
ตอนที่28 หนิงหนิงเ้าไปเกิดใหม่แล้วข้าจะอยู่กับใครเล่า
ชายหนุ่มเดินไปที่ประตูบานที่แปด แล้วยกรูปปั้นแกะสลักขึ้นส่งพลังถ่ายทอดอักษรที่อยู่ใต้ฐานรูปปั้น มันฉายวาบลงไปบนประตู
คลึนนน!!
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกทันที นี่เป็วิธี ที่ไม่มีใครรู้และสามารถเปิดประตูบานนี้ได้ ถ้าไม่มีพลังสายฟ้าดวงจิตแก่นแท้จอมจักรพรรดิเทพอสูรจอมราชันย์
วาบ วาบบบ!!
เมื่อประตูเปิดออกรูปปั้นแกะสลักก็สลายหายไปเป็ผุยผงทันที ก่อตัวเป็ลำแสงสีเขียวพุ่งขึ้นไปห่อหุ้มเขานอ บนหน้าผากของกริชเพชร เท่ากับว่าเขาได้กุญแจทะลุจักรวาลได้หนึ่งดอกแล้ว
"เอ๊ะ!! "
กริชเพชรก้าวข้ามผ่านประตูบานที่แปดออกไปเขาต้องตกตะลึง เพราะมันเป็ดินแดนดินแดนหนึ่ง ที่เหมือนกับเขายืนอยู่กลางหุบเขา มีต้นไม้ล้อมรอบคล้ายป่าดึกดำบรรพ์ เสียงร้องโหยหวนของสารพัดสัตว์ดังก้องไปทั่วป่า
ประสาทชายหนุ่มเริ่มตึงเครียดเร่งเร้าบอลพลังดวงจิตแก่นแท้ ขึ้นเป็สายฟ้าห่อหุ้มร่างกายดุจเกราะอันแข็งแกร่ง ในฉับพลันทันทีได้ดั่งใจนึก
กริชเพชรเขม่นตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง ไม่มีสิ่งใดผิดปกติเขาจึงค่อยๆ คลายเกาะสายฟ้า ออกช้าๆ หายไปในร่างกาย กริชเพชรเหมือนคิดอะไรได้
'หนิงหนิงออกมาข้างนอกเถอะ...' เขาคิดถึงบ่าวทาสสาว ที่ไม่เห็นกันมาเป็ปี หลังจากที่เข้าสู่ภวังค์ การเลื่อนระดับบอลดวงจิตแก่นแท้อย่างต่อเนื่อง
วูบ วูบบบ!!
"นายน้อยข้าคิดถึงท่านเหลือเกินท่านทำอะไรอยู่หรือ ไม่เรียกหนิงหนิงเป็เวลาถึงหนึ่งปี ข้านึกว่าท่านลืมบ่าวทาสผู้นี้ไปเสียแล้ว..." หญิงสาวปรากฏร่างขึ้นข้างๆ ชายหนุ่ม
เธอเฝ้าคิดคำนึงถึงแต่นายน้อยรอให้เขาเรียกออกมาจากถุงมิติ ถ้านางได้สถิตอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของชายหนุ่ม หญิงสาวก็จะสามารถรู้ถึงความเคลื่อนไหวของ นายน้อยได้ตลอดเวลา
แต่ด้วยความฉุกละหุกไม่ทันได้บอกเขา นางจึงถูกเก็บอยู่ในถุงมิติ ซึ่งมันปิดผนึกทุกอย่างไว้ไม่ให้ออกมาโดยไม่มีการเรียกใช้จากเ้าของ จึงเหมือนกับนางถูกกักขังไว้ในนั้นเป็เวลาหนึ่งปีเต็ม
"ต่อไปนายน้อยท่านต้องให้ข้าสถิตอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของท่านนะเ้าค่ะ.. ไม่อย่างนั้นหนิงหนิงไม่สามารถรู้ความเคลื่อนไหวของท่านได้เลย เมื่ออยู่ในถุงมิติ...."
หญิงสาวพูดพร้อมส่งสายตาวิงวอน
ชายหนุ่มพยักหน้ารับเหมือนเขาจะเรียนรู้สิ่งเหล่านี้โดยอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์ของจักรพรรดิเทพอสูรจอมราชันย์ได้ปลูกฝังไปในจิตสำนึกของเขา เหมือนทุกอย่างในโลกนี้เขารับรู้มานานแสนนาน
"ข้าจะให้เ้าสถิตอยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของข้า แต่ตอนนี้ข้าไม่รู้เลยว่าเราอยู่ส่วนไหนของโลก ข้าออกมาจากประตูบานที่ แปดก็มาปรากฏตัวที่นี่ ซึ่งไม่ใช่อยู่ในถ้ำที่เราเคยพักอาศัย..."
