Part’ s ครูเขมชาติ หลังจากเลิกสอนผมก็เดินกลับไปที่บ้านพักเพราะว่าครูโจ้พาแฟนไปซื้อของเตรียมขายพรุ่งนี้ แต่บ้านพักก็ไม่ได้ห่างไกลจากโรงเรียนมาก และผมต้องเดินผ่านสนามบาสเกตบอล ผมเหลือบไปเห็นนายคริสโตเฟอร์ที่กำลังเล่นบาสเกตบอลกับเพื่อนๆ ผมเดาไม่ผิดั้แ่แรกว่านายนี้ต้องเป็นักกีฬาแน่ๆแต่ไม่คิดว่าจะชอบเล่นบาสเก็ตบอล ผมแอบยืนดูเขาอยู่พักหนึ่ง ดูเขามีความสุขมากและเพื่อนๆ พวกนี้ไม่ใช้เด็กที่เรียนในห้องเรียนเดียวกับเขาเลยและก่อนที่เขาจะหันมาเห็นว่าผมแอบดูเขาผมก็ต้องรีบหันหลังเดินออกไปทันที เขินครับคุณครูหล่ออย่างผมแอบส่องนักเรียน ผมรีบเดินกลับบ้านพักครูเพื่อไปอาบน้ำและผมจะได้ออกมาทานอาหารเย็นที่ห้องอาหาร อุปกรณ์ในบ้านผมยังไม่พร้อมให้ผมใช้ทำอาหาร
“RRRR” มือถือผมดังขึ้น ผมก็กดรับสายทันที เพราะว่าณัฐกานต์โทรหาผม ผมพยายามโทรหาและส่งข้อความแต่ณัฐกานต์ก็ไม่ตอบจนตอนนี้
//กานต์ เป็อะไรนะ วันนี้ไม่รับสายเขมเลย// ผมถามณัฐกานต์
//เป็วันซวยไง //ณัฐกานต์พูดกรอกสายมาด้วยน้ำเสียงที่บอกได้ว่าเขาหัวเสียอย่างมาก
//เกิดอะไรขึ้นอีกละกานต์// ผมถามณัฐกานต์
//ไม่อยากพูด เบื่อ เบื่อมาก อยากเปลี่ยนสาขา // ณัฐกานต์พูดว่าไม่อยากทำสาขาที่เขาทำอยู่
//เมื่อเช้าไปสายหรือไง เขมก็บอกแล้วนะว่า...//
//โอ้ยย! เขมจะบ่นอะไรหนักหนา นี้ก็โดนเ้านายบ่นมาพอแล้ว แถววันนี้เครื่องนับตังดันลวน นับตังพวกผู้รากมากดีรวยนะ แต่แค่เงินหายไปพันเดียวทำเป็โวยวายยังกับหายไปสักร้อยล้าน// ณัฐกานต์เริ่มพลานและหัวเสียใจผมอีกแล้ว
//เขมไม่ได้บ่นเขมแค่//
//ถ้าจะบ่นแค่นี้ได้ปะ กานต์ง่วงด้วยจะนอนก่อน ถ้าอารมณ์ดีจะโทรหานะ ...ตรูดดด!!!!// ณัฐกานต์พูดและกดตัดสายผมทันที ผมก็มองมือถือ ผมก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำให้ตัวเองเย็นลงเช่นกัน ไม่นานผมก็ออกมาจากห้องน้ำและตรงไปหยิบมือถือ
//กานต์ เขมไม่ได้บ่นนะครับ เขมแค่เป็ห่วง ถ้ากานต์คิดว่าสาขานั้นไม่ดีลองไปสมัครสาขาอื่นไหมครับ //ผมส่งข้อความไปหากานต์ ผมหวังว่าถ้าเขาตื่นมาจะอ่าน ผมเหลือบมองเวลาก็เหลือเวลานี้เพิ่งจะห้าโมงกว่าๆ ผมกะว่าสักหกโมงค่อยออกไป
