บทที่ 24 เื่นี้ใครจะไปเชื่อ
ถึงแม้เยี่ยนลี่เฉิงจะรู้ดีว่าอิงอิงน้อยน่ารัก
แต่ก็นึกไม่ถึงเลยว่าเวลาที่เธอเริ่มอ้อน เธอจะน่ารักนุ่มนิ่มขนาดนี้
อิงอิงน้อยกะพริบตาปริบ ๆ ราวกับดวงตาคู่นั้นพูดได้และกำลังเอ่ย ‘พี่ชายลี่เฉิง ฉันผิดไปแล้ว อย่าโกรธเลยนะ!’
"พี่ชายลี่เฉิง ถ้าฉันจุ๊บพี่ พี่ก็จะไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหมคะ?"
"ใช่ไหมคะ?"
ใน่ที่เยี่ยนลี่เฉิงอยู่ในตระกูลเยี่ยน เขามักจะพบเจอกับเหตุการณ์นี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะเยี่ยนเสี่ยวหรูและเยี่ยนเสียวจื่อน้องสาวแท้ ๆ ก็มักจะอ้อนเขาอยู่เสมอ แต่ไม่มีสักครั้งที่จะเหมือนอิงอิงน้อยในอ้อมแขน เขาไม่เคยใจอ่อน
ผมของเธอค่อนข้างยาว อาจเป็เพราะหลังจากที่สระผมเสร็จและยังไม่ทันได้เป่าผมก็วิ่งออกมาแล้ว
ตอนนี้ผมของเด็กน้อยยุ่งเหยิงเหมือนรังนกสีดำสนิทแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจ ในทางกลับกันมันกลายเป็เื่ตลกเพราะใบหน้าเล็ก ๆ ของฉินอิงอิงและดวงตาองุ่นสีดำสดใสนั่น
น้องสาวคนนี้เผยให้เห็นความไร้เดียงสาและความน่ารักอันเป็เอกลักษณ์ของเด็กอายุสามขวบกว่า และเมื่อเธอแสดงสีหน้าน่าสงสาร เยี่ยนลี่เฉิงก็รู้สึกว่า แม้แต่คุณอาฉินที่ยังต้องถูกคลื่นแห่งความน่ารักนี้โจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เยี่ยนลี่เฉิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกอดน้องสาวในอ้อมแขนเบา ๆ
“พี่ชายลี่เฉิงไม่ได้โกรธอิงอิงน้อย พี่ชายลี่เฉิงโกรธตัวเองที่ประมาทจนทำให้อิงอิงน้อยตกอยู่ในอันตราย”
หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดเื่อะไรขึ้น ขอเพียงแค่มีอิงอิงน้อยอยู่ข้าง ๆ เด็กชายจะไม่ปล่อยให้เธอตกอยู่ในความดูแลของคนอื่นและไม่ปล่อยให้คลาดสายตาอีกเป็อันขาด
พึ่งตัวเองดีกว่าพึ่งคนอื่น!
ประโยคนี้เขาเคยเข้าใจอย่างลึกซึ้งครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่อยู่ในตระกูลเยี่ยน แต่ไม่นึกเลยว่าอีกสองปีต่อมาอิงอิงน้อยจะทำให้เขาเข้าใจมันอีกครั้ง
เยี่ยนลี่เฉิงก้มศีรษะลงและลูบผมที่ยุ่งเหยิงของอิงอิงน้อยเบา ๆ
“หลังจากนี้พี่ชายลี่เฉิงจะต้องปกป้องอิงอิงน้อยอย่างดีแน่นอน”
ฉินอิงอิงรีบเข้าไปกอดเอวของเขาไว้และเอาศีรษะซุกเข้าไปในอ้อมแขน
“อิงงง… ก็จะปกป้องพี่ชายลี่เฉิงเช่นกัน!”
เอ๋!
เธอเกือบจะพูดภาษาเวลาเหล่าวาฬอ้อนกันอีกแล้ว
เมื่อได้ยินประโยคนี้จากอิงอิงน้อย ในใจของเยี่ยนลี่เฉิงก็รู้สึกหวานชื่นราวกับได้ดื่มน้ำผึ้ง
“อื้มม พี่ชายเยี่ยนลี่เฉิงจำคำพูดของอิงอิงน้อยได้”
เมื่อคิดถึงภาพเหตุการณ์หนึ่งรุมสามของน้องสาวในวันนี้ เยี่ยนลี่เฉิงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“อิงอิงน้อย เธอ… เพิ่งจะอายุสามขวบครึ่ง ทำไมถึงมีทักษะการต่อสู้ที่ดีขนาดนี้?”
ฉินอิงอิงไม่คิดที่จะตอบด้วยซ้ำ
“เพราะฉันเริ่มเรียนรู้การล่าสัตว์กับคุณยายและคุณแม่เมื่ออายุได้หนึ่งปีกว่า!”
ครอบครัววาฬของฉินอิงอิงสอนให้เธอทำสิ่งต่าง ๆ ั้แ่ตอนที่เธอเริ่มเดินได้?
