณของท่านสักหน่อยจะว่าไปท่านรีบแข็งแกร่งให้เร็วหน่อยเถอะเจ้าค่ะ ขอแค่ท่านแข็งแกร่งพอถึงจะสามารถจัดการเขาคนนั้นได้”