ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 เจ็ดดาวมฤตยูสังหาร (4)

            ในเวลาเดียวกันบนท้องฟ้าพลันปรากฏดาบโค้งเล่มหนึ่งที่มีแต่ผู้ฝึกตนเท่านั้นที่มองเห็นฟันสะบั้นลงมายังภาคพื้นดังกระหน่ำ!

            อนุภาคแสงนวลลออจากเจ็ดดาวเป่ยโต้วควบแน่นกลายเป็นดาบยาวเรียบง่ายไร้ลายวิจิตร แต่แฝงด้วยมนตร์ขลังและความบ้าระห่ำ

            จิตสังหารที่ชวนให้ทุกสรรพสิ่งต้องก้มสยบแผ่ซ่านออกมาจากดาบเล่มนี้...ทำเอาต้นไม้ใบหญ้าริมทะเลสาบแห้งตายลงในพริบตา!

            ทุกขณะที่ตัวดาบเคลื่อนตัวเข้าใกล้ผืนดินอานุภาพทำลายล้างอันทรงพลังก็แผ่ขยายรัศมีกว้างขึ้นเรื่อยๆทำเอาต้นไม้ใบหญ้ารอบทะเลสาบแห้งเหี่ยวลงทันที จนในที่สุดธรรมชาติทั่วทั้งเขาเหล่าเฮยซานก็ถูกกลืนกินอย่างรวดเร็ว!

            เพียงดาบเดียว คร่าชีวิตไปนับหมื่น

            ความเร็วของดาบดูเหมือนไม่เร็ว แต่มันเพิ่งปรากฏเมื่อหนึ่งวินาทีที่แล้ววินาทีต่อมา ก็ฟาดฟันเข้ากับโล่ป้องกันระดับจินตันขนาดหลายพันตารางเมตรเข้าอย่างจัง! 

            “ตู้ม!” สวีหยางอี้หลับตาปี๋เป็นเส้นขีด

            เพียงเสี้ยวพริบตา ราวกับเทพสวรรค์ลงมาจุติก็ไม่ปาน!บังเกิดมวลแรงอัดอากาศและแรงกดดันวิญญาณอันมหาศาลในทันที ประหนึ่งกระชากวิญญาณเขาจนเกือบหลุดจากร่าง!

            “บุ๋ม!” บัดนี้ โล่ป้องกันวารีสูญเสียการคงสภาพหลอมละลายร่วงหล่นเป็นของเหลวตามเดิม 

            “ซ่า!!!” มวลน้ำในทะเลสาบมหาศาลทิ้งตัวลงพื้นอย่างหนักหน่วงกระแสน้ำพุ่งกระจายดังห่าฝนกระหน่ำ!

            “แบบนี้สิ ถึงเรียกว่าการต่อสู้ของผู้ฝึกตน!”สวีหยางอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ และรีบถอยไปหามุมหลบอย่างรวดเร็ว

            เมฆหมอกแปรปรวน ฝนฟ้ากระหน่ำ สะเทือนภูผาสะท้านปฐพี!

            ผู้ฝึกตนที่ตั้งจิตมั่นในวิถีของตน ใครบ้างที่จะไม่ยอมสยบแก่พลังระดับนี้

            วินาทีต่อมา ทะเลสาบแห่งนี้ก็คาวคลุ้งไปด้วยกลิ่นเลือดฉุน!

            หมอกท่ามกลางทะเลสาบสลายหายไป เผยให้เห็นทะเลสาบสีเลือดแดงฉาน!

            สวีหยางอี้มองออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว

            ท้องฟ้าด้านนอกยังคงเป็นปกติ เพราะก่อนหน้านี้ ปี้ปัวเจินเหรินได้กางม่านอาคมสกัดกั้นการรับรู้จากโลกด้านนอกเอาไว้

            ร่างกายขนาดมหึมาชวนหวาดหวั่น นอนกองอยู่ในทะเลสาบ มีหัวจระเข้ขากรรไกรบนล่างยื่นยาวออกมา ฟันเขี้ยวคมกริบขนาดหลายเมตรเรียงตัวแน่นขนัดไร้ซึ่งแขนขา แต่มีครีบปลาสี่ครีบแทน ทั่วทั้งร่างปกคลุมไปด้วยเกล็ดปลาสีดำเหลือบรุ้งมีหางคล้ายปลาทั่วไป เพียงแต่...

