Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 39


    นัทเงยหน้าขึ้นมามอง เมื่อเขาเห็นว่าเป็นนทีเขาก็แสดงสีหน้าที่บอกบุญไม่รับ เขาลืมไปได้อย่างไงว่าเจ้านทีเพื่อนยากของเขามันเป็นประเภทโกธรแล้วโกรธจริงจัง และเขาไม่คิดว่านทีจะเป็นคนวางแผนนี้ไว้ทั้งหมด แต่ในใจลึกๆก็หวังว่านทีจะใจไม่แข็งพอที่จะทำอะไรเขา “พวกนายรู้จักกันอย่างนั้นหรอ ดูเหมือนว่าจะมีความแค้นต่อกันด้วยซิ .. แต่ฉันเองก็มีความแค้นกับพ่อของมัน ฉันคงปล่อยให้นายฆ่ามันไม่ได้ในตอนนี้” ตัวของหัวหน้าที่นี้กล่าวออกมากับนที นทีที่หันกับไปมองแล้วก็พูดขึ้นมาว่า “ดูเหมือนว่าน้องสาวของนายจะอยู่ด้านหลังนายนะ และเท่าที่ฉันรู้ เธอก็ไม่ได้อยากให้นายต้องมือเปื้อนเลือดสักเท่าไร ดวงวิญญาณดวงนั้นบอกมานะ” นทียิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินมาทางมาทางตัวหัวหน้า ลูกน้องที่เห็นท่าทางไม่ดีของนที ก็ยกปืนขึ้นมา ตัวหน้าก็พึ่งได้สติก็เอยออกไป “น้องสาวฉันตายแล้ว นายไม่ต้องมาหลอกซะให้ยาก นายปั่นหัวฉันไม่สำเร็จหรอกนะ” “หึๆ จะเชื่อหรือไม่เชื่อนั้นมันก็เรื่องของนาย...แต่ของเตือนอะไรไว้หน่อยก็แล้วกัน พลังปราณที่นายมีดูเหมือนจะยิ่งใหญ่สำหรับบุคคลธรรมดา แต่กับฉัน.....มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกมดปลวก” นทีกล่าวพร้อมกับเผยพลังปราณเต็มรูปแบบ คลื่นของพลังกระจายออกไปทั่วบริเวณ มันทำให้ตัวหัวหน้ารับรู้ได้ถึงความต่างชั้น “ไม่จริงน่า แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้ นายเป็นใครกันแน่” หัวหน้าพูดออกมาอย่างกังวลใจ เพราะเขาเพียงเริ่มที่จะได้ศึกษาปราณมาเท่านั้น ก็เลยไม่ได้มีพลังปราณที่สูงมาก และชายหนุ่มที่มีอายุห่างจากเขานับสิบปีกับมีพลังที่เหนือกว่ารุ่นเดียวกันไปมาก มันทำให้เขาตกใจกับพลังตรงหน้า และหวาดกลัวไปพร้อมกัน “หึๆ ฉันก็จะไม่ฆ่ามันตอนนี้หรอกนะ ฉันเป็นที่ไม่เคยผิดสัญญาแม้แต่ครั้งเดียว ฉันจะต้องพาตัวของมันไปหาพ่อของมันก่อน จากนั้นพวกนายจะทำอะไรก็ทำ” นทีชี้ไปที่ตัวของนัท แล้วลากตัวของมันตามพื้นดินตามมา นัทที่ถูกลากมาตามพื้น และมีบางช่วงที่ทำให้ผ้าปิดปากของเขาหลุดออกมา นัทจึงยิ้มแล้วกล่าวกับนทีว่า “แกนี่โง่จริงๆ ถ้าแกพาฉันไปหาพ่อของฉัน แกคงไม่ได้ตายดีแน่” เขาก็พูดขึ้นอย่างเป็นผู้ชนะแล้ว “มันจะจริงหรอ..เอาไว้แกไปดูเอง แกก็คงจะเข้าใจอะไรๆหลายๆอย่างเอง .... ส่วนพวกแกนะก็ตามมาด้วย ฉันไม่ได้มีเวลาว่างทั้งวันนะ” นทีพูดออกมาแต่นัทกับยิ้มออกมาตอบรับ ทางด้านของกลุ่มผู้ร้ายก็เดินตามมาอย่างงงๆตามพี่ใหญ่ของพวกมันบอก ต่างคนก็ต่างขึ้นรถมา นทีที่นั่งข้างกับนัท และมีหัวหน้าคนร้ายเป็นคนขับ นทีก็กล่าวออกมาต่อว่า “เอาละ ขับไปที่ผับที่พวกมันอยู่เลย” ตัวหัวหน้าก็ดูจะอึ้งๆไปสักเล็กน้อย ‘พวกเราจะรอดไมเนี่ย