ใช้เวลาไม่นานร่างของชายหนุ่มผมยาวคล้ายตัวประกอบก็ปรากฎ เป็นเวลาเดียวกันที่ผิวของทั้งตัวของเขาพ้นชุดยอดยุทธสีเขียวตราสัญลักษณ์คนถือตราชั่งเข้ามาทับร่างกายพอดีแทบไม่ต้องสวมเสื้อผ้าให้มากความ แม้กระทั่งแหวนมิติจวบจนอาวุธต่าง ๆ ก็ถูกคลายออกมาจากผิวหนัง
“ว้าว! ” ซอว์สัมผัสได้ถึงเส้นเสียงที่เปลี่ยน
“นี่มันสุดยอดเลย”
เขาสามารถสร้างอัตราดรอปไอเทม 100% จากอีกฝ่ายหรอ? สักพักชายหนุ่มก็ส่ายหน้า เขารู้สึกว่าทั้งแหวนมิติและดาบเท่านั้นที่ถูกสร้างจากเนื้อเยื่อของเขาจริง ๆ มันแค่ของปลอมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตบตาเท่านั้น ยังดีที่ชุดไร้ค่าแบบนี้เขาสามารถดรอปมันออกมาจนสวมเข้ากับร่างกายตัวเองได้
“ฮ่า ๆ ๆ แบบนี้ก็บันเทิงสิครับ” เขามองดาบที่แข็งแกร่ง แต่ในความเป็นจริงมันถูกสร้างจากกระดูกอสูรวิญญาณและเปลี่ยนสีให้เหมือนกับดาบเท่านั้น แม้กระทั่งตัวด้ามเอง
“ดูเหมือนฉันจะต้องดื่มนมเยอะ ๆ แล้วสิ”
เขาเดาว่าหากกระดูกเขาแข็ง นั่นคงเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ ชายหนุ่มดูดแหวนมิติปลอมเข้านิ้วตัวเองก่อนที่จะมีแหวนมิติวงใหม่ที่เป็นของเขาเข้ามาแทนที่ ชายหนุ่มแสยะยิ้มน้อย ๆ มันราวกับว่าเขาคือช่องเก็บของมิติเลย สามารถดูดอะไรก็ได้เข้ากระเพาะตัวเอง เนื้อตัวเอง กระดูกตัวเอง ก่อนจะคลายออกมาตอนไหนก็ได้ตามที่ต้องการแถมยังสามารถรังสรรค์ให้มันเปลี่ยนไปตามที่ผู้ใช้ต้องการด้วย
“ว่าแต่…ฉันชื่ออะไรนะ? ” ซอว์ขำแห้ง
“ชั่งเถอะ! เรามาเริ่มสำรวจกันดีกว่า”
ชายหนุ่มดูดดาบเข้าไปในร่างกาย ก่อนที่จะสะบัดออกมาปรากฎแมลงสีขาวขนาดเล็กมีปีกรูปร่างคล้ายตั๊กแตนตัวเล็กยิ่งกว่ามดเป็นจำนวน 5 ตัวด้วยกัน ความสามารถของมันคือกางเขตแดนเฝ้าระวัง 100 เมตรแถมมีความสามารถพิเศษในการปิดกั้นการรับรู้อีกด้วย พริบตานั่นเองตั๊กแตนติดปีกร่างเล็กยิ่งกว่ามดก็พุ่งหายไป ชายหนุ่มฉีกยิ้มรับรู้สถานการณ์ต่าง ๆ อย่างรวดเร็วขณะที่พวกมันเคลื่อนไหวอยู่
“ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่วางแผนไว้แล้ว” เขารู้สึกว่ามันยังมีเวลาอีกมาก่อนจะเข้าสู่เที่ยงคืนของมัน ดังนั้นช่วงเวลานี้เขายังมีเลเวลมากอยู่ ซอว์เปิดระบบเกมซอมบี้พร้อมสำรวจภารกิจปลดล็อกที่ 3 ทันที
