บทที่9.5
วันที่ดอกไม้เดินทาง
ความเร็วในขณะนี้น่าจะอยู่ที่120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง...
มือขวาของชายหนุ่มคนหนึ่งยังบิดคันเร่งให้เครื่องยนต์แผดเสียงร้องตาเหลือบมองดูมาตรวัดความเร็วของรถจักรยานยนต์ที่กำลังขับอยู่ก่อนจะสำรวจช่อดอกไม้ที่เพิ่งซื้อมาจากร้านในเมืองที่ซุกไว้ในเสื้อหนังสีดำดอกทิวลิปสีเหลืองที่หมายถึงความสดใส
หมวกนิรภัยทำให้แสงแดดและลมไม่มารบกวนการมองเห็นตอนนี้ข้างทางคือท้องทะเลและเกลียวคลื่น ไอเค็มสวนทางเข้าปะทะร่าง เสื้อหนังสีดำกับกางเกงยีนส์ช่วยป้องกันไอเค็มที่ว่าร่วมทั้งลมและเศษผงที่ลอยเข้าปะทะ ในช่วงเช้าตรู่เขาโดยสารเครื่องบินเที่ยวแรกจากเมืองหลวงเพื่อมุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้มุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานพังงาที่ตั้งขึ้นมาไม่นานนักจังหวัดที่เพื่อนของเขาอาศัยอยู่
“ถ้านิกกี้ไม่ห้ามไว้เราน่าจะชวนเจ้าแทนมาด้วย” เขาพูดขณะใช้มือขวาบิดคันเร่ง “ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่อยากเจอพวกเรา” ชายหนุ่มว่า
ที่เขามาถึงที่นี่ก็เพราะได้คุยกับหญิงสาวคนที่ว่าหลายต่อหลายรอบรบเร้าจนเธอใจอ่อน และเมื่อเขามาถึงที่สนามบิน ก็จัดการไปรับรถคันนี้ที่ติดต่อขอเช่าไว้ตั้งแต่ก่อนออกจากกรุงเทพทันทีมันพาเขาออกจากสนามบินมาจนกระทั่งตอนนี้อีกไม่ไกลก็จะถึงจุดหมายของการเดินทางบ้านหลังหนึ่งที่หันหน้าออกสู่ทะเล สถานที่ซึ่งเพื่อนของเขาใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่พักผ่อนเข้าเล่นเกมและไปพบพวกเพื่อนๆ ที่ออนไลน์ด้วยกัน นิกกี้อยู่ที่นั่น...
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นชายหนุ่มเบี่ยงรถจักรยานยนต์ออกทางซ้ายก่อนจะจอดรถและถอดหมวกนิรภัยที่สวมใส่อยู่ออก สายลมพัดมาผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไหวเขาเปิดดูโทรศัพท์ทันที เมื่อเห็นชื่อหนึ่งเขาก็รับสายอย่างรวดเร็ว
“ว่าไงแทน” เขาทักเสียงระรื่น “อ้อ...ฉันใกล้ถึงบ้านนิกกี้แล้วล่ะถ้ายังไงเดี๋ยวเล่าให้ฟัง” เขากรอกเสียงไปก่อนจะตัดสายสวมหมวกนิรภัย แล้วกลับไปคร่อมเจ้ามอเตอร์ไซค์สองล้อคันเดิม