ผมหยิบเอาหนังสือที่ใช้สอนเด็กแต่เป็ของครูมิ้งที่หายไปออกมาเปิดดู ผมเห็นเขามาร์คเอาไว้ จากที่ดูแล้วเขาสอนเก่งมากและสอนเน้นๆ ให้นักเรียนได้อ่านและเรียนรู้เข้าใจง่าย เห็นแบบนี้ผมนี้เสียดายแทนนักเรียนที่นี้เลย ผมนั่งเปิดไปอ่านไปจนเวลาล่วงเลยไปเกือบหกโมงเย็นแล้ว ผมก็ลุกขึ้นเตรียมออกไปหาอะไรทานที่ห้องอาหาร เพราะว่าห้องอาหารจะปิดตอนสองทุ่มพอดี ผมก็รีบหยิบกระเป๋าสตางค์เพื่อจะเดินออกไป ระหว่างทางที่ผมเดินผมก็เห็นว่ามีไฟสว่างตลอดทางดูแล้วก็ไม่น่ากลัวถ้าจะเดินกลับ ถึงผมจะเอารถมาก็กะว่าจะใช้แบบจำเป็จริงๆ
ผมเดินจนใกล้จะถึงห้องอาหารและผมก็ต้องเดินผ่านโต๊ะม้าหินอ่อนที่อยู่ด้านข้างห้องอาหาร ผมเห็นนายคริสโตเฟอร์และเพื่อนๆ นั่งอยู่ มีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบท์จอดอยู่สองคัน เขากำลังคุยกับเพื่อนๆ ผมว่าจะคุยกับเขาอีกแต่คงไม่ดีกว่า ตอนกลางวันผมก็ได้คุยกับเขาแค่นิดเดียว ผมอยากรู้ปัญหาของเขาจริงๆ เพื่อจะได้ช่วยเขาได้ แต่คิดอีกทีรอให้เขาเข้าคลาสเรียนกับผมก่อนจะดีกว่า เพื่อว่าเขาอาจจะอยากเปิดใจกับผมได้มากขึ้นหลังจากนั้น
“ปื้นๆ” เสียงแตรดังมาจากด้านหลังผม ผมคิดว่าครูโจ้แน่ๆ ผมกำลังจะถึงอยู่แล้ว ผมหันไปก็มีรถคันใหญ่แซงขึ้นมาและจอดข้างๆ กับผม รถคันนั้นเป็รถบิ๊กไบท์ ประเภท sport bike คนขับรถสวมหมวกกันน๊อคแบบคลุมทั้งหัวและเขาก็เอาขาตั้งลงก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถ พร้อมกับถอดหมวกกันน็อคนั้นออกไป ผมถึงได้เห็นใบหน้าคนขับรถคันนี้ได้ชัดเจน นั้นคือนายคริสโตเฟอร์
“ครูจะไปทานข้าวหรือเปล่า” นายคริสโตเฟอร์ถามผม ผมก็พยักหน้าว่าใช่
“ไปทานข้างนอกกันครู” นายคริสโตเฟอร์พูดเหมือนจะชวนผมหรือออกคำสั่งผมก็ไม่รู้
“ไม่เอาอะ ครูว่า” ผมรีบปฏิเสธทันทีเพราะว่ารถมันคันใหญ่ไป ผมเองไม่ได้ชื่นชอบรถแบบนี้อยู่แล้วด้วย
“เอานะ ไปทานข้างนอกกัน ถือว่าผมพาไปเลี้ยงที่ครูช่วยผมวันนี้ไม่ให้โดนส่งตัวไปห้องผู้อำนวยการ” นายคริสโตเฟอร์พูด
“ไม่ล่ะ...นายไปเถอะ” ผมพูดปฏิเสธเพราะว่าผมไม่เคยนั่งรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่แบบนี้
“ทำไมอ่ะครู กลัวรถผมเหรอครับ” นายคริสโตเฟอร์ถามผม ผมก็พยักหน้าและจะเดินออก แต่นายคริสโตเฟอร์จับแขนผมไว้
“ครู! สาวๆ โรงเรียนนี้อยากนั่งรถผมกันทุกคนนะ “นายคริสโตเฟอร์พูดผมก็มองหน้ามา
“ก็พาพวกเขาไปแทนซิ และปล่อยครูไปทานข้าว” ผมพูดและบอกให้นายนั้นปล่อยแขนผม
“พี่คริสสสส!!!” เสียงที่ดังมาจากด้านหลัง เด็กผู้หญิงที่ประกาศว่าเป็แฟนนายคริสวันก่อน
“แฟนนายนั้น “ผมพูดและชี้ไปที่ผู้หญิงที่กำลังแหวกผู้คนวิ่งตรงมาทางนี้ ผมเองก็จะเดินออกอีกแต่นายคริสดึงแขนผมไว้
“ไม่ใช่! เขาไม่ใช่แฟนผม เร็วครูขึ้นรถ! “นายคริสดึงแขนผม ผมก็มองและนายนั้นก็ส่งหมวกกันน๊อคให้ผม ไม่ส่งเปล่ามันสวมใส่ให้ผมทันที
“พี่คริสจะไปไหน รอแก้มเดี๋ยวนี้) )) )) ”
“ขึ้นรถซิครับครู “นายคริสพูดเสียงดังและจับแขนผมกะตุ๊ก มันก็อัตโนมัติ ผมขึ้นไปนั่งคร่อมรถบิ๊กไบค์คันนั้น นายคริสโตเฟอร์สวมหมวกกันน๊อคอย่างชำนาญและออกตัวทันที เล่นเอาผมแทบหงายหลังและนั้นก็ทำให้ผมกอดเขาอย่างเต็มมือ จะว่าไปนี้หุ่นเด็กมัธยมเหรอ ทำไมเต็มไม้เต็มมือแบบนี้นะ เอ๊ะนี้ผมคิดอะไรกับเขา ไม่ได้นะนี่มันลูกศิษย์ผม ผมกอดเขามาตลอดทางจน
“ครูครับ ถึงแล้วครับ เลิกกอดผมก่อนได้ไหมครับ เราจะได้ลงไปทานข้าวกัน” ผมมัวแต่เอาหน้าซุกหลังนายคริสโตเฟอร์ไม่ได้มองทางเลย ก็เพราะว่านายนี้ขับแบบแซงซ้ายแซงขวา และรถบิ๊กไบท์มันก็เอียงไปเอียงมายังไงก็ไม่รู้สำหรับผม ผมค่อยๆ ผงกหัวมองจริงด้วยเขาจอดรถแล้วและผมถึงได้ก้าวเท้าลงมายืนที่พื้น ขณะที่ผมกำลังจะปลดหมวกกันน็อคออก ก็มีมือมาช่วยผมปลด พอหมวกกันน๊อคถูกถอดออกไปผมก็เห็นว่านายคริสโตเฟอร์ยืนส่งยิ้มให้ผม และผมก็มองไปรอบๆ ตรงนี้น่าจะเป็เหมือนตลาดที่มีอาหารขายและใกล้กับที่ว่าการอำเภอด้วย
“ที่นี้มีของกินเยอะกว่าที่โรงเรียนและหลากหลายกว่า” นายคริสโตเฟอร์พูด เขาก็ล๊อกหมวกกันน๊อคไว้ที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขา จะว่าไปนายนี้เวลาสวมชุดนอกที่ไม่ใช่ชุดนักเรียนนี้ดูเท่เหมือนกันนะ และเพราะว่าหน้าตาเขาไปทางฝรั่งด้วย และหุ่นที่สูง ไม่ได้ผอมก็หุ้นนักกีฬา
