เสียงอึกทึกครึกโครมจากเหล่าผู้วิเศษน้อยใหญ่ดังกึกก้องทั่วโถงอัฒจันทร์ ห้องปฐมนิเทศอันโอ่อ่าแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับโรงละครโอเปร่า บรรดานักเรียนจะนั่งเรียงแถวกันอยู่บนอัฒจันทร์ครึ่งวงกลมล้อมรอบเวทีตรงกลางที่ประดับด้วยดอก Sweet Violet (สวีท ไวโอเล็ต) และมีโคมไฟคริสตัลสีม่วงห้อยเป็ระย้าลงมาจากเพดานส่องประกายวิบวับ
“ว้าววววววววว! ช่างเป็ห้องปฐมนิเทศที่วิเศษจริงๆ เลย” นอร์ดเดนอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจพร้อมกับเดินหาที่นั่งอย่างทุลักทุเล
“นายเอาแต่เดินเลือกที่นั่งอยู่นั่นแหละ รีบๆ เลือกมาสักที่เถอะน่า นั่งที่ไหนก็เหมือนๆ กันแหละ” วันเดอร์เริ่มหงุดหงิดหลังจากที่เพื่อนสนิทของตนหาที่นั่งไม่ได้สักที
“นายอยากจะนั่งตรงไหนก็นั่งไปก่อนเลย ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า” หนุ่มน้อยผู้มาจากโลกอื่นย้อนแล้วก็เดินไปเลือกเก้าอี้นั่งตรงจุดที่อยู่ใกล้เวทีมากที่สุด
“ขอโทษนะครับ ตรงนี้มีคนนั่งไหมครับ” เสียงนุ่มลุ่มลึกจากคนแปลกหน้าดังขึ้น พอหนุ่มผมสีบลอนด์เงินหันไปมองก็ต้องถึงกับผงะ เพราะร่างสูงสง่าของเ้าชายผมสีชมพูสายไหมที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า
“มะ มะ มะ ไม่ มะ มะ มะ มี ครับ เอ้ย… มิมีผู้ใดนั่งพ่ะย่ะค่ะ” หนุ่มน้อยผมเงินตอบด้วยสีหน้าซีดเผือด
“ขอบคุณครับ…ไม่ต้องใช้คำาาศัพท์กับผมก็ได้ครับ” เ้าชายรูปงามตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม
“คะ คะ คะ ครับ” หนุ่มสามัญชนขานรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและมีเหงื่อไหลท่วมตัว
ลึกลงไปใต้ลอนผมสีบลอนด์เงินภายในหัวอันร้อนรุ่มเริ่มครุ่นคิดในใจ
“อะไรกัน เ้าชายอาเลนเดินเข้าปราสาทมาก่อนเราแท้ๆ ก็น่าจะมาถึงห้องปฐมนิเทศก่อนเรา แล้วทำไมเพิ่งมาถึงเอาตอนนี้ แล้วก็ยังจะมานั่งข้างๆ เราอีก”
“ถ้าไม่สะดวกใจ เดี๋ยวผมไปนั่งที่อื่นก็ได้ครับ” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นอีกครั้งจากเ้าชายคนเดิม
“ดะ ดะ ดะ ได้ยินที่ผมคิดในใจด้วยหรอครับ” หนุ่มน้อยผมเงินถามด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
“ครับ…ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะใช้พลังอ่านความคิด แต่ที่บังเอิญได้ยินเพราะการควบคุมพลังในส่วนนี้ของผมยังไม่เสถียร” เ้าชายรูปหล่อตอบด้วยความสุขุมนุ่มนวล
“คะ คะ คะ ครับ มะ มะ มะ ไม่เป็ไรครับ ละ ละ ละ แล้วก็โปรดอย่าใส่ใจความคิดไร้สาระของผมเลยนะครับ” หนุ่มผมเงินยังคงพูดด้วยถ้อยคำตะกุกตะกัก
“ครับ” เ้าชายผู้สูงศักดิ์ตอบพร้อมยิ้มให้อย่างมีไมตรีแล้วเริ่มบทสนทนาต่อไปอย่างไม่รอช้า “…ว่าแต่ชื่ออะไรหรอครับ รู้จักชื่อผม แต่ไม่บอกผมว่าชื่ออะไรแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะครับ”
“นอร์ดเดน ทรีโอนี่ ครับ” หนุ่มน้อยสามัญชนตอบด้วยอาการนั่งตัวเกร็ง
“งั้น…นอร์ดเดน ต่อไปนี้นายกับฉัน เรามาเป็เพื่อนกันนะ” และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อนอร์ดเดนถูกเ้าชายอาเลนขอเป็เพื่อน
“..................คะ คะ คะ ครับ ได้เลยครับ เป็เพื่อนกัน เป็เพื่อนกัน เป็เพื่อนกัน”
“ทำไมต้องพูดซ้ำๆ แบบนั้นด้วย นายนี่ตลกจัง ฉันอยากมีเพื่อนมาตั้งนานแล้ว แต่ด้วยสถานะของฉันทำให้ยากต่อการมีเพื่อนน่ะ”
“เอ่ออออ…พอจะเข้าใจอยู่ครับ”
“ไม่ต้องใช้คำสุภาพลงท้ายเวลาพูดกับฉันก็ได้ ตอนนี้เราเป็เพื่อนกันแล้วนะ”
“ครับ…เอ่อ อ่า อืม…ขอโทษนะ ฉันไม่รู้จะใช้คำไหนดี”
“คำไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละน่า ตามสบายเลย”
“อ่า...อื้อ เอ่อ…นายเป็คนที่ต่างจากที่ฉันคิดไว้เยอะมากเลยนะ”
“นายคิดว่าฉันเป็คนยังไงหรอ”
“ฉันคิดว่านายเป็คนที่....................”
“ที่อะไร พูดมาตรงๆ ได้เลย”
“หยิ่ง…แล้วก็อาจจะชอบใช้อำนาจกับคนต่างสถานะ”
“นี่ฉันดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยหรอ”
“ใช่…แล้วนายยังเป็รัชทายาทขององค์ประมุขอีกด้วย”
“อ่อ!! ฉันพอจะเข้าใจแล้วล่ะ เป็เพราะข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับคดีการรอบปลงพระชนม์องค์รัชทายาทพระองค์ก่อนสินะ”
“อื้อ…ขอโทษอีกครั้งนะ ที่ฉันตัดสินนายจากภายนอก”
“ไม่เป็ไร ฉันเข้าใจ คนอื่นๆ ก็คงจะคิดเหมือนนายนั่นแหละ ขอบคุณนะที่พูดกับฉันตรงๆ ”
เด็กหนุ่มต่างสถานะทั้งสองยิ้มให้กันอย่างเข้าใจ เ้าชายผู้ไม่ถือตนเอื้อมมือไปตบไหล่ของหนุ่มน้อยผมสีบลอนด์เงินผู้ซึ่งแสดงความเคอะเขินออกมาอย่างชัดเจนด้วยสีหน้าที่แดงก่ำต่างจากตอนแรก
“แทน แท่น แท้นนนนน แท แท แท แทน…แทน แท่น แท้นนนนน” เสียงเพลงมาร์ชโรงเรียนดังขึ้นเป็สัญญาณเริ่มต้นการปฐมนิเทศ ม่านกำหยี่สีม่วงพาสเทลบนเวทีค่อยๆ เปิดออก ศาสตราจารย์ Cameron Knower (คาเมรอน โนเวอร์) อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนพร้อมเหล่าคณาจารย์ผู้สอนวิชาศาสตร์เวทย์ต่างๆ ลอยตัวออกมาท่ามกลางแสงไฟสปอร์ตไลท์ที่สาดส่องลงมาราวกับเป็การเปิดพิธีงานแสดงสุดอลังการ บรรดานักเรียนต่างลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันเพื่อแสดงความเคารพ
สุภาพสตรีรูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ เธอคืออาจารย์ใหญ่ผู้มีสไตล์ที่ปรากฏกายในชุดคลุมยาวสีม่วงเข้ม พร้อมกับรอยยิ้มอันอิ่มเอิบ เธอเริ่มเปิดพิธีปฐมนิเทศด้วยการกล่าวทักทายลูกศิษย์หน้าใหม่โดยไม่รอช้า
