ณ ท้องพระโรง ในตอนนี้ ท่านอ๋อง กุนซือ เฉียนฟง ลู่หยางและฉู่หลาน มารอองค์หญิงเจินหลินอยู่ก่อนแล้ว
องค์หญิงเจินหลินเสด็จเข้าไปอย่างแปลกพระทัยที่เห็นทุกคน และทรงคาดการณ์ไม่ถูกว่าเสด็จพ่อทรงเรียกตนมาเพื่ออะไร
“มีอะไรอย่างนั้นหรือเพคะ เสด็จพ่อ” องค์หญิงทรงถาม
“พ่อจะจัดพิธีอภิเษกระหว่างเ้ากับเฉียนฟงอย่างสมเกียรติ” ท่านอ๋องตรัส
“ไม่ได้นะเพคะ หรือว่าพระองค์ทรงคิดว่ากระทำเพื่อไม่ให้ลูกเสียหาย ลูกคิดว่าเื่นินทาในจวนเดี๋ยวมันก็ซาไปเองเพคะ” องค์หญิงตรัส
“มันคงยากนะลูก เพราะทุกคนเห็นกับตาว่า ลูกวิ่งเข้าไปหาเฉียนฟง และ เอ่อ จุมพิตเขาต่อหน้าทุกคน” ท่านอ๋องตรัส
“ก็ท่านกุนซือบอกลูกว่า ต้องใช้วิธีนี้เฉียนฟงถึงกลับมาเป็ปกตินี่เพคะ” องค์หญิงทรงกล่าวอ้าง
“กระหม่อมจะกล้าบอกวิธีเสี่ยงๆ แบบนั้นได้อย่างไรพะย่ะค่ะ” ท่านกุนซือแกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้เพื่อทำให้องค์หญิงทรงยอมรับการอภิเษก
“ท่านกุนซือ นี่ท่าน” องค์หญิงทรงคาดไม่ถึง
“นั่นสิลูก นั่นหมายความว่าลูกคงจะรักเฉียนฟงมากอย่างที่กุนซือท่านว่าจริงๆ” ท่านอ๋องตรัส
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะเพคะ จริงสิ เฉียนฟง ท่านก็บอกพระองค์ไปสิว่าท่านมีคนรักอยู่แล้ว” องค์หญิงทรงหันไปบอกเฉียนฟงให้อธิบาย
“จะดีหรอพะย่ะค่ะ” เฉียนฟงกล่าว
“เื่มาถึงขั้นนี้แล้ว ท่านบอกไปเถิด” องค์หญิงทรงคะยั้นคะยอ
“ก็ได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมหลงรักองค์หญิงเจินหลินมานานแล้วจริงๆ กระหม่อมจะดูแลองค์หญิงไปตลอดชีวิตของกระหม่อม” เฉียนฟงกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
“ท่านกล่าวผิดแล้ว คนที่ท่านรักไม่ใช่ข้าแต่เป็…” องค์หญิงเจินหลินทรงกล่าวไม่จบ
“พอได้แล้วเจินหลิน ถ้าลูกเห็นว่าเฉียนฟงไม่คู่ควรกับเ้า งั้นพ่อจะแต่งตั้งเฉียนฟงเป็แม่ทัพ จะได้อภิเษกกับลูกอย่างสมเกียรติ” ท่านอ๋องตรัสตัดบททันที
“เป็พระมหากรุณาธิคุณยิ่งแล้วพะย่ะค่ะ” เฉียนฟงรีบน้อมรับทันที
ในตอนนี้องค์หญิงไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไป พระองค์จึงต้องเข้าพิธีอภิเษกกับแม่ทัพเฉียนฟงด้วยความจำยอม
เหล่าขุนนางต่างร่วมแสดงความยินดีกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