กริชเพชรใช้คำพูดที่ราบเรียบคุยกับนางมันช่างไพเราะทรงพลัง จนหญิงสาวต้องขมวดคิ้วมองบุคลิกของนายน้อยที่เปลี่ยนแปลงไป ดูเขาสุขุมนุ่มลึกขึ้นกว่าเก่าไม่มีแววของความลุกลี้ลุกลน หวาดกลัวทุกสิ่งเหมือนเมื่อก่อน
"นายน้อยท่านเป็ผู้ใหญ่ขึ้นมากเลยนะในระยะเวลาแค่หนึ่งปี..."
หญิงสาวพูดพึมพำออกมาเบาๆ
"ข้าก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน เพียงแต่รู้สึกจิตใจสงบมากขึ้นก็แค่นั้นเอง ทุกอย่างก็เป็เหมือนเดิมมีอิสระในความคิดเพียงแต่มีสมาธิมากกว่าเก่าก็แค่นั้น..."
กริชเพชรขมวดคิ้วนิดๆ พูดกับหญิงสาว เขาก็รู้สึกเปลี่ยนแปลงขึ้นมีความเยือกเย็นยังไงบอกไม่ถูก
"นายน้อยเอาแผนที่มาดูสิเ้าค่ะ..เพราะเราออกมาจากประตูบานที่แปดก็เท่ากับว่าเราเข้าสู่อาณาจักรในแผนที่แล้วล่ะ ซึ่งข้าสังเกตไม่ผิดมันก็อยู่ในเขต ดินแดนอสูรวารีน้ำจืดซึ่งเป็เขตหวงห้ามนะเ้าคะ.."
กริชเพชรแบมือออกนึกถึงแผนที่มันก็ปรากฏขึ้นบนมือ ชายหนุ่มมองที่จุดเริ่มต้นที่เป็เส้นสาย ทอดยาวไปด้านหน้ามันเป็ูเาสองลูก ที่ยืนพิงกันลักษณะเดียวกับแผนที่ไม่มีผิด
"ใช่จริงๆ ด้วยหนิงหนิง นี่เป็ดินแดนที่เขียนไว้ในแผนที่ ตรงจุดนี้เป็จุดที่สิ้นสุดของเป้าหมายเพราะมันมีดาวกำกับไว้...." ทั้งสองนั่งลงพิจารณาแผนที่น้อยๆ
"ดวงจิตแก่นแท้ของนายน้อยถึงระดับเจ็ดเลยหรือนี่? ..ข้าเพิ่งสังเกตพลังของท่านที่เปล่งออกมา มันสมดุลกับกายอสูรระดับเจ็ดของท่าน นายน้อยไปทำอะไรมาหรือเ้าคะ ทำไม? ระยะเวลาแค่หนึ่งปีถึงได้เลื่อนระดับดวงจิตแก่นแท้ได้ถึงขนาดนี้
บางคนใช้เวลานับพันปียังไม่สามารถพัฒนาดวงจิตแก่นแท้ ให้เท่ากับกายอสูรของตัวเองได้เลยนะเ้าคะ..มันเป็พลังที่หายากยิ่งที่จะเพิ่มเติม ให้ดวงจิตเปี่ยมเต็มได้ในแต่ละระดับ เพราะไม่ว่าดวงจิตแก่นแท้ของอสูรที่เราดูดซับไปจะมีระดับสูง
แต่เมื่อถูกดูดเข้าไปในดวงจิตแก่นแท้ มันก็ไม่สามารถแปรสภาพให้เติมเต็ม เท่ากับบอลดวงจิตแก่นแท้ของคนที่ดูดซับได้ มันได้เพียงเศษส่วนเสี้ยวหนึ่งเท่านั้นนะเ้าคะ..."
หนิงหนิงพูดด้วยความดีใจเธอกะพริบตาถี่ๆ บ่งบอกถึงความอัศจรรย์ใจ นางดีใจเหลือเกินว่านายน้อยของเธอช่างมีโชควาสนาอะไรเช่นนี้ กริชเพชรยิ้มให้กับหญิงสาว
"ก็แท่นศิลาที่วางรูปปั้นแกะสลักมันมีพลังสายฟ้า ที่ถ่ายทอดพลังดวงจิตแก่นแท้ให้ข้า จนเลื่อนระดับเท่ากับกายอสูร ข้าถูกผนึกไว้ถึงหนึ่งปีเต็ม จึงได้ตื่นจากภวังค์ออกมา..."
