แขกที่ไม่ได้รับเชิญ 2/2 (จบ)
''ท่านแม่อย่าร้องไห้เลยนะขอรับท่านแม่ยังมีข้าอยู่ข้าสัญญาว่าจะฝึกฝนให้หนักขึ้นแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้เพื่อที่จะสามารถปกป้องตัวเองและท่านแม่ได้...ข้าว่าเรามาถามมันดีกว่าว่าพวกมันสังกัดสำนักใดและคนที่จ้างวานคือใครกัน??''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาพร้อมก้าวเท้าไปยังนักฆ่าที่เหลืออยู่เพียงแค่คนเดียวทันที
''ข้าให้โอกาสเพียงแค่สามครั้งเท่านั้นตอบข้ามาว่าพวกเ้าอยู่สำนักไหนใครเป็คนจ้างวานพวกเ้า??''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้
''หึหึ...คุณชายใหญ่ที่ผู้คนเขาต่างร่ำลือว่าเป็สวะของตระกูลจางไม่สามารถปลุกพลังิญญาได้ร่างกายเจ็บป่วยไม่สามารถฝึกฝนการต่อสู้ได้แต่เหตุใดที่ข้าเห็นในวันนี้หาเป็อย่างนั้นไม่เล่า??''ชายชุดดำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงยียวนดวงตาเป็ประกายราวกับเจอสิ่งของที่ตนตื่นเต้นเพราะว่ามันนั้นถูกใจคุณชายตรงหน้านี้ไม่น้อยเสียงเล่าลือที่คนทั่วแคว้นนั้นรู้เช่นเดียวกันว่าคุณชายใหญ่ของตระกูลจางนั้นหน้าตาอัปลักษณ์เป็สวะของตระกูลแล้วสิ่งที่ตนเห็นตอนนี้คืออะไรเล่าหากมีคนกล่าวว่าความงามเช่นคุณชายใหญ่จางหนิงอ้ายนั้นเป็สองคนไม่มีผู้ใดในทุกแคว้นกล้าเทียบขึ้นเป็ที่หนึ่งแน่
หนิงอ้ายเห็นแววตาที่น่ารังเกียจของมันแต่ในใจอยากจะรีบฆ่ายิ่งนักแต่ทว่าใบหน้างดงามนั้นก็ไม่ปรากฏอารมณ์ให้คาดเดาได้อีกเช่นเดิมและเอ่ยออกไปอีกครั้ง...
''โอกาสครั้งที่สองข้าถามว่าพวกเ้าอยู่สำนักใดใครเป็ผู้จ้างวานเ้ากัน??''
''หากข้าตอบไปเ้าจักยอมอยู่ใต้ร่างข้าหรือไม่เล่าคุณชาย...''ชายชุดดำไม่ตอบพลางเอ่ยออกมาด้วยคำพูดที่น่ารังเกียจ
''นี่เ้า!!!!จะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ''ทั้งท่านเเม่เย่วซินท่านลุงจางปินและท่านน้าหรันหรูเอ่ยขึ้นพร้อมกันในขณะที่หนิงอ้ายนั้นยังยืนอยู่ใบหน้าไร้อารมณ์เช่นเดิม
''โอกาสครั้งสุดท้ายของเ้าตอบข้ามาพวกเ้าอยู่สำนักใดและใครเป็คนจ้างวาน''หนิงอ้ายเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับโอกาสครั้งที่สามตามที่ตนบอกจะให้โอกาสตั้งเเต่ต้น
''เหอะๆข้าไม่มีทางบอกให้เ้ารู้หรอกหากพวกพี่ใหญ่ไม่เห็นว่าพวกข้าไม่กลับตามกำหนดเวลาไม่แคล้วคงจะจัดการพวก...''
ฉึบ!