“ทำไมอะ ผมหล่อเหรอ” ผมมองเพลินไปหน่อย ก็เลยต้องรีบเดินหนีแต่เขาดึงแขนผมไว้ ผมหันมามองว่าทำไม เขาก็พยักหน้า ผมหันไปก็เจอเลย รถเข็นปลาหมึกกำลังจะชนผม
“เกือบเหมารถปลาหมึกเขาแล้วไหมล่ะ” นายคริสโตเฟอร์กระซิบกับผม และพาผมเดินอ้อมไป ผมเดินไปหาดูว่าจะทานอะไรดี
“ทานอะไรดีอ่ะครู “คริสโตเฟอร์กระซิบถามผม
“คริสโตเฟอร์จะกินอะไรละ” ผมถามเขากลับ เขาก็เลิกคิ้วมองหน้าผม
“เรียกผมว่าคริสก็พอครับ แต่จะว่าไป ผมไม่อยากเรียกครูถ้าออกมาแบบนี้ “นายคริสพูด
“ก็เรียกพี่แล้วกัน พี่เขม” ผมพูด เขาก็ยิ้มๆ ให้ผม
“ราดหน้าไหมอ่ะพี่เขม ราดหน้าเ้านี้อร่อยดี หมูหมักด้วย” นายคริสโตเฟอร์พูด ผมก็พยักหน้า ผมเดินไปหาที่นั่งก่อน
“ผมไปสั่งให้พี่เขม พี่กินเส้นอะไร ผมว่าจะเอาเส้นหมี่กรอบ พี่ละ” นายคริสโตเฟอร์บอกผมและถามผมด้วย
“พี่เอาเส้นใหญ่ดีกว่า “ผมบอกนายคริส เขาก็พยักหน้าและเขาก็เดินหายไปพักหนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมกับ เครื่องดื่ม มีน้ำเปล่าและน้ำอัดลม
“ผมไม่รู้ว่าพี่จะเอาน้ำอะไรเลยซื้อมาทั้งน้ำเปล่าและน้ำอัดลมเลย” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็พยักหน้าและรินน้ำเปล่าแทน
“เอาละ ไหนๆ พี่ก็มาทานกับเราแล้ว ให้พี่ตั้งคำถามได้ไหม พี่อยากรู้อะไรหลายๆ อย่างเกี่ยวกับนาย” ผมถามคริส เขาก็มองหน้าผม
“พี่อยากรู้จริง ๆ เพราะว่าพี่ต้องรับผิดชอบการเรียนนายไปจนจบเทอมนะ “ผมพูด นายคริสก็มองหน้าผมก่อนจะพยักหน้า
“ถ้าอันไหนตอบพี่ได้ก็ตอบอันไหนตอบไม่ได้ก็ไม่เป็ไร “ผมบอกเขา คริสก็พยักหน้าอีก
“นายเป็ลูกครึ่งใช่ไหม” ผมถามคริส
“ใช่ผมเป็ลูกครึ่ง แม่ผมเป็คนไทยและพ่อผมเป็คนออสเตรเลีย” นายคริสโตเฟอร์บอกผม สีหน้าเขากังวลที่จะเอ่ยว่าพ่อของเขาเป็คนออสเตรเลีย
“แต่ผมได้พ่อมากกว่าแม่ ผมเลยดูแล้วไม่มีเค้าว่าเป็คนไทยสักเท่าไหร่ถ้าไม่ได้ฟังผมพูดไทย” นายคริสเงยหน้าขึ้นบอกผม
“ดูนายไม่ค่อยมีความสุขที่ตัวเอง...”
“เป็ลูกครึ่ง ผมตอบว่าใช่พี่เขม ก็ทุกคนมองผมแปลก และบางคนก็เรียกผมไอ้ลูกผสม ไอ้เืผลสอะไรบ้างอ่ะ มันฟังแล้วผมโคตรจะโมโหเลยพี่เขม” นายคริสพูด ผมหันไปมองคนที่เอาอาหารมาเสิร์ฟผมเป็เด็กผู้หญิงน่ารัก และเขาก็ส่งยิ้มให้คริสก่อนเลย
“ขอบคุณครับ” คริสโตเฟอร์พูด ทำเอาคนที่มาเสิร์ฟทำหน้าใ
“หว่านึกว่าฝรั่ง” น้องเขาพูดเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป ผมก็รับเอาจานของผมมาปรุงรส
“ตอนนี้นายอยู่กับพ่อและแม่หรือว่าอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง” ผมถามคริส
“ผมอยู่กับแม่ แม่ผมมีสปาร์อยู่ที่ภูเก็ต แม่ผมแต่งงานใหม่กับคนเยอรมัน “นายคริสพูด
“ผมไปอยู่กับพ่อผมนะที่ออสเตรเลียั้แ่ตอนที่ผมอายุได้เกือบห้าขวบ ผมนะเกิดที่ไทยและอยู่บ้านแม่ที่อุดรธานี จนกระทั้งพ่อมารับผมกับแม่ไปอยู่ที่ออสเตรเลียด้วยกันและผมก็เรียนที่นั้นจนอายุได้ 9ขวบสิบขวบนี่แหละ “คริสเล่าให้ผมฟัง
“ดังนั้นภาษาอังกฤษนายน่าจะได้และดีกว่าคนอื่นๆ ผมพูด
“ผมยอมรับแต่...”
“ทำไมนายไม่ขึ้นเรียนภาษาอังกฤษ” ผมเหล่ตามองเขา ดูสีหน้าเขากังวลที่จะตอบผม
“ก็ผม ..เออ..ผม..”
“หึ!” ผมเลิกคิ้วมองเขา ผมวางช้อนลง
“มันทำให้ผมคิดถึงพ่อ พ่อหายไปไม่ติดต่อผมั้แ่ผมกลับมาจากออสเตรเลียกับแม่ และนั้นก็เริ่มทำให้ผมเกลียดภาษาอังกฤษ” นายคริสโตเฟอร์พูด แววตาของเขาดูเสียใจมาก
“นายขาดการติดต่อกับพ่อนายอย่างนั้นหรือคริส”
“พ่อบอกว่าจะบินมาหาผมและรับผมกลับ...แต่เขาไม่มาและแม่ก็พาผมย้ายไปอยู่ที่ภูเก็ต แม่ต้องไปหางานทำ เพราะว่าพ่อไม่ติดต่อมาและไม่ส่งเงินมาช่วยแม่
“แม่ต้องไปทำงานดูแลรีสอร์ตให้เพื่อนของแม่ จนแม่พบรักกับ ฟิลิปส์ เขาเป็คนเยอรมันที่เกษียณอายุแล้วนะครับพี่เขม” นายคริสเล่าต่อ ผมก็พยักหน้า
“พี่ว่าไม่ใช่เหตุผลที่สมควรที่เธอจะบอกว่าเธอเกลียดภาษาอังกฤษเลยนะ” ผมพูด
“มันทำให้ทุกครั้งที่ผมได้ยินมันผมคิดถึงพ่อผมทั้งๆ ที่เขาทิ้งผม ไม่เหลียวแลผมด้วยซ้ำว่าผมอยู่ยังไง เขาไม่เคยติดต่อหาผมเลย แม้กระทั่งทุกวันนี้” นายคริสโตเฟอร์พูด
“เขาอาจจะมีเหตุผล”
“เหตุผลอะไรที่สำคัญไปกว่าลูกอีกเหรอพี่เขม” นายคริสโตเฟอร์พูด และรวบช้อนไว้ด้วยกัน
“ครู เอ๊ย! พี่ว่าเราควรกลับเข้าโรงเรียนเถอะนี้มันจะสองทุ่มแล้วนะ” ผมพูดเปลี่ยนเื่
“พี่เขม ผมถามพี่อย่างซิ “นายคริสถามผม
“ว่ามาซิ”
“ตกลงพี่เป็เกย์หรือเปล่า หรือว่าพี่เป็ไบอ่ะ ที่เอาได้ทั้งผู้หญิงผู้ชายนะ” นายคริสโตเฟอร์ถามผม ผมหันมามองหน้านายคริสตรงไปไหมและนี้ก็เปลี่ยนกลับมาเป็โหมดกวนๆใส่ผม เร็วจริงๆ
“พี่เป็รับหรือรุกอ่ะ” นายคริสยังคงถามผม
“นายยังไม่สมควรคุยเื่พวกนี้ ไปกลับเข้าโรงเรียน”
“อะไรกัน ผมนะคุยได้แล้วเพราะว่าผมก็มีอะไรกับผู้หญิงมาบ้างแล้วนะ เหลือแต่” ผมไปมองว่าเหลือแต่อะไร
“ผู้ชาย”
“นายนี้มันทะลึ่งจริงๆ ไปกลับได้แล้ว” ผมบอกเขาขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้น
“พี่คริส!!! “เสียงเด็กผู้หญิงเดินมาที่โต๊ะผม เขามองหน้าคริสโตเฟอร์และมองหน้าผม
“พี่ปล่อยให้แก้มวิ่งตาม พี่หนีมากินข้าวได้ไงอ่ะ “
“อ้าว! แก้มพี่ไม่ได้บอกนิว่าจะให้เธอวิ่งตามและพี่ก็ไม่ได้บอกว่าจะพาเธอมากินข้าว” คริสพูดแก้มหันมามองหน้าผม
“แล้วนี่ใครอะ” แก้มชี้มาที่ผม
“ครูที่โรงเรียนไง พี่กับครูจะกลับแล้วกินเสร็จแล้ว” คริสโตเฟอร์ตอบเธอ
“ครูค่ะ หนูขอแฟนคืน” เด็กผู้หญิงที่คริสเรียกว่าแก้มบอกผม ผมก็มองคริส
“ก็ได้ เดี๋ยวครูนั่งมอเตอร์ไซค์วินกลับ” ผมพูด
“ไม่ได้ พี่กลับกับผมและแก้มเธอนะกลับบ้าน เดี๋ยวแม่เธอก็มา” คริสพูดและหยุดชะงัก ผมได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์จอดดับเครื่อง ผู้หญิงที่ไม่น่าจะเกิน 40 หรือ 40 ประมาณนั้นรีบเดินลงมาเปิดหมวกกันน๊อคแค่ด้านหน้าขึ้น
“นางแก้ม! นี่ฉันเห็นแกวิ่งอยู่ กูเรียกก็ไม่หัน นี้มึงทำไมไม่กลับบ้านกลับช่อง”
“ก็มาหาอะไรกินนะแม่”
“แล้วมาหากับใคร อย่าบอกนะว่าเป็ไอ้คนนี้นะ “
“ก็ใช่ไง พี่คริสของแก้ม”
“นังแก้ม!” ผู้หญิงคนนั้นก็ดึงแขนแก้ม เรียกว่ากระฉากดีกว่า ส่วนนายคริสก็ขยิบตาให้ผม ให้พากันเดินออก
“พี่คริส อยู่กับแก้มก่อน แม่แก้มจะให้พี่คริสไปส่ง” แก้มที่พยายามจะเข้ามาถึงแขนคริสโตเฟอร์แต่แม่ของเธอดึงแขนแบบกระฉากเธอกลับ
“กูนี้สอนมึ และกูก็ส่งมึงไปเรียน หวังจะให้มึงฉลาดหาผัว ไม่ใช่โง่ไปหาไอ้เด็กฝรังขี้นกนี้” ผมถึงกับหันมามองเขาเรียกนายคริสว่าฝรั่งขี้นก ผมเห็นนายคริสหันไปมองเหมือนกันและเขาก็กำลังกำหมัด ผมก็ส่ายหัวอย่านะคริส พอเขาเห็นผม เขาก็คลายหมัดนั้น
“ทำไม! มองหน้า! มึงมันแค่ฝรั่งขี้นก ที่ไม่มีที่ไป และก็อยู่แค่นี้ที่ประเทศไทย อาศัยประเทศไทย “
“แม่ ไปว่าพี่คริสทำไมอีก “
“กูจะว่า ก็มันเสือกมายุ่งกับมึงนิ”แม่ของแก้มพูด
“ป้าครับ ผมไม่ได้ยุ่งอะไรกับลูกสาวป้านะครับ” คริสโตเฟอร์พูด
“ใครป้ามึ กูไม่ใช่พี่สาวแม่มึงสักหน่อย ไม่ต้องมาเรียกกูว่าป้า”
“ขอโทษนะครับ ผมว่าเราคุยกันดีดี จะดีกว่าไหมครับ” ผมเลยออกตัวเพื่อไม่ให้มันแย่ไปกว่านี้เพราะว่ามีคนมองมาที่โต๊ะพวกผมกันหมดแล้ว
“แล้วนี่คุณเป็ใคร” แม่ของแก้มหันมาถามผม
“ผมเป็ครูครับ ผมเป็ครูมาใหม่ นายคริสเลยชวนผมมาทานอาหารด้วยกัน และแก้มก็แค่เดินมาทักทายนายคริสนะครับ” ผมบอกแม่ของแก้ม
“ก็ดีคะ คุณครูช่วยอบรมนักเรียนคนนี้ของครูหน่อยนะคะว่าให้ตั่งใจเรียนไม่ใช่มาจอแจกับลูกสาวฉัน และพยายามอยู่ห่างแก้มมันด้วย ฉันไม่อยากได้ลูกเขยที่เป็ฝรั่งขี้นกแบบนี้”
“เอ๊ะป้านี้” นายคริส
“อย่าคริส!” ผมหันไปห้ามปรามและหันมายิ้มให้แม่ของแก้ม
“ไปกลับบ้าน จะมีผัวนะกูไม่ว่าหาดีดีกว่านี้ “และแม่ของแก้มก็ลากแขนแก้มไป พร้อมกับบ่นและด่าทอคริสต่างๆ นานา ทำเอาคนที่นั่งมองกันใหญ่ เพราะไม่ได้ด่าเบาๆ ด่าซะดังลั่นไปทั่วเลย ผมหันมามองนายคริสที่เดินจ้ำอ้าวออกไป ผมก็รีบเดินตามเขา จนใกล้จะถึงและผมก็คว้าแขนเขาไหว้
“ครูเห็นไหม ว่าเขาเรียกผมว่าอะไร! ไอ้ฝรั่งขี้นก หาว่าผมมาเกาะแผ่นดินนี้อยู่ ทั้งที่แม่ผมเป็คนไทย” คริสโตเฟอร์พูด ผมก็ได้แต่มองด้วยความเ็ปแทนแต่ผมก็คงทำอะไรไมได้มากไปกว่านี้
“แต่พ่อผมไม่ใช่แค่นั้น” คริสโตเฟอร์พูดเสียงอ่อยๆ
“ครูเข้าใจเธอนะ แต่ว่าเราไปห้ามความคิดเขาไม่ได้คริส” ผมพูด
“ก็นั้นไงผมถึงเกลียดสิ่งที่ผมเป็”
“I hate myself so that’s why I don’t want to go to study English as well. I don’t want it!!!” นายคริสพูดภาษาอังกฤษกับผมทั้งที่เขาบอกว่าเขาเกลียดมัน ผมก็ได้แต่ยืนมองเขา
“You should to proud of yourself and proud of everything your mum and dad gave to you! “ผมพูดเขาก็มองหน้าผม นั้นแปลว่าเขาเข้าใจที่ผมพูด
“You reckon? “เขาถามผมกลับว่าผมคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ
“I’ m look like an idiot to them. Did you see that?” นายคริสพูดบอกผมด้วยอารมณ์โกรธและถามผมกลับ เขากันไปพ่นลมหายใจจากออกมาทางปาก
“No, you not” ผมบอกเขา คริสพยายามสูดหายใจเข้าออกยาวๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเอง
“Yes, I am!!” คริสขึ้นเสียงใส่ผม
“Just calm down Christ” ผมพูดและทำมือให้เขาเย็นลง.
