ในอีกส่วนหนึ่งของตระกูลเอี้ยระหว่างที่รุ่นเยาว์ของตระกูลกำลังทำการฝึฝนอย่างหนักเอี้ยเสวียนในชุดคลุมสีดำคราม เดินก้าวออกมาอย่างสง่างามดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดขาดและลึกลับวันนี้เขายืนอยู่หน้าเหล่าบุตรหลานสายตรงของตระกูลเอี้ยที่มีอายุระหว่าง 25 ถึง 30 ปี จำนวน 20 คนซึ่งถูกคัดเลือกมาอย่างเข้มงวดจากบุตรหลานกว่า 200 คนเพื่อเข้าสู่การคัดเลือกขั้นสูงสุด—การเป็น "เงาของตระกูลเอี้ย"
"พวกเจ้าทั้งหมดที่ยืนอยู่ตรงนี้"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"คือผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมาแล้วอย่างดีที่สุดจากบุตรหลานสายตรงของตระกูลเอี้ยทั้งหมดพวกเจ้าจะได้รับโอกาสครั้งสำคัญในการก้าวเข้าสู่บทบาท 'เงา'ของตระกูล"
เขาหยุดพูดชั่วขณะ กวาดสายตาไปยังใบหน้าของคนทั้ง 20 คน ที่ต่างแสดงความตั้งใจและความกังวลปนเปกัน
"แต่ข้าต้องเตือนพวกเจ้าก่อน"เสียงของเอี้ยเสวียนดังขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางความเงียบสงัดที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ "เงาของตระกูลเอี้ยไม่ใช่เพียงแค่ผู้พิทักษ์ธรรมดาหากแต่เป็นผู้ที่ต้องละทิ้งตัวตนในโลกนี้อย่างสมบูรณ์พวกเจ้าจะหายตัวไปจากสายตาของโลกภายนอก ชื่อเสียง ความรักใคร่และความผูกพันทั้งหมดจะต้องสิ้นสุดลงมีหน้าที่เพียงพิทักษ์และฝึกฝนคนในตระกูลเท่านั้น"
คำพูดนี้ทำให้บรรดาผู้เข้าร่วมการคัดเลือกหลายคนแสดงสีหน้าขึงขังบ้างก็แสดงความหนักแน่น บ้างก็แฝงความลังเลอยู่ในดวงตา
เอี้ยซิงหยู หนุ่มสาวผมยาวที่มีพรสวรรค์ในการใช้ดาบ เอ่ยถาม "คุณชายใหญ่ท่านหมายความว่าเราจะไม่สามารถแต่งงาน มีครอบครัวหรือกลับไปเยี่ยมเยียนพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดได้อีกเลยหรือครับ?"
เอี้ยเสวียนพยักหน้าอย่างเข้มงวด "ถูกต้อง เงาไม่มีตัวตนไม่มีอัตลักษณ์ส่วนบุคคล มีเพียงหน้าที่ต่อตระกูลเท่านั้น"
เอี้ยหลาน หญิงสาวที่เคยเป็นหัวหน้าองค์รักษ์ฝ่ายหญิงก่อนหน้านี้ถามต่อด้วยเสียงสั่นเครือ "แล้วถ้าเราไม่พร้อมที่จะเสียสละถึงขนาดนี้ล่ะครับ?"
"ข้าเข้าใจดี"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง "นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่ง่ายข้าจะให้เวลาพวกเจ้าครึ่งวันในการคิดตัดสินใจ"
“ถ้าเราทุกคนกลายเป็นเงาหมดใครจะเป็นตัวแทนของตระกูลในการติดต่อกับโลกภายนอก?"