“อรุณสวัสดิ์นักเรียนเวทย์ทุกคน ยินดีต้อนรับสู่ Edinburg Giffen , Academy of Magic and Technology for Improving The Quality of Life (สถาบันการสอนเวทมนตร์และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต เอดินเบิร์ก กิฟเฟ่น) ” หลังจากที่อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนกล่าวคำทักทายจบ นักเรียนทั่วทั้งโถงอัฒจันทร์ก็ปรบมือให้เสียงดังกึกก้อง
“ครูชื่อคาเมรอน โนเวอร์ เป็อาจารย์ใหญ่ของเอดินเบิร์กกิฟเฟ่น หากพวกเธอมีปัญหาหรือไม่พึงพอใจต่อสถาบันแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็เื่คณาจารย์ผู้สอน หลักสูตรวิชาการสอน ตลอดจนสภาวะแวดล้อมทางสังคม พวกเธอสามารถติดต่อครูผ่านระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ SEE ได้โดยตรง โดย SEE จะทำหน้าที่นัดหมายและจัดลำดับการติดต่อเข้าพบให้” ศาสตราจารย์ผู้มากล้นด้วยเมตตาแนะนำตนเองพร้อมกับเปิดช่องทางรับฟังปัญหาของนักเรียนอย่างใจกว้าง แล้วจึงเริ่มกล่าวถึงอุดมการณ์ของสถาบัน
“สถาบันการสอนแห่งนี้มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการพัฒนาศิษย์ทุกคน”
“ให้เป็ผู้วิเศษที่มีความรู้ความสามารถทั้งทางด้านเวทมนตร์และเทคโนโลยี”
“เป็บุคคลที่มีความสมบูรณ์เพียบพร้อมด้วยความรู้ มีจริยธรรมและคุณธรรมนำใจ”
“และสามารถนำปัญญาที่ได้จากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
“ครูขอให้ลูกศิษย์ทุกคนยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ว่านี้ เพื่อประโยชน์สุขต่อตัวพวกเธอเอง”
พลังของถ้อยคำอันศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์ใหญ่ผู้มีมนต์ขลังบันดาลให้ศาสตราเวทย์ของเหล่าลูกศิษย์ทั้งหลายเปล่งแสงเรืองรองออกมา แล้วศาสตราจารย์ผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ก็กล่าวนำลูกศิษย์เพื่อปฏิญาณตนน้อมรับในอุดมการณ์
“หากน้อมรับอุดมการณ์ จงหยิบศาสตราเวทย์ขึ้นมาด้วยมือทั้งสองข้างของพวกเธอแล้วนำมาประสานไว้ที่หน้าอกพร้อมตั้งจิตปฏิญาณต่อตนเองว่าจะยึดมั่นในอุดมการณ์ด้วยใจที่น้อมรับอย่างไม่มีข้อกังขา”
ลูกศิษย์ทุกคนต่างน้อมรับอุดมการณ์ทำตามที่ศาสตราจารย์คาเมรอนนำกล่าวปฏิญาณ พลันปรากฏดวงไฟสีสันต่างๆ มากมายแตกต่างกันไปตามศาสตราเวทย์ของผู้วิเศษแต่ละคน ดวงไฟปฏิญาณที่ออกมาจากศาสตราเวทย์ของนอร์ดเดนและเ้าชายอาเลนนั้นลอยขึ้นสู่เบื้องบน โดยหมุนเข้าหากันเป็เกลียวและส่องแสงวิบวับเป็ประกาย
