ระบบร้านค้าในวันสิ้นโลก

    บทที่ 32 การจัดฉาก

            บทที่ 32

            การจัดฉาก

            ฟื้นตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ภายในค่ายเกิดเรื่องราวใหญ่โตเวนดี้แสดงละครอย่างเนียบเนียนทำการแจ้งให้มาร์คที่เป็นผู้ดูแลค่ายในตอนนี้ได้ล่วงรู้ว่ามีการขโมยเอกสารออกไป

            เมื่อคืนไม่ว่าใครภายในค่ายก็โดนวางยาพวกเขาต่างสลบไม่รู้สึกตัว รวมไปถึงมาร์คด้วย

            ในตอนนี้มามองดูเต้นที่เคยเก็บเอกสารข้อมูลสำคัญที่เวนดี้สามารถรวบรวมเอาไว้ได้

            ภายในสถานที่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าเอกสารทั้งหมดถูกเอาไปหมดแล้ว

            มาร์คที่กำลังยืนมองภาพที่อยู่บริเวณด้านหน้ายกมือของตนเองขึ้นมากุมขมับแล้วก็พูดออกมาด้วยความหนักใจ“ เราพลาด ”

            เวนดี้ที่กำลังยืนอยู่ข้างมาร์คก็เอ่ยถามขึ้น “นายแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าพวกเราโดนยาสลบ ”

            “ ฉันตรวจดูแล้วภายในค่ายของพวกเรามีคนที่โดนวางยาสลบไปมากกว่าครึ่ง”

            “ มองดูแล้วเจ้าคนพวกนั้นที่หายตัวไปมันเองก็คงจะนำเอาพวกเอกสารพวกนี้ไป ”

            “ ในช่วงตลอดเดือนที่ผ่านมาเธอทำการรวบรวมข้อมูลมามากมายตอนนี้พวกมันหายไปในพริบตา ” มาร์คพูดออกมาพึมพำกับตัวเองอย่างหนักใจ

            ในตอนนี้เมื่อเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณด้านหน้าไม่ว่าใครก็ต้องแสดงใบหน้าเช่นนี้ทั้งนั้น

            “ เธอจำข้อมูลพวกนั้นได้บ้างหรือเปล่า?”

            เวนดี้ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “ นายจะบ้าอย่างงั้นหรอข้อมูลมากมายเหล่านั้นถึงฉันเป็นคนเขียนขึ้นมาเองแต่ว่าในตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาฉันเขียนเอกสารขึ้นมามากกว่าสามร้อยหรือสี่ร้อยแผ่น  ”

            “ เพราะแบบนั้นฉันจะจำพวกมันหมดได้ยังไง ”

            แน่นอนว่าสิ่งที่พูดเวนดี้โกหกข้อมูลเหล่านั้นที่กล้าเผาทำลายมันทั้งหมดในครั้งเดียวก็เป็นเพราะว่าเธอมั่นใจอยู่แล้วว่าเธอจำข้อมูลพวกนั้นได้

            แต่ถ้าในมุมมองของคนอื่นแน่นอนว่าเอกสารที่ถูกเขียนขึ้นมาถึงแม้จะเขียนขึ้นมาด้วยตัวเองแต่มีจำนวนมากถึงสี่ร้อยแผ่นไม่มีทางที่จะจะหมดอย่างแน่นอน

            “ เรื่องนี้จำเป็นจะต้องให้โทมัสรู้แต่ว่ากว่าที่โทมัสจะเดินทางกลับมาคงจะต้องใช้เวลาอีก”

            “ เอาเป็นว่าตอนนี้คนภายในค่ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็ช่วยกันยกระดับการป้องกันให้เพิ่มขึ้น”

            “ ช่วงเวลาต่อจากนี้พวกเราจะไม่รับใครเข้ามาภายในค่ายหลังจากที่ทำการตรวจสอบอย่างแน่ชัดและรอโทมัส ” มาร์คออกคำสั่งกับทุกคนภายในค่ายที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหลัง

            เดย์ที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดยืนอยู่ในท่าทางกอดอกมองเห็นแผนการทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ตนเองคิดเขายกยิ้มขึ้นมาที่มุมปาก

            ภายในใจของเดย์กำลังพูดกับตนเอง “ในตอนนี้แผนการทุกอย่างที่วางเอาไว้เป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย ”

            “ เจ้าคนพวกนี้มันปักใจเชื่อจริงๆด้วยมาร์คแม้ว่าจะเป็นคนที่มีนิสัยสุขุม และก็ละเอียดรอบคอบแต่ว่าการจัดฉากทีแนบเนียนของเรายังไงมันก็ไม่รู้อย่างแน่นอน ”

