ห่างออกไปจากเมืองหลวงซึ่งเป็ที่ตั้งพระราชวังของกษัตริย์บลูสกายประมาณสามร้อยกิโลเมตร มีเมืองท่าแห่งหนึ่งซึ่งติดชายทะเล ชื่อว่าเมืองบลูฟิช ปกครองโดยขุนนางยศมาเกรฟ (Margrave) ชื่อโคลสัน วัลไคเรีย เ้าเมืองคนนี้เป็พี่ของซาร่า มารดาของแอนนา เขามีศักดิ์เป็ลุงของเธอ
เมืองบลูฟิช คืออดีตอาณาจักรวัลไคเรียที่ยิ่งใหญ่ ร่ำรวยด้วยสินค้าจากทางทะเลและการติดต่อค้าขายกับอาณาจักรต่างทวีป อาณาจักรนี้เด่นเื่การค้าขาย ส่งออกอาหารทะเลและเกลือให้กับทวีปไกอา จึงทำให้อาณาจักรนี้มีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล ประชาชนไม่อดอยากอยู่อย่างสุขสบาย
และเพราะอาณาจักรวัลไคเรียอยู่อย่างสงบสุขและสุขสบายมานานเกินไป ทางด้านกองกำลังทหารจึงอ่อนแอ เป็เหตุให้อาณาจักรบลูสกายซึ่งกระหายอำนาจและการรวมแผ่นดินเข้ายึดครองในที่สุด
อาณาจักรบลูสกายซึ่งไม่มีทางออกทางทะเล ได้อาณาจักรนี้เพื่อหวังผลประโยชน์จากการเดินเรือและการส่งสินค้าหายากทั้งหมด เหล่าพ่อค้านายทุนของวัลไคเรียถูกสังหารจนสิ้น พ่อค้าและขุนนางสายการตลาดของบลูสกายถูกส่งไปปกครองแทน ทำให้ใน่แรกของการยึดครองมีการก่อจราจล และการก่อฏจนบ้านเมืองวุ่นวายลุกเป็ไฟ ทำให้อาณาจักรบลูสกายปราบปรามการก่อจราจล ด้วยการสังหารคนของวัลไคเรียราวกับผักปลา
ดังนั้นเพื่อลดปัญหาความวุ่นวาย าาแห่งอาณาจักรวัลไคเรียในสมัยนั้น จึงยื่นข้อเสนอต่อบลูสกาย ว่าจะสละสิทธิในบัลลังค์ เหลือเพียงเ้าเมืองปกครองเมืองท่า และจะส่งเชื้อสายของตนไปเป็ตัวประกัน เพื่อแลกกับประชาชนของวัลไคเรียยังได้สิทธิเดินเรือและส่งออกสินค้าทะเลดังเดิม าาแห่งวัลไคเรียไม่้าให้คนของตนต้องาเ็ล้มตายมากไปกว่านี้แล้ว
าาแห่งบลูสกายรับข้อเสนอ ั้แ่นั้นเป็ต้นมา ยศาาของวัลไคเรีย จึงโดนลดชั้นเหลือแค่เพียงตำแหน่งมาเกรฟ ซึ่งเป็ตำแหน่งขุนนางที่ด้อยกว่าดยุค (Duke) หนึ่งขั้น อาณาจักรวัลไคเรียโดนแบ่งออกเป็ห้าส่วน ปกครองโดยมาเกรฟหนึ่งคน และเคาท์ (count) อีกสี่คนที่มาจากบลูสกาย
าาแห่งบลูสกายได้แต่งตั้งคนของตนไปปกครองสี่ส่วนในอาณาจักรวัลไคเรีย เหลือส่วนสุดท้ายที่ติดชายทะเล ที่ราชวงศ์วัลไคเรียร้องขอในการปกครองส่วนนี้
โดยสี่ส่วนที่โดนปกครองโดยท่านเคาท์ของบลูสกาย มีการเทครัวนำประชาชนของวัลไคเรียไปอยู่อาณาจักรบลูสกายเพื่อกลืนชาติพันธุ์ และส่งชาวบ้านหรือทาสในบลูสกายมาอยู่แทนที่ เป็การป้องกันอาณาจักรวัลไคเรียฟื้นตัวอย่างถาวร
เพราะเหตุนี้เอง แอนนาจึงมีสถาณะด้อยกว่าอิกนิสและแพทริค ถึงแม้เธอจะเป็เ้าหญิงของบลูสกายเหมือนกัน เนื่องจากเธอมีสายเืของเมืองขึ้นอย่างวัลไคเรียนั่นเอง
………………………………….