หลังจากการพูดคุยกันอย่างจริงจัง เวลาผ่านไปช้าๆความเงียบครอบงำบรรยากาศ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปยังพื้นดินบางคนมีน้ำตาคลออยู่ในดวงตา
"ข้าขอถอนตัว" เสียงของเอี้ยเซียวหนึ่งในผู้เข้าร่วมดังขึ้นเป็นคนแรก "ข้าไม่สามารถละทิ้งครอบครัวได้"
"ข้าก็เช่นกัน" เอี้ยเหวิน พูดตาม"ข้ายังมีภรรยาและลูกน้อยที่ต้องดูแล"
การตัดสินใจของทั้งสองคนเป็นจุดเริ่มต้นของการถอนตัว ต่อมามีอีก 3 คนตัดสินใจถอนตัวเช่นกัน
เอี้ยเสวียนไม่แสดงอาการไม่พอใจใดๆ เพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ"ผู้ใดที่ไม่พร้อม ข้าก็ยินดีให้ถอนตัวและจะใช้วิชาจารึกอักขระลบความทรงจำในช่วงเวลานี้ออกไปเพื่อให้พวกเจ้ากลับไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุข"
ขณะที่ 5 คนแรกกำลังจะออกจากลานฝึก เอี้ยเหยียนจิงก้าวออกมา
"คุณชายใหญ่ ข้าขอเสนอแนวทางใหม่" เขากล่าว"แต่...เมื่อมีเงา ก็ต้องมีแสง"
เอี้ยเสวียนหันมาจับจ้องด้วยสายตาสนใจ "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
"ข้าคิดว่าบางคนควรอยู่ในแสงสว่างเป็นหน้าตาของตระกูลในโลกภายนอกขณะที่บางคนกลายเป็นเงาที่ปกป้องจากเบื้องหลัง" เอี้ยเหยียนจิงอธิบาย"เพื่อให้การปกป้องตระกูลมีความสมดุล"
เสียงหนักแน่นของกลุ่มผู้เข้าร่วมอีก 4 คนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ กันดังขึ้น
เอี้ยเจิ้งหลง หนุ่มน้อยที่เชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยหอก กล่าวว่า"พวกเรายินดีเป็น 'แสง' ให้กับ 'เงา' เพราะบางเรื่องต้องมีคนเสียสละ"
"พวกเราขอเป็นโล่และเป็นดาบที่ไม่สามารถบอกใครได้เพื่อปกป้องตระกูลเอี้ย" เอี้ยซือเฟิงหญิงสาวที่มีฝีมือการใช้เข็มเงินกล่าวเสริม
เอี้ยเสวียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะคำนับทั้ง 15 คนด้วยความเคารพ
"เป็นความคิดที่ดี" เขากล่าว"ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต พวกท่านทั้ง 15 คนจะเป็นผู้เสียสละประจำตระกูลเอี้ย ไม่ว่าจะเป็นเงาหรือแสงก็ตาม"
หลังจากการตัดสินใจของทั้ง 15 คนการฝึกฝนครั้งสำคัญก็เริ่มต้นขึ้นเอี้ยเสวียนนำทุกคนไปยังถ้ำลึกใต้ดินของตระกูลเอี้ยซึ่งมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เขาสร้างขึ้นเป็นเวลานานกว่า 30 ปี
บ่อน้ำนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนส่วนแรกเป็นบ่อน้ำแข็งที่อุณหภูมิต่ำจนเกือบจะเป็นน้ำแข็งผิวน้ำปกคลุมด้วยไอเย็นสีฟ้าอ่อนที่พวยพุ่งขึ้นมาอย่างไม่หยุดกิ่งไผ่และใบไม้ที่อยู่ใกล้เคียงถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งบาง ๆเหมือนกับว่าได้รับการแกะสลักด้วยมือช่างฝีมือสูง
