เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 165: ซามูไรแห่งตะวันตก (The Western Samurai)

            ส่วนทางด้านพวกโทโมเอะ คิทสึเนบิ โอคัทสึ และอินะฮิเมะก็ยังเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งมีทั้งเหล่าโอนิโยไคที่มีทั้งประเภทที่ใช้ดาบ ดาบคู่ ดาบยาว ง้าว ขวานยักษ์ ขวานคู่ ธนู และปืนไฟ รวมไปถึงเหล่าอสูรโยไคชนิดอื่นๆ ด้วย โดยโทโมเอะจะยิงธนูเวทย์ขึ้นไปบนท้องฟ้าจนเกิดเป็นอุกกาบาตไฟแล้วตกลงสู่พื้นในตำแหน่งที่พวกมันอยู่ จนทำให้พวกมันพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก

            จากนั้นโทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นสายน้ำแรงดันสูง ตามด้วยการยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นลูกพายุสายฟ้า จนทำให้ร่างของพวกมันพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก จากนั้น โทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์ลงสู่พื้น จนเกิดเป็นกลุ่มก้อนผลึกน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกผุดขึ้นจากบนพื้นไปตามทางยาวด้วยความรวดเร็ว จนทำให้ร่างของพวกอสูรโยไคนั้นพากันถูกแช่แข็ง และแตกกระจายไปเป็นจำนวนมาก

            จากนั้น โทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นกลุ่มเศษดินระเบิดที่มีจำนวนมหาศาล ทันทีที่ร่างของพวกมันถูกเข้ากับเศษดินระเบิดเหล่านี้เข้า มันก็จะเกิดแรงระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้าง ทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก

            จากนั้น โทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์เรือนแสงขึ้นไปบนท้องฟ้า เมื่อลูกธนูเรือนแสงเหล่านั้นถูกยิงไปสู่ท้องฟ้า มันก็จะเกิดการกระจายตัวออกมา แล้วพุ่งลงไปปักเข้าที่ร่างของพวกอสูรโยไคเหล่านั้นด้วยความเร็วสูง ก่อนที่จะเกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงขึ้นช็อตใส่ร่างของพวกมันจนกระทั่งพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก จากนั้น โทโมเอะก็รีบยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นวัวธาตุไฟ แล้ววิ่งเข้าพุ่งชนใส่พวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว

            จากนั้น โทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นฉลามธาตุน้ำ แล้วแหวกว่ายอยู่บนพื้นและพุ่งชนใส่พวกอสูรโยไคชนิดต่างๆ ด้วยความเร็วสูง จากนั้น เธอก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นนกยูงธาตุสายฟ้า และทำการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่มีความแรงสูงออกมาจากหางของมัน ช็อตใส่ร่างของพวกมันเข้าอย่างจัง

            จากนั้น โทโมเอะก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นแรดธาตุดิน แล้วทำการวิ่งพุ่งชนใส่พวกอสูรโยไคด้วยความเร็วสูง จากนั้น เธอก็ยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นเหยี่ยวลม แล้วทำการกระพือปีกทั้งสองข้าง เพื่อปล่อยลูกพายุออกมาจัดการกับพวกมัน ตามด้วยการยิงธนูเวทย์ออกมาเป็นกิ้งก่าน้ำแข็ง แล้วพ่นกระสุนน้ำแข็งที่มีความเร็วสูงออกมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก

            ในระหว่างนั้น โทโมเอะก็ได้มีการใช้กระบี่คันศรจากดาบโชโทเร็นกับดาบไดโทเร็นในการพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของพวกอสูรโยไคด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็ได้มีการสลับเปลี่ยนอาวุธกันไปมาระหว่างกระบี่คันศร ดาบคู่และดาบแส้คู่ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย โดยในรูปแบบของดาบแส้คู่นั้น โทโมเอะจะใช้ฟันใส่ร่างของพวกมันในระยะไกล

            ส่วนทางด้านคิทสึเนบิก็ควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบเคนเมียวเร็นให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของพวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็ได้มีการพ่นลูกไฟใส่พวกมันอย่างต่อเนื่องด้วย

            ในระหว่างนั้น ก็ได้มีการเสกพลังธาตุต่างๆ ลงบนคมดาบสลับกันไปมา แล้วทำการตวัดคมดาบเพื่อปล่อยคลื่นดาบกับคลื่นกงจักรออกมา เพื่อจัดการกับพวกมันด้วย

            “วิชาพันแสง แยกกายสังขาร” ส่วนทางด้านโอคัทสึก็รีบใช้วิชานินจาเพื่อทำการแยกร่างออกมา แล้วใช้มีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริในการที่จะพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของพวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็ได้มีการสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างมีดคู่และดาบสั้นวากิซาชิคู่ เพื่อใช่ในการจัดการกับพวกมัน

            ในระหว่างนั้นก็ได้มีการเขวี้ยงมีดคุไนกับดาวกระจายชูริเคนใส่ร่างพวกอสูรโยไคด้วย พร้อมกับมีการใช้วิชานินจาในรูปแบบต่างๆ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมันด้วย

            “วิชาเพลิง ดาบมังกรอัคคีร่ายรำ”

            โอคัทสึรีบทำการเปิดใช้วิชานินจาในการเสกเปลวไฟอันร้อนระอุดั่งไฟอเวจีลงบนคมดาบสั้นคู่ ก่อนที่เธอนั้นจะพุ่งเข้าไปฟันใส่ร่างของพวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก

            จากนั้น โอคัทสึก็รีบทำการโปรยใบหญ้าไปยังพวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอนั้นจะทำท่ามือประสานอินเพื่อใช้วิชานินจาในการเสกพลังธาตุต่างๆ อาทิ พลังดินระเบิด พลังน้ำพุแรงดันสูง พลังวาโยสลาตัน พลังอัคนีโลกันตร์ พลังสาย ฟ้าอัสนีบาต และพลังผลึกเหมันต์ เพื่อใช้ในการจัดการกับพวกมัน จนกระทั่งร่างของพวกมันนั้นได้พากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก

            ส่วนทางด้านอินะฮิเมะก็ได้มีการพุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างดาบโค้งยักษ์ ทวน และเคียวยมทูต

            ในระหว่างนั้น เธอก็มีการเขวี้ยงคมเคียวขนาดยักษ์ใส่พวกมันอย่างต่อเนื่องด้วย ในขณะที่คมเคียวขนาดยักษ์กำลังลอยพุ่งเข้าไปเฉือนร่างของพวกมันอยู่นั้น อินะฮิเมะก็รีบพุ่งเข้าไปจัดการกับพวกมันด้วยศิลปะการต่อสู้ในระยะประชิดด้วยมือเปล่า พอคมเคียวขนาดยักษ์ได้ลอยกลับมาหาผู้เป็นเจ้าของ อินะฮิเมะก็รีบคว้าอาวุธประจำกายของเธอด้วยความชำนาญ

            ในขณะเดียวกันนั้น โฮโอ ภูติพิทักษ์หงส์ไฟมัจจุราชของอินะฮิเมะก็คอยช่วยจัดการกับพวกอสูรโยไคด้วยการพ่นเปลวไฟอันร้อนระอุดั่งไฟนรกออกมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งร่างของพวกมันนั้นพากันดับสลายหายไปเป็นจำนวนมาก

            แต่ไม่ว่าจะจัดการกับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าไปได้สักเท่าไหร่ จำนวนของพวกมันนั้นแทบไม่มีวี่แววว่าจะลดน้อยลงไปเลยแม้แต่น้อย พวกโทโมเอะนั้นต่างก็เริ่มจะค่อยๆ รู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นมาบ้างทีละน้อย พวกเธอต่างก็พลางหายใจแรงด้วยความหอบเหนื่อย

            “บ้าจริงๆ เจ้าพวกอสูรพวกนี้ไม่มีวี่แววว่าจะลดน้อยลงบ้างเลย”

            คิทสึเนบิเริ่มกล่าวสบถออกมาด้วยความหัวเสียแบบสุดๆ

            “ไม่ว่าจะจัดการกับพวกมันไปสักเท่าไหร่ ก็มีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

            “ตกลงว่าเจ้าพวกนี้มันโผล่มาจากที่ไหนกันหล่ะเนี่ย”

            โอคัทสึกับอินะฮิเมะเริ่มที่จะรู้สึกท้อแท้ขึ้นมาบ้างแล้ว และทันใดนั้น ฝ่ายของพวกอันจิน ผู้ซึ่งได้รับฉายาว่าเป็นซามูไรแห่งดินแดนตะวันตกก็ได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าพวกโทโมเอะ และเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าทันที

            “ได้เจอกันอีกแล้วนะ” อันจินกล่าวกับพวกโทโมเอะ

            “พวกเจ้า...ที่เคยเจอกันเมื่อตอนนั้นนี่” อินะฮิเมะกล่าวกับพวกอันจิน

            ในขณะเดียวกัน พวกโทโมเอะก็พลางนึกถึงตอนที่พวกยูกินะเคยบุกเข้าไปช่วยอิเอยาสึที่ปราสาทเอโดะ จากเงื้อมือของโยทสึยะ โออิวะกับซารายะชิกิ โอคิคุ สองนางอสูรองยูเรียวที่เคยถูกพวกยูกินะ โทโมเอะ และคิทสึเนบิร่วมกันจัดการลง จนกระทั่งพวกนางอสูรองยูเรียวทั้งสองตนนั้นได้พากันสิ้นใจลงอย่างราบคาบ และได้พบกับฝ่ายของพวกอันจินที่ปราสาทแห่งนั้น และที่สำคัญก็คือ พวกเขานั้นก็เคยมอบหีบอะไรบางอย่างให้กับยูกินะด้วย

            “ได้เวลาบรรเลงท่วงทำนองแล้วหล่ะนะ เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม บิวะโบคุโบคุ”

            มาจิรัน นักเล่นบิวะผู้ใช้เสียงบรรเลงเป็นอาวุธกล่าวพลางเตรียมอาวุธเครื่องเล่นบิวะที่มีนาวว่าบิวะโบคุโบคุ ซึ่งคล้ายกับว่าเป็นเครื่องเล่นบิวะที่มีชีวิตขึ้นมา

            “ข้าพร้อมทุกสถานการณ์อยู่แล้วหล่ะ”

            บิวะโบคุโบคุพูดออกมาด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม จากนั้น พวกพ้องของฝ่ายอันจินก็ได้พากันยื่นมือเข้ามาช่วยพวกโทโมเอะ แล้วทั้งสองฝ่ายก็ได้ร่วมมือกัน และเข้าเผชิญหน้ากับเหล่ากองทัพอสูรโยไคที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาโดยทันที

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน