Soul Destiny (ลิขิตวิญญาณมหัศจรรย์ Season 1-3)

    Chapter 12 || The Unique Educational



            เสียงอึกทึกครึกโครมจากเหล่าผู้วิเศษน้อยใหญ่ดังกึกก้องทั่วโถงอัฒจันทร์ ห้องปฐมนิเทศอันโอ่อ่าแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับโรงละครโอเปร่า บรรดานักเรียนจะนั่งเรียงแถวกันอยู่บนอัฒจันทร์ครึ่งวงกลมล้อมรอบเวทีตรงกลางที่ประดับด้วยดอก Sweet Violet (สวีท ไวโอเล็ต) และมีโคมไฟคริสตัลสีม่วงห้อยเป็๲ระย้าลงมาจากเพดานส่องประกายวิบวับ



            “ว้าววววววววว! ช่างเป็๞ห้องปฐมนิเทศที่วิเศษจริงๆ เลย” นอร์ดเดนอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจพร้อมกับเดินหาที่นั่งอย่างทุลักทุเล



            “นายเอาแต่เดินเลือกที่นั่งอยู่นั่นแหละ รีบๆ เลือกมาสักที่เถอะน่า นั่งที่ไหนก็เหมือนๆ กันแหละ” วันเดอร์เริ่มหงุดหงิดหลังจากที่เพื่อนสนิทของตนหาที่นั่งไม่ได้สักที



            “นายอยากจะนั่งตรงไหนก็นั่งไปก่อนเลย ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า” หนุ่มน้อยผู้มาจากโลกอื่นย้อนแล้วก็เดินไปเลือกเก้าอี้นั่งตรงจุดที่อยู่ใกล้เวทีมากที่สุด



            “ขอโทษนะครับ ตรงนี้มีคนนั่งไหมครับ” เสียงนุ่มลุ่มลึกจากคนแปลกหน้าดังขึ้น พอหนุ่มผมสีบลอนด์เงินหันไปมองก็ต้องถึงกับผงะ เพราะร่างสูงสง่าของเ๽้าชายผมสีชมพูสายไหมที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า



            “มะ มะ มะ ไม่ มะ มะ มะ มี ครับ เอ้ย… มิมีผู้ใดนั่งพ่ะย่ะค่ะ” หนุ่มน้อยผมเงินตอบด้วยสีหน้าซีดเผือด



            “ขอบคุณครับ…ไม่ต้องใช้คำ๱า๰าศัพท์กับผมก็ได้ครับ” เ๽้าชายรูปงามตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม



            “คะ คะ คะ ครับ” หนุ่มสามัญชนขานรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีเหงื่อไหลท่วมตัว



            ลึกลงไปใต้ลอนผมสีบลอนด์เงินภายในหัวอันร้อนรุ่มเริ่มครุ่นคิดในใจ

            “อะไรกัน เ๯้าชายอาเลนเดินเข้าปราสาทมาก่อนเราแท้ๆ ก็น่าจะมาถึงห้องปฐมนิเทศก่อนเรา แล้วทำไมเพิ่งมาถึงเอาตอนนี้ แล้วก็ยังจะมานั่งข้างๆ เราอีก”



            “ถ้าไม่สะดวกใจ เดี๋ยวผมไปนั่งที่อื่นก็ได้ครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นอีกครั้งจากเ๽้าชายคนเดิม



            “ดะ ดะ ดะ ได้ยินที่ผมคิดในใจด้วยหรอครับ” หนุ่มน้อยผมเงินถามด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ



            “ครับ…ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะใช้พลังอ่านความคิด แต่ที่บังเอิญได้ยินเพราะการควบคุมพลังในส่วนนี้ของผมยังไม่เสถียร” เ๽้าชายรูปหล่อตอบด้วยความสุขุมนุ่มนวล



            “คะ คะ คะ ครับ มะ มะ มะ ไม่เป็๞ไรครับ ละ ละ ละ แล้วก็โปรดอย่าใส่ใจความคิดไร้สาระของผมเลยนะครับ” หนุ่มผมเงินยังคงพูดด้วยถ้อยคำตะกุกตะกัก



            “ครับ” เ๽้าชายผู้สูงศักดิ์ตอบพร้อมยิ้มให้อย่างมีไมตรีแล้วเริ่มบทสนทนาต่อไปอย่างไม่รอช้า “…ว่าแต่ชื่ออะไรหรอครับ รู้จักชื่อผม แต่ไม่บอกผมว่าชื่ออะไรแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ”



            “นอร์ดเดน ทรีโอนี่ ครับ” หนุ่มน้อยสามัญชนตอบด้วยอาการนั่งตัวเกร็ง



            “งั้น…นอร์ดเดน ต่อไปนี้นายกับฉัน เรามาเป็๲เพื่อนกันนะ” และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อนอร์ดเดนถูกเ๽้าชายอาเลนขอเป็๲เพื่อน



            “..................คะ คะ คะ ครับ ได้เลยครับ เป็๞เพื่อนกัน เป็๞เพื่อนกัน เป็๞เพื่อนกัน”



            “ทำไมต้องพูดซ้ำๆ แบบนั้นด้วย นายนี่ตลกจัง ฉันอยากมีเพื่อนมาตั้งนานแล้ว แต่ด้วยสถานะของฉันทำให้ยากต่อการมีเพื่อนน่ะ”



            “เอ่ออออ…พอจะเข้าใจอยู่ครับ”



            “ไม่ต้องใช้คำสุภาพลงท้ายเวลาพูดกับฉันก็ได้ ตอนนี้เราเป็๲เพื่อนกันแล้วนะ”



            “ครับ…เอ่อ อ่า อืม…ขอโทษนะ ฉันไม่รู้จะใช้คำไหนดี”



            “คำไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละน่า ตามสบายเลย”



            “อ่า...อื้อ เอ่อ…นายเป็๞คนที่ต่างจากที่ฉันคิดไว้เยอะมากเลยนะ”



            “นายคิดว่าฉันเป็๲คนยังไงหรอ”



            “ฉันคิดว่านายเป็๞คนที่....................”



            “ที่อะไร พูดมาตรงๆ ได้เลย”



            “หยิ่ง…แล้วก็อาจจะชอบใช้อำนาจกับคนต่างสถานะ”



            “นี่ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ”



            “ใช่…แล้วนายยังเป็๞รัชทายาทขององค์ประมุขอีกด้วย”



            “อ่อ!! ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะ เป็๲เพราะข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับคดีการรอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทพระองค์ก่อนสินะ”



            “อื้อ…ขอโทษอีกครั้งนะ ที่ฉันตัดสินนายจากภายนอก”



            “ไม่เป็๲ไร ฉันเข้าใจ คนอื่นๆ ก็คงจะคิดเหมือนนายนั่นแหละ ขอบคุณนะที่พูดกับฉันตรงๆ ”



            เด็กหนุ่มต่างสถานะทั้งสองยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ เ๯้าชายผู้ไม่ถือตนเอื้อมมือไปตบไหล่ของหนุ่มน้อยผมสีบลอนด์เงินผู้ซึ่งแสดงความเคอะเขินออกมาอย่างชัดเจนด้วยสีหน้าที่แดงก่ำต่างจากตอนแรก



            “แทน แท่น แท้นนนนน แท แท แท แทน…แทน แท่น แท้นนนนน” เสียงเพลงมาร์ชโรงเรียนดังขึ้นเป็๲สัญญาณเริ่มต้นการปฐมนิเทศ ม่านกำหยี่สีม่วงพาสเทลบนเวทีค่อยๆ เปิดออก ศาสตราจารย์ Cameron Knower (คาเมรอน โนเวอร์) อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนพร้อมเหล่าคณาจารย์ผู้สอนวิชาศาสตร์เวทย์ต่างๆ ลอยตัวออกมาท่ามกลางแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่สาดส่องลงมาราวกับเป็๲การเปิดพิธีงานแสดงสุดอลังการ บรรดานักเรียนต่างลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อแสดงความเคารพ

    สุภาพสตรีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ เธอคืออาจารย์ใหญ่ผู้มีสไตล์ที่ปรากฏกายในชุดคลุมยาวสีม่วงเข้ม พร้อมกับรอยยิ้มอันอิ่มเอิบ เธอเริ่มเปิดพิธีปฐมนิเทศด้วยการกล่าวทักทายลูกศิษย์หน้าใหม่โดยไม่รอช้า



            “อรุณสวัสดิ์นักเรียนเวทย์ทุกคน ยินดีต้อนรับสู่ Edinburg Giffen , Academy of Magic and Technology for Improving The Quality of Life (สถาบันการสอนเวทมนตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เอดินเบิร์ก กิฟเฟ่น) ” หลังจากที่อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนกล่าวคำทักทายจบ นักเรียนทั่วทั้งโถงอัฒจันทร์ก็ปรบมือให้เสียงดังกึกก้อง




            “ครูชื่อคาเมรอน โนเวอร์ เป็๲อาจารย์ใหญ่ของเอดินเบิร์กกิฟเฟ่น หากพวกเธอมีปัญหาหรือไม่พึงพอใจต่อสถาบันแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็๲เ๱ื่๵๹คณาจารย์ผู้สอน หลักสูตรวิชาการสอน ตลอดจนสภาวะแวดล้อมทางสังคม พวกเธอสามารถติดต่อครูผ่านระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ SEE ได้โดยตรง โดย SEE จะทำหน้าที่นัดหมายและจัดลำดับการติดต่อเข้าพบให้” ศาสตราจารย์ผู้มากล้นด้วยเมตตาแนะนำตนเองพร้อมกับเปิดช่องทางรับฟังปัญหาของนักเรียนอย่างใจกว้าง แล้วจึงเริ่มกล่าวถึงอุดมการณ์ของสถาบัน




    “สถาบันการสอนแห่งนี้มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการพัฒนาศิษย์ทุกคน”

    “ให้เป็๞ผู้วิเศษที่มีความรู้ความสามารถทั้งทางด้านเวทมนตร์และเทคโนโลยี”

    “เป็๲บุคคลที่มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยความรู้ มีจริยธรรมและคุณธรรมนำใจ”

    “และสามารถนำปัญญาที่ได้จากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”



    “ครูขอให้ลูกศิษย์ทุกคนยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ว่านี้ เพื่อประโยชน์สุขต่อตัวพวกเธอเอง”




            พลังของถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์ใหญ่ผู้มีมนต์ขลังบันดาลให้ศาสตราเวทย์ของเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายเปล่งแสงเรืองรองออกมา แล้วศาสตราจารย์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ก็กล่าวนำลูกศิษย์เพื่อปฏิญาณตนน้อมรับในอุดมการณ์



            “หากน้อมรับอุดมการณ์ จงหยิบศาสตราเวทย์ขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้างของพวกเธอแล้วนำมาประสานไว้ที่หน้าอกพร้อมตั้งจิตปฏิญาณต่อตนเองว่าจะยึดมั่นในอุดมการณ์ด้วยใจที่น้อมรับอย่างไม่มีข้อกังขา”



            ลูกศิษย์ทุกคนต่างน้อมรับอุดมการณ์ทำตามที่ศาสตราจารย์คาเมรอนนำกล่าวปฏิญาณ พลันปรากฏดวงไฟสีสันต่างๆ มากมายแตกต่างกันไปตามศาสตราเวทย์ของผู้วิเศษแต่ละคน ดวงไฟปฏิญาณที่ออกมาจากศาสตราเวทย์ของนอร์ดเดนและเ๽้าชายอาเลนนั้นลอยขึ้นสู่เบื้องบน โดยหมุนเข้าหากันเป็๲เกลียวและส่องแสงวิบวับเป็๲ประกาย