ส่วนที่สองเป็นบ่อน้ำเดือดที่มีอุณหภูมิสูงจนพื้นผิวน้ำเดือดพล่านไม่หยุดไอร้อนสีแดงส้มพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรุนแรง ขอบบ่อถูกสร้างด้วยหินที่ทนความร้อนสูงแต่ก็ยังคงเป็นสีแดงแก่เหมือนถูกเผาจนเร่าร้อน
ส่วนที่สามเป็นบ่อน้ำที่ผสมผสานระหว่างความร้อนและความเย็นผิวน้ำดูเหมือนจะมีการไหลเวียนของสีสันที่แปลกประหลาด บางส่วนเป็นสีน้ำเงินเข้มบางส่วนเป็นสีแดงเข้ม และบางส่วนเป็นสีม่วงที่ผสมผสานกัน
"บ่อน้ำทั้งสามนี้ ข้าใด้จารึกอักขระไฟและน้ำแข็งเอาไว้"เอี้ยเสวียนอธิบาย "บ่อแรกถูกจารึกด้วยอักขระน้ำแข็งหยินบ่อที่สองถูกจารึกด้วยอักขระไฟหยาง และบ่อที่สามเป็นการผสมผสานของทั้งสอง"
เขาชี้ไปยังขอบบ่อที่มีอักขระนับพันตัวจารึกอยู่ด้วยหมึกสีทองและเงิน"อักขระเหล่านี้ไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่เป็นพลังปราณหยินหยางที่ซับซ้อนที่จะปรับปรุงโครงสร้างร่างกายของพวกเจ้าทั้งภายนอกและภายใน"
"นี่คือการเปลี่ยนแปลงร่างกายขั้นต้น"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"พลังหยินหยางจะบีบคั้นร่างกายและจิตใจของพวกเจ้า เหมือนตกนรกทั้งเป็นการเจ็บปวดจะทำให้พวกเจ้าอยากตาย แต่ไม่สามารถตายได้"
เขาสั่งให้ 5 คนแรกลงไปแช่ตัวในบ่อน้ำแข็งก่อน
เอี้ยซิงหยูเป็นคนแรกที่ก้าวลงไป เมื่อเท้าแตะน้ำแข็งเขารู้สึกได้ถึงความเย็นที่เจาะทะลุผ่านหนังและเข้าไปยังกระดูกไม่ใช่แค่ความเย็นธรรมดา แต่เป็นความเย็นที่มีพลังปราณหยินผสมอยู่ด้วย
"อ๊าก!"เขาส่งเสียงครางเจ็บปวดขณะที่ร่างกายจมลงไปในน้ำความเย็นเริ่มแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย เลือดในเส้นเลือดเริ่มหยุดไหลกล้ามเนื้อแข็งเป็นก้อน และความรู้สึกเริ่มหายไป
"ข้า...ข้าจะแข็งตายแล้ว!"เขาพยายามกล่าวแต่เสียงสั่นเครือ
เอี้ยเหยียนจิงที่ลงไปในบ่อเดียวกันพยายามใช้สมาธิควบคุมลมหายใจ"จงใช้จิตใจเป็นเกราะป้องกัน อย่ายอมให้ความเจ็บปวดครอบงำ"
แต่ความเย็นที่เจาะลึกเข้าไปในกระดูกและไขกระดูกทำให้แม้กระทั่งการควบคุมจิตใจก็กลายเป็นเรื่องยากเย็น
หลังจากทนทานความเย็นจัดเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเอี้ยเสวียนสั่งให้ทั้ง 5 คนเปลี่ยนไปยังบ่อน้ำเดือด
การเปลี่ยนจากความเย็นจัดไปสู่ความร้อนจัดอย่างกะทันหันทำให้ร่างกายเกิดช็อกอย่างรุนแรง
เอี้ยเจิ้งหลง คนแรกที่ก้าวลงไปในบ่อน้ำเดือด เพียงแค่เท้าแตะน้ำเขาก็ส่งเสียงกรีดร้องขึ้นมา "อ๊าาาา! ร้อนมาก! ร้อนมาก!"
