บทที่1 ความจริงในโลกปัจจุบัน
กริ้ง กริ้ง กริ้ง! เสียงนาฬิกาปลุกดังสนั่นขึ้นในตอนเช้า ในขณะที่หลินเย่วชิงกำลังหลับสนิทอยู่ในห้องพัก เสียงนั้นทำให้เธอใตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน เธอลุกขึ้นนั่งบนเตียง ดวงตาเบิกโพลง หัวใจเต้นระรัวด้วยความใ "โอ๊ย! ทำไมต้องดังขนาดนี้เนี่ย!" เธอบ่นพึมพำพลางยกมือนวดขมับ
เธอเหลือบมองนาฬิกาที่สั่นไหวอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ "เช้าอีกแล้วเหรอ...เอาล่ะอย่างน้อยวันนี้ก็วันศุกร์แล้วพรุ่งนี้เป็วันหยุดจะได้ออกไปหาอะไรอร่อยกินนอกเมืองและแวะไปร้านขายของวินเทจของลุงโจหน่อย ฮึ่บ ๆ " เธอพึมพำเบาๆ เหมือนเพิ่มพลังให้ตัวเอง พร้อมกับยื่นมือไปปิดเสียงนาฬิกาปลุก
ชีวิตในปัจจุบันของหลินเย่วชิงเป็ชีวิตที่ยุ่งเหยิงและเต็มไปด้วยความกดดันจากการทำงานที่โรงพยาบาล เธอเป็แพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแผนกฉุกเฉินที่ต้องรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอ หลินเย่วชิงมีชื่อเสียงในฐานะหมอที่เก่งและมีความสามารถสูง แต่ความรับผิดชอบที่หนักอึ้งทำให้เธอแทบไม่มีเวลาให้กับตัวเอง
ทุกๆ วันของเธอเริ่มต้นั้แ่เช้าตรู่ ด้วยเสียงเตือนจากนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้น หลินเย่วชิงลุกขึ้นจากเตียงด้วยความอ่อนล้า แต่ยังคงมุ่งมั่นที่จะไปทำงาน เธอรีบเตรียมตัวและออกจากอพาร์ทเมนต์เล็กๆ ของเธอในใจกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ การจราจรที่ติดขัดในเช้าในวันธรรมดาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิด เพราะเธอคุ้นเคยกับมันดีอยู่แล้ว
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล หลินเย่วชิงเข้าสู่โหมดการทำงานทันที เสียงเรียกจากวิทยุพยาบาลและเสียงเตือนของเครื่องมือแพทย์ดังไม่ขาดสาย เธอวิ่งไปรักษาผู้ป่วยคนแล้วคนเล่า บางครั้งต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉิน บางครั้งต้องปลอบโยนญาติของผู้ป่วยที่กำลังทุกข์ใจ แม้จะเหนื่อยล้า แต่หลินเย่วชิงก็ยังคงยิ้มและให้กำลังใจผู้ป่วยและเพื่อนร่วมงานเสมอ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งถึงเวลาพัก หลินเย่วชิงมักจะนั่งจิบกาแฟในห้องพักแพทย์ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างเพื่อพักผ่อนสายตา "เฮ้อ... อยากกลับย้อนกลับไปยุค 80 จริงๆ เลยทุกอย่างคงไม่วุ่นวายแบบนี้" เธอพึมพำเบาๆ ขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง
"อะไรนะ หมอหลิน?คุณอยากกลับไปยุค 80 หรอ? " เสียงของหมอหลี่ เพื่อนร่วมงานของเธอที่เดินเข้ามาพอดีทำให้หลินเย่วชิงสะดุ้ง
"อ้าว หมอหลี่! ได้ยินเหรอเนี่ย? " หลินเย่วชิงยิ้มเจื่อนๆ "ก็แค่นึกถึงชีวิตที่เรียบง่ายน่ะ ค่ะคุณหมอตอนนี้งานมันเหนื่อยจนแทบไม่มีเวลาหายใจเลย"
