" ทะเลาะอะไรกันอีกแล้วล่ะคะเสียงดังไปถึงในบ้านเชียว" นงพะงาที่เพิ่งเดินออกมาจากในครัวส่งเสียงถามพร้อมกับวางจานมะม่วงที่ตัวเองไปทำมาเพิ่มลงตรงกลางวงแล้วก็เป็นลินที่ชิงฟ้องก่อน
" ก็คุณหนูของย่าน่ะสิเที่ยวไปแปะโป้งค่าหมูปิ้งเขาไว้แล้วก็ให้บัวเป็คนไปจ่าย"
" อ้าว ก็คุณบอกผมเองว่าอยากได้อะไรให้บอกคุณจะจ่ายให้ไงลืมแล้วเหรอ"
" โอ๊ย! นั่นฉันหมายถึงเมื่อวานตอนที่ฉันอยู่ด้วย"
" มันก็เหมือนกันนั่นแหละ"
" มันไม่เหมือน! " นลินพูดอย่างหัวเสีย
" เอาน่ายายบัวยังไงเราก็ต้องจ่ายอยู่แล้วว่าแต่ที่ไร่ชาเป็ยังไงบ้าง" นงพะงาตัดบทมาแล้วถามไปถึงธุระที่หญิงสาวออกไปทำั้แ่เช้ามืด
นลินทำท่าเหมือนยังอยากจะเถียงกับชายหนุ่มต่อแต่ก็เกรงใจผู้เป็ย่าเลยต้องจำยอมเลิกราไปแล้วหันมาตอบคำถามผู้เป็ย่าแทน
" เรียบร้อยดีจ้ะย่าเพิ่งพ่นยากันเสร็จเมื่อกี้นี้เองแต่อุปกรณ์ก็มีชำรุดหลายอย่างบัวเลยกะว่าพรุ่งนี้บัวจะเข้าเมือง" นลินพูดแล้วเอื้อมมือออกไปหยิบมะม่วงชิ้นใหม่แต่ไม่ทันคนเป็ย่าที่เอิ้อมมือออกมาตีพลางเอ่ยห้าม
" เดี๋ยวเถอะเพิ่งไปพ่นยาฆ่าแมลงมาไม่ใช่เหรอแล้วมือไม้น่ะล้างแล้วหรือยังไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนเลยแล้วค่อยมากิน"
" กว่าบัวจะอาบน้ำเสร็จมะม่วงก็หมดกันพอดี" หญิงสาวทำปากยื่นบ่นอิดออดไม่ยอมทำตาม
" หมดแน่" ภาคินทำปากขมุบขมิบจงใจให้หญิงสาวเห็นอยู่ทางด้านหลังของนงพะงา
นลินเห็นแล้วก็อยากจะโต้ตอบให้เจ็บแสบแต่ก็เกรงว่าตนจะโดนนงพะงาดุอีกเลยพึมพำออกมาลอยๆ ว่า
" พิงค์แพนเตอร์" แล้วก็เดินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ขึ้นบ้านไปให้คนที่ถูกเปรียบเทียบเป็เ้าตัวการ์ตูนสีชมพูได้แต่ยิ้มขำ
...อย่างน้อยนลินก็ยังใจดีให้เขาเป็เสือไม่ใช่แมว...
.....
คืนนั้นหลังจากที่ส่งนงพะงาเข้านอนแล้วนลินก็เลือกออกมานั่งจดรายการของที่ตัวเองต้องซื้อแล้วหน้ามุ่ยเพราะล้วนแต่เป็รายการของที่เธอเพิ่งซื้อมาใช้ได้ไม่ถึงปีทั้งสิ้น จริงอยู่ที่นงพะงาปล่อยไร่ชาให้บุญมาเช่าแต่ก็เป็การเช่าในลักษณะที่หุ้นกันคือนงพะงาจะออกในส่วนของพวกต้นทุนทั้งหมดแล้วได้ส่วนแบ่งในกำไรหกสิบเปอร์เซ็นต์ส่วนบุญมาเองจะหุ้นในส่วนที่ต้องใช้แรงงานแล้วกินกำไรสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ
แต่ในระยะเวลาหนึ่งปีมานี้เธอรู้สึกว่าบุญมาจะใช้เครื่องมือและปุ๋ยเปลืองไปหน่อยบางทีเธออาจจะต้องให้นงพะงาพูดคุยตักเตือนบุญมาบ้างเพราะถ้าขืนยังเป็แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ กำไรที่ได้คงไม่คุ้มกับทุนที่ลงไปแน่ๆ
ลมดึกพัดมาวูบหนึ่งทำให้ต้นปีบที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้นปลิวไหวแล้วสายลมก็เล่นซนเมื่อมันพัดเอาดอกปีบดอกหนึ่งมาตกลงตรงหน้าของนลิน หญิงสาวหยิบขึ้นมาดมแล้วยิ้มล้ออยู่กับเ้าดอกไม้สีขาวนั้นก่อนจะบรรจงทัดมันลงไปที่เรือนผมเหนือใบหูของตน
ภาคินชะงักกับภาพที่เห็นอาการเหมือนกำลังต้องมนต์สะกด...หญิงสาวผิวขาวที่มีเรือนผมสีดำสนิทยาวสยายถึงกลางหลังที่เหนือใบหูมีดอกไม้เล็กๆ สีขาวแลดูเด่นเม่อเทียบกับสีผมที่เหน็บอยู่ แต่เหนืออื่นใดรอยยิ้มบนใบหน้านั้นมันขับให้เ้าของดวงหน้าดูเป็สาวหวานขึ้นไปอีก...
ภาคินหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ หวังให้ภาพที่เห็นเมื่อครู่เป็เพราะอาการตาฝาดของตัวเองแต่ไม่ใช่! เพราะไม่ว่าเขาจะหลับตาแล้วลืมใหม่อีกกี่ครั้งภาพที่เห็นก็ยังคงกระจ่างชัดอยู่เหมือนเดิม!
ไม่มีทาง! คงจะเป็เพราะความมืดกับแสงไฟที่สลัวๆ เป็แน่ที่ทำให้เขาเห็นว่านลิน...สวย!