【โล่ทองคำ】(อุปกรณ์ระดับทอง)
พลังป้องกัน :150
ความต้านทานทางจิตวิญญาณ :+18%
บล็อค :+4
ความอดทน :+24
ความแข็งแกร่ง :+25
เอฟเฟกต์พิเศษ :ลดความเสียหาย 4%
โบนัส :เพิ่มค่าพลังเลือดให้แก่ผู้ใช้งาน 600 แต้ม
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :37
……
นี่อาจเป็นอุปกรณ์รักษาชีวิตของเลี่ยเฟิงอิ่ง โล่ทองคำที่มี 2 คุณสมบัติในระดับสุดยอด คุณสมบัติของมันถือว่าทรงพลังเหนือธรรมชาติ แถมยังเพิ่มค่าพลังเลือดมาให้อีก 600 แต้มเลย นี่ยังมีเอฟเฟกต์พิเศษลดความเสียหายอีก 4% เรียกได้ว่าเป็นโล่ระดับเทพของผู้เล่นโล่เนื้อในช่วงต้นและช่วงกลางเลยทีเดียว ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกแล้ว ผมจึงสลับกับโล่ของตัวเอง ทันใดนั้น วินาทีต่อมาค่าสเตตัสของผมก็พุ่งทะยานขึ้นทันที ค่าพลังเลือดเพิ่มขึ้นเป็น 7500+ แต้ม ขณะที่กำลังรบก็เพิ่มขึ้นเป็น 2375 แต้ม เรียกได้ว่าสูงกว่าถังหยุนที่อยู่ในอันดับ 2 เกือบ 300 แต้ม
หลังจากนั้น ผมจึงกระโดดลงมาจากสนามประลองชี้ตายพร้อมทั้งพูดขึ้นในช่องแชททีมว่า “ไปล่ะ ที่นี่คนเยอะมาก ทำอะไรไม่สะดวก”
“ดี ไปกันเถอะ”
หลินเฉอพยักหน้า พร้อมทั้งคุ้มกันซูซีหรานที่เดินตามอยู่ด้านหลังผม ขณะที่พวกเขาอยากจะออกไปอย่างเงียบๆทว่าก็ทำไม่ได้ ด้วยเพราะผู้เล่นจำนวนมากก็ยังส่งเสียงปรบมือพวกเราไปตลอดทาง การที่เลี่ยเฟิงอิ่งถูกฆ่าตาย ก็เหมือนกับการกำจัดหายนะครั้งใหญ่ของเมืองจิ่นโจวได้ อีกทั้งดูเหมือนว่าทุกคนที่นี่จะไม่ชอบท่าทีหยิ่งยโสของเลี่ยเฟิงอิ่งเหมือนกัน เพียงแต่พวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งมากพอ ไม่อย่างนั้นคงขึ้นไปจัดการกับเขานานแล้ว
10 นาทีต่อมา ผมจึงพาทุกคนออกจากเมืองจิ่นโจวและเดินทางเข้าสู่แผนที่กลางในทันที
ในที่สุดหลินเฉอที่อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปจึงถามขึ้นทันที “พี่เฉิน พี่ทำดาเมจขนาดนั้นออกมาได้อย่างไร? โจมตีห้าครั้งในชั่วพริบตา แถมยังทำลายการป้องกันของเลี่ยเฟิงอิ่งได้อีก... ผมคิดอะไรไม่ออกเลย”
ผมยิ้มและจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเฉอ นายรู้จักเบิกฟ้าสยบมารรึเปล่า? "
“หรือว่า... กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารระดับ SS นั่น พี่เป็นคนคิดค้นมันงั้นเหรอ... ” หลินเฉอมีท่าทางประหลาดใจ
ทว่าซูซีหรานกลับยิ้มและพูดขึ้นว่า “หลินเฉอ นายหยุดถามได้แล้ว บอสติง นายเองก็หยุดพูดด้วย ของบางอย่างที่เป็นของนาย นายก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไร แค่พวกเรารับรู้ในใจก็พอแล้ว”