ไม่ทันชายชุดดำได้กล่าวจบทันใดนั้นก็มีเสียงกระบี่ดังขึ้นคล้ายกับตัดบางสิ่งบางอย่างเพียงเเค่ดาบเดียวแสดงถึงความเฉียบขาดและแม่นยำครั้นเมื่อมองไปตรงพื้นด้านหน้าก็เห็นส่วนหัวของชายชุดดำที่ตกอยู่ข้างลำตัวที่ตอนนี้ดวงหน้าเบิกโพรงแสดงความใไม่น้อยทุกคนที่อยู่ในห้องตอนนี้ได้แต่สูดหายใจเสียงดังจริงอยู่ที่ว่ากระบี่นั้นจะมีความบางและคมอยู่มากแต่ถึงอย่างไรแล้วก็ต้องมีแรงในการใช้งานเช่นกันแต่จากรอยาแของชายชุดดำตรงหน้ารอยกระบี่ตรง่ลำคอที่มีความราบเรียบไร้ความลังเลในการกระทำคล้ายกับว่าผู้ที่กระทำนั้นเสพติดความสมบูรณ์อย่างมากความงดงามที่น่าสะพรึงนี้สร้างความน่าใอยู่ไม่น้อยแก่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่น้อย
''ข้าให้โอกาสแล้วแต่ในเมื่อไม่ตอบก็ไม่มีประโยชน์ขอรับ''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยเสียงเรียบๆใบหน้างามไม่ปรากฏอารมณ์เช่นเดิม
''คุณชาย...บ่าวเจอหลักฐานการจ้างวานฆ่าที่ซ่อนไว้ตรงอกเสื้อจากชายชุดดำคนหนึ่งที่อยู่ตรงลานขอรับ''
''อีกทั้งตรงบริเวณต้นคอด้านหลังของชายคนนั้นปรากฏเป็รอยสักเสือสีดำเล็กๆหากไม่สังเกตก็ไม่เจอแต่ในคนที่เหลือไม่พบหลักฐานอื่นใดคาดว่าจะเป็เพียงแค่ลูกน้องในสังกัดเท่านั้น...''ลู่ซีเมื่อจัดการเหล่าบรรดาศพนักฆ่าคนอื่นๆที่ตรงบริเวณด้านหน้าลานของเรือนตามที่คุณชายของตนนั้นให้จัดการสำเร็จจึงรีบเข้ามารายงานทันทีแม้หางตาจะมองเห็นร่างชายชุดดำที่ตอนนี้ไร้หัวแต่เมื่อคิดได้ว่าคงถูกท่านลุงจางปินคงจัดการตนก็หายห่วงในใจ
''เป็อย่างที่คิดจริงด้วยท่านแม่ของดูเถิด...''หนิงอ้ายเมื่อดูเสร็จจึงส่งต่อให้มารดาของตน
''นี่มันฝีมือของพวกสำนักเหรินซวงจริงด้วย...ไม่คิดว่าฉากหน้าที่เป็ผู้ผดุงยุติธรรมจะรับงานต่ำทรามเช่นนี้!!''เย่วซินแม้จะคาดเดาได้ว่าเป็ฝีมือของสำนักใดในตอนแรกเพราะค่อนข้างที่จะคุ้นเคยท่าทางการต่อสู้ที่คล้ายคลึงกับเคล็ดวิชาของสำนักเหรินซวงไม่น้อยในความทรงจำ เมื่อนานมาแล้วแม้ในตอนนั้นนางได้เข้าร่วมงานประลองยุทธ์ของแคว้นและไม่ได้ต่อสู้กับคนสำนักนี้โดยตรงแต่ก็พอจดจำเคล็ดวิชาที่ถูกใช้ในงานประลองได้
''เหมือนฮูหยินรองจะเห็นว่าข้าอายุครบสิบห้าปีแล้วถึงแม้จะไม่สามารถปลุกพลังิญญาได้แต่ก็ยังมีสิทธิ์เป็ผู้สืบทอดของตระกูลจางและสำนักศึกษาผิงอานอยู่''
''และเมื่อถึงตอนนั้นบุตรของนางก็จะมีหน้าที่เพียงแค่ผู้าุโคอยปกป้องทุกอย่างของตระกูลรวมถึงต้องปกป้องข้าผู้นี้แต่หากข้าตายตกไปนอกจากจะอ้างว่าข้าตายตกไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพของข้าหรือการฆ่าเพราะความขัดแย้งของตระกูลอื่นที่มีต่อตระกูลจาง ต่อให้จะเป็เหตุผลอะไรก็ตามบิดาสารเลวนั่นคงไม่สนใจและไม่สืบหาความจริงเสียด้วยซ้ำ และบุตรของนางก็จะขึ้นมาเป็ผู้สืบทอดของตระกูลอย่างถูกต้องและเป็เ้าสำนักศึกษาผิงอานโดยที่ไม่ต้องเป็กังวลใจเพราะในตระกูลจางสายหลักมีเพียงข้าและบุตรของนางเท่านั้นที่เป็ชายถึงเเม้จะมีคุณชายสามเเต่หากเทียบกับคุณชายรองเเล้วคงยากที่จะรับตำแหน่งใหญ่โตในตระกูลได้...''