            “ ศพพวกนั้นโดนเผาทำลายบริเวณนอกค่ายห่างออกไปหลายกิโลหลังจากเผาเสร็จก็นำเอาดินบริเวณนั้นกลบฝังอย่างเสร็จเรียบร้อย ”

            “ ตอนนี้สิ่งที่ควรจะปิดบังก็คือความแข็งแกร่งของเราจะให้คนภายในค่ายรู้ไม่ได้เด็ดขาด”

            “ เพราะว่าถ้าพวกมันล่วงรู้คงจะขัดขวางเราก่อนและไม่ให้เราแข็งแกร่งขึ้น”

            “ แต่ว่าในตอนนี้ค่ายแห่งนี้กำลังทำบางอย่างที่แปลกประหลาด”

            “ ระบบการปกครองที่เรียกว่าเผด็จการกำลังจะถูกนำกลับมาเอามาใช้ใหม่”

            “ ในตอนนี้เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงไปเป็นแบบนี้แล้วสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือผู้คนเริ่มมีการแบ่งแยกมากขึ้น ”

            “ โลกใบนี้ผู้แข็งแกร่งจะกลืนกินผู้อ่อนแอ ” 

            “ เอาเถอะรอไปก่อน… ”เดย์พยายามบอกตัวเองให้สงบใจเอาไว้ในช่วงเวลานี้

            แผนการที่เตรียมเอาไว้จะต้องไม่ผิดพลาดเพราะว่าถ้าผิดพลาดเขาจำเป็นต้องตาย

            …

            ตกดึกบริเวณที่พักของเดย์

            เดย์นั่งอยู่บริเวณหน้ากองไฟเช่นเดิมตรงตำแหน่งเดิมที่เขานั่งอยู่ทุกวัน

            ในขณะที่กำลังนั่งอยู่เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากบริเวณด้านหลังเดย์ไม่ได้หันไปมองแต่เขาก็พูดขึ้นมาทันที “ ไหนบอกว่าให้ทำตัวห่างกันเอาไว้ไง? ”

            คนที่อยู่บริเวณด้านหลังของเขาแล้วกำลังเดินเข้ามาคือเวนดี้

            เวนดี้เดินเข้ามาอย่างช้าๆมาหยุดลงบริเวณข้างกายของเดย์เธอค่อยๆหย่อนก้นของตนเองนั่งลงนำเอาเบียร์ขึ้นมาหนึ่งกระป๋องแล้วก็ส่งให้กับเดย์ 

            เดย์รับมันเอาไว้แสดงใบหน้างุนงงก่อนจะถาม “มีแบบนี้ด้วยงั้นหรอ?”

            “ ฉันแอบหยิบมาจากที่เก็บเสบียงพวกมันมักจะถูกเจอในการออกสำรวจ พวกอาหารพวกนี้ก็เป็นสิ่งที่สามารถพบเจอได้ ”

            “ ฉันหยิบมาสองกระป๋องคนภายในค่ายส่วนใหญ่ออกไปสำรวจเพราะแบบนั้นพวกที่เหลืออยู่ก็เหลือเพียงแค่เล็กน้อย”

            “ อีกอย่างตรงบริเวณนี้อยู่ห่างจากที่อยู่อาศัยของผู้คนไม่มีใครเห็นพวกเรา” เวนดี้พูดขึ้นอย่างผ่อนคลาย

            เดย์ก้มหน้าของตนเองจ้องมองกระป๋องเบียร์ที่อยู่ภายในมือก่อนที่จะเปิดมันและก็ดื่มมันเขาจิบมันเล็กน้อยก่อนที่จะพูดขึ้น “ฉันถามข้อมูลจากคนที่บุกรุกพวกนั้นมาได้พวกมันบอกว่ากลุ่มของตนเองชื่อแมมมอธ ”

            “ ตั้งอยู่ห่างออกไปจากจุดนี้ประมาณหกสิบกิโล ”

            “ เธอคิดว่า ”

            “ นั้นสิน่ะระยะเวลาการตื่นขึ้นของพวกเราแต่ละคนจะแตกต่างกันแต่ตอนนี้ดูราวๆแล้วจากช่วงเวลาการตื่นขึ้นดูเหมือนว่าจะหมดแล้วตอนนี้ทุกคนที่รอดชีวิตน่าจะตื่นขึ้นมาหมดแล้ว ”

            “ อะไรทำให้เธอมั่นใจได้ขนาดนั้น? อาจจะยังมีคนที่หลับใหลอยู่ก็ได้ ”