ก็ยังเป็นซูซีหรานที่เข้าใจผม ด้วยเพราะเธอรู้ว่ามันอาจจะเป็นการจุดไฟเผาตัวเองไงล่ะ ทันทีที่คนทั้งโลกรู้ว่ากระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารระดับ SS ที่ทรงพลังนั้นเป็นสิ่งผมที่สร้างขึ้นมา ปัญหามากมายจะต้องตามมาไม่หยุดแน่ ผู้คนจำนวนมากอาจจะมาท้าทายผม และเมื่อถึงตอนนั้นผมคงจะไม่ได้เก็บเลเวล แค่จัดการเรื่องพวกนี้ทั้งวันก็ปวดหัวพอแล้ว
“อันที่จริง มันก็ไม่ใช่ความลับอะไร ก็แค่เทคนิคอย่างหนึ่งเท่านั้น” ผมพูด
ซูซีหรานเม้มริมฝีปากแดงและจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “แล้วนายคิดว่าสตูดิโอเทียนเสวี่ยนเรา นอกจากนาย ยังจะมีใครที่จะเชี่ยวชาญเทคนิคนี้ได้อีก แล้วนายตัดสินใจว่าอยากจะแชร์มันกับทุกคนหรือไม่? ”
ผมตกตะลึงขึ้นมาทันที แน่นอน ผมรู้ซึ้งถึงฝีมือในการเล่นหลินเฉอ ซูซีหราน และต้าไห่สามคนนี้ดีพอ แต่เห็นได้ชัดว่ากระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารเป็นสิทธิ์พิเศษสำหรับผู้เล่นสายโจมตีระยะใกล้ ไม่มีทางที่ผู้เล่นสายโจมตีระยะไกลนั้นไม่สามารถใช้การโจมตีพื้นฐานเพื่อทำการเชื่อมจังหวะได้และผู้เล่นหนึ่งเดียวที่เล่นสายโจมตีระยะใกล้ของสตูดิโอเราก็คือ จางเหว่ย ทว่าจางเหว่ยนั้นแม้แต่การเคลื่อนที่พื้นฐานก็ยังไม่ชำนาญ แถมยังสับสนกับตัวเองอยู่บ่อยครั้ง เพราะอย่างนั้นจึงไม่ต้องพูดถึงการเรียนรู้กระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งการใช้สกิล, การอัญเชิญภูติสาวใช้ และการโจมตีพื้นฐานเหล่านี้ก็ล้วนมีจังหวะที่สอดรับประสานกัน มันไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะสามารถทำได้ ซึ่งก็พูดได้เลยว่า ผู้เล่นมากกว่า 99% ไม่มีความสามารถนี้แน่ ไม่อย่างนั้นในเซิร์ฟเวอร์จีนก็คงมีผู้เล่นระดับราชากันเกลื่อนกลาดไปแล้ว ดังนั้นผมจึงยิ้มและพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ช่างเถอะ กระบวนท่านี้เป็นเทคนิคที่ใช้การต่อสู้ระยะใกล้ เสี่ยวเฉอกับต้าไห่ ฉันจะไม่พูดอะไรมาก แต่พี่เหว่ย พี่ยังต้องฝึกฝีมือการดำเนินการต่อไป ในอนาคตตอนที่พี่ไต่เต้าจนถึงระดับเฟียร์เลสมาสเตอร์ได้แล้ว ผมจะสอนพี่ทุกอย่างเลย!”
จางเหว่ยที่เกาศีรษะของเขา จึงพูดขึ้นทันทีว่า “ถ้าอย่างนั้นชีวิตนี้ฉันคงไม่ได้เรียนแล้วล่ะ ฮ่าๆๆๆ’’
และจากนั้นหลินเฉอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เฉิน พี่ดูบนเว็บบอร์ดหลักสิ มีคนอัพวิดีโอศึกตัดสินของพี่ด้วยล่ะ ”
“หืม?”
