สามวันให้หลัง...
งานประมูลเมืองซุ่ยซิงถูกจัดขึ้นตามกำหนด ณเบื้องหน้าตำหนักอันโอ่อ่าตระการตา ผู้คนหลั่งไหลมาดุจคลื่นมหาสมุทรผู้ฝึกตนจำนวนมากต่างเข้าคิวรออย่างเป็นระเบียบเพื่อเข้าสู่สถานที่จัดงาน
หากพิจารณาจากความเชื่องช้าของขบวนแถวแล้วคาดว่าคงต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วยามเต็มกว่าผู้ฝึกตนทุกคนที่ประสงค์จะเข้าร่วมจะผ่านพ้นประตูเข้าไปได้ครบถ้วน
ทว่าอีกด้านหนึ่งกลับมีทางเดินแยกออกมาซึ่งผู้คนแลดูเบาบางยิ่งนัก
ทุกครั้งที่ผู้ฝึกตนเดินผ่านทางนั้นสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาจะจับจ้องมาไม่ขาดสาย
นี่คือทางเข้าสำหรับแขกคนสำคัญหรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ช่องทางพิเศษ' ของงานประมูล
แต่ทางเข้าพิเศษนี้มิใช่ผู้ใดก็จะสามารถเข้าได้จำเป็นต้องยืนยันฐานะทางการเงินด้วยแหล่งพลังงานบริสุทธิ์จำนวนห้าหมื่นจินเป็นอย่างต่ำ
แหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งจินนั้นเทียบเท่ากับศิลาวิญญาณหนึ่งหมื่นก้อน...
ดังนั้นแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ห้าหมื่นจินจึงเท่ากับศิลาวิญญาณห้าร้อยล้านก้อน
นับเป็นตัวเลขมหาศาลาที่แท้จริงสำหรับผู้ฝึกตนธรรมดาที่ระดับการฝึกตนยังไม่สูงนัก
พวกเขาจึงทำได้เพียงถอยห่างและยอมเข้าคิวอย่างเป็นระเบียบ
ไม่นานหลังจากนั้น...
ร่างสองร่างก็ปรากฏกายขึ้นพร้อมกันพลันมาถึงเมืองซุ่ยซิง
ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากกู่เทียนหยวนและมู่เสินฉวนที่เร่งเดินทางมาถึงในเวลาสามวันพอดิบพอดี
“พี่มู่ดูท่าทางเรามาได้เวลาอันเหมาะสมยิ่ง”
กู่เทียนหยวนเอ่ยขึ้นพลางกวาดสายตามองฝูงชนที่ส่งเสียงอึกทึกตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ“งานประมูลยังไม่เริ่มเลย แต่ดูจากสถานการณ์แล้วผู้คนมากมายยิ่งนัก!”
“อืม” มู่เสินฉวนแย้มยิ้มพลางพยักหน้าเล็กน้อย“คนเยอะจริง ๆ นั่นแหละ ในเมื่อเรามาทันพอดี เช่นนั้นก็ไปดูกันเถอะบางทีอาจได้ของวิเศษอันใดกลับไปบ้าง”
กล่าวจบทั้งสองก็ก้าวเดินตรงไปยังทางเข้างานประมูล
“ผู้อาวุโสทั้งสองมีป้ายเข้าร่วมการประมูลสำหรับแขกพิเศษหรือไม่เจ้าคะ?”
สาวน้อยผู้รับแขกเห็นทั้งสองมาก็โค้งคำนับอย่างอ่อนช้อยเสียงหวานใสกังวานดุจกระดิ่งเงินพลันดังขึ้นตามมา
“ป้ายเข้างานแขกพิเศษงั้นรึ?”
มู่เสินฉวนขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางเอ่ยอย่างราบเรียบว่า“ไม่มี แล้วพวกเราก็เพิ่งมาถึงเมืองซุ่ยซิงเมื่อครู่นี้เอง”
สาวน้อยได้ยินดังนั้นใบหน้างามพลันฉายแววแห่งความยินดีในทันที
หากนางสามารถนำทางผู้ฝึกตนระดับพิเศษเข้าสู่สถานที่จัดงานได้ก็จะได้รับค่าตอบแทนไม่น้อยเลย
ยิ่งกว่านั้นเมื่อพิจารณาจากไอพลังของผู้ฝึกตนทั้งสองตรงหน้าแล้ว ก็มิได้ธรรมดาเลยแม้แต่น้อยอย่างน้อยที่สุดก็ต้องเป็นผู้ฝึกตนระดับถ้ำสวรรค์ผู้เก่งกาจ
ไม่แน่ว่าอาจเป็นถึงเจ้าสำนักของนิกายใดนิกายหนึ่งในบริเวณแคว้นซานเจี่ยวก็ได้ย่อมต้องมีทรัพย์สินมากพอให้ตรวจสอบเป็นแน่
“เช่นนั้นให้ข้าน้อยพาไปดำเนินการให้เลยดีหรือไม่เจ้าคะ”
สาวน้อยสาธยายอย่างต่อเนื่อง“เมื่อเป็นแขกพิเศษแล้วก็ไม่ต้องต่อแถวอีกทั้งยังมีห้องประมูลส่วนตัวที่สามารถป้องกันการตรวจสอบพลังจิตจากผู้ฝึกตนคนอื่นได้เพียงแค่ต้องยืนยันสถานะทางการเงินด้วยแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ห้าหมื่นจินก็พอเจ้าคะ”
“แหล่งพลังงานบริสุทธิ์ห้าหมื่นจิน!”
กู่เทียนหยวนสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นทันใด
เกณฑ์การเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้สูงจริงๆเลย!