''ช่างน่าสมเพชยิ่งนักอยากได้ของที่ไม่ใช่ของตนยอมแม้กระทั่งฆ่าคนที่ขัดขวางทางไม่สนถูกผิดในเมื่อเลือกเช่นนั้นข้าก็จะไม่ปราณีเช่นกัน''เมื่อหนิงอ้ายกล่าวจบทั้งมารดาของเขาท่านลุงจางปินท่านน้าหรันหรูรวมไปถึงบ่าวไพร่ที่เหลือตอนนี้ได้มาอยู่รวมกันในบริเวณดังกล่าวต่างสูดหายใจเสียงดังพร้อมกันในใจนั้นนึกชื่นชมหนิงอ้ายอยู่ไม่น้อยถึงตอนนี้คุณชายจะพึ่งอายุสิบห้าปีเท่านั้นแต่ความคิดอ่านช่างมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งทุกคำที่เอ่ยออกมาล้วนเป็ความจริงแม้จะฟังดูโหดร้ายไม่น้อยแต่คุณชายก็ยังเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าสงบยิ่ง
''ท่านแม่ข้าว่าถึงเวลาที่เราต้องไปจากตระกูลนี้แล้วข้าไม่้าเป็ผู้สืบทอดตระกูลจางรวมไปถึงเป็เ้าสำนักศึกษาผิงอานเลยแม้แต่น้อย พวกเรากลับไปหาท่านตาท่านยายที่ตระกูลหวังกันนะขอรับ...''หนิงอ้ายเอ่ยบอกมารดาของตนด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นคล้ายกับตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนเย่วซินเมื่อได้ยินดังนั้นแม้ในใจจะรู้สึกว่าบุตรของตนนั้นไม่เคยได้รับสิทธิที่ควรจะได้ในฐานะของคุณชายใหญ่ของตระกูลเลยสักครั้งแต่ในเมื่อเด็กหนุ่มยืนยันที่จะไม่้าสิ่งเหล่านี้นางก็พร้อมที่จะทำตามความสุขของบุตรของนางอย่างแน่นอน
''ท่านแม่,ท่านลุงจางปินและท่านน้าหรันหรูไปพักผ่อนก่อนเถิดขอรับส่วนของในห้องของข้าที่เสียหายให้พวกบ่าวเข้ามาจัดการทำความสะอาดเปลี่ยนผ้าปูเตียงให้เรียบร้อยส่วนข้ากับลู่ซีจะบอกไปตรงลานหน้าเรือนไปหาเจียวซิ่นก่อนนะขอรับ...''หนิงอ้ายเมื่อเห็นว่าทุกคนในตอนนี้ต่างหมดแรงไปไม่น้อยจึงอยากให้ทุกคนได้พักผ่อนส่วนเขายังต้องมีเื่ไปจัดการอีกเล็กน้อยเมื่อจัดแจงทุกอย่างแล้วเขากับลู่ซีจึงมุ่งตรงไปยังลานหน้าเรือนเลยทันที...
''เจียวซิ่นครั้งนี้เ้าคงอิ่มไปไม่น้อยเลยสินะ...''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีเมื่อเห็นว่าเจียวซิ่นเพิ่งจัดการศพชายชุดดำคนสุดท้ายตรงลานสำเร็จเขาจึงเรียกศพชายชุดดำไร้หัวที่อยู่ในห้องของตนมาให้กินอีกโดยหวังว่าจะทำให้ระดับพลังของเจียวซิ่นนั้นเพิ่มในเร็ววัน
''เจียวซิ่นอยู่กับคุณชายไม่ถึงปีแต่ตอนนี้มีพลังระดับจักรพรรดิเท่ากับเสี่ยวไป๋...ข้าผูกพันธะมาหลายปีแล้วแต่เสี่ยวไป๋ยังมีพลังระดับจักรพรรดิเช่นเดิมระดับไม่เพิ่มขึ้นนานแล้วและช่างโชคดีไม่น้อยที่วันนั้นคุณชายเลือกซื้อเจียวซิ่นมาผูกพันธะนะขอรับ''
ลู่ซีเมื่อเห็นว่าตอนนี้เจียวซิ่นได้จัดการศพนักฆ่าทุกคนแล้วในตอนนี้ได้ยืนต้นสงบปรากฏลายเป็สีเขียวเข้มสลับสีแดงแปลกตาอย่างลงตัว ภายในสามารถมองทะลุเห็นลางๆปรากฎเป็แสงสีเขียววูบวาบเป็จังหวะคล้ายกับการเต้นของหัวใจช่างชวนให้มึนงงเล็กน้อยหากเผลอจ้องไปนานๆ บริเวณโดยรอบโคนของส่วนต้นปรากฏเป็บุปผาสีแดงทองลักษณะทรงกลมรีที่มีสองฝาประกบกันชูช่ออยู่รูปลักษณ์ในตอนนี้ของเจียวซิ่นนั้นช่างดูงดงามแปลกตาอาจจะด้วยสีสันที่แตกอย่างแต่เข้ากันอย่างลงตัวแต่คงกลิ่นอายอันตรายไม่น้อยทีเดียว...