ไปปะทะกับมาเฟียถึงถิ่นของพวกมันโดยตรงเลยไม่ใช่หรอ’ ตัวหัวหน้าของผู้ร้ายก็เอยตอบรับและขับออกไป และมีอย่างหนึ่งที่เขาเชื่อ ชายคนนี้คงไม่ธรรมดาจริงๆจากเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ และด้วยพลังทีเขามีอยู่จากที่เขารู้มา กระสุนก็ไม่สามารถทำอะไรกับชายคนนี้ได้แล้ว เขาจึงอยากลองที่จะเดิมพันชีวิตกับตัวชายคนนี้ดูสักครั้ง พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็มาถึงผับที่เป็นถิ่นของมาเฟียพ่อของเจ้านัทมัน บรรยากาศระหว่างทางที่พวกเขาเดินตามนทีเข้ามา มันก็มีแต่รอยเลือด ไฟฟ้าที่ติดๆดับๆอยู่ตลอดทาง มันเหมือนกับหนังสยองขวัญหรือไม่ก็บ้านผีสิงที่อยู่ตามสวนสนุกเลยทีเดียว นทีก็เดินนำเข้าไปอย่างชิวๆ แต่กับอีกหลายๆคนไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย นัทที่ตอนแรกหัวเราะให้กับความโง่ของนที และคิดว่าเขาอยู่ในถิ่นของพ่อแล้วเขาจะรอด แต่พอเห็นสภาพนี้แล้วใจของเขาก็เริ่มหวั่นๆ ต่างจากหัวหน้าผู้ร้ายที่ตกตลึงกับสภาพของผู้คนที่อยู่ที่นี้ สภาพแต่ละคนในดูไม่ได้เลยจริงๆ ‘ชายคนนี้เป็นบุคคลที่ช่างน่าหวาดกลัวเป็นอย่างมาก’ นทีเดินข้ามศพพวกนั้นโดยที่ไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆออกมาเลย พวกเขาใช้เวลาเดินทางขึ้นไปยังชั้นสามตัวอาคาร ไม่นานก็ถึงห้องที่ตัวของมาเฟียพ่อของนัทถูกจับมัดกับเก้าอี้อยู่ นทีโยนตัวของนัทไปทางพ่อของมัน แล้วก็กล่าวออกมา “ฉันทำตามสัญญาแล้วนะ ทีนี้เราก็หายกัน” “ลูก ลูกรัก ลูกเป็นอย่างไงบ้าง” ชายผู้ยิ่งใหญ่พูดออกมาอย่างยากลำบาก นัทเองที่เห็นสภาพของพ่อตัวเองก็อดกั้นน้ำตาไว้ไม่ได้เขารีบวิ่งเขาไปกอดกัน แตกต่างจากนทีที่เดินไปนั่งอยู่ตรงโซฟาแล้วดูบทละครที่แสนจะน้ำเน่าของสองพ่อลูกด้วยสายตาที่ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังต้องการคำตอบของเรื่องราวทั้งหมด นทีก็ยื่นขึ้นแล้วนั่งลงด้วยใช้เวลาไม่ถึง 1 วินาทีเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปจากก่อนลุกและนั่งลงของเขาคือมีอวัยวะสองชิ้นอยู่ในมือ ที่กำลังเต้นตุกๆ ใช่แล้วมันคือหัวใจของพวกทั้งสองมาเฟียพ่อลูกนั้นเอง “หมดเวลาแล้วที่จะล่ำลากัน ทีนี้ก็เหลือแต่พวกนายแล้ว ฉันจะทำอย่างไงดีน่า” นทีที่ทำท่าคิดหนัก แต่มันแตกต่างกับฝั่งที่โดนทางเลยสิ้นเชิง ขนที่ลุกขึ้นและอาการเสี่ยวสันหลัง บรรยากาศที่จากเย็นสบายๆของเครื่องปรับอากาศถูกเปลี่ยนให้เป็นทุ่งน้ำแข็งได้ในประโยคเดียว ในระหว่างที่คิดอยู่นั้นเอง วิญญาณน้องสาวของหัวหน้าก็ยอมคุกเข่าลงจากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจากปากของวิญญาณดวงนั้นว่า “ท่านผู้ซึ่งเป็นนายของดวงวิญญาณทั้งหลาย ได้โปรดปล่อยตัวของพี่ชายของหนูและเพื่อนๆของเขาด้วยเถอะ ท่านผู้ทรงเมตตา”

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน