จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 41 หวงชิงเยียน หวงเฟยหมิง

    เมื่อก้าวออกจากประตูมิติ ก็กลับเข้าสู่หอปรมาจารย์บรรพกาลทันที บรรยากาศเงียบสงบ ลี้เฟยพาหญิงดังกล่าวออกมา ผ่านโถงใหญ่ พบว่ามีตำรา คัมภีร์มากมายสลักไว้บนศิลาแผ่นใหญ่  หลังจากอ่านดูแล้ว ลี้เฟยไม่ได้ให้ความสนใจตำราเหล่านี้มากนัก เพราะวิชาที่ได้มา ทรงพลังและเหมาะสมกับลี้เฟยมากกว่า หากแต่ว่า ลี้เฟยก็จดจำไว้โดยคัดลอกเก็บไว้ในจักระกิเลน


    ลี้เฟยเดินออกมาจากหอปรมาจารย์พร้อมหญิงดังกล่าว ทว่าคราวนี้ลี้เฟยไม่ได้เรียกท่านยาย เพราะรูปร่างหน้าตาผิวหนัง เปลี่ยนแปลงไปมากหลังจากที่ได้พลังจากทะเลสาบธาตุหลายวัน ลี้เฟยหันมาคุย "ท่านน้า ท่านดูกระชับกระเฉงคล่องกว่ายามที่ท่านอยู่ในแดนมิติมาก ในยามที่ข้าผ่านประตูเข้าไป ข้านับวันในยามนี้ น่าจะเกือบเดือนทีเดียว"


    ลี้เฟยเดินลัดเลาะกลับมาผ่านหอยุทธ์ด้านหน้า ก่อนเดินต่อไปหาอาจารย์ตงเจ๋อ เพื่อรายงานตัวและแนะนำหญิงที่พามาด้วย ก่อนที่จะช่วยตามหาญาติของนางในอนาคต ซึ่งลี้เฟยก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได้แค่ไหน ลี้เฟยเดินมาที่หอกลางที่จ้าวสำนัก รอง และอาวุโสทั้งปวงทำงานด้วยกัน เมื่อเดินเข้าไปก็ไม่พบอาจารย์ตงเจ๋อ แต่ได้ทราบว่า ในตอนนี้ อาจารย์ไปขลุกอยู่ที่หอโอสถมาเกือบเดือนแล้ว ลี้เฟยครุ่นคิดไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น


    เมื่อถึงหอโอสถ ลี้เฟยแสดงตราหยกศิษย์สายในและผ่านเข้าไปตามหาอาจารย์ตงเจ๋อ "อาจารย์ข้ากลับมาแล้ว ท่านมาทำอะไรที่นี่กัน เอ๊ะท่านไม่ได้ดื่มสุราหรือไร เต้าสุราของท่านกลับห้อยเหน็บไว้ที่เอวของท่าน" ลี้เฟยตะโกนพูดกับอาจารย์ตงเจ๋อตั้งแต่เดินเข้าประตูห้องและมองเห็นอาจารย์ ลี้เฟยไม่รอคำตอบ เดินตรงเข้าไปดู พบว่า กลุ่มอาจารย์ตงเจ๋อกำลังผลิตโอสถหอมขึ้นมา


    "กลิ่นแบบนี้ นี่มันโอสถระดับเขียว กลิ่นหอม ใช้แก้พิษใช่หรือไม่อาจารย์" ลี้เฟยถามโดยไม่ได้เปิดดูโอสถที่กำลังตั้งอยู่ในหม้อ


    "ถูกต้อง ข้ากำลังช่วยเฟยหมิงผลิตโอสถ ตั้งแต่เจ้าเข้าหอปรมาจารย์ นางก็ถ่ายทอดวิชาโอสถให้ทางสำนักโดยไม่ปิดบังความรู้ ทั้งพวกข้า พวกศิษย์ทั้งหลายให้ความสนใจมากมาย ทว่าคนที่จะทำได้ จำเป็นต้องมีปราณยุทธ์สูงพอสมควรและมีจิตที่นิ่งมาก หลายคนทำหม้อยาระเบิด บางคนยาไหม้ บางคนกลิ่นไม่หอม วิชาพวกนี้ ต้องใช้ทักษะและการทำซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ข้าเองไม่ค่อยถนัด แต่ก็พอทำได้บ้าง ก็เลยมาช่วยเฟยหมิง" 