..........................
''เจียวซิ่นนั้นนอกจากจะได้ดูดซับผลึกธาตุรวมไปถึงพลังิญญาของข้าแล้วก่อนหน้านั้นก็เป็เ้าที่เสาะหาร่างไร้ิญญาสัตว์อสูรระดับต่างๆ มาให้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียวจึงทำให้เจียวซิ่นสามารถเพิ่มระดับพลังิญญาไปได้อย่างก้าวหน้าและรวดเร็วอย่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไป''
''ยิ่งครั้งนี้ก็ได้ทำการดูดซับพลังปราณของนักฆ่าทั้งหมดที่มีระดับิญญาค่อนข้างสูงข้าว่าหลังจากเจียวซิ่นเข้าไปห้วงมิติจิตครั้งนี้ก่อนถึง่ประลองของแคว้นเจียวซิ่นคงจะเลื่อนระดับได้อีกไม่น้อย''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยความภูมิใจจนลู่ซีสามารถััได้
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยไม่เหลือหลักฐานเจียวซิ่นก็ได้เข้ามาออดอ้อนหนิงอ้ายอีกครั้งโดย้าให้หนิงอ้ายลูบบริเวณส่วนของใบของมันสักครู่ก่อนที่จะหายเข้าไปในห้วงมิติจิตเพื่อทำการปรับสมดุลพลังที่ได้ดูดซับไปในวันนี้หนิงอ้ายเห็นว่าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วรวมไปถึงห้องของเขาในตอนนี้กลับคืนสู่สภาพปกติไม่มีกลิ่นคาวเืแล้วจึงสั่งให้ลู่ซีและบ่าวคนอื่นๆ ไปพักผ่อนส่วนตัวเขาวันนี้เป็อีกวันที่ใช้พลังงานมากจริงๆ เมื่อหัวถึงหมอนแล้วหนิงอ้ายก็หลับไปในทันที
ยามเหม่า (เวลา05.00-06.59น.)
แม้ว่าคืนที่ผ่านมานั้นค่อนข้างที่จะกินพลังงานของหนิงอ้ายไปไม่น้อยแต่ถึงอย่างไรก็ตามร่างกายของเขาก็ตื่นในเวลาเดิมเช่นนี้คล้ายกับว่าคุ้นชินไปเสียแล้ว หลังจากที่จัดการล้างหน้าเพื่อให้รู้สึกสดชื่นพร้อมรับกับสิ่งที่ดีในวันใหม่เขาได้พาร่างกายบอบบางของตนไปยังบริเวณหลังเรือนเล็กดังกล่าวที่ตอนนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็พื้นลานกว้างสำหรับฝึกฝนวรยุทธนั่นเอง ด้วยสภาพโดยรอบที่โอบล้อมไปด้วยป่าไผเรียงรายเป็ซุ้มสวยงามร่มรื่น อากาศเต็มไปด้วยพลังธาตุบริสุทธิ์ไหลเวียนหนาแน่นกว่าบริเวณอื่นๆ ในจวนตระกูลจาง ดังนั้นในทุกเช้าเขาจึงทำการดูดซับพลังปราณที่มีอยู่นี้อย่างน้อยวันละหนึ่งชั่วยามโดยทำการดูดซับพลังปราณนี้ตามเคล็ดวิชาของตระกูลหวังซึ่งก็ทำให้เขาสามารถดูดซับพลังปราณนี้ได้มากและรวดเร็วกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปหลายเท่า
