ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit

    ตอนที่ 56 สุสานตระกูลหลิว

            หลังจากคุยเรื่องเดิมพันกับเจ้าสำนักลู่วันนั้น..

            ผมก็แทบจะหายหัวไปครึ่งปีเต็ม ๆ

            ไม่ใช่เพราะหนีหนี้นะ..

            แต่เพราะผมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องฝึก!

            จะหลับก็นอนในห้องนั้น.. จะกินก็ให้หลินซินยกมาให้ถึงในห้องนั่นแหละ

            ถ้ามีใครแอบเอาผ้าห่มมาคลุมผม ผมคงกลายเป็นวิญญาณที่สิงสถิตในห้องฝึกไปแล้วด้วยซ้ำ

            อีกนั้นเหลือเวลาแค่สองวัน..

            'ศึกปัญจมิตร' ก็จะเริ่มแล้ว..

            ซึ่งงานประลองใหญ่นี้จะแบ่งเป็นสามช่วง เริ่มจากรุ่นเด็กประถมยุทธ์ ไล่ยาวมาถึงรุ่นมัธยุทธ์อย่างผม และสุดท้ายคือรุ่นผู้ใหญ่ พูดง่าย ๆ คือพวกผู้ใหญ่ที่อยากก้าวหน้าในฐานะจอมยุทธ์ของราชสำนักนั่นแหละ

            สิ่งที่ดีคือผมไม่ต้องไปวิ่งทำภารกิจสะสมแต้มความดีความชอบเหมือนคนอื่น

            พอไม่มีอะไรต้องกังวล..

            ผมก็ยัดพลังทั้งหมดลงในวิชายุทธ์แบบเต็มสูบ และผลลัพธ์มันก็ไม่โกหก

             

            เดือนแรกผมทะลุถึงสัมผัสปราณขั้นกลาง อีกสองเดือนต่อมาก็ไปถึงขั้นปลาย และตอนนี้ก็แตะสัมผัสสรรพวิถีขั้นต้นแล้ว

            เหลืออีกแค่ก้าวเดียวจริง ๆ ผมก็จะขึ้นไปถึงขั้นกลางได้

            เอาจริง ๆ มันเร็วขนาดที่ถ้ายี่ฟู่รู้ เขาต้องจับผมโยนมาอยู่สำนักสี่ขุนเขาเพราะกลัวจะควบคุมไม่ได้

            แถมตอนนี้ผมยังมีปราณมาศในร่างอีก..

            นั่นทำให้การพัฒนายิ่งก้าวกระโดดยิ่งกว่าเดิม

            ตามเกณฑ์อายุ..

            คนจะเข้าสัมผัสสรรพวิถีได้ต้องรอจนสิบเก้าหรือยี่สิบ แต่ผมน่ะเพิ่งสิบเจ็ดปลาย ๆ เอง ยังไม่ทันได้เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเลยด้วยซ้ำ

            ถ้าจะมีใครเรียกผมว่าปีศาจ..

            ก็ไม่เถียงหรอก

             

            ส่วนไอ้โหวหวัง.. อย่าคิดว่ามันจะอยู่นิ่ง ๆ นะ

            หลังจากเจอหนานหงเซียเข้าไป มันก็เหมือนได้ยาโด๊ปแรงสุดในยุทธภพมาดื่ม

            เหมือนตาของมันสว่างทันทีว่ายุทธภพไม่ได้มีแค่ผู้หญิงกับเต้าหู้ทอด..

            มันเลยเร่งฝึกจนขึ้นมาถึงสัมผัสสรรพวิถีขั้นต้นเหมือนกันกับผม

             

            อาจเพราะได้ 'พรหมจรรย์ปลูกนิพพาน' มาจากหนานหงเซีย เลยทำให้ฝึกเร็วแบบติดจรวด..

            ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องนี้จริงแค่ไหน

            แต่ก็นะ..

            ถ้าใช่จริง ๆ ผมก็คงได้แต่ยินดีกับมันด้วยแล้วกัน

            ถึงแม้พลังปราณในร่างของมันจะยังไม่หนาแน่นเท่าผม..