เมื่อเ้าบ่าวเ้าสาวได้กราบไหว้ฟ้าดินเป็ที่เรียบร้อยแล้ว องค์หญิงเจินหลินจึงไปรอเ้าบ่าวที่ห้องหอ แต่เพราะองค์หญิงทรงกระหายน้ำมาก ประกอบกับไม่มีใครกล้าเข้ามาในห้องนี้ พระองค์จึงเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมประเพณี หลังจากองค์หญิงทรงดื่มน้ำในห้องครัว พระองค์เสด็จออกมาก็แอบเห็นองค์หญิงเจินยี่ยืนอยู่กับเ้าบ่าวของพระองค์ตามลำพังในอุทยาน จนองค์หญิงเจินหลินรีบย่องเข้าไปดูใกล้ๆ
“ข้ายินดีกับท่านด้วย ในที่สุดท่านก็กลายเป็พี่เขยของข้า” องค์หญิงเจินยี่ทรงแสดงความยินดี
“ขอบพระทัยพะย่ะคะ กระหม่อมจะดูแลองค์หญิงเจินหลินเป็อย่างดี” เฉียนฟงกล่าว
สักพักองค์หญิงเจินยี่ก็มีอาการหน้ามืด จนเฉียนฟงต้องรีบเข้าไปประคองอย่างใกล้ชิด
เมื่อองค์หญิงเจินหลินเห็นภาพนั้น พระองค์ก็รีบกลับเข้าไปในห้องของนางกำนัลแล้วขโมยชุดของนาง พอพระองค์แต่งเป็นางกำนัลเสร็จ พระองค์ก็แอบลอบหนีไปทันที ในใจองค์หญิงเจินหลินทรงคิดว่า “ที่แท้ท่านกระทำไปก็เพื่อรับผิดชอบไม่ให้ข้าเสียชื่อเสียงนี่เอง ท่านไม่จำเป็ต้องฝืนใจรับข้าเป็ฮูหยินหรอก เฉียนฟง”
******************************************
พอเ้าบ่าวดื่มสุราร่วมกับแเื่เสร็จ เขาก็รีบเข้าไปในห้องหอ แต่ทว่าภายในห้องกลับว่างเปล่า จนเขาใ รีบไปตามให้ลู่หยางช่วยออกตามหาองค์หญิงเจินหลินทันที
เ้าสาวหายตัวไป สร้างความโกลาหลไม่ใช่น้อย เฉียนฟงจึงรีบไปปรึกษากับท่านกุนซือทันที
ท่านกุนซือมาสำรวจห้องหอ แล้วกล่าวว่า “ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น องค์หญิงน่าจะทรงหนีไปเองมากกว่า”
“ทำไมนางต้องหนีด้วย” เฉียนฟงรีบถาม แต่มีนางกำนัลเข้ามารายงาน
“เรียนท่านกุนซือ เสื้อผ้าของข้าหายไป และนี่ค่ะ คือชุดเ้าสาวขององค์หญิง” นางกำนัลยื่นชุดเ้าสาวให้ดู
“แสดงว่าพระองค์แอบเปลี่ยนและหนีออกจากวังเองจริงๆ” ท่านกุนซือกล่าว
“แล้วจะไปตามพระองค์ได้ที่ไหน” เฉียนฟงถามต่อ
“มีที่เดียวเท่านั้น บ้านในป่าของพระองค์นั่นแหละ” ท่านกุนซือกล่าว
เฉียนฟงจึงรีบขี่ม้าไปที่นั่นทันที
“ทำไมงานแต่งงานของเฉียนฟงนี่ช่างวุ่นวายจริงๆ” ลู่หยางวิจารณ์
“ช่างไม่เหมือนเ้าเลยใช่มั้ย ราบรื่นตลอด แถมเ้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เลย เพราะมีคนจัดงานแต่งงานให้เ้า เพียงแค่เ้าสวมรอยเป็ลูกเศรษฐีคนนั้นเท่านั้น” ท่านกุนซือกล่าว