            หัวของมัน ไม่ติดอยู่กับตัวเสียแล้ว!

            บัดนี้ หัวกับลำตัวของมันหลุดออกจากกันเป็นสองท่อน!

            ดวงตาเหลือกกว้างราวกับไม่ยอมสิ้นใจเต็มไปด้วยแขนงเส้นเลือดเลือดแดงก่ำค่อยๆตกลง

            ทุกคน ณ ที่แห่งนั้นต่างนิ่งเงียบ เนื่องจากสลดใจกับภาพที่เห็น

            สวีหยางอี้กำหมัดแน่นเพื่อสะกดความรู้สึกหลากอารมณ์ในใจลงหมิงเสินกับผู้เฒ่าทั้งสามตกตะลึงจนหายใจฮึดฮัด ใบหน้าแดงเรื่อ

            พึ่บพั่บฉับไว!

            เพียงพริบตา... ปี้ปัวเจินเหรินก็นอนตายกลายเป็นศพ!

            “นี่มัน...” หลังจากนั้นหลายนาที สวีหยางอี้เพ่งสายตามองไปก่อนอุทานขึ้นอย่างตกใจ “โมซาซอรัสงั้นเหรอ?”

            สิ่งมีชีวิตดึกบรรพ์ยุคครีเทเชียสแห่งมหายุคมีโซโซอิก!คือจ้าวแห่งท้องทะเลที่แท้จริง!

            “โมซาซอรัสจริงๆ เหรอเนี่ย?!” หมิงเสินอุทานขึ้นด้วยแววตาไม่อยากเชื่อเหมือนกัน“ร่างที่แท้จริงของท่านอาวุโสปี้ปัว... คือโมซาซอรัสงั้นเหรอ?! โมซาซอรัสที่สูญพันธุ์ไปตั้งแต่หลายล้านปีก่อนเนี่ยนะ? ไม่นึกว่าจะกลายพันธุ์เป็นปีศาจเมื่อพันปีที่แล้ว”

            นี่เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ของจริง!

            แต่สัตว์ยุคดึกดำบรรพ์แบบนี้กลับถูกดาวเจ็ดดวงบนท้องฟ้าฆ่าตายภายในดาบเดียว!แก่นพลังที่สร้างมาเป็นพันปี สิ้นสลายไปอย่างน่าเสียดาย!

            สถานการณ์ตอนนี้ ทุกคนต่างพากันเงียบกริบ

            มีใครบางคน... ลงมือสังหารปีศาจร่างโมซาซอรัสอายุพันปีตัวนี้เพียงการโจมตีเดียวซ้ำยังไปการโจมตีที่ไม่รู้ระยะ ไม่รู้พิกัดข้ามพันขุนเขาหมื่นท้องทะเลมาเพื่อการนี้!

            แม้การป้องกันเต็มอัตราของปี้ปัวเจินเหรินยังกลายเป็นของเด็กเล่นตายลงคาคมดาบ โดยไม่มีโอกาสร้องสักแอะ!

            เพียงเสี้ยวอึดใจเท่านั้น!

            นี่เป็นพลังเวทระดับไหนกัน!

            นี่เป็นตบะขั้นไหนกัน?

            นาทีนี้ สวีหยางอี้คิดไม่รีรอเขาประสานกระบวนท่าพลีชีพและกระบวนท่าดาวตกทันทีพุ่งตัวเข้าไปยังที่เกิดเหตุทันที!

            ในเวลาไล่เลี่ยกัน ดวงตาของหมิงเสินคุวาว วินาทีต่อมาก็ระเบิดแรงส่งตัวเองพุ่งเข้าไปยังที่เกิดเหตุการณ์ราวกับดาวตก!

            ทั้งสองเร่งความเร็วยันขีดสูงสุด!

            ในเวลาเดียวกัน เงาร่างทั้งสองฉายอยู่บนม่านตาซึ่งกันและกันความกระหายการต่อสู้อันรุนแรงเอ่อทะลักออกมาอย่างไม่อาจปิดบัง!

            ร่างปีศาจระดับจินตันทุกส่วนล้วนเป็นสมบัติมีค่าหายาก ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังเนื้อ หรือเลือด! แต่สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดก็คือ ‘ผลึกพลังปีศาจ’ !

            นี่เป็นผลึกพลังปีศาจขั้นจินตันที่เพิ่งตายเชียวนะ! ซ้ำยังเป็นผลึกพลังปีศาจของสัตว์ดึกดำบรรพ์อีก!