ไม่รอช้าผมจึงรีบเปิดเว็บบอร์ดขึ้นมาทันที และแน่นอนว่า มีโพสต์วิดีโอหนึ่งถูกตรึงไว้บนหน้าฟีดด้านบนสุด วิดีโอนี้มีชื่อว่า “ความเสียหายที่ไม่อาจเข้าใจ บนสนามประลองชี้ตาย ‘จินซีเหอซี’ ม้ามืดจากเมืองจิ่นโจวได้ทำการสังหาร ‘เลี่ยเฟิงอิ่ง’ หนึ่งในสามบัลลังก์ราชาแห่งจู๋หลง” โพสต์นี้นอกจากจะอยู่บนหน้าฟีดสูงสุดแล้ว ยังเป็นประเด็นฮอตฮิตที่มีคนกดเข้ามาดูมากกว่า 100,000ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 10 กว่านาที อีกทั้งยังดูหมือนว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆด้วย ขณะที่ภายในโพสต์การตอบกลับก็เต็มไปด้วยความสงสัยของผู้เล่นจำนวนมาก——
คอมเมนต์ที่ 1 (ผู้เล่นชิงซง) : เขาทำได้ยังไง?
คอมเมนต์ที่ 2 (ผู้เล่นหลี่ไป๋นัมเบอร์วัน) : ถามกับตัวเองดู ทั้งๆที่ฝีมือการเคลื่อนที่และการจู่โจมของเลี่ยเฟิงอิ่งนั้นก็สุดยอดมากพอแล้ว แต่ว่าจินซีเหอซีคนนี้เป็นใครกันแน่? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขาใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งวินาทีในการทำลายการป้องกันของเลี่ยเฟิงอิ่ง แถมยังฆ่าเขาได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นด้วย?
คอมเมนต์ที่ 3 (ผู้เล่นหลินหลินจ๋งจ่ง) : ฉันเห็นเลี่ยเฟิงอิ่งยืนท้าทายผู้เล่นยอดฝีมือของเมืองจิ่นโจวอยู่บนสนามประลองชี้ตายมาตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว ตอนนี้คงรับกรรมไปแล้วสินะ จินซีเหอซีนี่แหละที่ดาวมฤตยูของเขา
คอมเมนต์ที่ 4 (ผู้เล่นหวังไป่ว่าน) : ความเร็วในการโจมตีระดับนี้ฉันมองไม่ออกเลยจริงๆ ถ้าต้องการพังทลายการป้องกันภายในชั่วพริบตา จะต้องใช้สกิลโจมตีจู่โจมออกไปอย่างน้อย 4 สกิลไม่ใช่เหรอ? นอกจากนี้หลังจากโจมตีด้วย 4 สกิลนั้นแล้วยังต้องใช้การโจมตีพื้นฐานด้วยจึงจะสามารถทำลายการป้องกันได้ ทว่าสกิลของอัศวินทุกคนก็แจ่มแจ้งกันดีอยู่แล้ว ว่า ‘สกิลเฮฟวี่สแลช’ ‘โบลวสไตรค์’ และ ‘ดาบสองคม’ เมื่อใช้โจมตีพร้อมกันจะลดค่าพลังปราณของตัวเองไปถึง 100 แต้ม ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้พลังปราณที่เหลือมาใช้สกิลที่ 4 ต่อได้ อีกอย่างจินซีเหอซีก็ไม่ได้ใช้สกิลนั่นทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ สรุปแล้วมันเป็นอย่างไรกันแน่?
คอมเมนต์ที่ 5 (ผู้เล่นหั่วเหยี่ยนจินจิง) : ให้ตายเถอะ ฉันกล้าพูดได้เลยว่าจินซีเหอซีโกงแน่ๆ ไม่อย่างนั้นแล้วเขาจะใช้อะไรมาโจมตีด้วยความเร็วขนาดนั้น ฉันขอให้บริษัทเยว่เหิงดำเนินการตรวจสอบอย่างเข้มงวด พวกเราทุกคนกดรายงานกันเถอะ หากให้คนแบบนี้โกง สัญลักษณ์สีทองของเยว่เหิงคงถูกทำลายไปแน่ และความยุติธรรมของเกมมันจะอยู่ที่ไหนกัน?