“ก็แหม มันเป็แผนการของท่านไม่ใช่หรือ” ลู่หยางกล่าว
******************************************
องค์หญิงเจินหลินขี่ม้าเดินทางทั้งคืน พระองค์ทรงเสด็จถึงบ้านสมุนไพรในตอนเช้าของอีกวัน ตอนนี้พระองค์ทรงเหนื่อยมาก เลยนำม้าไปผูก แล้วตนก็เข้าไปนอนพัก พอนอนไปได้สักพักหนึ่ง พระองค์ก็ทรงพลิกตัวไปกอดหมอนข้าง ผ่านไปนานพอสมควร พระองค์ก็ทรงเริ่มฉุกคิดว่าในบ้านของพระองค์ไม่มีหมอนข้าง แล้วตอนนี้พระองค์ทรงกอดอะไรอยู่
องค์หญิงเจินหลินค่อยๆ ลืมตาก็ พบ ว่า ตนนอนกอดกับเฉียนฟง
องค์หญิงทรงกรี๊ดแล้วกำลังจะผลักเขาตกเตียง แต่เฉียนฟงรีบกอดพระองค์แน่นขึ้น
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ปล่อยข้านะ” องค์หญิงตรัสถาม
“แหม เ้าอยากเปลี่ยนห้องหอ ทำไมไม่บอกข้าดีๆ ยังดีที่ข้าเดาใจเ้าถูกนะ” เฉียนฟงแกล้งพูด
“ข้าเปล่านะ เ้าออกไปจากห้องข้าเดี๋ยวนี้” องค์หญิงทรงไล่
“แต่พวกเราเป็สามีภรรยากันแล้วนะ” เฉียนฟงกล่าว
“เ้าไม่จำเป็ต้องฝืนใจรับผิดชอบข้าหรอก เ้ากลับไปหาเจินยี่เถอะนะ” องค์หญิงตรัส
“ข้ารักเ้านะ เจินหลิน รักมาั้แ่ตอนที่เ้าแปดขวบแล้ว ที่ข้าคอยตามติดน้องสาวเ้า ก็เพราะเ้าหลอกข้าว่าเ้าชื่อเจินยี่ แต่ตอนนี้ข้ารู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เ้าให้โอกาสข้าดูแลเ้าเถอะนะ” เฉียนฟงสารภาพรัก
“จะเป็ไปได้ยังไง พวกเราไม่ถูกกัน” องค์หญิงตรัส
“มันต้องเป็ไปได้สิ ขนาดมิติอนาคต เ้าก็ยังมีลูกชายให้ข้าได้เลย” เฉียนฟงยอมเผย
“แสดงว่าเ้าเห็นทุกอย่างแล้วสิ แล้วทำไมเ้าไม่ยอมบอกข้าล่ะ” องค์หญิงทรงท้วง
“ข้ากลัวเ้าอาย เพราะข้าเผลอเข้าหอกับเ้าในอนาคตไปแล้ว ดังนั้นวันนี้ข้าขอนะ” เฉียนฟงกล่าว
“อะไรนะ เดี๋ยวสิ…..” องค์หญิงเจินหลินไม่อาจพูดอะไรได้อีกต่อไป
เพราะความคิดถึงหรืออย่างไรไม่ทราบ เฉียนฟงเข้าหอกับนางจนกระทั่งถึงเย็นของวันถัดไป
องค์หญิงเจินหลินในสภาพหมดแรง รีบต่อว่าสามีทันที “ข้าเป็มนุษย์นะ เฉียนฟง เ้าจะถนอมข้าหน่อยไม่ได้เลยหรอ”
“ยกโทษให้ข้าเถอะนะเจินหลิน ต่อไปข้าจะกระทำกับเ้าเบาๆ” เฉียนฟงพูดยิ้มๆ
“ทำไมร่องรอยบนตัวข้ามันเหมือนวันที่ข้าดวลดื่มเหล้ากับท่านอ๋องแคว้นเยี่ยเลยล่ะ มันไม่ใช่อาการแพ้เหล้าใช่มั้ยเนี่ย” องค์หญิงเจินหลินทรงสำรวจตัวเอง
