ยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน

    ปกป้องไป่หลาน

    “มีอันใดฤา”

    “ของเล่นไม้ไผ่นั่น” หลันฮวาพูดจบ จึงย่างเท้าเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาพร้อมดวงตาเป็นประกาย แม้ยามนี้นางไม่ใช่เด็กหญิงตัวเล็กเหมือนก่อนแล้ว แต่นางเต็มใจควักเงิน ที่หวงซีเหรินให้มาเพื่อซื้อของเล่นชิ้นนั้น

    ไป่หลานมองดูด้วยความแปลกใจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    “ของเล่นไม้ไผ่ เจ้าชอบฤา” หลันฮวาพยักหน้า แต่ไม่กล้าบอกความจริง ว่านับจากเด็กจนโตเป็นครั้งแรกที่นางได้มีโอกาสได้สัมผัสกับของเล่นไม้ไผ่ชนิดนี้

    “ท่านพ่อชอบทำของเล่นไม้ไผ่อันนี้ให้ข้าเล่นเสมอ ความจริงแล้ว ข้าก็ชอบมันมากเช่นกัน...เราไปทางนั้นกันเถอะ” ไป่หลานพูดจบ จึงจูงมือหลันฮวาตรงไปยังด้านหน้า ในขณะที่หลันฮวา ยังคงจับจ้องมองของเล่นไม้ไผ่นั้นด้วยความสุข พร้อมกับย่างเท้าตามหญิงสาวไป

    ไป่หลานจูงมือหลันฮวาตรงมายังโรงเตี๊ยมของเฒ่าแก่เหลียน ก่อนที่เขาจะทักทายหลันฮวาและไป่หลานอย่างเป็นกันเอง เฒ่าแก่เหลียนยังคงใจดีเสมอไม่ว่านางมาในสถานะใดก็ตาม หลันฮวาเลื่อนสายตามองผู้คนที่นั่งกินอาหารอยู่รอบ ๆ ก่อนไป่หลานจะสั่งอาหารมานั่งกินด้วยเช่นกันเพื่อพักเหนื่อย

    ในขณะที่หลันฮวายังคงจับจ้องมองของเล่นในมืออย่างนึกภูมิใจ

    “ดูเหมือนพี่หลันฮวาจะชอบมาก ๆ”

    “อื้ม..” หลันฮวาตอบสั้น ๆ ก่อนที่ไป่หลานจะนึกบางอย่างได้

    “ท่านชอบสะสมฤา” คำพูดของไป่หลานทำให้หลันฮวาได้สติกลับมา ก่อนจะส่ายศีรษะปฏิเสธ

    “ของเล่นไม้ไผ่นี้ เป็นของเล่นที่ข้าชอบมาตั้งแต่เด็กก็จริง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับสะสมหรอก” ไป่หลานพยักหน้าเข้าใจ ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว หลันฮวาในยามเด็กนั้นน่าเวทนาเพียงใด เมื่อนางชื่นชมของเล่นไม้ไผ่จนพอใจแล้ว จึงวางลงด้านข้างแล้วหันมาตักอาหารกินอย่างอร่อย ก่อนจะเลื่อนสายตามองไป่หลานแล้วชะงักนิ่งไป

    “จริงสิ เจ้ามีความสุขดีฤาไม่ในบ้านของใต้เท้าตงซัน” ไป่หลานยกยิ้มบางเบา

    “มีความสุขมาก ท่านพ่อกับท่านแม่ดีต่อข้าเหมือนกับข้าเป็นลูกสาวคนหนึ่งของท่าน จนข้าเผลอหลงผิด คิดอยากครอบครองท่านพ่อกับท่านแม่แต่ผู้เดียว” หลันฮวาขมวดคิ้วเล็กน้อย

    “ตอนนี้เจ้าก็เป็นลูกคนเดียวของใต้เท้าตงซันอยู่มิใช่ฤา” ไป่หลานส่ายศีรษะไปมา

    “ท่านพ่อกับท่านแม่ยังคงตามหาลูกสาวตัวจริงของเขาตลอดเวลา พวกเขาไม่เคยลืมนาง...และข้าก็เตรียมใจไว้นานแล้วว่า หากเมื่อเวลานั้นมาถึง ข้าก็คงหมดความสำคัญ” หลันฮวาได้ฟังดังนั้น นางจึงเอื้อมมาจับมือไป่หลานไว้แน่นด้วยความจริงใจ

    “ข้าเชื่อว่าหากเวลานั้นมาถึง ครอบครัวของเจ้าจะมีความสุขมากที่สุด เพราะเจ้าเป็นคนดี ใต้เท้าตงซันไม่มีวันลดความสำคัญของเจ้าลง ยิ่งกว่านั้นลูกสาวที่แท้จริงของเขาก็จะต้องรักเจ้ามาก ๆ เช่นกัน” ไป่หลานมองดูแววตาประกายของหลันฮวาด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับคำปลอบใจที่แสนอ่อนโยนนั้น

    “คุณชายซีเหรินช่างโชคดีที่ได้พบกับพี่หลันฮวา ท่านเองก็เป็นคนจิตใจดีเช่นกัน” เมื่อได้ยินไป่หลานพูดเช่นนั้น หลันฮวาจึงยิ้มแหย ๆ เพราะความจริงหาได้เป็นเช่นนั้น หากไป่หลานรู้ความจริงว่านางเป็นขโมยที่เคยออกอาละวาด ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน คงจะผิดหวังในตัวนางอย่างมาก