หนังหุ้มเท้าของเขาเริ่มไหม้และลอกแต่พลังปราณในบ่อน้ำกลับเร่งการสร้างหนังใหม่ขึ้นมาทันทีทำให้เขาต้องประสบกับความเจ็บปวดของการถูกเผาและการฟื้นฟูอย่างไม่รู้จบ
"นี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น"เอี้ยเสวียนกล่าวอย่างเย็นชา"ร่างกายของพวกเจ้าต้องถูกทำลายและสร้างใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะปรับตัวได้"
เอี้ยซือเฟิงที่เป็นหญิงสาวพยายามกัดฟันทนทานแต่ความร้อนที่เจาะลึกเข้าไปในไขกระดูกทำให้เธอแทบจะสิ้นใจ
"ข้า...ข้าทนไม่ไหวแล้ว"เธอกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ
"ทนต่อไป" เอี้ยเสวียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม"นี่เป็นจุดเริ่มต้นเท่านั้น"
ขั้นตอนสุดท้ายของวันแรกคือการลงไปในบ่อน้ำผสมผสานซึ่งมีทั้งความร้อนและความเย็นปะทะกันอย่างรุนแรง
เมื่อเอี้ยซิงหยูลงไปในบ่อนี้ เขารู้สึกได้ถึงความขัดแย้งที่รุนแรงครึ่งหนึ่งของร่างกายรู้สึกเหมือนถูกเผาไหม้ขณะที่อีกครึ่งหนึ่งรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง
"อ๊าก! อ๊าก!"เขาส่งเสียงครางเจ็บปวดอย่างต่อเนื่อง
ความขัดแย้งของพลังหยินหยางทำให้ร่างกายต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพที่ขัดแย้งกันกล้ามเนื้อบางส่วนหดตัว บางส่วนขยายตัว เลือดบางส่วนแข็งตัว บางส่วนเดือดปั่นป่วน
"ข้าเหมือนกับจะแตกออกเป็นสองส่วน!"เอี้ยเจิ้งหลงกรีดร้องขึ้นมา
"นี่คือความรู้สึกของการมีความสมดุลภายในร่างกาย"เอี้ยเสวียนอธิบาย "เมื่อพวกเจ้าปรับตัวได้พวกเจ้าจะสามารถใช้พลังหยินหยางได้อย่างอิสระ"
เวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ ความทรมานค่อย ๆแผ่วเบาลงเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัวได้แต่พวกเขายังคงรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งภายในร่างกาย
หลังจากผ่านการเปลี่ยนแปลงร่างกายขั้นต้นในบ่อน้ำทั้งสามแล้วเอี้ยเสวียนนำทั้ง 15 คนไปยังห้องลับที่ลึกกว่าเดิมซึ่งมีโต๊ะหินขนาดใหญ่ที่ถูกจารึกด้วยอักขระนับหมื่น
"ขั้นตอนต่อไปคือการจารึกอักขระลงในกระดูก ชีพจรและเส้นเลือดของพวกเจ้า" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"นี่คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในของร่างกาย"
เขาหยิบพู่กันสยบฟ้าที่ทำจากขนของสัตว์ป่าหายากขึ้นมาพู่กันนี้เปล่งประกายแสงสีทองและมีพลังปราณเข้มข้นล้อมรอบ
"พู่กันนี้ข้าใช้ความรู้จากการจารึกอักขระและวัสดุที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างมันขึ้นมามันสามารถจารึกอักขระที่ลึกซึ้งที่สุดได้" เขาอธิบาย"แต่ความเจ็บปวดที่พวกเจ้าจะประสบจะเกินกว่าที่เคยผ่านมา"
เอี้ยซิงหยูเป็นคนแรกที่ได้รับการจารึกอักขระเขาต้องนอนราบลงบนโต๊ะหินขณะที่เอี้ยเสวียนใช้พู่กันสยบฟ้าจุ่มหมึกเงินที่ผสมกับเลือดของสัตว์ป่าหายาก
เมื่อพู่กันแตะที่หน้าอกเขารู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่เจาะลึกเข้าไปในกระดูกซี่โครงไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดทางร่างกาย แต่เป็นความเจ็บปวดที่เจาะลึกเข้าไปในวิญญาณ