……
ทุกคนต่างก็สับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และในท้ายที่สุดจึงมีคนยืนยันไปว่า “จินซีเหอซี” โกง
ซูซีหรานที่กำลังอ่านโพสต์ก็ไม่วายยิ้มออกมาเบาๆ และพูดขึ้นทันทีว่า “บอสติง คราวนี้นายโดนรายงานแน่ เตรียมใจไว้เลย”
“ไม่เป็นไร”
ผมที่นั่งอยู่บนลาป่าจึงยิ้มขึ้นอย่างเกียจคร้าน และพูดต่อว่า “ระบบกระบวนท่าได้รับการรับรองจากระบบแล้ว กระบวนท่าระดับ SS —— เบิกฟ้าสยบมาร ต่อให้มีคนรายงานเยอะแล้วมันจะอย่างไร พวกเขาจะทำอะไรฉันได้?”
หลินเฉอจึงหัวเราะและพูดขึ้นทันทีว่า “ฮ่าฮ่าๆ มีการจากระบบก็เท่ากับว่าเรามีสิ่งหนุนหลังที่แน่นพอแล้ว แต่ว่าพี่เฉินไม้ตายนี้ของพี่โหดเกินไปจริงๆ ถึงได้ไม่มีใครมองกระบวนท่าออกเลย ”
“นั่นก็ไม่แน่”
ผมจึงพูดต่อว่า “ถึงแม้ว่ากระบวนท่าเบิกฟ้าสยบมารจะมีความรวดเร็ว แต่ว่าถ้ามีการปรับระดับวิดีโอให้ช้าลง ผู้เล่นยอดฝีมือที่แท้จริงจะต้องมองออกแน่ อย่างหลินถู จื่ออีโหว หลี่เฉิงเฟิง เป่ยหมิงเสวี่ยคนพวกนี้จะต้องมองเห็นว่ามีบางอย่างผิดปกติแน่ แต่ว่าพวกเขาจะเข้าใจกระบวนท่าทั้งหมดนี้หรือไม่นั้น ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
หวังจินไห่จึงพูด “การสร้างกระบวนท่าสักอย่างขึ้นมา โดยธรรมชาติแล้วจะต้องมีกระบวนท่าอื่นๆตามมาแน่ เหล่าผู้เล่นอัจฉริยะในเซิร์ฟเวอร์จีนเราเองมีจำนวนมาก ดังนั้นพวกเราต้องติดตามบอสเท่านั้นถึงจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายได้”
จางเหว่ยพยักหน้าเห็นด้วย
ผมหัวเราะและจากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “วันนี้พวกเราไปเคลียร์แมพจนเลเวล 40 กันเถอะ ฉันเดาว่าไม่นานพวกเราคงเข้าสู่อาณาเขตมอนสเตอร์ระดับทองได้แล้ว และเราจะต้องรีบคว้าเฟิร์สคิลบอสระดับทองก่อนหน้าเฟยเยว่ฉีซือถวนมาให้ได้ด้วย”
“โอเค!”
หลังจากที่ข้ามผ่านแผนที่มอนสเตอร์ที่เลเวลสูงกว่า 30 มาเกือบ 10 แผนที่แล้ว เบื้องหน้าของผมจึงปรากฎป่าภูติในทันที ขณะที่ผมพาทุกคนกวาดล้างป่าภูติกับพายุลมกรดนั้น ผมก็รวบรวมเถาเทียนเซียนไปด้วย กระทั่งหลังจากผ่านป่าภูติไปแล้ว ผมจึงมุ่งหน้าไปยังแผนที่ที่อยู่ถัดจากป่าภูติในทันที และข้างหน้าที่อยู่ถัดจากป่าภูตินั้นเป็นหุบเขาลึก หุบเขานั้นปกคลุมไปด้วยสีแดงสดอย่างหนาแน่น
“ระวังตัวด้วย!”