ถ้าเรือไม่อับปาง...
เยี่ยนลี่เฉิงกลืนคำถามต่อไปเพราะเกรงว่าคำถามนั้นจะทำให้เด็กน้อยรู้สึกเศร้า
ถึงแม้จะไม่เคยเห็นอิงอิงน้อยร้องไห้ แต่เขาก็รู้ว่าตนเองไม่สามารถทนเห็นน้ำตาของเธอได้
ความรักและความเอาใจใส่ที่เขามอบให้น้องสาวคนนี้มีมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
ตอนนี้เขาอยากจะมอบสิ่งดี ๆ และทุกอย่างในโลกนี้ให้กับอิงอิงน้อย พอมองดูเธอหัวเราะจนตาองุ่นคู่นั้นโค้ง เด็กชายก็รู้สึกราวกับว่าหมอกควันทั้งหมดได้จางหายไป เหลือเพียงดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิและโลกที่แสนสงบสุข
อิงอิงน้อยของเขากล้าหาญกว่าเด็กทุกคนบนโลกนี้ มีทั้งความเรียบง่าย ความยุติธรรม และความจริงใจ
ย่อมได้รับสิ่งตอบแทนที่ดี!
เยี่ยนลี่เฉิงลูบหลังของเด็กน้อยเบา ๆ เตรียมที่จะพูดบางอย่างอีกครั้ง แต่รู้สึกเหมือนมีอะไรกระทบหน้าอกของตนเอง เขาจึงก้มศีรษะมอง ก่อนจะพบว่าอิงอิงน้อยกำลังหลับอยู่ในอ้อมแขน
ท่านอนของเธอดูห้าวผิดกับขนาดตัว ศีรษะน้อย ๆ ทาบอยู่บนหน้าอกเขา ปากเธอเปิดเล็กน้อยและส่งเสียงกรนเบา ๆ ออกมา
เหมือนกับน้ำเสียงของเธอ แม้จะเสียงกรนแต่ก็เป็เสียงกรนที่น่ารักซะจนคนฟังอดยิ้มไม่ได้
เยี่ยนลี่เฉิงเปลี่ยนท่านอนของเด็กน้อยในอ้อมแขนเพื่อให้เธอนอนสบายมากขึ้น รอยยิ้มบนหน้าของเขายังคงมีอยู่ตลอด
เมื่อมองดูผม ยาว ๆ ของฉินอิงอิง เด็กชายทำได้แค่ส่ายหัวและยิ้มออกมา
ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้คงต้องมาตัดผมใหม่อีกครั้ง
เขาเคลื่อนไหวอย่างเบาและนุ่มนวลที่สุดเพื่อพาอิงอิงน้อยกลับไปที่คฤหาสน์ก่อน
ป้าหวงที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาด้วยความรักและเมตตา แต่เธอก็ระวังไม่ทำเสียงดังจนเดินไปนัก
“คุณชายลี่เฉิงรู้จักวิธีการดูแลเด็กผู้หญิงดีจริง ๆ ป้าเกรงว่าจะดูแลเธอได้ไม่ดีเท่าคุณแล้ว”
เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มอย่างอบอุ่น “อนาคตยังอีกไกล ผมจะดูแลฉินอิงอิงเอง”
ป้าหวงหยุดชะงักไป “คะ?”
หลังจากห่มผ้าให้อิงอิงน้อย เยี่ยนลี่เฉิงก็หันหลังและยืนขึ้น
“ผมบอกว่าจะพยายามดูแลอิงอิงน้อยให้ดีที่สุดในอนาคตเพื่อที่ป้าหวงจะได้ไม่เหนื่อยมาก”
ป้าหวงรีบโบกมือ “ไม่ ๆ คุณชายลี่เฉิง อันที่จริงคุณหนูน่ารักน่าเอ็นดูมากแถมยังเข้าใจทุกเื่ เธอก็แค่ชอบเล่นน้ำมากไปหน่อยเท่านั้น”
“ใช่แล้ว! ผมรู้ครับ ผมพูดกับอาฉินอยู่เหมือนกันว่าจะซ่อมสระว่ายน้ำกลางแจ้งหลังสวนดอกไม้ อีกสองวันก็น่าจะเสร็จ ไว้ทำเสร็จแล้วผมจะเล่นน้ำเป็เพื่อนเธอ”
“ผมจะออกไปข้างนอก ฝากป้าหวงดูแลอิงอิงน้อยให้ดีด้วยนะครับ”
“คุณชายลี่เฉิงไม่ต้องกังวลค่ะ”
“ถ้าเธอตื่นแล้ว อย่าลืมว่าจะต้องรีบเตรียมของกินให้เธอ เธอคงจะหิวมาก”
“ได้ค่ะ!”
หลังจากกำชับเสร็จ เยี่ยนลี่เฉิงก็ออกจากห้องนอนและให้คนขับรถไปส่งเขาที่สถานีตำรวจ
เมื่อหัวหน้าตำรวจเห็นว่าเขามาด้วยตัวเองจึงมองไปรอบ ๆ
“น้องสาวของคุณล่ะ?”
เยี่ยนลี่เฉิงแสดงท่าทางที่อบอุ่น เผยรอยยิ้มที่สุขุม
“อิงอิงน้อยเหนื่อยและหลับไปแล้วครับ ผมจึงไม่ได้พาเธอมา เธอเพิ่งจะอายุสามขวบครึ่งมีหลายเื่ที่เธอยังไม่เข้าใจ ผมจึงมาให้การเอง”
หัวหน้าตำรวจเองก็รู้สึกเช่นนั้น
แม้ว่าเด็กหญิงคนนั้นจะดูน่ารักน่าเอ็นดู แต่เหตุการณ์ลักพาตัวในวันนี้เลวร้ายเกินไปจนเธออาจจะรับไม่ไหว
เมื่อลู่ฉี่ิและภรรยาได้ยินว่าผู้มีพระคุณที่ช่วยลูกของพวกเขามาถึงแล้ว ทั้งคู่ก็รีบออกมาจากสำนักงาน
“คุณชายเยี่ยน ขอบคุณครับที่ช่วยลู่ฉีไว้ ”
เยี่ยนลี่เฉิงกลับไม่ยอมรับความดีความชอบ “สวัสดีครับครูใหญ่ลู่ เป็เพราะอิงอิงน้อย น้องสาวของผมสังเกตเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอจึงตามไปด้วยความอยากรู้ ผมสามารถเจอพวกเขาได้ก็เพราะนาฬิกาบอกตำแหน่งที่เธอสวมไว้”
ลู่ฉี่ิมองไปรอบ ๆ แต่ก็เห็นเพียงแค่เยี่ยนลี่เฉิงคนเดียวเท่านั้น
“อย่างนั้น… คุณฉินอิงอิงอยู่ไหนครับ?”
หัวหน้าตำรวจบังเอิญเข้ามาพอดีจึงอธิบายขยายความคำพูดของเยี่ยนลี่เฉิงอีกรอบ
แม้ว่าลู่ฉี่ิและภรรยาของเขาจะเสียใจที่ไม่ได้เห็นเด็กน้อยวัยสามขวบครึ่ง ผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตลูกชาย แต่คน ๆ นี้คือพี่ชายของเธอและเป็คนที่ควรจะต้องขอบคุณอย่างมาก
เมื่อลู่ฉี่ินึกถึงเด็กอายุสามขวบครึ่งที่หัวหน้าตำรวจพูดถึง เขาก็ได้แต่ครุ่นคิด
“คุณชายเยี่ยนครับ ไม่ทราบว่าอิงอิงน้อยเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาลหรือยัง?”
“ยังครับ”
ความกระตือรือร้นบนใบหน้าของลู่ฉี่ิเพิ่มขึ้น “ถ้าหากคุณชายเยี่ยนไม่รังเกียจ อย่างนั้นเมื่อถึงต้นเดือนกันยายน คุณส่งฉินอิงอิงเข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลของพวกเราดีไหมครับ? คุณครูในโรงเรียนของพวกเราเก่งมาก คุณชายเยี่ยนก็น่าจะทราบดี อีกทั้งโรงเรียนยังอยู่ใกล้กับคฤหาสน์และมีชั้นเรียนั้แ่ระดับอนุบาลไปจนถึงมัธยมปลายด้วย”
บนใบหน้าของเยี่ยนลี่เฉิงมีรอยยิ้ม “เมื่อผมกลับไป ผมจะลองพูดกับคุณอาฉินดูครับ”
ลู่ฉี่ิจึงคิดได้ว่า คุณชายเยี่ยนตอนนี้อาศัยอยู่กับฉินอี้หานในตระกูลฉินและได้รับการดูแลจากเขา
“ได้ ๆ ๆ! เมื่อลู่ฉีดีขึ้น ผมจะพาเขาไปที่บ้านเพื่อขอบคุณอย่างแน่นอน!”
เยี่ยนลี่เฉิงยิ้มและไม่ได้พูดอะไร
หลังจากนั้นจึงไปทำการลงบันทึกประจำวัน ความแตกต่างระหว่างคำให้การของเยี่ยนลี่เฉิงกับพี่หลัวคือ พี่หลัวและคนอื่น ๆ บอกว่าฉินอิงอิงมีสภาพร่างกายไม่ปกติ และยังบอกอีกว่าพวกเขาถูกฉินอิงอิงทำร้าย
แต่เยี่ยนลี่เฉิงยืนยันว่าเขาเป็คนลงมือ ตำรวจทุกคนต่างก็เชื่อเด็กชายและเห็นตรงกันว่าควรส่งพี่หลัวและลูกน้องไปตรวจร่างกายที่แผนกจิตเวชก่อน
แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้พวกเขาป่วยทางจิตจริง ๆ เพราะสิ่งที่ตนพวกนี้กระทำนั้นไม่สามารถให้อภัยได้