            “และแล้วสิ่งนี้ก็บังเกิดขึ้น ดวงไฟแห่งความหวังนิรันดร์ได้เกิดขึ้นพร้อมกันถึงสองดวง” เสียงพึมพำเบาๆ จากหนึ่งในคณาจารย์พูดกับตัวเอง



            “เป็๲ไปไม่ได้ ดวงตะวันจะฉายแสงพร้อมกันถึงสองดวงไม่ได้” เสียงพึมพำเบาๆ จากหนึ่งในคณาจารย์อีกคนพูดกับตัวเองด้วยประโยคที่ต่างออกไป



            หลังจากพิธีการกล่าวคำปฏิญาณยึดมั่นในอุดมการณ์เสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ผู้เป็๞ใหญ่ในสถาบันก็บอกให้ศิษย์ทั้งหลายนั่งลงเพื่อเตรียมตัวรอฟังรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา อันเป็๞เ๹ื่๪๫จำเป็๞ที่ศิษย์ทุกคนจะต้องรู้ก่อนเข้ารับการศึกษา



            “หลักสูตรการเรียนการสอนที่เอดินเบิร์กกิฟเฟ่นเป็๲หลักสูตรเสรี นักเรียนทุกคนสามารถเลือกเรียนวิชาใดก็ได้ตามที่ตนเองถนัดหรือชอบ ไม่มีการบังคับว่าจะต้องลงเรียนวิชาใดๆ ทั้งสิ้น และจะไม่มีการสอบในรายวิชาที่เลือกเรียนอีกด้วย” ทันทีที่ศาสตราจารย์คาเมรอนกล่าวจบประโยคแรก บรรดานักเรียนก็ปรบมือแสดงความชอบใจกันยกใหญ่



            “อย่าเพิ่งดีใจไป ถึงจะไม่มีการสอบในรายวิชาที่เลือกเรียน แต่มีการสอบประจำปีการศึกษา เป็๞การสอบภาคปฏิบัติโดยจะมีการมอบหมายภารกิจให้ไปทำ ผู้ใดปฏิบัติภารกิจผ่านก็ถือว่าสอบผ่านข้ามชั้นปี ส่วนผู้ที่ทำภารกิจล้มเหลวไม่สามารถสอบผ่านข้ามชั้นปีได้ก็จะไม่สามารถเลือกเรียนในรายวิชาของชั้นปีที่สูงกว่าได้ ซึ่งทางหลักสูตรได้กำหนดให้นักเรียนเลือกเรียนวิชาในชั้นปีนั้นๆ อย่างน้อยที่สุดห้ามต่ำกว่า 6 วิชา สามารถเลือกลงวิชาเรียนเกินจำนวนที่กำหนดเท่าไรก็ได้แล้วแต่ความประสงค์


            ผู้ที่จะสำเร็จหลักสูตรการศึกษาได้จะต้องผ่านภารกิจการสอบประจำปีการศึกษาครบทุกชั้นปี ๻ั้๫แ๻่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 6 เมื่อทราบเช่นนี้แล้วก็จงขวนขวายและอุตสาหะพากเพียรศึกษาวิชาต่างๆ ด้วยความมุมานะอดทน อย่าได้ย่อท้อต่ออุปสรรคและปัญหา ครูขอเป็๞กำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในเวลาอันใกล้ ระยะเวลา 6 ปีการศึกษาในเอดินเบิร์กกิฟเฟ่นนี้เมื่อเทียบกับอายุของเหล่าผู้วิเศษแล้วนับว่าไวมาก


            ฉะนั้นจงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มิตรภาพ และความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลังจากที่พวกเธอสำเร็จการศึกษาไปแล้ว วันนั้นจะเป็๞วันที่พวกเธอได้เดินทางเข้าสู่โลกแห่งความเป็๞จริงที่มีทั้งสิ่งที่ดีและร้ายมากมายปะปนกันไป ถ้าเจอสิ่งดีๆ ก็ดีไป แต่ถ้าเจอสิ่งร้ายๆ ที่มันบั่นทอนจิตใจพวกเธอ บั่นทอนพลังชีวิตพวกเธอ ทำให้พวกเธอรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต ครูขอให้พวกเธอคิดถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ เอามันมาใช้เป็๞พลังบวกให้ตัวเอง สร้างแรงผลักดันขับเคลื่อนชีวิตต่อไปในเส้นทางที่ดีงาม อย่าได้ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่เลวร้ายหรือความสิ้นหวังนั้น” เมื่อศาสตราจารย์ผู้ผ่านโลกมามากกล่าวจบ นักเรียนบางคนก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ จนถึงขั้นร่ำไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้ง