ผมชักดาบขึ้นเบาๆ จากนั้นก็เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง หุบเขานี้มีขนาดกว้างใหญ่มาก และในพื้นที่ใจกลางของหุบเขา มีป้อมปราการหินหนาแน่น รวมกันเป็นส่วนเดียว และเวลานี้บนแผนที่ก็แสดงคำว่า “ป้อมปราการศิลาเพลิง” ขึ้นมา ขณะที่บนเส้นทางเล็กๆของหุบเขานี้ก็มีมอนสเตอร์ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่เต็มไปหมด มันคือมอนสเตอร์ประเภทมนุษย์ และมีแม้กระทั่งมอนสเตอร์ขี่ม้า ถือขวานและอาวุธอื่นๆแบบครบมือ และเลเวลของพวกมันจะต้องไม่ต่ำแน่ ขณะที่ของดีมีประโยชน์ก็คงมีไม่น้อยเช่นเดียว
“ตือตึก ตือตึก ตือตึก~~~”
ท่ามกลางซุ่มเสียงของเกือกม้า พวกเราเพิ่งก้าวเข้าไปในหุบเขา ไม่ไกลออกไปเท่าไหร่ก็มีทหารม้า NPC ของเมืองจิ่นโจวคนหนึ่งกำลังควบม้าเข้ามา ขณะที่ใบหน้าของเขาถูกห่อหุ้มไว้ด้วยหมวกเหล็กที่ปรากฎให้เห็นเพียงดวงตาสองข้างนั้น เขาจึงพูดขึ้นทันทีว่า “นักผจญภัยจากอีกโลกหนึ่ง พวกเจ้ามิควรย่างกรายเข้ามาในบริเวณนี้ ที่นี่เป็นเขตสงคราม และสำหรับพวกเจ้าแล้วมันอันตรายมาก พวกเจ้ากลับไปที่ค่ายกับข้าเถิด ข้าจะพาพวกเจ้าไปพบใต้เท้าหม่าเหมิง!”
“ได้!”
มี NPC นำทางไปแบบนี้ ดูเหมือนว่าที่นี่น่าจะมีภารกิจให้พวกเราทำแน่ แถมพวกเราก็ยังเป็นผู้เล่นกลุ่มแรกที่เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ด้วย พวกเราจึงรีบตามทหารรักษาการณ์ไปอย่างเชื่อฟังทันที กระทั่งห่างออกไปประมาณ 1 ไมล์ ค่ายที่ล้อมรอบไปด้วยรั้วไม้จึงปรากฏขึ้นสู่สายตาของพวกเราทันที ขณะที่ม้าศึกภายในค่ายร้องดังขึ้น ธงกษัตริย์แห่งจักรวรรดิเซี่ยกำลังโบกสะบัด บริเวณโดยรอบของค่ายแห่งนี้จะมีปราการป้องกันเขากวางอย่างหนาแน่น ขณะที่ภายในค่ายจะมีหอลูกศรไม้ทุกๆ สิบเมตรเรียงรายกันไปอย่างหนาแน่น ดูเหมือนว่าจะมีกองทหารประจำการอยู่นอกเมืองไม่ต่ำกว่า 1000 นาย ซึ่งนี่ก็คือกองพลที่เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพจักรวรรดิ
หลังจากเข้าไปในค่ายและติดตามทหารรักษาการณ์เข้าไปจนถึงกระโจมใหญ่แล้ว ภายในกระโจม มีNPC ชั้นยอดเลเวล 70 ในชุดเครื่องแบบทหารคนหนึ่งก็กำลังนั่งบนเก้าอี้ถือดาบอันแหลมคมอยู่ในมือ เขาเป็นชายวัยกลางคนที่บนศีรษะปรากฏคำว่า “นายพลแห่งเมืองจิ่นโจว หม่าเหมิง” ขณะที่เขาจ้องมองมาที่พวกเราจึงพูดขึ้นด้วยท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความแข็งแกร่งขึ้นทันทีว่า “นักผจญภัยหนุ่มสาวทั้งหลาย มาจนถึงที่นี่ได้ ข้าชื่นชมในความกล้าหาญของพวกเจ้าจริงๆ!”