            สิ่งนี้... ถือว่าเป็นชีวิตสำรองได้เลย!

            เมื่อมีผลึกพลังปีศาจติดตัว ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณพลังปราณอีกต่อไปลองคิดดูสิว่า ขณะที่คู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด อยู่ๆฝ่ายหนึ่งกลับใช้งานผลึกพลังจินตันหรือผลึกพลังปีศาจขึ้นมาก็คงไม่ต้องเดาผลแพ้ชนะแล้ว

            คนที่คิดหาเรื่องคนมีของพรรค์นี้ติดตัว...ต่อให้เป็นขั้นจู้จีระดับสมบูรณ์ก็คงต้องคิดแล้วคิดอีก!

            ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม ต่างฝ่ายต่างหมายจะครอบครอง!

            บรรยากาศ ดำเนินมาถึงจุดตึงเครียด!

            “ไสหัวไปซะ!!!” หมิงเสิน ตะหวาดเสียง เส้นผมสีขาวทั่วทั้งหัวไหวกระเพื่อมแม้ไร้ลม!เพียงพริบตาก็ยืดแผ่ขยายออกเป็นร้อยเป็นพันเมตรราวกับแมงมุมพ่นใยดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

            หลังจากเขาตะโกนขึ้น หุ่นเชิดยี่สิบกว่าตัวที่ถูกท่านปี้ปัวเจินเหรินตรึงไว้ก่อนหน้านี้ก็ส่งเสียง“แกก แกก แกก” ขึ้นอีกครั้ง ครั้นหมิงเสินกระตุกเส้นใย ภายในไม่กี่วินาทีหุ่นเชิดพวกนั้นก็พุ่งเข้าใส่สวีหยางอี้ด้วยความเร็วแสง!

            “ไอ้สวะ!” หมิงเสินร้อนรนใจ ไอ้สวะที่เขาเรียกคนนี้มันไปฝึกวิขาอะไรมาวะ?ทำไมถึงเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้?!

            ความเร็วของสวีหยางอี้ที่ประสานกระบวนท่าพลีชีพและดาวตกไม่ด้อยไปกว่าความเร็วของหมิงเสินเลยสักนิด!เป้าหมายของทั้งสองชัดเจน แน่นอนว่าต้องเป็นที่หัวใจของร่างท่านปี้ปัวเจินเหรินแหล่งสถิตของผลึกพลังปีศาจ!

            ณ เวลานี้ คำถามที่ว่าใครฆ่าเขา แล้วฆ่าเขาทำไมอะไรพวกนี้ไม่สำคัญอีกต่อไป

            ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ก็คือผลึกพลังปีศาจหายากที่อยู่เบื้องหน้ามีแต่คนโง่เท่านั้นที่ปล่อยให้มันหลุดมือ!

            ใครแย่งชิงผลึกพลังปีศาจพันปีตัวนี้มาได้... ใครผู้นั้นก็ชิงลงมือได้ก่อน!และคู่ต่อสู้ของใครผู้นั้น... ก็ถึงคราต้องจบลงตรงที่แห่งนี้!

            นาทีนี้ ทั้งสองหยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน พลันใช้หางตากวาดมองรอบๆ

            “แกรก... แกรก...” เสียงแตกร้าวคล้ายกระจกเปราะดังขึ้นจากทั่วสารทิศ

            ตอนแรก เสียงยังคงเบาบาง แต่ไม่ถึงหนึ่งนาที ก็ดังกระชั้นขึ้นมา!

            เสียง “แกรกๆๆๆ...” ดังไปทั่วพื้นที่แห่งนี้

            สวีหยางอี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งเฮือกจากนั้นก็งอเข่าโก่งตัวราวกับเสือดาวเตรียมตะครุบเหยื่อ!

            เขารู้ขึ้นมาทันทีว่านั่นเป็นม่านอาคมป้องกันการมองเห็นจากคนภายนอกที่ปี้ปัวเจินเหรินกางไว้ก่อนหน้านี้!

            เมื่อปี้ปัวตายลง ม่านอาคมสกัดกั้นนี้ก็สลายตามไปด้วยซึ่งหมายความว่าทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้จะถูกผู้คนด้านนอกมองเห็นอย่างชัดเจน!

            แต่ว่า... แล้วมันทำไมกัน!