เมื่อเครื่องยนต์ถูกสตาร์ท คันเร่งก็ถูกบิดจนเจ้า Ducati คันงามส่งเสียงดังแล้วทิ้งเพียงเขม่าควันที่เกิดจากการเผาไหม้ไว้เบื้องหลัง
รถจักรยานยนต์สีแดงสดพาบลานซ์มาถึงชายทะเลเขาจอดรถอีกครั้งพร้อมกับหยิบสมาร์ทโฟนของเขาขึ้นมาเพื่อดูตำแหน่งจากGPS “น่าจะอยู่แถวๆ นี้” เขาพูดพร้อมกับมองไปด้านหน้าและเมื่อขับต่อไปอีกสักระยะบลานซ์ก็หยุดถามถึงที่อยู่ที่เขาได้มาหญิงกลางคนที่ถูกถามชี้ไปบนเนินริมทะเลไม่ไกลเท่าใดนักมันมีบ้านรูปทรงเรขาคณิตสีขาวสะอาดตาตั้งอยู่
“ขอบคุณครับคุณน้า...” เขาพูดก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านบนเนินเขาริมชายหาดหลังที่ว่า
บลานซ์ไม่ได้ใช้ความเร็วมากเช่นเดิมเขาชะลอความเร็วลงเมื่อใกล้ถึงจุดหมาย ชายทะเลที่อยู่ด้านข้างมีเสียงคลื่นดังมาเป็นระยะเนินด้านหน้าไม่ได้สูงชันอะไรไม่นานนักเขาก็มาถึงประตูรั้วสีเงินที่มีกำแพงสีขาวนวล
“น่าจะใช่ที่นี่”บลานซ์พูดขณะยังสวมหมวกนิรภัยเมื่อหญิงกลางคนคนหนึ่งเดินมาเปิดประตูเขาก็รีบถอดหมวกนั้นออกพร้อมกับบอกความประสงค์ของตนเอง
“ผมมาหานิกกี้ครับ”บลานซ์รีบพูดออกไปก่อน
หญิงกลางคนคนเดิมยิ้มให้เขาทันทีเมื่อได้ยิน“บลานซ์ใช่ไหม”เธอถามใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“ครับ” เขาตอบพร้อมกับผงกหัว
“นิกกี้อยู่ข้างในจ้ะวุ่นวายมาตั้งแต่เช้าแล้ว มัวแต่เลือกชุด” เธอพูดกลั้วหัวเราะ“แล้วอย่าบอกว่าแม่บอกล่ะ” เธอว่า
บลานซ์ยิ้มกลับพร้อมพยักหน้ารับ“ครับผม”เขาตอบพร้อมกับจูงเจ้าสองล้อของเขาไปไว้ในเขตบ้านบ้านที่อยู่ตรงหน้าของบลานซ์ในตอนนี้เป็นบ้านสองชั้นทรงเลขาคณิตที่มีกระจกใสบานใหญ่ติดไว้หลายจุดทางด้านหน้าของบ้านติดกับชายหาดที่เงียบสงบ มีรถยุโรปสีดำจอดเรียงอยู่สองสามคัน
“นิกกี้! ลูก...บลานซ์มาแล้วจ้ะ” แม่ของนิกกี้เรียก
“หนูอยู่ชายหาดค่ะแม่!”เสียงใสๆ ตะโกนตอบกลับมา
บลานซ์เลิกคิ้วสูงเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับและหลังจากนั้นแม่ของนิกกี้ก็หันมาพูดกับเขา “ไปหลังบ้านกันเถอะลูก” เธอยิ้มก่อนจะเดินนำบลานซ์ไป “ว่าแต่เรานี่ตัวสูงจังเลยนะอายุเท่าไรแล้วเนี่ย”
“ยี่สิบครับแม่”บลานซ์ตอบ
“เท่านิกกี้เลย!”เธอทำเสียงสูง “เด็กคนนั้นออกจะห้าวๆเสียหน่อยนะ ไม่ค่อยสมกับเป็นหญิง” แม่ของนิกกี้พูดพร้อมกับถอนหายใจ“นั่นไงล่ะ นั่งอยู่ที่สระว่ายน้ำนั่นล่ะ”
เมื่อบลานซ์มองตามที่แม่ของนิกกี้พูดเขาก็เห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กสูงไม่ถึง160 เซนติเมตรสวมชุดเอี๊ยมขาสั้นและเสื้อยืดแขนกุดสีดำยืนอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำผมของเธอซอยสั้นแต่ใบหน้ากลับหวานผิดกับการแต่งตัว
“นายกินยีราฟเข้าไปหรือไงถึงได้สูงขนาดนี้”เธอทักบลานซ์ก่อน
“นิกกี้...?”บลานซ์พูด
“อ่าว...ก็นายมาหาฉันไม่ใช่เรอะส่งข้อความเสียงมาขอเบอร์ฉันไปตอนก่อนจะถูกเดมิกอสฆ่าในเกมไม่ใช่รึ แล้วจะให้เป็นใครล่ะฉันไม่มีพี่สาวหรือน้องสาวนะ” หญิงสาวพูดเสียงเข้ม
บลานซ์ตาโตทันทีเขาหันไปมองแม่ของนิกกี้ที่ยืนอยู่ด้วย “เอ่อ.....ก็มัน....” เขาอ้ำอึ้ง
“นายใส่อะไรไว้ในเสื้อน่ะ”นิกกี้ถาม
บลานซ์นึกถึงของที่เขาซื้อมาให้นิกกี้ได้ทันที“ฉันเห็นมันขายอยู่น่ะเลยซื้อมาฝาก” เขายื่นช่อดอกทิวลิปสีเหลืองสดใสให้หญิงสาวตรงหน้า“ไม่รู้เธอจะชอบรึเปล่านะ”
นิกกี้ทำตาโตเมื่อเห็น “ให้ฉัน!” เธอทำเสียงตกใจ
“อื้อใช่...ให้เธอ”ชายหนุ่มย้ำคำ
“ขอบใจ” นิกกี้พูดเสียงค่อย ส่วนบลานซ์ก็ยกมือลูบหัวตัวเองไปมา
แม่ของนิกกี้ยกมือขึ้นมาปิดปากขำก่อนจะพูดขอตัวไปจัดการเรื่องอื่น“คุยกันไปก่อนนะเดี๋ยวแม่ไปจัดการหาอะไรมาให้ทานนะจ้ะ บลานซ์ กินเยอะๆ โตไวๆ ” เธอพูด
“เจ้านี่โตเกินไปแล้วแม่!”นิกกี้พูดขึ้นขณะที่สองมือยังประคองช่อดอกไม้ที่ได้รับ
“งั้นเหรอลูก...”แม่ของนิกกี้พูดกลั้วหัวเราะ “อย่าไปไกลนักล่ะวันนี้ลมแรงเชียว” เธอว่า
“ไม่เป็นไรหรอกน่าหนูแข็งแรงจะตาย” นิกกี้ตอบกลับพร้อมทำท่าโชว์กล้ามเมื่อบลานซ์เห็นก็ได้แต่หัวเราะ
“ทำไม...เจอหน้าฉันแล้วเขินรึไงแต่ก็อย่างว่านะ เจอหน้ากันจริงๆ ก็แปลกๆ ดีว่าแต่ไม่คิดว่านายจะมาจากกรุงเทพจริงๆ จะกลับกี่โมงล่ะ” นิกกี้ถามพร้อมกับใช้ตาโตๆจ้องหาคำตอบจากบลานซ์
“ว่าจะกลับเที่ยวสองทุ่ม”เขาตอบ
“มาๆไปชายทะเลกันดีกว่า” นิกกี้พูดพร้อมกับกวักมือเรียกบลานซ์ให้เดินตามเธอลงไปที่ชายหาดที่ตอนนี้ระดับน้ำลดลงไปมาก มีเปลือกหอยมองเห็นอยู่ทั่วไปส่วนในมือของหญิงสาวก็มีช่อดอกไม้สีเหลืองสดใส...
เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งได้ยินเป็นระยะนิกกี้บอกให้บลานซ์ถอดรองเท้าแล้วเดินเท้าเปล่าบนชายหาด ความรู้สึกอุ่นและชื้นสัมผัสได้เมื่อเหยียบไปบนผืนทรายละเอียด
“เจ้าแทนก็อยากมาด้วยส่วนพี่เอ็ดอาทิตย์หน้าจะมากรุงเทพ” บลานซ์พูดขึ้น
“เหรอ...” นิกกี้ตอบ
“คราวหลังฉันพาเจ้าพวกนั้นมานะ”บลานซ์พูด
“เจ้าแทนนอกเกมเป็นยังไงบ้าง”นิกกี้ถามขณะเดินอย่างช้าๆ และในมือเธอถือช่อดอกไม้
“เหมือนในเกมแต่ตามันดูเศร้าๆ หน่อย” ชายหนุ่มตอบกลับ
“ตานั่นน่ะนะนายแน่ใจว่าไม่ได้ดูผิด...เจอตอนเจ้าแทนง่วงนอนรึเปล่า” นิกกี้หันมาถามอย่างสงสัย
“นั่นสินะ...”บลานซ์พูดตามด้วยเสียงหัวเราะ “ส่วนพี่เอ็ดเคยคุยกันแบบเห็นหน้าตอนอยู่กับเจ้าแทนพี่แกใส่เสื้อฮาวายทั้งๆ ที่บ้านอยู่เชียงใหม่ ไม่ผิดกับในเกมจริงๆ แต่ขอบอกแฟนพี่เอ็ดสวยมากกกกก...”เขาลากเสียง
“พี่เอ็ดมีแฟน!?”นิกกี้ทำเสียงสูงพร้อมกับหยุดเดินกะทันหัน
“น่าจะเป็นแฟนนะสวยขนาดนั้นมีรึพี่เอ็ดจะไม่สน”บลานซ์ว่า “ต่อหน้าแฟนพี่เอ็ดเรียบร้อยมาก”
“ไม่น่าเชื่อ...”นิกกี้พูด หน้าตาเธอยืนยันได้ว่าคิดอย่างที่พูดจริงๆ
แม่ของนิกกี้ถือถาดขนมออกมาที่ริมสระว่ายน้ำเมื่อเธอตะโกนเรียกพวกบลานซ์กับนิกกี้จึงเดินมุ่งหน้ากลับไปที่สระว่ายน้ำซึ่งอยู่ติดกับตัวบ้านระยะทางน่าจะราวๆ สองร้อยเมตรที่ยืนอยู่ข้างแม่ของนิกกี้เป็นผู้ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาบลานซ์ที่มองเห็นรีบยกมือขึ้นสวัสดีมาแต่ไกล ชายกลางคนยกมือรับไหว้พร้อมรอยยิ้มหลังจากนั้นบลานซ์และนิกกี้ก็ค่อยๆ เดินกลับไปที่พ่อกับแม่ของหญิงสาวยืนรออยู่
บลานซ์เดินยิ้มอารมณ์ดีแต่ดูเหมือนสองคนที่ยืนอยู่ที่ขอบสระว่ายน้ำริมทะเลจะไม่ใช่พ่อแม่ของนิกกี้มีสีหน้าตกใจแล้วทำท่าจะรีบวิ่งลงมา บลานซ์รีบหันมองรอบตัวทันทีนิกกี้ล้มอยู่ด้านหลังของเขา ช่อดอกไม้หล่นอยู่ไกลออกไป
“นิก!” เสียงพ่อของนิกกี้ตะโกนพร้อมกับเสียงร้องตกใจของแม่
บลานซ์รีบวิ่งเข้าไปที่ร่างของหญิงสาวทันทีสองแขนของเขาช้อนร่างเล็กของเธอขึ้นมาจากพื้นทราย เขารู้สึกว่าร่างที่อยู่ในอ้อมแขนไม่ได้หนักเท่าที่คิดชายหนุ่มอุ้มร่างนั้นวิ่งไปที่พ่อกับแม่ของเธอทันที
“ทำยังไงดีครับ!”บลานซ์เสียงตื่น
“อุ้มเข้าไปในบ้าน!”พ่อของเธอพูดก่อนจะวิ่งไปเปิดประตูในบ้านของนิกกี้นั้นมีเตียงเหมือนกับเตียงของผู้ป่วยในโรงพยาบาลแต่ดูทันสมัยกว่ามาก บลานซ์อุ้มร่างของเธอวางไว้ที่เตียงนั่นทันทีหลังจากนั้นแม่ของเธอก็ขอร้องให้บลานซ์ออกไปรอด้านนอกก่อนที่เธอจะกลับเข้าไปช่วยพ่อของนิกกี้อีกแรงแต่ก่อนที่แม่ของนิกกี้จะกลับเข้าไปนั้นเธอกดโทรศัพท์ติดต่อไปที่ไหนสักแห่ง