    "เจ้ากลับมาเจอเฟยหมิงหรือยัง นางอยู่ห้องโอสถด้านใน" อาจารย์ตงเจ๋อพูดต่อแล้วหันไปมองด้านหลังลี้เฟย


    "เจ้าพาใครมาด้วย นางเป็นใคร" อาจารย์ตงเจ๋อเหลือบไปมองด้านหลังแล้วเดินเข้ามาหา


    "ข้ามีโอกาสได้พบนางเมื่อผ่านประตูหอปรมาจารย์ ข้าได้พบนาง หลังจากนั้นข้าก็พานางกลับมา เพราะนางต้องการจะออกมาตามหาญาติของนาง แต่ตอนนี้นางยังไม่มีที่พัก ท่านพอจะขอให้สำนักช่วยเหลือที่อยู่ที่กินของนางได้หรือไม่" ลี้เฟยอธิบายเพื่อจะขอที่พักให้นางก่อน


    "เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เดี๋ยวเจ้าเข้าไปหาเฟยหมิงก่อน แล้วเดี๋ยวข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้" อาจารย์ตงเจ๋อพูดพร้อมหันหน้าไปบอกหญิงที่มากับลี้เฟยและชี้ให้ไปนั่งพักก่อน


    ลี้เฟยเดินเข้าไปในห้องปรุงยา พบเฟยหมิงหน้าตามอมแมม "ไม่เจอไม่กี่วัน เจ้าหน้าตามอมแมมไปเยอะเลย" ลี้เฟยหัวเราะไปด้วย


    "เจ้ากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ข้าลืมวันเวลาไปเลย" เฟยหมิงหยุดปรุงยาและส่งต่อให้ศิษย์ที่ช่วยอยู่ทำต่อ พร้อมเดินออกมากับลี้เฟย ลี้เฟยเล่าเรื่องที่เข้าไปให้เฟยหมิงฟังขณะกำลังเดินออกมา กระทั่งเดินเข้ามาหาอาจารย์ตงเจ๋อ เพื่อจะลากลับไปที่พักพร้อมลี้เฟยก่อน


    ทว่าในตอนนั้นเอง @#@#@#$@#$ สายตานางก็ทอดไปพบกับใครคนหนึ่ง เฟยหมิงยืนนิ่งสะท้านไปทั้งตัว ไม่แน่ใจภาพที่เห็นตรงหน้า นางตั้งสติหายใจลึก ๆ และมองออกไปให้แน่ใจ พร้อมกับเดินเข้าไปใกล้ ๆ  ๆ จนนางแน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด พร้อมกับสายตาที่มองกลับมาของใครอีกคนที่ยืนตะลึงไม่ต่างกัน


    เฟยหมิง ....

    ท่านแม่ ...


    หญิงสาวทั้งสองวิ่งโผเข้าหา และร้องไห้โดยไม่สนใจใครที่อยู่รอบด้าน ท่ามกลางความตกตะลึงของลี้เฟย และอาจารย์ตงเจ๋อ และอาวุโสบางคนที่เห็นเหตุการณ์


    ผ่านไปสักพักใหญ่ แม้จะไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ แต่ลี้เฟยก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์และเรื่องราวย้อนอดีตได้ จึงเดินเข้าไป


    "ท่านน้า ท่านเป็นมารดาของเฟยหมิงจริงหรือนี่" ลี้เฟยตั้งสติเดินเข้าไปสอบถามให้แน่ใจ ทว่านางไม่ทันได้ตอบ เฟยหมิงกลับชิงพูดออกมาก่อน "ลี้เฟย นี่คือมารดาของข้า หวงชิงเยียน" 


    "ท่านแม่ยังไม่ตาย แต่ข้าเห็นท่านถูกแม่ทัพมังกรอสูรแทงท่านตกลงไปในแม่น้ำกับตา" เฟยหมิงสงสัยและถามมารดาทั้งน้ำตา