– – – – – – – – – – – --[ภารกิจปลดล็อกที่ 3: สร้อยคอที่แตกสลายกับการก้าวสู่วิถีแห่งความว่างเปล่า]ราชาคือผู้ที่ดูแลประชาชน ราชาคือศูนย์รวมใจคนภายใน ราชาคือเทพสงครามที่แข็งแกร่ง ราชาคือปีศาจร้ายในร่างนักบุญ ราชาคือผู้ที่กล้าเสียสละทั้งหมด…ท่านคือราชาแห่งซอมบี้ ‘ซอมบี้แห่งความว่างเปล่า’ ความสัมพันธุ์ที่เกี่ยวเนื่องมาจากมนุษย์ได้ทำให้ความสามารถที่แท้จริงของท่านต่ำลง และในเวลานี้ที่ท่านหวงแหนความสัมพันธุ์ กลับกลายเป็นว่าคนที่ท่านหวงแหนมากที่สุดกำลังรวมพลมาเพื่อสังหารท่านท่านจะฆ่าเธอ…หรือจะปล่อยให้เธอฆ่าท่าน?[เงื่อนไขสำเร็จภารกิจ: จงสังหารธิดาศักดิ์สิทธิ์][เบื้องหลังความสำเร็จ: จงใช้มันสมองของท่าน][รางวัลภารกิจ: ปลดล็อกรายชื่อซอมบี้หนึ่งดาวครึ่งทุกตน , คัมภีร์ทักษะสองดาว: สัญลักษณ์อสูร]– – – – – – – – – – – --
ซอว์ที่อ่านจบเขาก็ไม่ได้พูดอะไร รีบปิดหน้าต่างภารกิจลง แม้ในใจของเขาจะตีกันวุ่นว่าควรทำอย่างไงดี? ชายหนุ่มเดินเข้าเมืองหั่วซานไปนั่งพักใจกลางเมืองบริเวณน้ำพรุ ตลอดทางที่ผ่านมาก็มีผู้เล่นจำนวนมากก็จ้องมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่รับรู้เรื่องนี้ด้วยซ้ำ
“ฉันควรทำไงดี? ”
ชายหนุ่มเหม่อมองท้องฟ้า แม้เขาจะกลายเป็นซอมบี้ฆ่าอีกฝ่ายไป พลอยก็ไม่รู้อยู่ดีว่าเป็นใคร…เพียงแต่ ต่อให้ไม่ได้มองในส่วนของระดับลมปราณ ไอเทม และสกิลภัยร้ายของเธอ หรือแม้แต่อีกฝ่ายจะเลเวลระดับ 1 เขาก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องทำเลย
อาการบาดเจ็บภายในเกมออนไลน์นั้นรุนแรงด้อยกว่าโลกจริงครึ่งนึง แต่นั้นก็มากพอที่จะบอกว่า คุณสร้างอาการบาดเจ็บแก่คนที่คุณรักได้ แม้ตอนเทพยักษ์เขาจะสั่งให้มันเบามือกับพลอย แต่ตอนที่เห็นมันเตะหล่อนจนเลือดกระอักไปก็สร้างอารมณ์สะเทือนใจเขาไม่น้อย
มันไม่ง่ายเลย…
นี่คือเควสที่เล่นกับความรู้สึก
และถึงต่อให้เขามั่นใจว่าจะสังหารพลอยแล้วนะ แต่! เขามีความสามารถทำแบบนั้นด้วยหรอ? ซอว์แทบไม่อยากคิดอะไรเลย มันเป็นเควสที่ต่อให้ใช้สมองสุดท้ายความรู้สึกก็เล่นงานจนเกือบชนะอยู่ดี ชายหนุ่มถอนหายใจออกมายืดยาว
“เฮ้อ⁓ ดูเหมือนว่าฉันจะต้องพักผ่อนแล้วล่ะ”
ซอว์ยิ้มนิด ๆ เขาจะออกเกมทันทีหลังจากตรวจสอบดันเจี้ยนนั้นเสร็จ ชายหนุ่มอดสงสัยไม่ได้ว่าพลอยไปรวมกลุ่มกับใคร และทำไมถึงจะตามราวีเขานัก ทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่ได้ทำให้เธอบาดเจ็บเลย มีแต่หล่อนนั่นแหละที่ทำตัวเอง
ทันใดนั้นก็มีคนมายืนบังแดดเขา
“ใช่!! แกต้องพักผ่อนเยอะเลยแหละ”
ซอว์ได้สติกลับมาอีกครั้งก็พบว่า รอบตัวของเขามีผู้เล่นสวมชุดสีเขียวไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือสำนักพเนจร แต่ตอนนี้เขาก็ปลอมตัวอยู่ไม่ใช่หรอ? ไหงไอ้พวกนี้มาล้อมเขาแบบนี้…เหลือว่าไอ้คนที่เขาลักลอบปลอมแปลงมาจะมีติดคดีอาชญากรรม จนต้องส่งศิษย์พี่ของสำนักตามมาเก็บกวาด? เขามองผู้เล่นทั้งสิบคนล้อมรอบตัวเขากำลังยิ้มเหี้ยมใส่คล้ายเด็กเกเรหัวโจกในชั้นเรียนตอนเด็ก ๆ
“เฮ้ย!! ศิษย์พี่คุยกับเอ็งอยู่นะเว้ย”
ซอว์เค้นเสียง หึ! คนที่เหลือก็คิ้วกระตุก ซอว์ไม่รู้ว่าทำไมเขาเจอผู้เล่นเลเวล 30 พร้อมกันสิบคนยังสามารถใจเย็นอยู่ได้ แถมสัญชาติญาณของเขากลับบอกว่าต่อกรได้สบาย ๆ ไม่รู้เพราะว่าประเมินตัวเองสูงไปหรือเป็นเพราะว่ารู้สึกอัดอั้นมากจนต้องหาที่ระบายอย่างเจ้าพวกโง่นี้
ซอว์ลุกขึ้นพัดร่างกายอย่างเฉื่อยชา พร้อมสะบัดมือปรากฎดาบสีเงินในมือกล่าว
“รีบเข้ามาตายซะ” กรอด!! แม้พวกมันจะตกใจที่ไอ้เวรด้านหน้ามันกล้าหาญขึ้นมาผิดหูผิดตาจากที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ พวกมันก็ไม่รอช้าระเบิดลมปราณจำนวนมากออกมา ผู้เล่นหลาย ๆ คนรอบมามุงดูอย่างรวดเร็วราวกับกำลังจะชมการต่อสู้ระหว่างศิษย์ภายในสำนักพเนจร ซอว์หันไปมองรอบ ๆ ก็กวักมือใส่ไอ้หน้าบากที่เป็นหัวโจก
“อย่าลีลา” ว๊าก! มันคำรามออกมาแสดงภาวะผู้นำ ลมปราณจำนวนมากหลอมรวมเข้ากำปั้นและกระแทกออกมาเป็นสิงโตที่คุ้นเคย ซอว์ยังจำได้อยู่เลยว่าสิงโตส้นตีนนี้เคยสังหารเขาไปแล้วรอบนึงด้วยน้ำมือของผู้เล่นคลาสเรียนเทพสงครามอย่าง หมิงยู่ ชายหนุ่มเคลือบปราณบนใบดาบในเทคนิคบางอย่างอย่างเคยชิน และโบกดาบสีเงินออกไปเบา ๆ
เปรี้ยง! บึม…ลมปราณสิงโตถูกฉีกขาดหายไปทันที ผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่เห็นก็ตกใจ ซึ่งคนที่ตกใจที่สุดคงไม่ใช่ใครนอกจากหัวโจกและซอว์ ชายหนุ่มมองดาบสีเงินของตัวเองที่มีเทคนิคลมปราณเคลือบอย่างซับซ้อนแต่ก็ดูเรียบง่าย และจากความเคยชินที่เขาไม่เคยชินนี้ก็ทำให้ซอว์รู้ว่ามันคือความรู้จากฝ่ามือราชาปีศาจก่อนหน้านี้แน่นอน
แม้เขาอาจจะยกเครดิตให้กับอาวุธสองดาวนี้ก็ตามที ดูเหมือนว่านอกจากเขตแดนเฝ้าระวังแล้ว ก็เป็นความชำนาญในการต่อสู้ต่าง ๆ ซอว์พึ่งสังเกตุว่าเขตแดนเฝ้าระวังของเขาไปไกลกว่า 60 เมตรแล้วราวกับคูณสองระดับลมปราณตนเอง
ชายหนุ่มเค้นยิ้มเงยหน้ามองหัวโจก
“ถ้ามีดีแค่นี้ใช่ไหม?”
เขาถามอย่างเสียดสี ชายหน้าบากหน้าแดงก่ำกำหมัดแน่นเส้นเลือดปูด สายตาของเขาแสดงถึงความอาฆาตออกมาอย่างไม่ปกปิด มันหยิบค้อนสีดำออกจากแหวนมิติขึ้นมาถือขณะที่ผู้เล่นคนอื่น ๆ เตรียมพร้อมสังหารซอว์ทันที ชายหนุ่มปรายตามองเล็กน้อยไม่ได้สนใจ เขาสะบัดใบดาบเล็กน้อย
พริบตาลมปราณสีแดงจำนวนมากก็ไหลทะลักออกมาจนผู้เล่นระแวกใกล้เคียงรู้สึกรังเกียจอย่างน่าแปลกใจ ลมปราณที่น่าสะอิดสะเอียนราวกับปีศาจทำให้พวกเขาทั้งหมดรู้สึกถึงภัยอันตรายที่ซ่อนเร้น
ซอว์ใช้นิ้วปาดใบดาบตัวเองเบา ๆ
“รีบ ๆ เข้ามาตายสิ” หัวหน้ากลุ่มคำรามลั่น
“ว๊าก! ฆ่ามันให้ข้า…” บึม! ผู้ทั้งเก้าพุ่งใส่อย่างรวดเร็ว ซอว์เค้นเสียงตวาดใบดาบไปรอบ ๆ ฟูม⁓ คลืนลมปราณสีแดงทะลักผลักพวกเขาออกไปแปดคน ทำให้มีชายคนนึงเข้ามาในรัศมีการโจมตี ซอว์โยนดาบขึ้นไปบนฟ้า อีกฝ่ายก็แทงกระบี่ใส่อย่างไร้ปราณี
“กัดฟันแน่น ๆ ล่ะ” ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบกระบี่ ต่อยสวนเข้าขมับอีกฝ่าย ตูม! ลมปราณสีแดงทะลักจากหมัดเข้าปะทะศรีษะอีกฝ่าย ร่างของตัวประกอบปลิวกระเด็นหายไป กร็อบ! เสียงกระดูกหักดังลั่น ไม่ต้องเดาว่าศรีษะแตกส่วนหนึ่งแน่นอน ซอว์ไม่รอให้อีกฝ่ายตั้งตัว
พริบตาที่ดาบร่วงลงมาจากฟ้าอยู่ในระดับสายตาเขา ชายหนุ่มก็ม้วนตัวเตะใบดาบไป ฟิ้ว! ดาบสีเงินแหวกอากาศหลังถูกส่งด้วยแรงเตะ ดาบนั้นราวกับคมเขี้ยวยมทูต ร่างของผู้เล่นที่ลอยไปก่อนหน้านี้ถูกใบมีดแทงทะลุหน้าผากจนเลือดพุ่งกระฉูดตายไปหนึ่งคน
ตุบ!
“…”
ทุกคนมองดูศพที่หัวยุบไปข้าง กับดาบสีเงินที่แทงคาหน้าผากก็สูดลมหายใจเย็นยะเยือก ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ หัวโจกกลุ่มใจสั่นมองซอว์หยิบกระบี่ตกพื้นซึ่งเป็นของศพมาควงเล่น ใบหน้าผู้เล่นแต่ละคนฉายแววความหวาดกลัวขึ้นภายใน แต่ถึงแบบนั้นไอ้หน้าบากก็ไม่ยอมรับมันระเบิดลมปราณจำนวนมากออกมาตวาดสายตาลูกน้องตัวเอง
“ฆ่ามันซะ” ครับ!! ชายทั้งแปดคนพุ่งพร้อมกัน ซอว์เค้นเสียงมองดาบพวกมันที่แทงพร้อมกัน ก็โดดขึ้นไปบนฟ้า ฟูม! ชายทั้งแปดแทงอากาศก็รีบมองบนฟ้า พวกเขาไม่รอช้าใช้สกิลทักษะตัวเองออกมา ลมปราณสีเหลืองทะลักราวกับเขื่อนแตก ซอว์ร้องว้าวอย่างแปลกใจเล็กน้อยที่ลมปราณทั้งแปดนั้นผสมรวมกันราวกับเนื้อตัวไม่มีการผลักดันใด ๆ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าไอ้พวกนี้ถูกฝึกมาเยอะพอสมควร
“ตายซะ!! คมเขี้ยวสิงโตพยัคฆ์” โฮก!! ลมปราณสีเหลืองกลายเป็นสิงโตขนาดใหญ่พุ่งไปหาซอว์ที่ลอยเคว้งบนฟ้า ใบหน้าพวกมันแสดงถึงความภาคภูมิใจ ชายหนุ่มที่เห็นก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร
เขาแบมือไปข้างหน้าสร้างโล่สีเงินเคลือบลมปราณ บึม! ปราณสิงโตกระแทกโล่กระดูกของอสูรกลืนวิญญาณอย่างแรง ลมปราณสีแดงของเขาก็พยายามต่อต้านและเสริมแกร่งให้กับกระดูกเพื่อป้องกัน
“วะฮ่า ๆ ๆ แกประมาทไปแล้ว” พรึบ หัวโจกอยู่ด้านหลัง มันระเบิดปราณมหาศาลเป็นสิงโตสองหัว
“หมัดราชสีห์สองเศียร! ”
โฮก! ซอว์มองสิงโตสองหัว ลมปราณมันแข็งแกร่งชนิดที่ว่าต่อให้ผู้เล่นระดับ 33 โดนก็ตายได้สบาย ๆ เขาพยักหน้าพอใจ ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะสามารถต่อสู้กับคนที่มีเลเวลมากกว่าได้ไม่ยากเขารู้สึกว่าไอ้เวรพวกนี้มีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาเลยแต่บางทีมันอาจจะเป็นไพ่ตายสุดท้ายก็ได้
ดังนั้นเขาจะไม่เอามันไปเปรียบเทียบกับสี่มหาอำนาจ สี่ผู้ทำลายล้าง เพราะไอ้พวกนั้นยังใช้สกิลกาก ๆ ตลอดเวลาไม่เคยเจอความสามารถที่แท้จริงออกมา ชายหนุ่มกำหมัดแน่นข้อนิ้วของเขาคลายแหวนออกมาที่นิ้ว
‘ย่างก้าวพริบตา’ บูม !!! !!! แพล็ง…โล่สีเงินของซอว์แตกกระจาย พร้อมกับสิงโตทั้งสองพุ่งเข้าชนจนเกิดการระเบิดของลมปราณขึ้น การโจมตีผสานที่ราวกับเนื้อเดียวนี้แม้แต่ผู้เล่นระดับ 34 ก็เลือดตกยางออกได้สบาย พลังอานุภาพของมันทำให้พื้นของเมืองแตกกระจาย ใบหน้าผู้เล่นคนต่าง ๆ รู้สึกว่าคนในสำนักพเนจรเก่งเกินไปไม่ได้ พลังลมปราณสีเหลืองนี้กระจายไปไกลกว่าสามร้อยเมตร พร้อมกับเสียงการปะทะที่ไปไกลยิ่งกว่านั้น
ครืน ๆ ๆ สิ้นแรงปะทะ แต่ก็ยังมีละอองปราณสีเหลืองทั่วบริเวณ ตุม หัวโจกลงกับพื้นฉีกยิ้มราวกับปีศาจ ขณะที่ผู้เล่นสมุนของมันหอบหายใจราวกับลมปราณทั้งหมดหายไป
“วะฮ่า ๆ ๆ ในที่สุดก็ตายสักที” มันหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ไม่สนใจว่าจะมีมองว่ามันรังแกคนอ่อนแอ สมุนที่เหลือก็ยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ ฉูด!!! แต่แล้วพวกเขาก็เบิกตากว้างเมื่อมีเลือดจำนวนมากพุ่งออกมาจากท้องของตนเอง หัวโจกงงเป็นไก่ตาแตกมองลูกน้องของตัวเองที่ล้มลงกับพื้น บ้างก็ตายทันที
เขามองลมปราณสีแดงอ่อน ๆ นั้นก็กัดฟันแน่นราวกับรู้สึกอัปยศเมื่อนึกถึงตอนแรกที่เหยื่อของมันใช้ปราณสีแดงผลักชายทั้งแปดออกไป เดาว่ามันคงพึ่งแสดงอาการตอนนี้
“บัดซบเอ้ย! ” หัวโจกรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ โดยที่เขาไม่รู้ว่าคนที่มันคิดว่าฆ่าไปแล้วกำลังอยู่ในฝูงชนสวมผ้าคลุมสีดำอยู่ ซอว์ถอนหายใจเล็ก ๆ ก่อนจะเดินจากไป เขาต้องมั่นใจว่าอีกฝ่ายเห็นว่าเขาตายแล้วไม่งั้นหากสู้กับพวกมันจนเกิดแรงกระเพื่อมทำนองว่าเขาชนะไรทำนองนี้ มันจะทำให้คนภายในสำนักพเนจรเพ็งเล็ง
“อย่างน้อยก็รู้แล้วว่าเราไม่เหมือนเดิม”