“และแล้วสิ่งนี้ก็บังเกิดขึ้น ดวงไฟแห่งความหวังนิรันดร์ได้เกิดขึ้นพร้อมกันถึงสองดวง” เสียงพึมพำเบาๆ จากหนึ่งในคณาจารย์พูดกับตัวเอง
“เป็ไปไม่ได้ ดวงตะวันจะฉายแสงพร้อมกันถึงสองดวงไม่ได้” เสียงพึมพำเบาๆ จากหนึ่งในคณาจารย์อีกคนพูดกับตัวเองด้วยประโยคที่ต่างออกไป
หลังจากพิธีการกล่าวคำปฏิญาณยึดมั่นในอุดมการณ์เสร็จสิ้น ศาสตราจารย์ผู้เป็ใหญ่ในสถาบันก็บอกให้ศิษย์ทั้งหลายนั่งลงเพื่อเตรียมตัวรอฟังรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรการศึกษา อันเป็เื่จำเป็ที่ศิษย์ทุกคนจะต้องรู้ก่อนเข้ารับการศึกษา
“หลักสูตรการเรียนการสอนที่เอดินเบิร์กกิฟเฟ่นเป็หลักสูตรเสรี นักเรียนทุกคนสามารถเลือกเรียนวิชาใดก็ได้ตามที่ตนเองถนัดหรือชอบ ไม่มีการบังคับว่าจะต้องลงเรียนวิชาใดๆ ทั้งสิ้น และจะไม่มีการสอบในรายวิชาที่เลือกเรียนอีกด้วย” ทันทีที่ศาสตราจารย์คาเมรอนกล่าวจบประโยคแรก บรรดานักเรียนก็ปรบมือแสดงความชอบใจกันยกใหญ่
“อย่าเพิ่งดีใจไป ถึงจะไม่มีการสอบในรายวิชาที่เลือกเรียน แต่มีการสอบประจำปีการศึกษา เป็การสอบภาคปฏิบัติโดยจะมีการมอบหมายภารกิจให้ไปทำ ผู้ใดปฏิบัติภารกิจผ่านก็ถือว่าสอบผ่านข้ามชั้นปี ส่วนผู้ที่ทำภารกิจล้มเหลวไม่สามารถสอบผ่านข้ามชั้นปีได้ก็จะไม่สามารถเลือกเรียนในรายวิชาของชั้นปีที่สูงกว่าได้ ซึ่งทางหลักสูตรได้กำหนดให้นักเรียนเลือกเรียนวิชาในชั้นปีนั้นๆ อย่างน้อยที่สุดห้ามต่ำกว่า 6 วิชา สามารถเลือกลงวิชาเรียนเกินจำนวนที่กำหนดเท่าไรก็ได้แล้วแต่ความประสงค์
ผู้ที่จะสำเร็จหลักสูตรการศึกษาได้จะต้องผ่านภารกิจการสอบประจำปีการศึกษาครบทุกชั้นปี ั้แ่ชั้นปีที่ 1 ถึงชั้นปีที่ 6 เมื่อทราบเช่นนี้แล้วก็จงขวนขวายและอุตสาหะพากเพียรศึกษาวิชาต่างๆ ด้วยความมุมานะอดทน อย่าได้ย่อท้อต่ออุปสรรคและปัญหา ครูขอเป็กำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในเวลาอันใกล้ ระยะเวลา 6 ปีการศึกษาในเอดินเบิร์กกิฟเฟ่นนี้เมื่อเทียบกับอายุของเหล่าผู้วิเศษแล้วนับว่าไวมาก
ฉะนั้นจงเก็บเกี่ยวประสบการณ์ มิตรภาพ และความทรงจำดีๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลังจากที่พวกเธอสำเร็จการศึกษาไปแล้ว วันนั้นจะเป็วันที่พวกเธอได้เดินทางเข้าสู่โลกแห่งความเป็จริงที่มีทั้งสิ่งที่ดีและร้ายมากมายปะปนกันไป ถ้าเจอสิ่งดีๆ ก็ดีไป แต่ถ้าเจอสิ่งร้ายๆ ที่มันบั่นทอนจิตใจพวกเธอ บั่นทอนพลังชีวิตพวกเธอ ทำให้พวกเธอรู้สึกสิ้นหวังในชีวิต ครูขอให้พวกเธอคิดถึงความทรงจำดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นที่นี่ เอามันมาใช้เป็พลังบวกให้ตัวเอง สร้างแรงผลักดันขับเคลื่อนชีวิตต่อไปในเส้นทางที่ดีงาม อย่าได้ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่เลวร้ายหรือความสิ้นหวังนั้น” เมื่อศาสตราจารย์ผู้ผ่านโลกมามากกล่าวจบ นักเรียนบางคนก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ จนถึงขั้นร่ำไห้ออกมาด้วยความซาบซึ้ง