    "ข้าก็คิดว่าข้าจะไม่รอดแล้ว เพราะยามนั้นข้าเจ็บสาหัส ไม่มีแรงจะยืนต่อสู้ เมื่อพลัดลงสู่แม่น้ำ กระแสน้ำพัดแรงมากจนกระทั่งพาร่างข้าไปติดที่โขดหินห่างไปเกือบสิบลี้ โชคดีที่ลูกน้องของบิดาเจ้าพบเห็นจึงช่วยเหลือข้า จากนั้นข้าก็พักฟื้นและลอบกลับมาที่ตำหนักเรา แต่พบว่า ตำหนักพังพินาศ ไม่เหลือใครเลย ข้าใช้เวลาสืบอยู่นานจนได้ข่าวจากเพื่อนของพ่อเจ้าว่า พ่อเจ้าบาดเจ็บสาหัสและก็พาเจ้ามายังดินแดนตอนใต้แห่งนี้ ข้ามั่นใจว่าบิดาเจ้าน่าจะพาเจ้ามายังแดนมังกรในอดีต ซึ่งก็คือที่ดินแดนแถบนี้ จากนั้นข้าจึงตามมา แต่โชคร้าย ขณะกำลังเดินทาง มีกลุ่มดาวมากมายร่วงหล่นลงมา คล้ายหินถล่ม และด้วยแรงกระแทกจากการตกหล่นของดวงดาวข้าถูกดูดเข้าไปติดในมิติด้านใน โชคดีที่มีแหล่งอาหารและพลังให้ข้าประทังชีวิตมาตลอดหลายพันปี ข้าพยายามหลายครั้งจะออกมา แต่ก็หาทางออกไม่ได้ หากไม่ได้ลี้เฟยที่มีทะลุผ่านถ้ำลอดใต้ทะเลสาบขึ้นมา ข้าก็ไม่รู้เลย ข้ารอจนแทบจะสิ้นหวังหลายครั้ง จนกระทั่งได้พบกับลี้เฟย" หวงชิงเยียนเล่าฉากต่อฉากให้หวงเฟยหมิงฟัง


    "ข้าไม่คาดคิดเลยว่า ข้าจะได้พบเจอเจ้าที่นี่ เจ้ายังงดงามเช่นเดิมนะเฟยหมิง แล้วบิดาเจ้าละ บิดาเจ้าไปไหน หรือว่า ..." หวงชิงเหยียนถามต่อด้วยความหวังที่จะพบคู่ชีวิตที่พลัดพรากจากกันหลายพันปี


    "ท่านพ่อ ... ท่านพ่อสิ้นนานแล้ว เมื่อท่านพ่อพาข้ามาที่นี่ ท่านบาดเจ็บสาหัส ท่านไม่แน่ใจว่าจะปกป้องข้าได้อย่างไร หลังจากข้าพักฟื้นแล้ว เพื่อความปลอดภัย ท่านจึงผนึกข้าไว้ในอัคคีสีทองและรักษาข้าไว้ในถะเจดีย์โดยไม่ถามความสมัครใจของข้าเลย หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้อะไรเลย จนกระทั่งพบกับเสี้ยววิญญาณของท่านพ่อเมื่อไม่นานนี้ จึงได้รู้ว่า ท่านพ่อสร้างสำนักนี้ขึ้นมาเมื่อท่านหลบมาที่นี่ในครั้งนั้น และท่านก็ตัดสินใจผนึกข้าไว้ในถะมิติ และใช้จิตวิญญาณท่านดูแลข้า แต่ท่านแม่ไม่ต้องเสียใจไป ยังโชคดีที่มีเสี้ยวจิตวิญญาณของท่านพ่ออีกส่วนที่กำลังพักฟื้นอยู่ในสำนักแห่งนี้ รอท่านพ่อฟื้นพลัง จากนั้นท่านแม่ก็จะได้พบท่านอีก" เฟยหมิงกุมมือและยิ้มให้มารดาตลอดเวลาที่เล่าเรื่อง


    ในที่สุดแม่ลูกก็พบกันโดยไม่คาดฝัน เป็นเรื่องเหลือเชื่อจริง ๆ