ร่างสูง กับค่อยๆ สลายไปเหมือนกับเถ้าธุลี
“หลี่จวิน ท่านไปไหน ท่านจากข้าไปแบบนี้ไม่ได้นะ”แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เหมือนที่เขาพูดกัน คะนิ้งเดินไปตรงแสงนั้นสว่างสดใสจนไม่อยากถอยหลังกลับ
แต่ก็ยังไม่วายหันไปกลับดูหลี่จวินอยู่ที่นั่น คะนิ้งโดนพลังบางอย่างดูดกลืน เข้าไปภายในแสงสดใส สะดุ้งสุดตัวพยายบาลที่นั่งอ่านหนังสือเฝ้าไข้อยู่สังเกตเห้นทันที
รีบเดินมาที่เตียง
กดกริ่งเรียกหมอพยาบาล เข้ามาอีกสองสามคน คะนิ้งกรอกตามองไปรอบๆ
“คุณชื่ออะไร”คำแรกที่พยาบาลถาม
“คะนิ้ง คะนิ้ง”หมอยิ้ม ก่อนจะจับเสตย์โทสโคปว่าจ่อที่อกฟังเสียงหัวใจ
พยักหน้าช้าๆ
“ฉันมาที่นี่ได้งัย”
“คุณเป็นลม”
“ฉันอยู่ที่นี่กี่วันแล้วค่ะ”
“สามวัน”พยาบาลตอบ
“คุณเป็นคนประเทศอะไร”
“คนไทย”คะนิ้งตอบอย่างรวดเร็ว
“อาการโดยรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง การตอบสนองดีนะ เธอไม่มีมีความผิดปกติอะไร มีใครโทรรายงานคุณหยางหรือยัง”คุณหยาง
“เรียบร้อยแล้วค่ะ พอเธอฟื้นปุ๊บก็โทรติดต่อคุณหยางตามที่คุณหยางสั่งไว้”พยาบาลเฝ้าไข้รีบบอก
คะนิ้งนอนมองพยาบาลและหมดพูดกันอีกหลายประโยคก่อนที่ทุกคนจะออกไป
คะนิ้งนอนตะแครงตัว อยากจะลุกนั่ง มือใหญ่พยุง ร่างบางให้ลุกขึ้น
“คุณฟังภาษจีนได้ไหม” ร่างสูงคุ้นตา คะนิ้งโผเข้ากอดร่างสูงไว้แน่นน้ำตาไหลพราก
“ในที่สุดท่านก็มา” คนโดนกอดงงเป็นไก่ตาแกตกแต่ก็ไม่วายยกมือขึ้นกอดตอบ
“อะไรกัน”คะนิ้งสะอึกสะอื้นในอ้อมกอด ไออุ่นที่ห่างหายมานาน
“ผมไม่ใช่คนที่คุณพูดถึง”
“คุณหยางค่ะ ได้เวลาแล้วค่ะลุกค้ารออยู่ เลขาสาวสวยเดินนวยนาดเข้ามาข้างในกระโปรงสั้นจู๋ ใบหน้าแต่งแต้มจนเข้มจัด หยางหลี่จวิน โบกมือเป็นเชิงห้าม
“แต่คุณหยางค่ะ”ยังไม่ยอม
“ผมบอกแล้วอย่างไรล่ะว่า สักครู่”เสียงเข้ม
“แต่หากท่านประธานรู้ว่าคุณ มาเสียเวลากับผู้หญิงแบบนี้จนผิดนัดกับลูกค้า”อ้างไปนู้น หยางหลี่จวินยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู
ก่อนจะยกมือนิ้วชี้ขึ้นชี้ที่นาฬิกา
“ไว้เย็นๆ ผมจะมาหา ตอนี้เวลาผมน้อย คุณพักผ่อนเสีย”คะนิ้ง ปาดน้ำตา ก็เห็นๆ อยุ่ว่าเป็นหลี่จวินทำไมจำคะนิ้งไม่ได้ มองตามร่างใส่สูทที่ผละออกไปน้ำตาไหลพราก ไม่ใช่หลี่จวินถ้าเป้นหลี่จวินต้องจำคะนิ้งได้