หมอหลี่หัวเราะ "พูดเหมือนจะมีใครทำให้หมอหลินกลับไปยุค 80 ได้งั้นแหละ เอาเป็ว่าตอนนี้ก็พักสักหน่อยละกัน เดี๋ยวต้องลุยต่อ อ้อแต่ถ้าจะไปยุค80วันไหนช่วยเผื่อตั๋วให้ผมสักใบด้วยนะหมอหลิน..." หลินเย่วชิงยิ้มและถอนหายใจยาว " ฉันแค่อยากพักสักหน่อย... ขอบคุณนะคะหมอหลี่นะคะ"ทั้งสองหัวเราะเบาๆ ก่อนที่หมอหลี่จะเดินออกไป หลินเย่วชิงมองตามเพื่อนร่วมงานพร้อมกับคิดในใจว่า ชีวิตในยุค 80 ที่เธอหลงใหลนั้นคงจะเรียบง่ายและไร้ความกดดันไม่เหมือนชีวิตที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันอย่างแน่นอน
“เอาล่ะ อย่างน้อยวันนี้ก็วันศุกร์แล้ว พรุ่งนี้เป็วันหยุด จะได้ออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินนอกเมืองและแวะไปร้านขายของวินเทจของลุงโจสักหน่อยเห็นแกบอกว่าจะมีของเก่าๆ เข้ามาในร้านเสาร์อาทิตย์นี้” เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะยิ้มเมื่อนึกถึงวันพรุ่งนี้
แสงแดดอ่อน ๆ ของเช้าวันเสาร์ปลุกให้หลินเย่วชิงตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น หลังจากดื่มกาแฟและอาหารเช้าแบบง่ายๆ ที่ประกอบด้วยขนมปังปิ้งและไข่คน วันนี้เธอเลือกใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนขาดเข่าที่ดูทะมัดทะแมง พร้อมรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ผิวขาวเนียนของเธอตัดกับเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ ทำให้หมอสาวดูสดใสและมีเสน่ห์อย่างเป็ธรรมชาติ
หลินเย่วชิงขับรถยนต์ออกจากบ้านในตอนสาย ๆ ก่อนจะแวะร้านผลไม้เธอตั้งใจจะซื้อมันไปฝากลุงโจสักหน่อยเพราะนานๆ ครั้งถึงจะมีโอกาสได้แวะไปแต่สองอาทิตย์ก่อนลุงโจโทรมาหาบอกว่าจะมีของวินเทจที่คุณหมออาจจะชอบส่งมาที่ร้านของลุงหลายชิ้นเขาจึงอยากให้เธอมาดูก่อนใคร ๆ เมื่อมาถึงตลาดของเก่าที่ตั้งเรียงรายอยู่มากมาย หลินชิงเย่วเธอตั้งใจจะใช้เวลาที่นี่ทั้งวัน เพราะมีหลายร้านที่เธอนั้นสนใจอยากจะเดินดู แต่ก่อนอื่นเธอตรงไปยังร้านของลุงโจเป็ร้านแรกของวันนี้
"อ้าว คุณหมอหลิน! มาพอดีเลย เชิญครับ ๆ นี่ ๆ ของนี้เพิ่งมาถึงเมื่อวานนี้ผมเลยจัดขึ้นชั้นเรียงเอาไว้ให้ดูสะดวก ๆ ชอบชิ้นไหนคุณหมอต้องรีบจองเอาไว้ก่อนเลยนะครับ วันนี้วันหยุดคนน่าจะมาดูสินค้าเยอะ” "จริงเหรอคะ ลุงโจหนูนี่ค่ะหนูมีผลไม้มาฝากลุงด้วย? หลินเย่วชิงยิ้มก่อนจะส่งผลไม้ในมือให้ลุงโจ “งั้นหนูขอดูของก่อนนะคะ" หลินเย่วชิงเดินเข้าไปใกล้โต๊ะที่เต็มไปด้วยของวินเทจ เธอเดินดูของอยู่นาน มีเพียงสร้อยข้อมือ ตะเกียงเก่า และโคมไฟบางชิ้นที่ดึงดูดความสนใจของเธอ
"แต่ลุงโจคะ เห็นลุงบอกว่ามีกระจกเก่าด้วยหนูหาไม่เจอเลยค่ะ? " หลินเย่วชิงถามด้วยความสงสัย
“อ้อ ใช่แล้ว ๆ กระจกเก่าบานนั้นอยู่หลังร้าน ดูไม่ค่อยน่าสนใจ ลุงเลยไม่ได้เอามาวางบนชั้น ถ้าหนูสนใจก็เดินไปดูด้านหลังร้านได้เลยครับ ลุงโจพูดพร้อมกับยิ้มเล็ก ๆ เหมือนจะท้าทายให้เธอไปดู
"โอเคค่ะ ลุงโจ ลุงพูดซะอย่างนี้ หนูก็ยิ่งอยากรู้แล้วว่ามันเป็ยังไง" หลินเย่วชิงยิ้มกว้างและเดินตรงไปยังด้านหลังร้านอย่างรวดเร็ว ลุงโจหัวเราะเบาๆ "ถ้าเธอชอบของเก่า ลุงว่าบานนี้เธอน่าจะชอบนะ"
หลินเย่วชิงเดินออกไปหลังร้านทันที กระจกบานนั้นพิงอยู่กับผนังร้านโดยมีกระดาษห่อและเชือกผูกเอาไว้ หลินเย่วชิงยืนมองและเธอก็แกะกระดาษที่ห่อออก
"ว้าว... ดูเก่าจริงๆ ด้วย แต่มีเสน่ห์มากเลย" หลินเย่วชิงพึมพำขณะใช้มือปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนกระจก เธอมองเห็นลวดลายวิจิตรที่ประณีตทำให้กระจกนี้มีเอกลักษณ์พิเศษ
"เธอว่าไงล่ะหลิน? " เสียงของลุงโจดังมาจากด้านหลัง ทำให้เธอใเล็กน้อย
"โอ้ย! ลุงโจ! ทำหนูใหมดเลยค่ะ แต่...มันสวยมากเลยค่ะ หนูชอบมากจริงๆ ลวดลายบนกรอบนี่มันดูมีอะไรบางอย่างที่พิเศษมากเลยนะคะ เหมือนมันจะเล่าเื่อะไรบางอย่างเลย"
ลุงโจหัวเราะ "ลุงดีใจที่เธอชอบนะหมอหลิน จริงๆ แล้วกระจกบานนี้ก็มีตำนานเล่าขานอยู่ว่ามันเชื่อมโยงกับความลึกลับบางอย่าง แต่ลุงเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ลุงเคยได้ยินแค่ว่าใครที่จ้องมันนานๆ อาจจะเห็นสิ่งที่ไม่คาดฝัน"
หลินเย่วชิงหัวเราะ "ลุงโจนี่พูดเหมือนจะให้หนูกลัวเลยนะคะ แต่หนูเป็หมอ หนูไม่เชื่อเื่ผีสางอะไรพวกนี้หรอกค่ะ" “ถ้างั้นก็ดูตามสบายนะพอดีมีลูกค้าลุงจะออกไปดูหน้าร้านก่อน”
"ว้าว... ดูเก่าจริงๆ ด้วย แต่รู้สึกมีเสน่ห์มากเลย" หลินเย่วชิงพึมพำขณะใช้มือปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนกระจก ขณะที่เธอจ้องมองไปในกระจกก็เกิดสิ่งแปลกประหลาดขึ้น
"หือ..!...เอ๊ะ... ทำไมถึง..." หลินเย่วชิงพึมพำอย่างงงงวย เมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกที่ไม่ใช่เธอ แต่กลับกลายเป็วงแหวนลึกลับเหมือนห้วงจักรวาลที่หมุนวนไปเรื่อย ๆ วงแหวนสีทองและสีม่วงที่ไหลเวียนดูเหมือนจะมีชีวิต เธอรู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในวงแหวนแห่งนั้น
"นี่มันอะไรกัน... ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆ " หลินเย่วชิงพยายามจะหันหน้าหนีจากกระจก แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับดึงดูดให้เธอยังคงจ้องมองอยู่
เธอยืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนไม่มีใครรู้ จนกระทั่งมีเสียงแมวตัวหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ตัวเธอ หลินเย่วชิงสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เธอหันไปมองเห็นแมวตัวนั้น มันเป็แมวสีดำกำลังหนึ่งนั่งจ้องกระจกอยู่ มันมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะรู้บางสิ่งที่เธอไม่รู้ และทันใดนั้น ความรู้สึกที่แปลกประหลาดก็ถาโถมเข้ามา