            เพราะมันเพิ่งแตะขั้นนี้เมื่อสามอาทิตย์ก่อน..

            แต่แค่มาถึงระดับนี้ได้ตอนอายุเท่านี้..

            ก็ถือว่าเจ๋งอยู่

             

            ในห้องฝึกในบ้านพักของผม..

            เสียงกระบี่ดังแหวกอากาศ พร้อมกับพลังปราณสีทองที่ห่อหุ้มกระบี่ครามไว้ทั้งเล่ม

            ผมหมุนมันไปรอบตัวโหวหวังแบบไม่ให้มันได้พักหายใจ

            ส่วนเจ้าของกระบอกเหล็กดำก็แค่ยืนปักหลักอยู่กับที่..

            ควงกระบองของมันไปมาเหมือนจะบอกว่า 'เอาเลยสิอ้ายเจี้ยน พร้อมก็เข้ามา!'

            แน่นอน..

            ผมก็ไม่ขัดศรัทธา!

             

            เคล้ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!

             

            ผมรัวกระบี่เข้าใส่มันเหมือนพายุ ทุกท่วงท่าคือความแม่นยำแบบไม่ปรานี

            ทุกกระบี่ที่หันออกไปล้วนเล็งจุดตาย เล็งมุมอับทุกจุดจนโหวหวังคงคิดในใจว่าผมแค้นมันเรื่องอะไรหนักหนา

            แต่น่าเสียดาย..

            มันไม่ใช่ไก่ให้ผมเชือด

            มันควงกระบองรับกระบี่ผมอย่างฉับไว แถมสวนกลับมาแบบไม่คิดชีวิตด้วยแรงกระแทกที่ทำให้ผมรู้ว่า..

            อืม..

            เหมือนเดอะฮัลค์ที่กินเดอะทิงเข้าไป

            ไอ้หมอนี่ใช้ท่วงท่าที่เคลื่อนไหวน้อยกว่า แต่แทบไม่มีช่องว่างให้ผมเล่นงาน

            และพอผมเผลอแทงซี่โครงด้านขวาไปหน่อยเดียว มันก็สวนกลับทันที

            ใช้กระบองงัดกระบี่ผมจนเสียหลัก..

            เปิดช่องที่หน้าท้อง

             

            แล้วไอ้นั่นก็ตามมา.. ด้ามกระบอกของมันพุ่งเข้าใส่หน้าท้องผมแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

            แต่จะให้ผมแพ้ง่าย ๆ ได้ยังไง?

            ผมยิ้มมุมปากแล้วยกขาซ้ายหนีบกระบองมันไว้ระหว่างน่องกับแข้ง

            จากนั้นก็กดน้ำหนักตัวกับแรงขาลงไป กดมันจมสู่พื้น

            ยัง..ยังไม่พอ..!

            ผมหมุนตัวโดยใช้กระบองของมันเป็นฐาน แล้วใช้แรงเหวี่ยงกระบี่ฟาดกลับเข้าหาที่ส่วนหัวของมัน

            ตอบแทนแบบไม่ให้เสียชื่อหลิวเจี้ยนคนนี้

             

            ถ้าเป็นคนอื่นละก็..

            คงโดนผมจัดการไปแล้วแน่นอน

            แต่โหวหวังไม่ใช่คนอื่น หมอนี่ฝึกกับผมมาจนรู้ทันแทบทุกจังหวะ

            เห็นแค่ผมยกขาซ้ายขึ้น มันก็รู้แล้วว่าผมจะเล่นอะไร

            ทันทีที่ผมยกขา..

            มันก็เลื่อนมือที่จับกระบองไปที่ปลายอีกด้าน แล้วยกกระบองขึ้นสูง

            ผลคือ.. ผมฟันเลยหัวมันไปฟุตกว่า ๆ

             

            หลังจากนั้น.. มันตั้งกระบองเป็นแนวตั้ง

            ผมที่หนีบกระบองอยู่ก็เลยราบตัวลงอย่างกับผ้าถูกพาด กับพื้น แล้วจู่ ๆ หมอนี่ก็ปล่อยมือจากกระบองเฉยเลย

            โหวหวังอาศัยแรงดีดจากขา เตรียมจะถีบใส่กระบองของมันที่ผมยังเกาะอยู่

            แต่ก่อนที่ฝ่าเท้าจะถึงเป้าหมาย หมอนี่ก็เพ่งจิตไปที่มือขวา

            แวบเดียว..!