"อ๊าก! อ๊าก!" เขาส่งเสียงกรีดร้องพยายามขยับตัว แต่พลังปราณจากโต๊ะหินทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้
"อย่าขยับ" เอี้ยเสวียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม"ถ้าอักขระไม่ตรง ข้าจะต้องเริ่มใหม่"
พู่กันเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และแม่นยำจารึกอักขระที่ซับซ้อนลงไปในกระดูกซี่โครง กระดูกต้นขา กระดูกแขนและกระดูกกะโหลกศีรษะ
"ข้า...ข้าไม่คิดว่าจะเจ็บปวดขนาดนี้..." เอี้ยซิงหยูพูดด้วยเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาโดยไม่สามารถควบคุมได้
"นี่คือการสร้างเส้นทางใหม่ให้กับชีวิตของพวกเจ้า"เอี้ยเสวียนกล่าวอย่างเคร่งขรึม "หากไม่ผ่านขั้นตอนนี้พลังที่แท้จริงจะไม่เกิดขึ้น อักขระเหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายทำให้พวกเจ้าสามารถใช้พลังปราณได้อย่างอิสระ"
หลังจากเสร็จสิ้นการจารึกในกระดูกแล้วเอี้ยเสวียนเปลี่ยนไปใช้พู่กันขนาดเล็กที่ละเอียดกว่าเพื่อจารึกอักขระในชีพจรที่ไหลไปตามร่างกาย
"ขั้นตอนนี้อันตรายที่สุด" เขาเตือน"ชีพจรเปรียบเสมือนแม่น้ำของชีวิต ถ้าจารึกผิดพลาด พวกเจ้าอาจจะตายได้"
เมื่อพู่กันเล็กแตะที่จุดชีพจรที่ข้อมือ เอี้ยซิงหยูรู้สึกได้ถึงกระแสไฟฟ้าที่เจาะลึกเข้าไปในเส้นเลือดและแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย
"อ๊าก! มันเหมือนสายฟ้าผ่า!"เขากรีดร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดที่ไม่เคยประสบมาก่อน
เอี้ยเสวียนต้องใช้ความเข้มข้นสูงสุดในการจารึกเพราะชีพจรมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาพู่กันต้องเคลื่อนไหวไปตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
"หายใจให้สม่ำเสมอ" เขาสั่ง"ถ้าจังหวะหัวใจผิดปกติ อักขระจะเสียหาย"
ขั้นตอนสุดท้ายคือการจารึกอักขระในเส้นเลือดใหญ่เอี้ยเสวียนต้องใช้พู่กันพิเศษที่ทำจากขนของพญาวานรต้าเสี่ยและของจิ้งจอกเก้าหางไป๋เจ๋อที่สามารถเจาะลึกเข้าไปในเส้นเลือดได้โดยไม่ทำลายผนังเส้นเลือด
"ขั้นตอนนี้จะทำให้พวกเจ้ารู้สึกเหมือนเลือดในร่างกายเป็นไฟ"เขากล่าว "แต่นี่คือขั้นตอนสุดท้าย"
เมื่อพู่กันเจาะลึกเข้าไปในเส้นเลือดที่คอ เอี้ยซิงหยูรู้สึกได้ถึงความร้อนที่เผาไหม้ไหลไปตามเส้นเลือดทุกเส้น
"อ๊าก! อ๊าก! เลือดข้าเป็นไฟแล้ว!"เขากรีดร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดที่สูงสุด
หลังจากการจารึกอักขระเสร็จสิ้นเอี้ยเสวียนเริ่มสอนการควบคุมพลังปราณให้กับทั้ง 15 คน ขณะที่พวกเขายังคงต้องทนทานความเจ็บปวดจากการจารึกอักขระ
"อักขระที่จารึกในร่างกายของพวกเจ้าจะช่วยให้การไหลเวียนของพลังปราณมีประสิทธิภาพมากขึ้น"เขาอธิบาย "แต่พวกเจ้าต้องเรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างถูกต้อง"
เขาสาธิตการใช้พลังปราณโดยการยกหินขนาดใหญ่ขึ้นมาด้วยเพียงการชี้นิ้ว
"พลังปราณไม่ใช่แค่พลังงานแต่เป็นการสื่อสารกับธรรมชาติ" เขากล่าว"พวกเจ้าต้องเข้าใจจังหวะของฟ้าดิน"
เอี้ยเหยียนจิงที่เชี่ยวชาญการจารึกอักขระถามขึ้นมา "คุณชายใหญ่แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราใช้พลังปราณถูกต้อง?"