นอกจากนี้หนิงอ้ายยังทำที่ออกกำลังเองโดยเลียนแบบจากโลกเดิมของเขาเช่นทางซ้ายมือของลานฝึกเขาได้จัดการขุดหลุมฝังเสาไม้ที่มีความสูงลดหลั่นกันมาวางเรียงเป็ทางยาว้าพาดด้วยไม้เนื้อดีทอดไปตามแนวเสาในทางขวางได้วางไม้ลักษณะคล้ายกับบันไดไว้สำหรับการออกกำลังแขนคล้ายกับบาร์โหนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและยืดหยุ่น อีกทั้งทำการปักเสาขนาดใหญ่ข้างลานฝึกด้านขวาหลายต้นโดย้าจะถูกเจาะรูเพื่อเสียบไม้เนื้อดีทนทานและแขวนถุงผ้าที่ห่อหุ้มหนาหลายชั้นด้านในถูกยัดนุ่นของแต่ละชั้นผ้าเช่นเดียวกันซึ่งเขาเอาไว้สำหรับการซ้อมท่าทางมวยไทยตามที่เขาได้ฝึกมาก่อนหน้านี้
ตรงกลางของลานฝึกนั้นเขาได้ปรับหน้าดินให้เรียบไว้สำหรับฝึกฝนการต่อสู้โดยเฉพาะซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งเขาและลู่ซีมักจะทำการประลองกันในทุกสามวันอยู่แล้วเพื่อทดสอบฝีมือวรยุทธ์ รวมไปถึงการใช้บทเวทย์ต่างเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้มากที่สุดยามที่ต้องลงประลองของแคว้นครั้งนี้ โดยแต่ละครั้งนั้นจะมีกฏข้อห้ามในการประลองฝีมือซึ่งจะเปลี่ยนไปในทุกครั้งไม่เหมือนเดิม เช่นบางครั้งให้ใช้ได้เพียงแค่วรยุทธ์ บางครั้งให้งดใช้พลังธาตุในการต่อสู้บางครั้งห้ามใช้บทเวทย์หรือแม้กระทั่งมีการกำหนดเขตประลองพื้นที่เล็กๆหากถูกผลักออกจากเขตดังกล่าวก็จะเป็ผู้เเพ้ไปนั่นเองสำหรับการฝึกแบบนี้ลู่ซีบอกว่ายังไม่เคยมีใครทำมาก่อนเท่าที่ตนรู้และข้อดีของการฝึกแบบนี้ก็คือยิ่งมีข้อจำกัดหรือกฎข้อห้ามในการประลองเท่าใดก็จะยิ่งท้าทายความสามารถมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย
สำหรับหนิงอ้ายแล้วต่อให้เขาออกกำลังและฝึกฝนวรยุทธ์ได้คล่องแคล่วรวมไปถึงการใช้บทเวทย์ในการต่อสู้หรือสถานการณ์ต่างๆ แล้วนั้น ร่างกายของหนิงอ้ายในตอนนี้ก็ยังคงรูปลักษณ์บอบบางเช่นเดิมแทบไม่เปลี่ยนมีเพียงความสูงเท่านั้นที่เพิ่มขึ้นตามฝีมือแม้รูปร่างของเขาจะดูสูงโปร่งกว่าสตรีในวัยเดียวกันหรือกับท่านแม่แล้วด้วยความสูงถึงร้อยเจ็ดสิบห้า แต่เมื่อเทียบกับบุรุษทั่วไปหนิงอ้ายก็ยังสูงน้อยกว่าถึงครึ่งศรีษะ
หากนับลู่ซีบ่าวชายในเรือนเล็กนี้รวมไปถึงบุตรชายคนอื่นๆ ของบิดาที่ต่างมีร่างกายที่ใหญ่สมกับเป็บุรุษแม้จะอายุน้อยกว่าเขาก็ตาม ต่อให้เขากินอาหารบำรุงมากแค่ไหนออกกำลังสักเพียงใดสุดท้ายแล้วร่างกายของเราก็ยังดูบอบบางส่วนสูงก็เพิ่มเพียงเล็กน้อยหนิงอ้ายได้แต่ปลอบใจตนเองว่าร่างกายตอนนี้เขาเป็เพียงแค่อายุสิบห้าปีเท่านั้นยังมีเวลาให้ร่างกายได้เติบโตมากกว่านี้อีกแต่ถึงอย่างไรก็ตามพละกำลังของเขานั้นพูดได้ว่าเกือบเทียบเท่ากับร่างเดิมในโลกเก่าของเขาเสียด้วยซ้ำเมื่อชั่งใจดูและหาเหตุผลปลอบใจตนได้แล้วเขาก็พอทำใจยอมรับได้..