“ฟู่!!!” เสียงพ่นลมหายใจออกมายาวๆ จากคริสโตเฟอร์ เขาคงพยายามเย็นอยู่ แต่ผมเข้าใจว่าเขาคือวัยรุ่น มันอาจจะควบคุมยากสักหน่อย
“We should back to school right now “ผมบอกเขา เขาก็นิ่งๆ ไปและพยักหน้า และหันไปไขกุญแจหยิบหมวกกันน๊อคส่งมาให้ผมสวมและเขาก็สวมมัน ผมขึ้นไปซ้อนท้ายและนายคริสก็ออกรถทันที แอบกลัวเหมือนกันว่าจะขับแบบขาดสติ แต่ไม่เขาก็ขับได้ปกติ จนมาถึงบ้านพักของผมและเขาก็จอดรถ ผมก้าวเท้าลงจากรถแต่ยังมองคนที่
“ผมขอโทษครับครู” คริสโตเฟอร์บอกผม ผมก็ส่งหมวกกันน๊อคคืนเขาไปและมองหน้าคริสโตเฟอร์ผ่านแสงไฟที่ผมเปิดไว้ที่หน้าบ้านพัก
“ครูรู้ว่าเธอเสียใจ แต่บางอย่างก็ต้องเลือกที่จะปล่อยผ่านไป” ผมบอกเขา
“เหมือนกับครู ครูก็เสียใจเพราะว่าครู..เป็แบบที่สังคมยังไม่ยอมรับ นั้นคือครูชอบผู้ชายและบ่อยครั้งที่ถูกคนที่ไม่ได้เห็นด้วยเขาเห็นต่างกับสิ่งที่ครูเป็ เขายังไม่เปิดใจยอมรับและต่อว่าครู รังเกียจครูต่างๆนานา “ผมบอกคริส เขาก็มองหน้าผม
“ครูอยากให้เธอทำหน้าที่ของเธอให้ดีที่สุด ตั้งใจเรียน และครูเชื่อว่าพ่อเธอไม่ได้ทิ้งเธอไปแต่เขาอาจจะมีเหตุผลบางอย่าง และถ้านายอยากรู้นายก็ตามหาเขาได้นะ ครูจะช่วย” ผมพูดกับคริส
“ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมเขาทิ้งผมแค่นั้นแต่นั่นมันเมื่อก่อน ตอนนี้ผมไม่อยากรู้แล้วเพราะว่ามันนานเกินไปแล้วครับครู “คริสโตเฟอร์บอกผม และก้าวขึ้นรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขาก่อนที่เขาจะสตาร์ทรถ
“ครูอยากเห็นเธอในห้องเรียนกับครูนะคริส ครูขอ” ผมบอกเขา ดูคริสทำสีหน้าลำบากใจอย่างมาก
“ผมจะพยายาม” นายคริสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
“ไม่ซิ! เธอต้องทำ ไม่ใช่พยายามคริส อย่าทำให้ครูผิดหวัง แต่ครูก็ดีใจนะที่ได้คุยกับเธอหลายเื่ ครูอยากรู้จักเธอมากกว่านี้ “ผมพูดนายคริสหันมามองหน้าผม
“ดังนั้นเข้าเรียนภาษาอังกฤษกับครู แต่ถ้าเธอไม่เข้า เธอก็ไม่ต้องมาหาครูอีก นั้นแปลว่าเราจะไม่มีเื่ต้องคุยกันอีก นายเข้าใจไหมคริส” ผมพูดและหันหลังออกทันที ผมเดินกลับเข้าบ้านพักทันทีและปิดประตูลง ผมยืนอยู่สักพักจนเสียงรถมอเตอร์ไซค์สตาร์ทและออกไป ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงได้ เ็ปแทนเขาที่เห็นเขาเกลียดตัวเองแบบนี้ ผมหวังว่าจะเจอเข้าในห้องเรียนกับผมนะคริสโตเฟอร์
TBC….