            “เอาล่ะ!! สำหรับตอนนี้นักเรียนทุกคนก็คงอยากรู้แล้วว่าเอดินเบิร์กกิฟเฟ่นเปิดสอนวิชาอะไรบ้าง ในฐานะที่เป็๲สถาบันที่มีความเป็๲เลิศทางด้านเวทมนตร์และเทคโนโลยี จะให้แนะนำศาสตราจารย์ผู้สอนวิชานั้นๆ แบบประกาศเหมือนทั่วๆ ไปก็คงจะธรรมดาเกินไป” ศาสตราจารย์ผู้มีสไตล์กล่าวต่อแล้วเกริ่นนำลูกศิษย์เข้าสู่ระบบการแนะนำรายวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในเอดินเบิร์กกิฟเฟ่น



            “เหล่าลูกศิษย์นักเรียนเวทย์ของครูทุกคนพร้อมหรือยังที่จะไปทำความรู้จักกับศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาต่างๆ อย่างใกล้ชิด ถ้าพร้อมแล้วให้พูดพร้อมกันด้วยเสียงดังๆ ว่า ‘SEE , Education Edinburg Giffen’ ”



            “SEE , Education Edinburg Giffen!!” เหล่านักเรียนเปล่งเสียงออกมาพร้อมกันดังสนั่นห้องปฐมนิเทศ



            ภาพรายการตัวอักษรโฮโลแกรมสามมิติของรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตรการสอนปรากฏขึ้นตรงหน้านักเรียนทุกคน เมื่อนักเรียนคนใดใช้นิ้วมือแตะลงบนรายการตัวอักษรโฮโลแกรมสามมิติของรายวิชานั้นๆ ก็จะปรากฏร่างศาสตราจารย์ผู้สอนขึ้นมาอธิบายรายละเอียดวิชาพร้อมกับแสดงภาพเคลื่อนไหวจำลองการสอนของสิ่งที่เรียน ซึ่งร่างศาสตราจารย์ที่เป็๞โฮโลแกรมนี้เป็๞ AI (ปัญญาประดิษฐ์ประเภทหนึ่ง) ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบกับนักเรียนได้ ในกรณีที่นักเรียนมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับวิชาที่สนใจก็สามารถถามได้เลย และก็มีนักเรียนหลายคนที่ตกตะลึงกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้จนพูดไม่ออกเลยทีเดียว



            “อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจล่ะ คิดดีๆ ตริตรองให้ถี่ถ้วนก่อนจะเลือกเรียนวิชาใดก็ตาม พวกเธอมีเวลาในการลงทะเบียนเรียนสำหรับวิชาต่างๆ จนถึงเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ พวกเธอสามารถเปิดระบบนี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถึงแม้จะออกไปจากห้องนี้แล้วก็ตาม ขอเพียงแค่อยู่ในอาณาเขตของโรงเรียนก็เป็๲อันใช้ได้.” อาจารย์ใหญ่ผู้เป็๲ห่วงเตือนนักเรียนใหม่ด้วยความหวังดีก่อนที่จะกล่าวปิดการปฐมนิเทศ



            “และสำหรับการปฐมนิเทศในวันนี้ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ครูขอให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จ”




            เมื่อพิธีการปฐมนิเทศจบลง เหล่านักเรียนก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งเพื่อแสดงความเคารพ แล้วม่านกำมะหยี่สีม่วงพาสเทลก็ค่อยๆ คลี่ลงมาปิดเวทีพร้อมกับเสียงบรรเลงเพลงมาร์ชโรงเรียน