เมื่อก่อนเพียงแค่แหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นจินก็สามารถเข้าไปนั่งในห้องประมูลส่วนตัวได้แล้ว
ดังนั้นก่อนมาเขาก็ได้แลกศิลาวิญญาณหนึ่งร้อยล้านก้อนเป็นแหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นจินไว้โดยเฉพาะ
ไม่คาดว่ามาตรฐานการยืนยันสถานะทางการเงินกลับเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่า
กู่เทียนหยวนพลันมีสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อยพลางเอ่ยถามว่า“ไม่ทราบว่าแหล่งพลังงานบริสุทธิ์หนึ่งหมื่นจินกับศิลาวิญญาณอีกสี่ร้อยล้านก้อนจะพอได้หรือไม่?”
“...”
สาวน้อยนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะปรากฏสีหน้าลำบากใจ
ตามหลักการแล้วสามารถทำได้
แต่การตรวจสอบศิลาวิญญาณจำนวนสี่ร้อยล้านก้อนนี้จะต้องใช้เวลาไม่น้อยเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้ยังเป็นช่วงเวลาเร่งด่วนที่ผู้คนกำลังหลั่งไหลเข้าสู่สถานที่จัดงาน
เกรงว่าหากนางตรวจสอบเสร็จก็คงมิต้องทำอะไรอีกแล้วกระมัง
“หรือว่า...ท่านทั้งสองจะลองเข้าคิวดูสักพักดีไหมเจ้าคะ”สาวน้อยยิ้มเล็กน้อยพลางสังเกตสีหน้าของทั้งสองและเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง
กู่เทียนหยวนเหลือบมองแถวผู้คนอันยาวเหยียดราวกับมังกรที่เรียงรายอยู่ข้างๆใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มขมขื่น
นี่ช่างน่าอับอายยิ่งนัก!
เขาผู้เป็นถึงเจ้าผู้ครองแคว้นจะต้องไปต่อแถวเบียดเสียดกับผู้เยาว์ซึ่งมีระดับการฝึกตนเพียงแค่ระดับแก่นปราณหรือแม้กระทั่งต่ำกว่า และยังต้องไปนั่งประมูลราคาในห้องโถงใหญ่อีก
ช่างไม่สมฐานะจริงๆ!
และในขณะที่เขากำลังลังเลใจอยู่นั้นเสียงของมู่เสินฉวนก็ดังขึ้นจากด้านข้างอย่างช้าๆ
“แหล่งพลังงานบริสุทธิ์ห้าหมื่นจินใช่หรือไม่”
“ไปเถอะไปให้เขาตรวจสอบก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“อ๊ะ? พี่มู่...”
กู่เทียนหยวนตกตะลึงงันไปชั่วขณะราวกับมีถ้อยคำมากมายที่อยากกล่าวแต่ก็กลืนลงไป
ต้องรู้ว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนของพวกเขาได้สั่งสมทรัพย์สินมานานหลายปีแล้วสถานะทางการเงินของเขาย่อมมิใช่ยากจนข้นแค้น
แต่การจะนำแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ห้าหมื่นจินออกมาในคราวเดียวก็ยังถือว่ายากลำบากอยู่บ้าง
มู่เสินฉวนกลับตกลงอย่างง่ายดายเช่นนี้โดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
หรือว่าตระกูลมู่จะร่ำรวยยิ่งกว่าราชวงศ์เสียอีก?
ขณะที่สาวน้อยซึ่งอยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นดวงตาคู่งามพลันฉายแววตื่นตะลึงในทันที รีบโค้งคำนับเขาอย่างนอบน้อม
“ได้เจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโสเชิญตามข้าน้อยมาเลยเจ้าค่ะ”
กล่าวจบนางก็พาคนทั้งสองเดินไปยังตำหนักด้านข้าง
ภายในตำหนักนั้นมีผู้ฝึกตนเฉพาะที่ดูแลเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินรอบๆ ถูกสลักด้วยรอยสลักเต๋าซึ่งมีสรรพคุณป้องกันพลังจิตตรวจสอบจำนวนมากเพื่อป้องกันการสอดแนมจากผู้ไม่ประสงค์ดี
มู่เสินฉวนไม่ลังเล โบกมือใหญ่
แหล่งพลังงานบริสุทธิ์จำนวนห้าหมื่นจินที่ใสสะอาดดุจอำพันถูกวางลงบนพื้นจนปราณวิญญาณในอากาศพลันอบอวลขึ้นอย่างหนาแน่น
กู่เทียนหยวนตาจับจ้องเป็นประกายอดไม่ได้ที่จะทึ่งจนอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง
เขายิ่งมั่นใจว่ารากฐานของตระกูลมู่นั้นล้ำลึกยิ่งกว่าราชวงศ์ต้าเยี่ยนของเขาเสียอีก
บรรดาองค์ชายของราชวงศ์พวกเขาในวันปกติก็ล้วนใช้ศิลาวิญญาณในการฝึกฝน
นอกจากในยามที่มีการซื้อของจำนวนมากเป็นพิเศษก็ไม่เคยสะสมแหล่งพลังงานบริสุทธิ์มากมายขนาดนี้มาก่อนเลย
สถานการณ์ตรงหน้าจึงเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแล้วว่าอะไรคือเรียกว่าความมั่งคั่งที่แท้จริง
ครึ่งก้านธูปถัดมาสาวน้อยก็ยื่นป้ายอันหนึ่งให้มู่เสินฉวนอย่างนอบน้อม
“ท่านผู้อาวุโสห้องประมูลฟ้าดินคือชื่อห้องประมูลของท่านเจ้าค่ะ”
“เชิญตามข้าน้อยมาได้เลยเจ้าค่ะ!”