            กระบองเหล็กดำที่อยู่ใต้ตัวผมหายไปโผล่ในมือมันแทน

            แน่นอน..

            กระบองเล่มนั้นมันไม่ธรรมดา

            เป็นถึงศาสตราระดับตำนาน มีปราณสถิตอยู่ มันเรียกอาวุธกลับมือได้อย่างกับดีดนิ้ว ผมไม่แปลกใจหรอก

             

            แต่แทนที่มันจะใช้จังหวะนั้นถีบผมให้กระเด็น..

            มันกลับเปลี่ยนท่า..

            ใช้กระบองที่เรียกกลับมาเป็นหลักค้ำให้ตัวเอง แล้วก็กระโดดหมุนกลับมาลงพื้นอย่างกับท่าซูเปอร์ฮีโร่

            ส่วนผมก็ลงสู่พื้นเหมือนกันแบบนิ่ง ๆ ไม่ได้ชักกระบี่ออกมาอีกแล้ว

            “ฮ่า ๆ ๆ ตาไวดีนะพ่อหนุ่มหน้าขน ถ้าเจ้าเผลอถีบข้าเมื่อครู่ เจ้าคงแพ้ไปแล้วล่ะ”

            ผมยิ้ม.. ปาดเหงื่อไปพลาง หอบเล็กน้อยแต่ยังมีแรงกัดมุก

             

            “ฉันฝึกกับเอ็งมาตั้งนาน..

            จะไม่รู้เลยเรอะว่าเอ็งล่อให้ฉันถีบ แล้วจะสวนด้วยปราณกระบี่ใส่ขาฉันน่ะ”

            โหวหวังตอบแล้วก็เพ่งจิตอีกครั้ง..

            กระบองมันหดลงเหลือเท่าไม้จิ้มฟัน ก่อนที่เจ้าของกระบองจะเอาไปเสียบที่ติ่งหูเฉยเลย..

            ใช่.. ติ่งหู!

            หมอนี่เจาะหูไว้ใส่อาวุธ!

             

            “เอาเป็นว่า..วันนี้เราเสมอกัน”

            ผมพูดก่อนจะหันไปทางประตู

            ซึ่งที่ตรงนั้นก็มีหลินซินยืนถือผ้าขนหนูอยู่สองผืน

            “หลินซิน มีอะไรหรือเปล่า?”

             

            พอเธอเห็นเราหยุดประลองก็เดินเข้ามา ยื่นผ้าขนหนูให้เราแต่ละคน ก่อนจะพูดขึ้น

            “นายหญิงส่งคนมาบอกว่า อยากพบนายน้อยเจ้าค่ะ”

             

            “ท่านย่ารึ? ต้องการพบข้าเรื่องใดกัน?”

            ผมพึมพำพร้อมใช้ผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อออกจากคอ

             

            “หลินซินไม่ทราบเจ้าค่ะ รู้แต่เพียงว่านายหญิงได้เชิญท่านไปพบที่สุสานตระกูลหลิวเจ้าค่ะ”

            หลินซินตอบเสียงเบา

             

            “สุสานตระกูลหลิวงั้นเหรอ?”

            ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย..

            นี่ตระกูลเรามีสุสานเป็นของตัวเองด้วยเรอะ ทำไมผมถึงไม่เคยรู้เรื่องนี้เลยนะ?

            “อืม..

            งั้นก็ไปบอกคนที่ท่านย่าส่งมาละกัน ว่าข้าจะตามไปทีหลัง

            ขอตัวอาบน้ำล้างเหงื่อก่อนเถอะ”

            ผมบอกหลินซินไปแบบนั้น ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับคำแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องฝึกไป

             

            “เอ็งมีธุระ.. งั้นวันนี้ก็พอแค่นี้”

            โหวหวังว่าพร้อมโยนผ้าขนหนูเปียกเหงื่อลงบนบ่าผมอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมทิ้งกลิ่นกายชายฉกรรจ์ไว้เป็นของแถม

             

            หลังจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย ผมกับหลินซินก็เริ่มออกเดินทางลงเขา

            เธอเป็นคนขอตามมาด้วย..