            แสดงอิทธิฤทธิ์ต่อหน้ามนุษย์แล้วจะทำไม?

            ศพของปีศาจโบราณขั้นจินตันอยู่เบื้องหน้า ผลึกพลังปีศาจระดับจินตันอยู่เบื้องหน้าหากมัวแต่ระวังหน้าระแวงหลัง ยึกยักไม่กล้าตัดสินใจด้วยเหตุผลแค่นี้...แบบนี้ไม่ใช่นิสัยสวีหยางอี้คนนี้อย่างแน่นอน!

            เห็นแล้วไง... ก็ดูไปสิ ถ้าอยากดู!

            เห็นมนุษย์ธรรมดาอย่างพวกนายได้เห็นวิถีของโลกผู้ฝึกตนบ้างก็ดี!

            วันนี้ สวีหยางอี้คนนี้จะเป็นนักแสดงนำเอง!

            ตอนนี้ศพของปี้ปัวเจินเหรินเริ่มระเหิดเป็นริ้วอณูปราณสีขาวละเอียดเป็นหมื่นๆ เส้น

            ทะลักออกมาท่วมท้นดั่งมวลน้ำในมหาสมุทร ลอยฟุ้งอวลตลบดั่งหมอกควัน

            ลอยขึ้นพลิ้วไหวในอากาศ! ราวกับเป็นท่วงทำนองของเสียงสะอื้นแห่งการลาจาก!

            สวีหยางอี้พุ่งทะลวงฝ่าดงหมอกอณูปราณ เม้มปากแน่น จ้องอีกฝ่ายตาไม่กะพริบ! 

            ตอนนี้ หมิงเสินยืนโก่งตัวโน้มไปข้างหน้าเช่นกันเส้นผมสีเงินแผ่ขยายขึ้นกลางอากาศราวกับอสรพิษสีเงินเริงระบำ

            อีกฝ่ายจ้องมองเขาตาเขม็งเช่นกัน

            ท่าทางไม่มีใครยอมใคร!

            ก็แน่สิ! ใครมันจะไปยอม! ผลึกปีศาจระดับจินตันเลยนะ!

            “แกรกๆๆ ... เพล้ง!” นาทีนี้ ม่านอาคมพังทลายลงแล้ว!และอณูปราณที่ลอยอยู่ท่วมท้นกลางอากาศก็จับตัวกันกลายเป็นดอกไม้อณูปราณขนาดใหญ่ร่วมหลายร้อยเมตร!

            วินาทีต่อมา บังเกิดอณูแสงขึ้นทั่วทุกแห่งหนเท่าที่สายตาจะมองเห็นได้

            เนื่องจากอณูปราณไหลทะลักออกมาอย่างฉับพลับ...ทำให้เกิดอณูแสงกายสิทธิ์ขึ้นทั่วท้องฟ้า!

            ท่ามกลางอณูแสงล่องลอยคล้ายริ้วแสงเหนือ สะท้อนภาพงามสง่ากินใจชวนให้ต้องมนตร์สะกด

            ดอกไม้อณูปราณสูงหลายร้อยเมตรยืนต้นตระหง่านบนยอดภูเขาไฟเหล่าเฮยซาน!

            นาทีนี้ ดวงตาไม่รู้กี่คู่ในผืนแผ่นดินหวาซย่าเบิกกว้างขึ้นทันที! ผู้คนต่างพากันมองไปทางบึงบงกชจตุทิศอย่างไม่อยากเชื่อ!

            ในคฤหาสน์หลังหนึ่ง ชายหนุ่มอายุราวสิบแปดสิบเก้าในชุดสูทกำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์โดยมีหญิงสาววัยสิบหกกำลังนวดขมับให้เขาอยู่

            เขาดูเหมือนวัยรุ่นแต่สีหน้าแววตากับโชกโชนด้วยประสบการณ์ราวกับห้วงน้ำลึกที่ผิวน้ำเรียบนิ่งไร้วงกระเพื่อม

            ทันใดนั้น มือของเขาเกิดกระตุกขึ้น ทำให้แก้วไวน์ทรงสูงร่วงลงพื้นของเหลวสีแดงด้านในกระฉอกราดตัวเขาทันที!

            “ยามดอกพลับพลึงเบ่งบาน... จินตันม้วยมรณา?!” 

     

    คล้ายกับเรื่องยุทธเวทผลาญปีศาจ ที่คุณอ่าน