ชายหนุ่มอธิบายให้หญิงสาวฟัง เธอยกยิ้มสูง
"นายน้อย ท่านลองกางเล็บออกทีแล้วฟาดก้อนหินที่วางอยู่บนยอดเขาสองลูกนั้นดูสิเ้าคะ..ว่ามันมีพลังการโจมตีมากแค่ไหน..."
หนิงหนิงพูดพร้อมกับชี้ไประหว่างเขาสองลูกที่ยืนพิงกัน ก้อนหินขนาดใหญ่วางทับซ้อนกันอยู่ตรงกลางเหมือนขอบประตูศิลากลางูเา กริชเพชรยกนิ้วขึ้นเล็บสีทอง พุ่งวาบเป็เส้นตรงเหมือนแสงเลเซอร์พาดลงบนก้อนหินใหญ่เหนือูเาทั้งสองลูก
แสงสีทองเป็เส้นตรงทะลุผ่านก้อนหินแล้วขยายเป็รัศมีวงกลม ส่องประกายออกช้าๆ มันเหมือนกำลังกัดกร่อนก้อนหิน แสงสีทองขนาดใหญ่ ปกคลุมห่อหุ้มูเาทั้งสองลูกฉับพลันูเา ก็อันตรธานหายไปในพริบตา ทิ้งไว้แต่เสียงครืนๆ ของการสูญสลาย ทั้งูเาและก้อนหินก็ถูกทำลายไปสิ้นไม่เหลือแม้แต่ซาก
ครึนๆ ๆ ๆ ครึนนนน!!
"โอ้!! ..นายน้อย..มันช่างเป็พลังโจมตีที่รุนแรงเหลือคณานับ คนครึ่งอสูรระดับสิบ หนิงหนิงก็เชื่อว่าไม่สามารถต้านรับพลังการโจมตีนี้ได้นะเ้าคะ นายน้อยช่างมีพลังดวงจิตแก่นแท้ที่ดูดซับพลังได้อย่างมหาศาลมันเหมือน สะดือมหาสมุทรที่ดูดกลืนมวลน้ำลงไป แบบไม่มีสิ้นสุดแม้อยู่ในกายอสูรระดับเจ็ดยังมีอานุภาพรุนแรงขนาดนี้ พลังดวงจิตแก่นแท้ของท่าน มันสุดเวอร์วังอลังการจริงๆ "
หญิงสาวอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เท่ากับว่าแม้กายอสูรของเขาจะอ่อนด้อย แต่พลังการโจมตีกับเด่นล้ำเทียบคนครึ่งอสูรระดับสิบตอนปลายเลย ถ้าสู้กับ อสูรครึ่งเทพระดับหนึ่งก็ยังถือว่าสูสี ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบแน่นอน
"นายน้อย..หนิงหนิงเชื่อว่าถ้านายน้อยพัฒนากายอสูรขึ้นสูงกว่านี้ นายน้อยต้องมีพลังการโจมตีสูงเด่นล้ำเทียบกับ อสูรครึ่งเทพระดับหนึ่งเลยนะเ้าคะ นั่นเท่ากับว่าท่านสามารถสู้กับกษัตริย์เขตแดนอสูรน้ำจืดได้อย่างสบายเลยเ้าค่ะ"
หญิงสาวปิดปากพูดด้วยความดีใจ นางมีความสุขสุดๆ ที่นายน้อยของนาง มีความสูงส่งแบบนี้ มันเท่ากับว่าหนทางในการเกิดใหม่ของหญิงสาวมีความสดใส อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
"นายน้อยท่านเรียนคาถาปลดปล่อยิญญาบ่าวทาสที่ผูกสัญญาเมื่อไหร่ ท่านก็สามารถปลดปล่อยหนิงหนิงไปเกิดใหม่ได้แล้วนะเ้าคะ ด้วยระดับพลังดวงจิตแก่นแท้ของท่านขนาดนี้ เป็อะไรที่ง่ายสุดๆ เลยเ้าค่ะ"
นางพูดด้วยความดีใจเมื่อนึกถึงว่านางสามารถไปเกิดใหม่ ไม่ต้องอยู่เป็ภูตอสูรแบบนี้
"หนิงหนิงเ้าไปเกิดใหม่แล้วข้าจะอยู่กับใครเล่า เ้าไม่คิดถึงข้าหรือเ้าหมดรักและห่วงใยข้าแล้วกระนั้นใช่หรือไม่"
กริชเพชรแกล้งยั่วเย้าหญิงสาว
......................................................................................................................................................................................