“เอาล่ะ!! สำหรับตอนนี้นักเรียนทุกคนก็คงอยากรู้แล้วว่าเอดินเบิร์กกิฟเฟ่นเปิดสอนวิชาอะไรบ้าง ในฐานะที่เป็สถาบันที่มีความเป็เลิศทางด้านเวทมนตร์และเทคโนโลยี จะให้แนะนำศาสตราจารย์ผู้สอนวิชานั้นๆ แบบประกาศเหมือนทั่วๆ ไปก็คงจะธรรมดาเกินไป” ศาสตราจารย์ผู้มีสไตล์กล่าวต่อแล้วเกริ่นนำลูกศิษย์เข้าสู่ระบบการแนะนำรายวิชาต่างๆ ที่เปิดสอนในเอดินเบิร์กกิฟเฟ่น
“เหล่าลูกศิษย์นักเรียนเวทย์ของครูทุกคนพร้อมหรือยังที่จะไปทำความรู้จักกับศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาต่างๆ อย่างใกล้ชิด ถ้าพร้อมแล้วให้พูดพร้อมกันด้วยเสียงดังๆ ว่า ‘SEE , Education Edinburg Giffen’ ”
“SEE , Education Edinburg Giffen!!” เหล่านักเรียนเปล่งเสียงออกมาพร้อมกันดังสนั่นห้องปฐมนิเทศ
ภาพรายการตัวอักษรโฮโลแกรมสามมิติของรายวิชาต่างๆ ในหลักสูตรการสอนปรากฏขึ้นตรงหน้านักเรียนทุกคน เมื่อนักเรียนคนใดใช้นิ้วมือแตะลงบนรายการตัวอักษรโฮโลแกรมสามมิติของรายวิชานั้นๆ ก็จะปรากฏร่างศาสตราจารย์ผู้สอนขึ้นมาอธิบายรายละเอียดวิชาพร้อมกับแสดงภาพเคลื่อนไหวจำลองการสอนของสิ่งที่เรียน ซึ่งร่างศาสตราจารย์ที่เป็โฮโลแกรมนี้เป็ AI (ปัญญาประดิษฐ์ประเภทหนึ่ง) ที่สามารถพูดคุยโต้ตอบกับนักเรียนได้ ในกรณีที่นักเรียนมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับวิชาที่สนใจก็สามารถถามได้เลย และก็มีนักเรียนหลายคนที่ตกตะลึงกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยนี้จนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินใจล่ะ คิดดีๆ ตริตรองให้ถี่ถ้วนก่อนจะเลือกเรียนวิชาใดก็ตาม พวกเธอมีเวลาในการลงทะเบียนเรียนสำหรับวิชาต่างๆ จนถึงเที่ยงคืนวันพรุ่งนี้ พวกเธอสามารถเปิดระบบนี้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ถึงแม้จะออกไปจากห้องนี้แล้วก็ตาม ขอเพียงแค่อยู่ในอาณาเขตของโรงเรียนก็เป็อันใช้ได้.” อาจารย์ใหญ่ผู้เป็ห่วงเตือนนักเรียนใหม่ด้วยความหวังดีก่อนที่จะกล่าวปิดการปฐมนิเทศ
“และสำหรับการปฐมนิเทศในวันนี้ก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว ครูขอให้นักเรียนทุกคนประสบความสำเร็จ”
เมื่อพิธีการปฐมนิเทศจบลง เหล่านักเรียนก็ลุกขึ้นยืนอย่างพร้อมเพรียงกันอีกครั้งเพื่อแสดงความเคารพ แล้วม่านกำมะหยี่สีม่วงพาสเทลก็ค่อยๆ คลี่ลงมาปิดเวทีพร้อมกับเสียงบรรเลงเพลงมาร์ชโรงเรียน