“หมอหรือคะ...!นิกกี้หมดสติไปอีกแล้วค่ะ!” หลังจากนั้นไม่นานหมอก็มาถึงอย่างรวดเร็ว...เพราะโรงพยาบาลอยู่ไกลจากที่นี่เพียงไม่ถึงสามกิโลเมตร
บลานซ์ออกมานั่งรออยู่ด้านนอกโดยที่ยังตกใจไม่หายกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่เมื่อผ่านไปประมาณสิบห้านาทีพ่อของนิกกี้ก็เดินออกมาด้านนอก เขาเดินมาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆบลานซ์
“เด็กคนนี้ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เกิด”เขาเริ่มพูด “หมอบอกว่าแกควรจะได้รับอากาศที่ดีเพื่อเป็นผลดีต่อสุขภาพพวกเราเลยย้ายจากกรุงเทพมาอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของฉัน”
“นิกกี้ไม่สบายหรือครับ”บลานซ์ถามแววตาหมอง
“ใช่...หมอเก่งๆในไทยเราก็หามาหมดแล้ว กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์บอกว่าควรผ่าตัดแต่ต้องรอให้เธอแข็งแรงและมีกำลังใจมากกว่านี้ก่อน” พ่อของนิกกี้พูดขณะที่แววตาหม่นลง
“เธอเป็นโรคอะไรหรือครับ”บลานซ์ถามอีกครั้ง
ไม่มีคำตอบในเรื่องที่เขาถามแต่เป็นเรื่องอื่นที่พ่อของนิกกี้พูดขึ้นมา “เธอไม่ได้ไปโรงเรียนเลยไม่มีเพื่อน แล้วก็ออกไปไหนไม่ได้เพราะมันอันตรายเกินไป เมื่อเธอได้ลองเล่นเกมออนไลน์พวกเรารู้สึกว่าเธอร่าเริงขึ้นและพอมาเล่นเกมที่เธอเล่นอยู่ตอนนี้ก็ไม่ไปเล่นเกมอื่นอีกเลย” เขาเล่า
“เรื่องเงินไม่สำคัญ ถ้าสามารถทำให้นิกกี้หายฉันปรึกษาหมอหลายคนแล้วว่าการเล่นเกมแบบนี้จะทำให้เป็นอันตรายหรือเปล่าแต่นิกกี้ยังโชคดีที่เทคโนโลยีเดี๋ยวนี้ก้าวไปไกล เกมที่ว่าไม่มีผลใดๆ กับโรคของเธอนิกกี้จึงมีโลกที่เธอจะสามารถออกผจญภัยได้เหมือนกับคนอื่นๆ ได้มีเพื่อนดีๆฉันดีใจนะที่โลกของเราขณะนี้มีอะไรอย่างนี้” สีหน้าพ่อของนิกกี้ดีขึ้นเขาเริ่มมีรอยยิ้มจางๆ
“ผมก็ดีใจครับ…” บลานซ์ตอบด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
ไม่นานนักแม่ของนิกกี้ก็ออกมาเรียกบลานซ์เธอบอกว่านิกกี้อยากคุยด้วย พ่อของเธอถามถึงอาการนิกกี้แล้วก็ได้รับคำตอบว่าการเดินไปไกลๆ และการที่เธอทำนู่นทำนี่ตั้งแต่เช้าอาจทำให้เธอเหนื่อยมากจนเกินไปแต่หมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมาก มันทำให้เขาถอนหายใจโล่งอก
“ฉันบอกแล้วแต่เธอไม่ฟัง” พ่อของนิกกี้พูดขึ้น
หลังจากนั้นหมอก็ออกไปแม่ของหญิงสาวพาบลานซ์เดินเข้าไปที่ห้องของเธอในห้องที่ว่ามีกระจกบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นท้องทะเลเตียงและอุปกรณ์การแพทย์หลายอย่างอยู่ในนั้น รวมทั้งอุปกรณ์การเล่นเกมออนไลน์หลายๆชนิด แต่ที่อยู่ติดกับเตียงนั้นคืออุปกรณ์ที่บลานซ์ชินตาอุปกรณ์สำหรับเล่นดูเอลเวิร์ดออนไลน์
“ชิ...เสียฟอร์มต่อหน้านายได้” นิกกี้ทำเสียงหงุดหงิด
บลานซ์ยิ้มก่อนที่จะตอบกลับไป “ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่เธอที่ฉันเห็นทั้งเก่ง ทั้งฉลาด ทั้งร่าเริง แล้วก็ขี้โมโหด้วย..” เขาว่า
“นี่นายว่าฉันขี้โมโหเหรอ!” นิกกี้ขึ้นเสียงสูงพร้อมกับทำตาเขียวใส่บลานซ์
“นี่ไงล่ะ ใช่เลย!” บลานซ์พูดพร้อมกับมองหน้าเธอ
พ่อของนิกกี้มองภาพลูกสาวยิ้มและหัวเราะด้วยสีหน้าเป็นสุขเขาเอื้อมมือไปโอบไหล่ภรรยาที่ยืนอยู่ด้วย และหลังจากนั้นบลานซ์ก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่พูดคุยและนั่งเล่นอยู่ที่ห้องของนิกกี้จนเวลาหกโมงเย็นเขาจึงต้องขอตัวกลับออกไป
“มาครั้งหน้าฉันจะพาเจ้าแทนมาด้วย และถ้ามีโอกาสจะชวนพี่เอ็ดมาด้วยกันเลย”บลานซ์ที่กำลังสวมเสื้อหนังสีดำของเขาพูดขึ้น
“ตาสมโชคน่ะนะ...” นิกกี้ที่นั่งอยู่บนเตียงว่า
“ฮ่า...ฮ่า...อย่าไปเรียกอย่างนั้นสิ พี่เอ็ดเสียใจตาย” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ
“มะ...เดี๋ยวฉันไปส่งนาย” นิกกี้พูดพร้อมกับทำท่าจะลงจากเตียง
“ไม่ต้องเลย!” บลานซ์เสียงเข้ม “ดูถูกว่าฉันไปเองไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ไม่ต้องๆ ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่อันที่จริงแล้วเป็นเพราะเขาห่วงนิกกี้เสียมากกว่า ซึ่งเรื่องนี้ตัวของหญิงสาวเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
“จ้ะ...พ่อคนเก่ง แต่คราวหลังถ้ามายอมตายอย่างนี้อีกฉันโกรธจริงๆ ด้วย”นิกกี้พูดถึงครั้งที่บลานซ์ยอมรับความเสียหายแทนเพื่อนในตอนที่สู้กับเดมิกอส
“อื้อ...ฉันจะไม่ตายถ้าไม่จำเป็น แล้วเดี๋ยวฉันมาหาบ่อยๆที่นี่ไกลจากกรุงเทพนิดเดียวเองเครื่องบินสมัยนี้ทันสมัยจะตายไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้วล่ะ” บลานซ์พูดพร้อมกับโบกมือลา
“ขอโทษนะดอกไม้นายลงไปคลุกทรายเลย” หญิงสาวพูดพร้อมกับหันไปมองดอกไม้ที่บลานซ์ออกไปเก็บมาปักแจกันให้เธอ
“เดี๋ยวครั้งหน้าเอามาให้ใหม่แล้วอีกอย่าง...ดอกไม้มันก็เคยอยู่กับพื้นดินก่อนจะมาอยู่ในร้านขายนะ” บลานซ์ตอบกลับไปทันที
“ถือดอกไม้มาให้ฉันตอนตาแทนกับเอ็ดเวิร์ดมาด้วยน่ะรึ” นิกกี้พูดพร้อมทำหน้าสงสัย
บลานซ์เลิกคิ้วสูงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ใช่สิ...ฉันชอบเธอเอาดอกไม้มาให้เธอก็ไม่ผิดอะไรนี่”เขาตอบด้วยใบหน้าจริงจัง
คราวนี้เป็นนิกกี้ที่ตาโตและนิ่งไปแต่ในที่สุดเธอก็ยิ้มออกมา “เหรอๆ พยายามเข้าล่ะ ผู้หญิงดีๆ ต้องใช้ความพยายาม” เธอพูด
“พยายามอยู่แล้ว” บลานซ์ตอบก่อนจะโบกมือลา “ไปล่ะนะ” เขาว่า
นิกกี้ยิ้มส่งพร้อมโบกมือลาเมื่อร่างของบลานซ์ลับตาไปแล้ว สีหน้าของเธอดูเศร้าลงทันทีแต่ในช่วงเวลานั้นบลานซ์ก็ชะโงกหน้ากลับมาอีกครั้ง
“เดี๋ยวเจอกันในเกมนะ!” เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะกลับออกไป
“บ้า...” นิกกี้พูดอมยิ้ม
บลานซ์ขึ้นขี่รถจักรยานยนต์ของเขา ก่อนที่เขาจะออกจากบ้านพ่อกับแม่ของนิกกี้ก็เข้ามาพูดกับเขา“แล้วมาเยี่ยมนิกกี้บ่อยๆนะ เดี๋ยวเรื่องตั๋วเครื่องบินพ่อจัดการให้เอง” พ่อของนิกกี้พูดขึ้น
“ใช่จ้ะ มาเยี่ยมเด็กคนนี้บ่อยๆ นะ” แม่ของเธอพูดสนับสนุนทันที“เรื่องค่าใช้จ่ายพวกเราจัดการให้เองจ้ะ”
บลานซ์ยิ้มออกไปพร้อมกับตอบคำขอร้อง “ผมต้องมาอยู่แล้วล่ะครับเรื่องค่าเดินทางนิดหน่อยเองครับ ค่าเครื่องบินเดี๋ยวนี้ถูกมากครับ แต่ครั้งหน้าผมขออนุญาตพาเพื่อนของนิกกี้ในเกมคนอื่นมาด้วยนะครับ”เขาพูด
“ได้เลยจ้ะ เดี๋ยวแม่ทำของอร่อยๆ ไว้ให้กิน”
“ขอบคุณครับ” บลานซ์พูดพร้อมโค้งตัว
“ขอบใจมากนะ” พ่อของนิกกี้พูดพร้อมกับใช้มือตบไหล่บลานซ์เบาๆ
ชายหนุ่มสวัสดีและกล่าวคำล่ำลาหลังจากนั้นก็สวมหมวกนิรภัยก่อนจะขับรถจักรยานยนต์มุ่งหน้าสู่สนามบินพังงาซึ่งก็ใช้เวลาไม่นานเท่าใดนักและเมื่อเขาถึงที่นั่นก็ใช้เวลาที่เหลืออยู่เพื่อคอยเที่ยวบินกลับกรุงเทพโทรศัพท์หาแทนและเอ็ดเวิร์ดพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวในวันนี้ให้ทั้งสองฟัง
“ครั้งหน้าเราไปพังงากัน” เสียงแทนดังมาจากปลายสาย
“แหง...” เสียงเอ็ดเวิร์ดที่พ่วงสายอยู่ด้วยตอบกลับมาทันที
ใบหน้าของบลานซ์เปื้อนยิ้มเขาพูดอะไรอีกสองสามคำก่อนจะตัดสายไป หลังจากนั้นก็เตรียมตัวออกจากพังงาในเวลาราวสองทุ่ม...
“ฉันต้องกลับมาหาเธอแน่ๆ ” บลานซ์พูดพร้อมกับหันหลังมองไปด้านนอกก่อนจะเดินขึ้นเครื่องบินที่กำลังเตรียมตัวทะยานขึ้นบินกลับสู่เมืองหลวงของประเทศ...