“คืนที่เ้าเมาไม่รู้เื่ ข้าก็กระทำแบบนี้กับเ้า ยังดีที่ลู่หยางห้ามข้าทัน ไม่งั้นเ้าได้เป็ฮูหยินของข้าั้แ่วันนั้นแล้ว” เฉียนฟงยอมเผย
“ทำไมท่านกลายเป็ผู้ชายฉวยโอกาสไปได้ล่ะเนี่ย” องค์หญิงทรงต่อว่า
“ข้าเปลี่ยนไปก็เพราะเ้านั่นแหละ เจินหลิน” เฉียนฟงอ้างและกล่าวอีกว่า “พวกเรากระทำกันต่อดีกว่า”
“พอแล้ว ท่านต้องรีบกลับไปได้แล้ว พวกเราต้องเตรียมสู้ศึกกับปิศาจนะ” องค์หญิงทรงเตือน
“พูดอย่างนี้เ้าจะไม่กลับไปด้วยงั้นหรอ” เฉียนฟงสงสัย
“ข้านัดลูกน้องคืนนี้ พวกเขาจะมาบอกร่องรอยของฉินหลงตัวจริง” องค์หญิงตรัส
“แล้วทำไมไม่ให้ข้ากลับพร้อมเ้าวันพรุ่งนี้ล่ะ” เฉียนฟงสงสัย
“ก็ถ้าเ้าอยู่ด้วย ข้าอาจไม่ได้ไปพบลูกน้องน่ะสิ เพราะเ้ากลายเป็คนอดใจไม่อยู่แบบนี้ไง” องค์หญิงทรงเขิน
“ใช่จริงด้วย งั้นข้าไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ ฮูหยินของข้า” เฉียนฟงกล่าวแล้วหอมแก้มถึงผละออกไป
เมื่อทั้งสองแต่งตัวเสร็จ ก็พากันไปทานอาหารที่โรงเตี๊ยมในเมือง พอทั้งคู่ทานเสร็จ เฉียนฟงก็รีบจับข้อมือของเจินหลินพร้อมกับสวมปอกข้อมือให้กับนาง
“มันคืออะไรน่ะ เฉียนฟง” องค์หญิงทรงถาม
“มันคือปอกกำจัดมาร ข้าให้เ้าไว้ป้องกันตัว” เฉียนฟงกล่าว
“แล้วมันกำจัดมารได้ยังไง” องค์หญิงทรงสงสัย
“ข้าเอาไว้ให้เ้ากำจัดข้า หากข้ากลายเป็อสูรแล้วควบคุมสติไม่ได้ เผลอทำร้ายเ้ากับลูก” เฉียนฟงกล่าว
“เ้าเป็สามีของข้า ข้าจะทำร้ายเ้าได้ยังไง” องค์หญิงกล่าวพร้อมกับมีน้ำตาคลอ
“ช่วยข้าหน่อยเถอะนะ เจินหลิน ข้าไม่อยากเผลอทำร้ายเ้ากับลูกจริงๆ เมื่อเ้าตั้งสมาธิ ประตูมิตินรกจะเปิด แล้วมันจะดูดข้าเข้าไป” เฉียนฟงกล่าว
“ข้าทำไม่ได้หรอก เฉียนฟง” องค์หญิงตรัส
“จงทำเพื่อลูกของพวกเรานะ เจินหลิน แต่ปอกกำจัดมารนี้ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อใช้แล้วมันจะหายไปพร้อมประตูมิตินรกนั้น” เฉียนฟงกล่าว
“ข้าขอภาวนาว่าข้าจะไม่ต้องใช้มันก็แล้วกันนะ” องค์หญิงตรัส
“เอาล่ะ มันจะค่ำแล้ว ข้ารีบเดินทางไปก่อนนะ แล้วเ้าต้องรีบตามมาล่ะ” เฉียนฟงกล่าว
เฉียนฟงกอดและหอมภรรยา แล้วรีบขี่ม้ากลับไปก่อน เพื่อเตรียมแผนการรบ ในขณะที่เจินหลินก็ไปพบลูกน้องทั้งห้าตามนัดหมาย เพราะพวกเขาจะบอกร่องรอยของท่านฉินหลงตัวจริงคืนนี้