            บอกว่าคิดถึงคุณท่านของเธอ.. เธอเลยอยากถือโอกาสไปกราบท่านด้วย

            ผมก็ไม่ได้ขัดอะไร

            ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมทางละกัน

             

            เราเดินมาทางตะวันออกของเมือง..

            ที่นั่นเต็มไปด้วยสุสานทั้งร้างและดูแลดี ราวกับสวนสาธารณะแต่เวอร์ชันเป็นสถานที่พักผ่อนของดวงวิญญาณ

            มันทั้งดูโรแมนติกเหมาะต่อการปิกนิก..

            หากพวกนายไม่กังวลว่าจะมีใครตามกลับบ้านด้วยน่ะนะ

             

            ผ่านไปสักพัก ผมก็เห็นสุสานของคนตระกูลซุน

            แม่เจ้า!

            ป้ายสุสานใหญ่โตมโหฬาร ประดับเพชรพลอยเต็มไปหมด

            ตัวอักษรสลักชื่อทำจากทองแท้ สมกับเป็นตระกูลห้าเสาหลักจริง ๆ

            เดินต่อมาอีกนิด ก็เจอป้ายไม้เรียบ ๆ เขียนว่า 'สุสานตระกูลหลิว'

             

            สุสานของตระกูลผมมันก็ไม่ได้หรูหราเท่าของตระกูลซุนหรอก

            แต่ก็มีคลาสของมันเองในแบบเรียบง่าย

            เป็นสุสานของคนที่ไม่ได้อยู่ในห้าตระกูลเสาหลัก แต่ก็ยังคุมท่าเรือใหญ่ของเมือง

            ผมเดินเข้าไปด้านใน เห็นท่านย่ากำลังคุกเข่าอยู่หน้าหลุมศพสองหลุม..

            หนึ่งของปู่ 'หลิว สุ่ยเหิง' อีกหนึ่งคือ 'หลิว หลง' อาป๊าผม

            แต่ที่ทำให้ผมขมวดคิ้วคือ..

            หลุมของอาป๊ายังไม่ถูกฝัง โลงศพยังวางอยู่ข้างหน้าหลุมฝังศพ แถมดินข้าง ๆ ยังพูนเป็นกอง หญ้าเขียวขึ้นหย่อม ๆ เหมือนรออะไรบางอย่างมานานแล้ว

            อะไรบางอย่างที่ยังไม่เสร็จ..

             

            ทันทีที่ผมเดินเข้าไปใกล้ ท่านย่าก็เหมือนจะรู้ได้เองโดยไม่ต้องหันกลับมา

            ท่านก้มลงกราบหลุมศพสามครั้งช้า ๆ แล้วจึงหันมามองผมด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

            “เจี้ยนเจี้ยนเอ๋อร์.. มานี่มา.. มากราบท่านปู่ของหลานก่อน”

            น้ำเสียงนุ่มนวลปนความคิดถึงของท่าน ทำให้ผมชะงักไปครู่หนึ่ง

            ซึ่งผมรู้..

            ว่านั้นไม่ได้หมายถึงผม..

            แต่เป็นของท่านปู่กับอาป๊าของผม

             

            ผมเดินเข้าไปช้า ๆ แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าหลุมศพของท่านปู่ ก่อนจะก้มกราบลงไปอย่างเงียบ ๆ

            มือเหี่ยวย่นของท่านย่าลูบลงมาที่หัวผมเบา ๆ สัมผัสนั้นทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก

            “ท่านพี่..

            นี่คือเจี้ยนเจี้ยนเอ๋อร์ของพวกเรา

            อย่างไร.. หล่อเหลาเหมือนที่ข้าเคยบอกท่านหรือไม่..”

            คำพูดของท่านย่าพาเอาหัวใจผมกระตุกวูบ เหมือนท่านพูดกับปู่จริง ๆ

             

            “หลิวเจี้ยนคารวะท่านปู่.. คารวะอาป๊า..”