หม่าเหมิงชะงักไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นอีกครั้งว่า “ทว่าพวกเจ้าก็คงจะเห็นแล้วเช่นกันว่าภายในอาณาเขตของเมืองจิ่นโจวมีกองทัพกบฏคนเถื่อนปรากฏตัวขึ้น พวกคนเถื่อนที่แสนโสโครกเหล่านี้แต่เดิมเคยทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรของมนุษย์เรา ทั้งยังเคยร่วมเรียงเคียงไหล่โจมตีทัพหน้าของกองทัพขุมนรกมาด้วยกัน แต่ทว่าพวกมันกลับทรยศหักหลังต่อพวกเรา มันออกปล้นหมู่บ้านของของเรา ทั้งยังสังหารพลเรือนของจักรวรรดิไปมากมาย ข้าจึงได้รับราชโองการจากเจ้าแห่งผู้ครองนครเมืองจิ่นโจวลั่วชิงอีให้พิทักษ์ดินแดนแห่งนี้ พร้อมทั้งป้องกันไม่ให้กองทัพคนเถื่อนบุกเข้าสู่ดินแดนของเมืองจิ่นโจวได้”
จากนั้นผมจึงพูดขึ้นว่า “ท่านใต้เท้า พวกเราช่วยอะไรท่านได้หรือเปล่า?”
“ข้าต้องการให้กองกำลังของมันอ่อนแอลง”
หม่าเหมิงจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียมทุ้มต่ำว่า “หากพวกเจ้ากล้าหาญพอก็เคลื่อนพลได้เลย บุกไปยังรอบนอกของค่ายกองทัพกบฏพร้อมกับสังหารทหารรักษาการณ์กองทัพกบฏให้ได้ 100 คน แล้วข้าจะมอบรางวัลให้พวกเจ้าอย่างงาม”
“ติ๊ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ : ขอแสดงความยินดี ทีมของคุณได้รับภารกิจ【ปราบกบฏ บทที่ 1:สลายกองกำลังทหารรักษาการณ์】(ภารกิจระดับ B)!
เนื้อหาภารกิจ:เข้าไปในบริเวณใกล้เคียงของค่ายกองทัพกบฏคนเถื่อน พร้อมทั้งสังหารทหารรักษาการณ์จำนวน 100 คน แล้วคุณจะได้รับรางวัลมากมาย
……
“ในที่สุด ก็ได้รับเควสระดับ B สักที” ผมพูดขึ้น
“ออกเดินทาง ทำภารกิจกันเถอะ!” ซู่ซีหรานยิ้มอย่างสนุกสนาน
หลังจากที่ออกจากค่าย NPC แล้ว พวกเราจึงเดินลึกเข้าไปในหุบเขาและมุ่งหน้าเข้าใกล้สถานที่ตั้งของค่ายกองทัพกบฏคนเถื่อนทันที ขณะที่ผมกวาดตาอ่านภารกิจจึงพูดไปด้วยว่า “ดูเหมือนนี่จะเป็นภารกิจต่อเนื่อง ตอนนี้เป็นภารกิจปราบกบฏ บทที่ 1 ตอนท้ายก็คงน่าจะมีบทที่ 2 บทที่ 3 ตามมาแน่ ตราบเท่าที่พวกเราทำภารกิจไปตามลำดับนั้น อย่างน้อยแล้วทุกวันพวกนายก็จะอัพเลเวลได้คนละ 2-3 เลเวล”
หลินเฉอรู้สึกตื่นเต้นมาก “นี่มันเยี่ยมไปเลย!”
“อีกอย่าง ทุกคนก็ยังสะสมค่าชื่อเสียงได้ด้วย ทุกภารกิจระดับ C ขึ้นไปจะมีค่าชื่อเสียงเป็นรางวัลมาให้”
“ค่าชื่อเสียงมันใช่ทำอะไรได้งั้นเหรอ?” ซูซีหรานถามขึ้น
“ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ดูเหมือนมันจะเกี่ยวข้องกับฉายา ยังไงก็เถอะ ยิ่งมีมาก ก็ยิ่งดี”
“นั่นสิ!”