“ถึงแล้วสินะ เมืองที่จะเกิดปัญหาถูกหายนะสีดำรุกรานในอีกไม่กี่วัน”
แลนซ์กล่าวขณะมองทิวทัศน์ของเมืองบลูฟิชจากบนท้องฟ้า มันเป็เมืองท่าที่สงบสุข มีสายลมทะเลพัดผ่านตลอด อาคารบ้านเรือนนั้นเป็อิฐและไม้ทาสีขาวปลอดโปร่งดูน่าอยู่อาศัย เช่นเดียวกับถนนในเมือง ลานกว้างนั้นตากปลาหรือหมึกแห้งเป็ระยะทางยาวสุดสายตา เมื่อมองไปไกลจะเห็นเรือตกปลาจอดเรียงกันตรงชายทะเล
ถึงแม้เมืองนี้จะไกลจากบลูสกายถึงสามร้อยกิโล แต่ด้วยความสามารถของแลนซ์ซึ่งใช้พลังจิตในการควบคุมมวลและแรงของสสารได้ ทำให้เขาสามารถบินด้วยความเร็วเหนือเสียง ดังนั้นระยะทางสามร้อยกิโลจึงไม่เกินความสามารถของแลนซ์
แลนซ์ค่อยๆบินจอดลงตรงชายป่า ก่อนจะเดินไปต่อแถวเข้าเมืองเหมือนชาวบ้านคนอื่นๆเพื่อจ่ายค่าผ่านทาง
อันที่จริงเขาสามารถเลี่ยงการจ่ายค่าผ่านทางได้ แต่ครั้งนี้เขาจำเป็ต้องจ่าย เพราะเขาจะมาทำป้ายฐานะ
แลนซ์กะว่าหลังจากเขาปราบปรามหายนะสีดำทั้งหมดสิบสองจุด ที่จะเกิดขึ้นที่ทวีปไกอา เขาจะเดินทางไปใช้ชีวิตที่ทวีปแอตลาสซึ่งมีกิลด์นักผจญภัยอยู่ เขาสามารถทำรายได้จากที่นั่น แต่ทว่าก่อนหน้านั้นเขาต้องมีป้ายฐานะก่อน เพราะป้ายฐานะเปรียบเสมือนบัตรประชาชนและหนังสือเดินทาง มันเป็มาตรฐานที่ใช้กันทั่วทั้งโลกนี้
“ไม่มีป้ายฐานะหรือ” ทหารยามกล่าวอย่างเป็กันเอง “โจรป่าดักปล้นละสิท่า ค่าผ่านทางเพิ่มจากหนึ่งเหรียญทองแดงเป็สามสิบเหรียญทองแดง เตรียมเอกสารการทำบัตรใหม่ให้พร้อมด้วยล่ะ”
เป็ธรรมดาที่เวลาชาวบ้านถูกโจรปล้นจะโดนปล้นป้ายฐานะไปด้วย เพราะป้ายฐานะนั้นมีมูลค่าในตัวเอง สามารถนำไปหลอมใหม่ได้ หรือขายให้ตลาดมืดเพื่อปลอมฐานะก็ยังได้
โดยป้ายฐานะของสามัญชนจะทำมาจากทองแดงแท้ๆ ขุนนางจะทำจากเงินแท้ ส่วนราชวงศ์ จะทำมาจากทองคำ ทองคำขาว หรือหยกแท้ แล้วแต่ราชวงศ์ของแต่ละอาณาจักรว่าจะใช้อันไหน กรณีของทวีปไกอาที่แลนซ์อยู่ ราชวงศ์จะใช้ป้ายทองคำขาวกัน
และนอกจากนี้ ยังมีป้ายฐานะพิเศษอีก คือป้ายฐานะหิน ที่ทาสจะใช้กัน กับป้ายฐานะผสมเพื่อบ่งบอกการเลื่อนฐานะ เช่นป้ายทองแดงกรอบเงินและกรอบทอง หมายถึงการทำงานภายในวัง หรือเป็ผู้ติดตามเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูง เป็ต้น
ซึ่งกรอบเงินหรือทองที่ครอบป้ายอีกทีนั้น นอกจากสามัญชนจะใช้ได้แล้ว พวกทาสเองก็มีสิทธิใช้กรอบด้วย เพราะทาสบางคนถูกซื้อตัวโดยขุนนางหรือเชื้อพระวงศ์ให้มาทำงานกับตน แน่นอนว่าทาสที่มีกรอบเงินหรือทองล้อมป้ายบางคน จะได้รับการปฏิบัติดีกว่าป้ายทองแดงของสามัญชนเสียอีก
“ผมไม่มีเอกสารสักอย่างเลยน่ะครับ” แลนซ์กล่าว “ก่อนเดินทางมาถึงที่นี่เจอมอนสเตอร์ประหลาดสีดำไล่ล่าเอาชีวิตน่ะครับ มันกินม้าและรถม้าผมไปแทน ผมเลยรอดตาย”
“มอนสเตอร์สีดำ จริงหรือไอ้หนู อย่าพูดมั่วๆนะ” ทหารยามกล่าวเสียงเครียด เขารู้ว่ามันหมายถึงอะไร มอนสเตอร์สีดำมีเพียงอย่างเดียว นั่นคือหายนะสีดำที่ยากจะต้านทานนั่นเอง
“เด็กคนนั้นพูดความจริงเ้าค่ะ” หญิงสาวสูงวัยคนหนึ่งซึ่งอยู่แถวหลังสุดกล่าวสะอื้นไห้ “ข้ามาขอร้องให้ท่านเ้าเมืองช่วย ไอ้ปีศาจงูสีดำมันลากรถม้าลูกสาวข้าไปเมื่อวันก่อน ข้าพึ่งมาถึงเหมือนกัน ฮือๆๆๆ”
“ข้าก็ด้วย” ชายคนหนึ่งกล่าว “ข้าเป็นักบวชจากศาสนจักร พวกเราถูกโจมตีตอนเดินทางมา รีบไปแจ้งท่านโคลสันให้ช่วยเหลือพวกเราด้วยเถอะ ท่านอาร์คบิชอปไอช่ากับจอมเวทคุ้มกันกำลังต่อสู้กับมันอยู่”
แลนซ์กำหมัดแน่น เขาอุตส่าห์คิดว่าตัวเองมาไวก่อนเื่จะเกิดแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเขาจะมาช้าไป หายนะสีดำของที่นี่อยู่มานานก่อนที่เขาจะถูกอัญเชิญมา จนมันก่อรูปร่างเป็ตัวเป็ตนแล้ว
“เราจะรีบไปแจ้งเ้าเมือง” ทหารยามกล่าว “ส่วนคนที่บัตรหายไม่ว่ายังไงก็ต้องซักประวัติอย่างละเอียดเพื่อกันการสวมรอย ขอให้เข้าใจด้วย”
ด้วยความที่มีเหตุการณ์เร่งด่วนอย่างหายนะสีดำปรากฏที่เมืองบลูฟิช แลนซ์จึงไม่มีเวลาทำป้ายฐานะ เขาคิดว่าการช่วยคนสำคัญกว่า หากรอทำป้ายเขาจะต้องตอบคำถามยืดยาว ถึงเวลานั้นอาจมีคนตายไปแล้ว
แลนซ์เดินออกไปข้างกำแพงเมืองในจุดลับตาคน ก่อนที่เขาจะบินออกไปทันที
ป่าทึบทอดยาวสามกิโล ซึ่งซ้อนทับกับเส้นทางรถม้าก่อนถึงเมืองบลูฟิช คือที่อยู่ของเ้าหายนะสีดำรูปร่างงู แลนซ์มองจากบนอากาศเพื่อหามัน แน่นอนว่าการหาตัวหายนะสีดำนั้นไม่ยากเย็นอะไร ออกจะสังเกตุง่ายด้วยซ้ำ
ไม่ไกลจากสายตาของแลนซ์ มีต้นไม้ยืนต้นตายจำนวนมากตรงป่าทึบข้างถนน บ่งบอกว่าหายนะสีดำอยู่บริเวณนั้น
แลนซ์รีบบินไปทันที เมื่อมองไปเบื้องล่างเขาพบกลุ่มจอมเวทจำนวนสิบห้าคนปกป้องรถม้าสีเงินเอาไว้ด้วยเวทกำแพงดิน ในขณะที่จอมเวทบางส่วนร่ายเวทดินอัดกระแทกเ้าหายนะสีดำรูปร่างงูสูงยาวกว่าสิบห้าเมตร
คนบนโลกนี้เรียนรู้ว่าการใช้เวทมนตร์โดยตรงจะถูกหายนะสีดำดูดเป็พลังเสียเอง จอมเวทในยุคสมัยนี้จึงนิยมเวทธาตุดิน โดยพวกเขาจะเสกก้อนดินหรือแท่งเหล็กขึ้นมาเพื่อโจมตี
เวทธาตุดินมีข้อดีที่แตกต่างจากเวทธาตุอื่น คือก้อนดินจะยังคงสภาพเดิมอยู่แม้ว่าจะเลิกจ่ายมานาให้มัน ต่างจากเวทธาตุไฟ สายฟ้า หรือน้ำที่จะสลายหรือซึมลงดินไปทันทีหากไม่ควบคุม