"เมื่อพวกเจ้าใช้ถูกต้องพวกเจ้าจะไม่รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า" เอี้ยเสวียนตอบ"พลังปราณจะไหลเวียนไปตามอักขระในร่างกายอย่างธรรมชาติ"
เอี้ยเสวียนนำทั้ง 15 คนไปยังห้องเรียนที่มีพื้นผิวทำจากหินอ่อนสีดำที่สามารถจารึกอักขระได้โดยไม่ถูกทำลาย
"การจารึกอักขระค่ายกลไม่ใช่แค่การเขียนสัญลักษณ์"เขาเริ่มสอน "แต่เป็นการสื่อสารกับพลังแห่งธรรมชาติ"
เขาสาธิตการจารึกอักขระป้องกันที่ซับซ้อน ที่ประกอบด้วยอักขระเล็กกว่า200 ตัว
"อักขระแต่ละตัวมีความหมายและหน้าที่ของมันเอง"เขาอธิบาย "เมื่อรวมกันจะสร้างเป็นค่ายกลที่มีพลังมหาศาล"
เอี้ยเจิ้งหลงพยายามจารึกอักขระตาม แต่พลังปราณของเขายังไม่สมดุลทำให้อักขระแตกและระเบิดเป็นประกายไฟ
"อย่าใจร้อน" เอี้ยเสวียนกล่าว"การจารึกอักขระต้องใช้จิตใจที่สงบ"
สำหรับการฝึกฝนการต่อสู้เอี้ยเสวียนใช้วิธีการที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละคน
"แต่ละคนมีความสามารถพิเศษของตนเอง" เขากล่าว"ข้าจะฝึกพวกเจ้าให้เป็นผู้เชี่ยวชาญในสิ่งที่พวกเจ้าถนัด"
สำหรับเอี้ยซิงหยูที่ชำนาญการใช้ดาบ เอี้ยเสวียนสอนวิชาดาบฟ้าผ่าที่สามารถปล่อยพลังปราณออกมาเป็นใบมีดพลังงาน
สำหรับเอี้ยเจิ้งหลงที่ชำนาญการใช้หอกเขาสอนวิชาหอกเจาะฟ้าที่สามารถเจาะทะลุผ่านค่ายกลป้องกันได้
สำหรับเอี้ยซือเฟิงที่ชำนาญการใช้เข็มเงินเขาสอนวิชาเข็มเงินแฝงร่างที่สามารถซ่อนเข็มเงินในเงาและโจมตีจากมุมที่ไม่คาดคิด
หลังจากการฝึกฝนที่หนักหน่วงตลอดวัน ทั้ง 15 คนมักจะรวมตัวกันในยามค่ำคืน เพื่อแบ่งปันความรู้สึกและประสบการณ์
"ข้ารู้สึกเหมือนถูกล้างสมองแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกแข็งแกร่งขึ้น" เอี้ยซิงหยูพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"เหมือนกับว่าข้าเป็นคนละคนไปแล้ว"
"ข้าเองก็กลัว" เอี้ยเหวินซ่งกล่าวเสริม"แต่ถ้าไม่กล้าเผชิญหน้า ก็ไม่มีทางก้าวหน้าได้นี่คือเส้นทางที่เราเลือกแล้ว"
เอี้ยเหยียนจิงที่นิ่งสงบมากที่สุดกล่าวขึ้นมา"ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณชายใหญ่ถึงเตือนเราถึงการเสียสละการเป็นเงาหรือแสงของตระกูล ไม่ใช่เรื่องง่าย"
"พวกเราคือเงาและแสงของตระกูลเอี้ย"เอี้ยเจิ้งหลงกล่าว "เราต้องเสียสละเพื่อปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุด"
เอี้ยซือเฟิงที่เป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มแสดงความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่า
"ข้าเคยคิดว่าการเป็นหญิงในตระกูลนักรบจะเป็นอุปสรรค"เธอกล่าว "แต่ตอนนี้ข้ารู้สึกว่าเพศไม่สำคัญเลยสิ่งที่สำคัญคือจิตใจที่พร้อมเสียสละ"
"ข้าเห็นด้วย" เอี้ยซิงหยูกล่าว"ความเจ็บปวดที่เราผ่านมาทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่จิตใจด้วย"
เอี้ยเสวียนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงาฟังการสนทนาของทั้ง 15 คนด้วยความพอใจ
เขาก้าวออกมาจากเงาและกล่าวว่า"นี่คือจิตวิญญาณของนักรบที่แท้จริงการที่พวกเจ้าสามารถหาความหมายในความทรมานและเห็นความสำคัญของการเสียสละแสดงว่าพวกเจ้าพร้อมแล้ว"
"พร้อมสำหรับอะไรครับ คุณชายใหญ่?" เอี้ยเหยียนจิงถาม