"แกเป็ใครกันน่ะ เ้าเหมียว? " หลินเย่วชิงเอ่ยถาม แมวดำเงยหน้ามองเธอ มันร้องเหมียวเบาๆ เหมือนจะตอบ แต่แน่นอนว่าเธอฟังไม่เข้าใจ
"ถ้าแกพูดได้ก็คงจะดีสินะ ฉันคงจะถามแกหลายเื่เลยล่ะ" เธอพูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยให้กับแมวตัวนั้น แมวตัวนั้น
"โอเค ฉันว่าเราน่าจะกลับได้แล้วนะ ก่อนที่ลุงโจจะคิดว่าฉันบ้าไปแล้ว" หลินเย่วชิงพูดขำๆ พร้อมกับหันกลับไปหาเส้นทางออกจากร้าน แต่ในใจของเธอกลับยังคงรู้สึกถึงความประหลาดที่เกิดขึ้นกับกระจกบานนั้น
ลุงโจคิดราคากระจกบานนั้นในราคา 1 หมื่นหยวน หลังจากจ่ายเงินให้กับลุงโจเรียบร้อย เขาก็ยกกระจกมาส่งที่รถของหลินเย่วชิงที่จอดอยู่หน้าร้าน เธอเปิดประตูและพับเบาะหลังลงเพื่อให้มีพื้นที่มากเพียงพอสำหรับวางกระจก จากนั้นลุงโจก็รีบกลับไปที่ร้านเพราะมีลูกค้ารอเขาอยู่
หลินเย่วชิงเก็บของเรียบร้อย และพอจะปิดประตู ก็มีเสียงแมวสีดำตัวนั้นดังขึ้นมาข้างรถของเธอ
"เมี๊ยว เมี๊ยว!"
หลินเย่วชิงใ หันไปมอง "เ้าเหมียว! ทำไมยังมาอยู่ตรงนี้ล่ะ?บ้านแกอยู่ไหนกันนะ? " แมวดำตัวนั้นจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนมีความหมายบางอย่าง มันร้องเบาๆ อีกครั้ง "เมี๊ยว เมี๊ยว"
หลินเย่วชิงสังเกตเห็นบางอย่างใต้ตัวของเ้าเหมียว "เอ๊ะ...แล้วนี่คือแหวนอะไร? "
เธอหยิบแหวนที่มีหัวเป็ลูกแก้วขนาดเล็กที่เ้าแมวตัวนั้นนั่งมองอยู่ขึ้นมา "แหวนนี้เ้าเอามาจากไหน ว้าว...! สวยจังเลย" หลินเย่วชิงมองลูกแก้วในแหวนอย่างประหลาดใจ
ครู่เดียวเท่านั้น แสงเป็วงกลมประหลาดก็ปรากฏขึ้นในลูกแก้ว วงแหวนห้วงจักรวาลเหมือนกับที่เกิดขึ้นในกระจกเมื่อสักครู่ มันกำลังหมุนวนอยู่ในลูกแก้วในมือของเธอ ทำให้เธอรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่อบอุ่นและลึกลับ
"นี่มัน... อะไรกันนะ..." หลินเย่วชิงพึมพำ เธอรู้สึกถึงแรงสั่นะเืเบาๆ ที่แผ่ซ่านจากลูกแก้วเข้าสู่มือของเธอ
ทันใดนั้น หลินเย่วชิงหันไปมองเ้าแมวตัวนั้นอีกครั้ง แต่ตอนนี้มันหายไปแล้ว เหมือนกับว่าไม่เคยมีมันอยู่ตรงนั้นมาก่อน
"เฮ้! เ้าเหมียว! แกหายไปไหน? " เธอมองไปรอบๆ อย่างงุนงง หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความใและความประหลาดใจ
ความเงียบปกคลุมอยู่รอบตัว มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านและเสียงใบไม้กรอบแกรบ หลินเย่วชิงยืนอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนกับว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง แต่เธอไม่สามารถอธิบายได้
"นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ ..." เธอพึมพำ ขณะที่มองลูกแก้วในมือด้วยความรู้สึกที่ทั้งตื่นเต้นและหวาดหวั่น...!