หลังจากจอมเวทสร้างก้อนดินหรือแท่งเหล็กแหลม เขาก็จะใช้เวทลมควบคุมยกก้อนดินหรือเหล็กลอยขึ้น แล้วขว้างใส่หายนะสีดำเพื่อสร้างความเสียหาย แน่นอนว่าขั้นตอนโจมตีนั้นยุ่งยาก แต่นี่เป็วิธีเดียวที่จอมเวทจะต่อสู้กับหายนะสีดำได้
แลนซ์ตั้งใจจะลอยตัวอยู่ห่างๆ และแอบเสริมพลังให้จอมเวทจนเอาชนะงู แต่ทว่าจู่ๆเขาก็พบว่ามีงูหายนะสีดำอีกตัวกำลังมาสมทบพวกของมัน เป้าหมายของมันคือรถม้าสีเงิน
เ้างูหายนะพุ่งกระแทกรถม้าจนบุบ แลนซ์เห็นหญิงสาวอายุประมาณสิบเจ็ดปี ในชุดนักบวชสีแดงะโออกมาทัน เธอมีผมสีเงิน และดวงตาสีม่วงชวนหลงใหล
“ท่านอาร์คบิชอปไอช่า” จอมเวทคนหนึ่งะโ “คุ้มกันท่านอาร์คบิชอปโดยด่วน”
เ้างูที่มาสมทบขู่คำรามลั่น ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่นักบวชหญิง เธอร่ายเวทบาเรียแสงป้องกันตัวตามสัญชาตญาณ และหลับตาเตรียมรับแรงกระแทกอย่างหนักหน่วง
แต่ทว่าไม่มีแรงกระแทกตามที่เธอคิด เ้างูหายนะสีดำชักเกร็งก่อนที่หัวของมันจะหล่นลงไปกองกับพื้นเมื่อกระแทกกับบาเรียของเธอ เืที่หัวของมันไหลทะลักออกมา ดูเหมือนมันจะสิ้นใจไปแล้ว
“อะไรกัน” อาร์คบิชอปไอช่ารู้สึกว่าบาเรียเวทของเธอนั้นไม่ได้เป็ของเธออีกต่อไป มันมีพลังที่แกร่งยิ่งกว่าห่อหุ้มอยู่ เป็พลังอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เวทมนตร์ ทำให้บาเรียของเธอแข็งแกร่งทวีคูณนับพันเท่า
ยังเหลืองูหายนะอีกตัว มันคำรามลั่นพลางเงยหน้าขึ้นไปข้างบน มันรู้ว่าคนที่ลงมือคือแลนซ์ ซึ่งกำลังบินอยู่บนท้องฟ้า
เหล่าจอมเวทและไอช่าเองก็เงยมองตามเช่นกัน เนื่องจากแลนซ์ลอยตัวอยู่ตรงทิศทางเดียวกับดวงอาทิตย์ จึงทำให้ทุกคนต้องมองย้อนแสง เห็นหน้าของแลนซ์ไม่ชัดเจนนัก
“พวกคนของศาสนจักรหรือ” แลนซ์กล่าวพลางฉีกยิ้ม “ได้โอกาสสร้างบุญคุณซะแล้วสิ แบบนี้ป้ายฐานะคงไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป”
เขากล่าวก่อนจะร่ายเวทบอลแสงของตัวเองออกมา และเสริมพลังใส่มันนับพันเท่า แล้วสั่งให้บอลแสงพุ่งกระแทกกับงูหายนะทันที
แรงกระแทกของบอลเวททำเครื่องในของเ้างูหายนะแตกกระจาย ก่อนที่มันจะได้ทันดูดพลังเวทของแลนซ์เข้าร่างตัวเอง มันดิ้นทุรนทุรายชั่วครู่ ก่อนจะสิ้นใจในที่สุด
“คุณเป็ใครกัน” ไอช่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย ขณะที่แลนซ์บินลงมาเหยียบพื้น
“ก็แค่จอมเวทที่ผ่านมาก็เท่านั้นแหละครับ” แลนซ์กล่าวพลางส่งยิ้มให้ “ยินดีที่คุณปลอดภัยนะครับ คุณผู้หญิง”