"พร้อมที่จะเป็นผู้ปกป้องที่แท้จริงของตระกูลเอี้ย"เอี้ยเสวียนตอบ "ไม่ว่าจะเป็นเงาที่ซ่อนอยู่ในความมืดหรือแสงที่ส่องสว่างในโลกภายนอก"
หลังจากการฝึกฝนมาเป็นเวลา 3 เดือนซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่บรรดาบุตรหลานรุ่นเยาว์ของตระกูลเอี้ยได้ผ่านการทดสอบเอี้ยเสวียนจัดการทดสอบขั้นสูงสุดขึ้น
"วันนี้พวกเจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้จริง"เขาประกาศ "ข้าจะใช้พลังปราณสร้างศัตรูเงาที่มีความแข็งแกร่งเท่ากับนักรบระดับสูง"
เขาจารึกอักขระยักษ์ขนาดใหญ่ลงบนพื้นลานทำให้เกิดร่างเงาสูงใหญ่ที่เคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์
"นี่คือการทดสอบที่แท้จริง" เขากล่าว"ถ้าพวกเจ้าไม่สามารถเอาชนะศัตรูเงาได้ แสดงว่าพวกเจ้ายังไม่พร้อม"
เอี้ยซิงหยูเป็นคนแรกที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูเงาเขาใช้วิชาดาบฟ้าผ่าที่เพิ่งฝึกมา
"ไป!" เขาตะโกนและฟาดดาบลงไปแสงสีฟ้าอ่อนพุ่งออกมาจากใบดาบ
แต่ศัตรูเงาหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วและโจมตีกลับด้วยความเร็วสูง
"ไม่พอ!" เอี้ยเสวียนตะโกน"ใช้พลังปราณที่จารึกในกระดูก!"
เอี้ยชิงหยูปิดตาและรวมพลังปราณจากอักขระที่จารึกไว้ในกระดูกซี่โครงพลังที่เข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่าพุ่งออกมา
"ดาบฟ้าผ่าแสงทอง!"เขาตะโกนและฟาดดาบอีกครั้ง
ครั้งนี้แสงสีทองพุ่งออกมาจากดาบและตัดศัตรูเงาเป็นสองท่อน
หลังจากที่ทั้ง 15 คนผ่านการทดสอบได้ทั้งหมดเอี้ยเสวียนยิ้มด้วยความพอใจ
"ตอนนี้พวกเจ้าพร้อมแล้ว" เขากล่าว"พวกเจ้าได้กลายเป็นเงาและแสงที่แท้จริงของตระกูลเอี้ย"
"ขอบคุณคุณชายใหญ่" ทั้ง 15 คนกล่าวพร้อมกันและคำนับด้วยความเคารพ
"จากนี้ไป"เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม"พวกเจ้าจะเป็นผู้ปกป้องตระกูลเอี้ยในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องจากเงา หรือการเป็นตัวแทนในแสงสว่าง"
การคัดเลือกเงาและแสงแห่งตระกูลเอี้ยเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของทั้ง15 คนพวกเขาได้ผ่านการทดสอบที่ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจและได้เรียนรู้ความหมายที่แท้จริงของการเสียสละ
การฝึกฝนที่โหดร้ายในบ่อน้ำทั้งสามการจารึกอักขระที่เจ็บปวดจนแทบสิ้นใจ และการเรียนรู้วิชาการต่อสู้ขั้นสูงล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนักรบที่แท้จริง
จากนี้ไป พวกเขาจะเป็นผู้ปกป้องตระกูลเอี้ยในรูปแบบที่แตกต่างกันบางคนจะเป็นเงาที่ซ่อนอยู่ในความมืด บางคนจะเป็นแสงที่ส่องสว่างในโลกภายนอกแต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน คือการปกป้องตระกูลเอี้ยด้วยชีวิตและจิตใจ
การเสียสละที่พวกเขาได้ทำจะกลายเป็นรากฐานของความแข็งแกร่งของตระกูลเอี้ยในอนาคตและความผูกพันที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาจะเป็นพลังที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้
นี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานเงาและแสงแห่งตระกูลเอี้ยที่จะเป็นที่จดจำไปตลอดกาล