            ผมพูดเบา ๆ พร้อมกับก้มลงอีกครั้ง

            คราวนี้ตั้งใจจะกราบให้หลุมของพ่อ แต่ท่านย่ากลับยกมือขึ้นห้ามไว้

             

            “ตอนนี้ยังกราบไม่ได้หลานรัก...”

            ท่านพูดก่อนจะหันไปมองหลุมศพข้าง ๆ ที่เป็นหลุมของอาป๊า

            “หลุมนั้นยังไม่ได้ทำพิธีอันใด..

            หากก้มกราบลงไปก็คงไม่ไปถึงพ่อของหลานหรอก...”

             

            ผมหันไปมองโลงที่ยังวางอยู่.. แล้วเงยหน้ากลับมามองย่าอย่างไม่เข้าใจ

            “หมายความว่าอย่างไรหรือครับท่านย่า?”

            ผมถามเสียงเบาแต่จริงจัง รู้สึกว่าเรื่องที่นี่มันไม่ธรรมดาเอาเสียเลย

             

            “มันเป็นคำสั่งเสียของปู่ของหลาน”

            ท่านย่าพูดเสียงเบา..

            สายตาจ้องไปที่โลงศพที่ยังไม่ได้ฝังนั่นอย่างเหม่อลอย

            ในแววตานั้น..

            ผมเห็นทั้งความโศก ความหวัง และความเจ็บปวดปนเปกันไปหมด

            “ปู่ของหลานได้กำชับไว้ว่า... จนกว่าจะพบร่างของพ่อหลาน ห้ามฝังโลงนี้โดยเด็ดขาด”

             

            ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืด ๆ

            เหลือบตาไปมองโลงศพอีกครั้ง..

            แล้วหันกลับมามองท่านย่า

            “หมายความว่า..อาป๊าผม..พ่อผม...อาจยังมีชีวิตอยู่?”

             

            “ย่าก็ไม่รู้...”

            ท่านย่าตอบ

            “แต่คำสั่งของปู่หลานนั้นชัดเจน..

            แล้วของที่อยู่ในโลงนั้นล้วนเป็นของใช้ส่วนตัวของพ่อเจ้า เสื้อผ้า ของใช้ประจำตัว.. รวมถึงสิ่งหนึ่ง”

            ท่านย่าค่อย ๆ ลุกขึ้นช้า ๆ ผมรีบเข้าไปประคองทันที

            มือข้างซ้ายจับแขนของท่านไว้ ส่วนมือขวาของท่านย่าก็พยุงไม้เท้าเอาไว้แน่น

            เราทั้งคู่เดินไปยังโลงศพนั้นช้า ๆ

            ท่านย่าหันมามองผมด้วยสายตาที่ไม่ต้องเอ่ยคำใด ผมก็เข้าใจได้ทันที

             

            ผมหันไปพยักหน้าให้หลินซินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เป็นเชิงขอให้ช่วยรับช่วงต่อในการประคองท่านย่า

            เธอรับคำสั่งนั้นผ่านสายตาอย่างรวดเร็ว และก้าวเข้ามาทำหน้าที่แทน

            จากนั้นผมก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดฝาโลง

             

            กลิ่นไม้หอมผสมกลิ่นเก่าจาง ๆ ลอยออกมา ของใช้ในนั้นดูสะอาดและถูกจัดเรียงไว้อย่างเรียบร้อย

            เหมือนมีใครสักคนดูแลอยู่เสมอ

            เสื้อคลุมสีขาวของสำนักสี่ขุนเขาถูกพับเรียบวางอยู่ด้านบน และสิ่งที่วางอยู่บนเสื้อนั่น..

            คือกระบี่

            กระบี่เล่มนั้นดูธรรมดา แต่กลับให้ความรู้สึกไม่ธรรมดา

            มันเรียบง่าย แต่พลังบางอย่างกลับซ่อนอยู่ใต้ความเงียบงันนั้น

            ผมจ้องมันอย่างเงียบ ๆ

            หัวใจผมเต้นแรงขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ...

    คล้ายกับเรื่องร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit ที่คุณอ่าน

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34