            “ ไม่มีแล้วฉันมั่นใจจากการวิเคราะห์หลายๆอย่างทำให้ล่วงรู้ว่าตั้งแต่เกิดปรากฏการณ์ในครั้งนั้นขึ้นมาสถานที่พวกเราอยู่มันเหมือนกับไม่ใช่โลกของพวกเรา ”

            “ หมายความว่ายังไง? ” เดย์แสดงใบหน้าสงสัย

            เวนดี้ค่อยๆนำเอาแผ่นกระดาษหนึ่งออกมาก่อนที่เธอจะกางมัน

            เมื่อแผ่นกระดาษนั้นถูกกางออกมันคือแผนที่ 

            “ นายดูสิแผนที่ที่วาดขึ้นมาไม่มีส่วนไหนที่คล้ายคลึงกับโลกของเราเห็นแบบนี้แต่ฉันเป็นคนที่ศึกษาประวัติศาสตร์และก็ชอบวิเคราะห์เรื่องราว ”

            “ เรียกอีกอย่างว่าเป็นนักวิจัยก็ได้ไอ้พวกนี้ไม่มีอยู่บนโลกของพวกเราแถมนายดูนี่สิต้นไม้สูงใหญ่มากมายพวกนี้อีก  ”

            “ ฉันเลยมั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะใช่โลกของพวกเรา”

            “ หรือบ้างที่มันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปจนพวกเราจำไม่ได้”

            เดย์หลังจากที่ได้ยินแบบนั้นก้มหน้าของตนเอง “แสดงว่าช่วงเวลาที่เราตื่นขึ้นเราน่าจะตื่นขึ้นเป็นคนสุดท้ายสินะ ”

            “ ตอนนี้ทุกคนที่ตื่นขึ้นมาคงจะจับกลุ่มรวมตัวไม่ต่างจากพวกเราเพราะแบบนั้นอาการที่จะมีกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกพวกนั้นอ้างชื่อว่าแมมมอธใช่รึเปล่า  ”

            “ ใช่!! ”

            “ ในตอนนี้เราไม่สามารถมั่นใจจุดประสงค์ของแต่ละคนเราเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกันว่าพวกผู้นำกลุ่มแต่ละกลุ่มมีความคิดและมีแนวทางยังไง ”

            “ อาจจะเป็นเหมือนโทมัสที่ตอนแรกมีปณิธานแน่วแน่แต่ตอนหลังก็ถูกอำนาจเข้าครอบงำจนกลายเป็นเผด็จการ”

            “ หรืออาจจะเป็นกลุ่มคนดีหรืออาจจะเป็นกลุ่มคนเลวตัวของพวกเราไม่สามารถรู้ได้หรอกแมมมอธก็เป็นกลุ่มกลุ่มหนึ่งถ้าพวกมันแทรกแซงเข้ามาภายในนี้ก็แสดงว่าต้องมีจุดประสงค์” เวนดี้พูดพลางคิดไปด้วย

            เดย์เข้าใจดีเขาแสดงใบหน้าจริงจัง “ เรื่องนั้นฉันเห็นด้วย ”

            “ แล้วหลังจากที่ค่ายนี้พังทลายลงเธอจะไปที่ไหน”

            “ ฉันงั้นหรอ? ” เวนดี้แสดงใบหน้าคิด

            “ นั้นสิน่ะจะไปที่ไหนดีฉันอยากมองดูโลกใบนี้ให้มันกว้างขึ้นด้วยสิแล้วก็อยากรู้ด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหตุการณ์ปรากฏฝนสีเลือดในวันนั้นและทุกอย่างมันก็เป็นแบบนี้”

            “ แล้วนายล่ะ? ”

            เดย์คิด “ ฉันจะเดินทางไปก่อนฉันไม่ต่างจากเธอหรอกอยากรู้ว่าโลกใบนี้มันอะไรกันแน่เหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นกับพวกเรามันคืออะไร? ”

            “ แล้วฝนสีเลือดในวันนั้นมันคืออะไรสัญญาณการสิ้นสุดของโลกอย่างงั้นหรอแล้วพลังที่พวกเราได้รับมาล่ะ ”

            “ โลกแบบนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันมีปริศนาให้พวกเรานั้นตามหา” เดย์ยกยิ้ม 

            “ ในขณะที่ผู้คนมากมายสิ้นหวังแต่นายกำลังยิ้มแปลกคนจริงๆ ” เวนดี้กล่าว

            เดย์ตอบกลับ “ แค่พูดตามความรู้สึกของตนเองเท่านั้นว่าแต่ตัวของเธออยากแข็งแกร่งขึ้นไหม ”

            “ หมายความว่ายังไง? ”

            “ ฉันมีข้อเสนอ… ” เดย์ยกยิ้ม 

            จบบท 

    คล้ายกับเรื่องระบบร้านค้าในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน