หน้าดันเจี้ยน<สุสานโกลมาส>
ลูชกับอดัมใช้เวลาไม่นานในการเดินทางมายังทางเข้าของดันเจี้ยน
ณ ป่าใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งของดันเจี้ยนโกลมาส ข้างหน้าของลูชและอดัมนั้นปรากฏป้ายหลุมศพเรียงรายราว50ป้าย แต่ละป้ายถูกตะไคร่น้ำสีเขียวเกาะติดจนกลมกลืนไปกับสีเขียวของป่า และ ณ ใจกลางของสุสานกลับปรากฏสุสานขนาดใหญ่มันเป็นเหมือนกับโรงเก็บของที่ทำขึ้นมาจากอิฐทั้งหลังแม้กระทั่งประตูเองก็ยังเป็นอิฐ แม้จะมีตะไคร่น้ำจำนวนมากเกาะอยู่รอบกำแพงแต่หากลองสังเกตดูดีๆก็จะพบกับชื่อที่สลักลงไปบนกำแพงมันมีชื่อของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนถูกสลักทับกันไปเลื่อยๆจนไม่สามารถนับจำนวนหรือออกมาได้
ลูชที่มาถึงหน้าสุสานเดินตรงเข้าไปเปิดประตูของสุสานออกมา แต่หลังจากที่ประตูถูกเปิดออกมานั้น พื้นดินข้างในกลับทรุดตัวจนกลายเป็นอุโมงค์ขึ้นมา ก่อนที่ข้อความจากระบบจะตามมาติดๆ
…
[ท่านได้เข้าสู่ดันเจี้ยน สุสานโกลมาส]
[ท่านคือผู้เล่นคนแรกที่ค้นพบดันเจี้ยน สุสานโกลมาส]
[ค่าประสบการณ์ และไอเทมดรอปเพิ่มขึ้นเป็น2เท่าในระยะเวลา7วัน]
[ระยะเวลาที่เหลือ 5 วัน 9ชั่วโมง 42นาที]
…
‘นี่เราเสียเวลาเกือบ2วันเลยนะกว่าจะได้กลับมาสำรวจดันเจี้ยน’
ในตอนแรกลูชเพียงแค่ต้องการไปบันทึกจุดเกิดใหม่เป็นเมืองป้อมปราการโกลมาสเท่านั้น เขาไม่ได้คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องมากมายขนาดนี้ ลูชเรียกสติของตัวเองกลับมาแล้วเริ่มอธิบายรูปแบบของปาตี้ภายในดันเจี้ยนให้อดัมฟัง
“เอาล่ะ ฟังฉันให้ดีอดัมในดันเจี้ยนนี้เราจะไม่มีแทงค์หรือฮิวเลอร์ค่อยช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นนายกับฉันจะต้องพลัดกันขัดขวางการโจมตีของศัตรู พยายามลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้น้อยลงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยที่เราสองคนจะช่วยกันทำดาเมจและบล็อกการโจมตีที่ไม่สามารถหลบได้ ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าดันเจี้ยนนี้มีความยากระดับไหนแม้แต่ขนาดเองก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นพวกเราจะต้องพลัดกันเป็นตัวหลักสลับกันไปเพื่อประหยัดเสบียง โดยที่ฉันจะเป็นฝ่ายสู้กับศัตรูก่อน ในระหว่างที่ฉันกำลังต่อสู้นายจะต้องค่อยรับหน้าที่เป็นคนขัดขวางการโจมตีของศัตรูที่ฉันไม่สามารถหลบได้”
“แต่หากไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ให้นายอยู่เฉยๆและออมค่าเรี่ยวแรงเอาไว้ นายจะได้สู้ต่อหลังจากที่ค่าเรี่ยวแรงของฉันลดลงไปในระดับนึ่งแล้ว เข้าใจไหม”
“เออ~หัวหน้า แต่จากชื่อของดันเจี้ยนแล้วผมคาดว่าที่นี้น่าจะเป็นดันเจี้ยนของมอนเตอร์ประเภทอันเดดนะครับ เราจะสำรวจที่นี้จริงๆงั้นหรือ มันคงจะเป็นปัญหาแน่หากพวกมันเป็นอันเดดจริงๆนะครับ”
อดัมกำลังประมาทอย่างสุดขีดเขารู้ดีว่ามอนสเตอร์ประเภทอันเดดนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน เพราะแค่Skeletonที่อดัมเคยพบก็มีเลเวลมากกว่า200แล้ว และมอนเตอร์พวกนี้ก็พัฒนาตัวเองตามกาลเวลาและพวกมันก็มีการเกิดใหม่อยู่เลื่อยๆ เขาเลยคิดว่าหากให้เป็นมอนสเตอร์ประเภทอันเดดที่พวกเขาจะพอรับมือไหวในตอนนี้ก็คงจะมีแค่พวกผีดิบหรือกลูเท่านั้น แต่อดัมไม่รู้เลยว่าลูชนั้นเคยกวาดล้างรังและดันเจี้ยนของอันเดดมาแล้ว ถึงจะเป็นแค่รังและดันเจี้ยนเลเวลต่ำก็เถอะ แต่สำหรับลูชแล้ว
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็เยี่ยมไปเลย ฮ่าๆ!! เอาล่ะทำตามที่ฉันบอกไปในตอนแรกน่ะเราจะกวาดล้างที่นี้ซะ ฮ่าๆ!”
อึก งึก~ งึก~
อดัมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะพยักหน้าอย่างสั่นๆระหว่างที่ลูชอธิบาย เขาไม่นึกมาก่อนเลยว่าดันเจี้ยนที่พวกเขาจะต้องมาสำรวจจะเป็นสุสานของเขตสนามรบเก่า อดัมนั้นอยู่ในเมืองป้อมปราการมานานพอสมควร เขาจึงศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของป้อมปราการโกลมาสมาพอสมควร เขาจึงรู้ว่าพื้นที่นี้ในอดีตเคยเป็นสนามรบเก่าที่<อาณาจักรโมเหล้>ใช้สู้กับ<อาณาจักรโบร์>มายังยาวนานจนถึงเมื่อ100ปีก่อน อดัมไม่ได้กลัวผีหรืออันเดดสักเท่าไรนัก แต่เขาก็ไม่ได้ชอบบรรยากาศแบบนี้ด้วย โดยเฉพาะสุสานที่พวกเขากำลังจะเขาไปชื่อที่ถูกสลักทับกันจนอ่านแถบไม่ออกตะไคร่น้ำที่เกาะติดอยู่รอบกำแพงบรรยากาศที่วังเวงจนน่าขนลุกจนเขาเริ่มอยากจะกลับบ้าน
***
หลังจากที่ลูชกับอดัมเริ่มเดินเข้าไปข้างในดันเจี้ยนบรรกาศรอบๆพลันเย็นลงอย่างฉับพลัน ภายในดันเจี้ยนมีแสงสลัวๆอยู่ มันเพียงพอจะให้พวกเขามองเห็นได้อาจจะสว่างน้อยกว่าท่อระบายน้ำแต่สำหรับอดัมที่เป็นนักฆ่าและลูชที่มีสกิลติดตัวมองเห็นในที่มืดแล้วนั้นนับว่าไม่มีปัญหาอะไร
ข้างในดันเจี้ยนมีความคล้ายกับเหมืองแร่ซะมากกว่าถ้ำที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มันก็ยังกว้างใหญ่พอให้คนเดินแถวหน้ากระดานถึง20คน จึงนับว่ามีพื้นที่ที่พอเหมาะกับการต่อสู้สำหรับทั้งลูชและอดัม
5นาทีหลังจากที่ลูชกับอดัมเริ่มเดินสำรวจ
“นี้มันจะไม่เงียบไปหน่อยหรือไงกัน พวกเราก็เดินเขามาลึกพอสมควรแล้วนะมันควรจะมีมอนสเตอร์โผล่ออกมาบางแล้วไม่ใช้หรือไง”
เป็นลูชที่เริ่มพูดออกมาก่อน เขาเดินลึกเข้ามาราวๆ400หลาแล้วจากทางเข้า แต่กลับยังไม่มีมอนสเตอร์ปรากฏตัวออกมาสักตัวเลย จนทำให้ลูชเริ่มออกอาการอารมณ์เสียขึ้นมา
“เราอาจจะต้องเข้าไปลึกกว่านี้ก็ได้นะครับ ผมเองก็ไม่ค่อยได้ลงดันเจี้ยนสักเท่าไรเนื่องจากค่าเข้าของมันแพงเลยไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นแบบนี้ทุกๆดันเจี้ยนเลยหรือป่าว”
“พูดถึงค่าเข้าดันเจี้ยนนี้แกคงไม่ได้ลืมหรอกนะว่าฉันออกค่าเสบียงให้แกสำหรับดันเจี้ยนนี้เพราะงั้นแกอย่าลืมว่าแกจะต้องจ่ายมันคืนมาให้หมดเข้าใจ้!!”
“เอ๋!! ไม่ใช้เรื่องพวกนี้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าอยู่แล้วไม่ใช้หรือไงครับ”
อดัมเริ่มมีใบหน้าเว้าวอนราวกับเด็กน้อยที่กำลังขอของเล่นจากพ่อแม่
“ใช่กับผี สิฟะ แกจะต้องจ่ายคืนทุกบาททุกสตางค์หลังจากที่เราจบดันเจี้ยนนี้เข้าใจมัย แล้วนี้แกไม่เคยดูวีดิโอการเคลียร์ดันเจี้ยนของคนอื่นมาเลยหรือไงกัน ปกติส่วนใหญ่มอนสเตอร์มันไม่ควรจะปรากฎตัวช้าแบ..น ...”
แฮ๊ค แกร่ก~ แกร่ก~
“เตรียมตัว!!”