    “เจ้าดูหญิงผู้นั้นไว้ให้ดี นั่นคือคุณหนูไป่หลานลูกสาวใต้เท้าตงซัน ถ้ามีโอกาสก็ควรไปทำความรู้จักกับนางไว้เสีย หากได้เป็นทองแผ่นเดียวกันกับใต้เท้าตงซันแล้ว เราจะได้มีลู่ทางทำมาหากินได้ง่ายขึ้น” เสียงกระซิบบางเบาจากลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาดังลอดจากด้านหลัง ทำให้หลันฮวาและไป่หลานนิ่งเงียบ

    “ใครว่านางเป็นลูกสาวใต้เท้าตงซัน นางก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่เขาเก็บมาเลี้ยงเท่านั้นล่ะ” หลันฮวาหันมองไป่หลาน ที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด หลังจากได้ยินสองพ่อลูกคุยกันถึงสถานะของนาง

    “เจ้าเอาสิ่งใดมาพูด” ชายชราเอ่ยถามลูกชาย

    “ข้าได้ยินพ่อค้าแม่ค้าแถวนี้พูดกัน ว่านางหาได้เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของใต้เท้าตงซัน เพียงแต่ใต้เท้าตงซันขอนางมาจากคนจรจัดท้ายตลาดนั่น” ไป่หลานนั่งนิ่งกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจไว้ พร้อมกับหลันฮวากำมือแน่น รอฟังสิ่งที่พวกเขาพูดต่อ

    “หากไม่ได้ใต้เท้าตงซันเก็บมา ป่านนี้นางก็คงตายไปแล้ว ฤาไม่ก็เป็นขอทานที่ผู้อื่นรังเกียจ ข้าไม่เอาด้วยหรอก ไม่อยากทำความรู้จักกับนาง” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลนอย่างถึงที่สุด

    “เป็นขอทานแล้วหนักหัวใคร หนักหัวพวกเจ้าฤาไม่” หลันฮวาสุดทน นางลุกขึ้นแล้วมุ่งตรงไปยังทั้งสองด้วยความอาจหาญ พลางมองหน้าชายหนุ่มผู้นั้นอย่างเอาเรื่อง

    “พี่ยู่จิน!” ไป่หลานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบวิ่งเข้ามาดึงมือหลันฮวาไว้ ก่อนที่ชายชราจะหันมองมายังหญิงสาวแล้วขมวดคิ้ว

    “เจ้าเป็นใคร” เขาถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา

    “พวกเจ้าสิเป็นใคร จึงกล้าดูแคลนแม่นางไป่หลานถึงเพียงนั้น” ลูกชายของเขาเบี่ยงตัวเข้ามาหาหลันฮวาด้วยท่าทางไร้สำนึก ก่อนจะเลื่อนสายตาตรงไปยังไป่หลานแล้วถ่มน้ำลายทิ้ง

    “แล้วไง”

    “ขอโทษแม่นางไป่หลาน!”

    “เหตุใดข้าต้องขอโทษนางด้วย ก็นางเป็นกำพร้าจริง ข้าพูดผิดตรงไหน”

    “พี่ยู่จิน ปล่อยพวกเขาไปเถอะ เราไปซื้อของกันต่อเถอะนะ อย่ามีเรื่องเลย” ไป่หลานกระซิบ เมื่อเห็นท่าทางของสองพ่อลูกที่ดูจะไม่ยอมเช่นกัน

    “ไม่..พวกมันต้องขอโทษเจ้า” หลันฮวายืนยัน ก่อนจะหันใบหน้าหวานกลับมายังชายทั้งสองอย่างตั้งมั่น

    “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ขอโทษ” ชายหนุ่มพูดพร้อมเดินเข้ามาหาหลันฮวาอย่างกระชั้นชิด พลันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

    “ท่านพ่อ แต่ข้าชอบแม่นางผู้นี้มากกว่า” เขาพูดพร้อมกับเอื้อมมือมาจับแขนเรียวเล็กของหลันฮวาทันที

    “หากเจ้าอยากให้ข้าขอโทษนาง เจ้าก็รับปากกับข้าสิว่าจะนั่งร่วมโต๊ะอาหารมือนี้กับข้า” สายตาโลมเลียของเขาทำให้ไป่หลานรีบดึงหลันฮวาออกมาทันที พร้อมกับดาบคมวางทาบที่คอของชายหนุ่ม หลันฮวาและไป่หลานเบิกตากว้าง เมื่อหันไปเห็นผู้เป็นเจ้าของดาบที่ว่านั้น

    “คุณชายซีเหริน” หลันฮวาพูดออกมาอย่างบางเบาด้วยความตกใจ

    “ปล่อยนาง หาไม่แล้ว อย่าหวังว่าเจ้าจะมีชีวิตรอด” น้ำเสียงพร้อมกับสายตาเข้มพูดออกมาด้วยความโกรธ ก่อนที่ชายชราจะรีบวิ่งเข้ามาหาลูกชายตัวเอง

    “ปล่อยนาง ปล่อยนางไป” ชายชราทำท่าตกใจแล้วสั่งลูกชายในทันที มือหนาค่อย ๆ คลายเรียวแขนของหลันฮวาออก ก่อนที่หวงซีเหรินจะใช้ดาบกระแทกตัวเขาออกไปซนเซถลาไปชนกับโต๊ะที่ตั้งอยู่บริเวณนั้น

    คล้ายกับเรื่องยาจกเช่นข้าไฉนกล้ารักท่าน ที่คุณอ่าน