“ครับ”
ระหว่างที่ลูชกับอดัมกำลังเดินไปด้วยและพูดคุยกันไปด้วย ก็พลันเกิดเสียประหลาดขึ้นจนพวกเขาเริ่มตื่นตัวและมองไปรอบๆ ถึงภายในดันเจี้ยนจะมืดไปบางแต่สำหรับปาตี้ของลูชพวกเขาก็ยังสามารถมองเห็นกันได้เป็นอย่างดี แต่
“ทำไมถึงไม่มีอะไรอยู่เลย เมื่อกี่นายก็ได้ยินเหมือนกับฉันใช้มั้ยอดัม”
ลูชหันไปถามอดัมด้วยความสงสัย
“ครับ!!มันเป็นเสียงของดินหรือทรายที่แตกออกน่าจะเป็นเสียงคนเดินไม่ผิดแน่”
‘ดินหรือทรายแตกงั้นหรอ?’
อดัมนั้นเป็นนักฆ่าจึงทำให้เขาต้องลับคมประสาทสัมผัสด้านการฟังและการมองเห็นอยู่ตลอดเวลาจึงทำให้เขาสามารถแยกแยะเสียงที่เกิดขึ้นมาได้
“ล-แล้วเสียง มะ-มันดังมาจากตรงไหน”
ลูชเริ่มรู้สึกลางไม่ดีอย่างแรง เขาอาจดูคลิปการสำรวจดันเจี้ยนของผู้เล่นคนอื่นมามากก็จริง และมันทำให้เขามีความรู้เกี่ยวกับการสำรวจดันเจี้ยนอยู่มาก แต่สิ่งที่เขาควรรู้สึกตัวให้ไวกว่านี้ก็คือผู้เล่นส่วนใหญ่แถบไม่เคยสำรวจดันเจี้ยนของพวกอันเดดเลยเพราะสำหรับพวกผู้เล่นแล้วดันเจี้ยนอันเดดระดับต่ำนั้นหายากมากมันแถบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ส่วนอันเดดระดับสูงๆพวกเขาเองก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะกวาดล้างได้จึงทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนของอันเดดมีอยู่น้อยมาก
ลูชเองก็พึ่งรู้สึกตัวถึงเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน เขาจึงได้ถามอดัมออกไปเพื่อความหมั่นใจว่าสิ่งที่เขาคิดจะไม่เกิดขึ้น
“เสียงเมื่อกี้งั้นหรอครับ อึก~”
อดัมเองก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ต่างกันหลังจากเห็นปฏิกิริยาของลูช เขาเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเหตุได้ลูชจึงได้ถามแบบนั้นออกมา อดัมหันไปตอบลูชด้วยเสียงสั่นๆ
“ขะ-ข้างหลังของพวกเราคะ-ครับ”
ลูชและอดัมเริ่มหันไปมองข้างหลังของพวกเขา ด้วยความมืดจึงทำให้วิสัยทัศของพวกเขาคับแคบจึงสามารถมองเห็นได้ไม่เกิน60หลาเท่านั้นพวกเขาต้องหยุดอยู่กับที่และก็เริ่มสังเกตดูอย่างช้าๆจนพวกเขาเริ่มมองเห็นศัตรู ศัตรูที่พวกเขาสงสัยว่าเหตุใดถึงไม่ปรากฎตัวมาสักทีกำลังเดินเข้ามาอย่างช้าๆ <ทหารผีดิบ> ชื่อสีขาวบ่งบอกถึงการเป็นมอนสเตอร์ทั่วไป และทันทีที่พวกเขาสังเกตุเห็นมอนสเตอร์ความเร็วของมันก็เริ่มเพิ่มขึ้นมาทันทีมันวิ่งตรงเข้ามา เพื่อหวังโจมตีพวกลูชในทันที
พวกเขาเริ่มสงสัยว่าตลอดทางที่พวกเขาผ่านมาทำไมถึงไม่มีมอนสแตอร์อยู่เลยและเสียงของดินหรือทรายที่แตกออกนั้นดังมาจากไหนกันแน่ แล้วเหตุใดถึงมีมอนสเตอร์ในเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านมากัน ลูชและอดัมเริ่มหันไปมองที่พื้นและกำแพงรอบๆ และไม่นานเกินรอลูชก็สังเกตุเห็นว่าใกล้ๆกับพวกเขานั้นมีมืออยู่มือนึงกำลังโพล่ออกมาจากพื้น ทันทีที่ลูชลองนำดาบของเข้าไปฟันที่มือนันมันก็เริ่มขยับอย่างรวดเร็วจนน่าสะอิดสะเอียนและดินที่กลบมันอยู่ก็แต่ออกอย่างรวดเร็วเช่นกันและไม่เกิน5วินาทีก็พลันปรากฏร่างที่กำลังคุกคลานขึ้นมาจากดินอย่างน่าสยดสยอง<ทหารผีดิบ>
“บัดซบ!! นี้ตลอดทางที่ผ่านมาพวกมันปรากฏตัวมาตลอดทางเลยงั้นหรอ?”
“อดัม!!! วิ่ง!!! เราต้องออกจากที่นี้กันก่อนเรารับมือกับกองทัพผีดิบไม่ไหวแน่ออกไปตั้งหลักตรงทางเข้ากันก่อนเร็วเข้า!!”