ผมเล่นเกมออนไลน์โดยมี Passive Skill ที่หากถูกโจมตีสิบทีจะตาย

    ตอนที่ 56 พระเอกมาแล้ว

    เคธเดินเข้าไปอีกซอยหนึ่งของตลาดเพื่อไม่ให้เดินทับเส้นเดียวกันกับเพื่อน ๆ ของเธอที่กำลังหาของอยู่เช่นกัน ทุกย่างก้าวที่ผ่านไปนั้นเหล่าผู้ชายใส่หน้ากากกันฝุ่นจะต้องเหลียวตามองตามอยู่เสมอแต่ก็โดนสายตาคมกริบของเธอจ้องกลับไปทำให้ต้องผวาทุกคนจนกระทั่งมาเจอกับกลุ่มผู้เล่นสามคนมีสัญลักษณ์ดาบขนาดใหญ่อยู่บนอกยืนขวางทางอยู่"โอ้แม่สาวน้อย ดูร่างกายอันแข็งแรงเจ้าสิ ช่างน่าหลงไหลเหลือกัน" ชายคนที่ดูจะเป็นหัวหน้ากลุ่มสวมชุดเกราะหนาสีน้ำเงินพร้อมดาบขนาดใหญ่ที่สะพายหลังกล่าวออกมาพร้อมดวงตาที่จ้องมาอย่างซุกซนผู้คนรอบ ๆ ที่เห็นชายคนนั้นกล่าวขึ้นมาก็เริ่มมายืนอยู่ห่าง ๆ อย่างไม่ห่วง แต่เพราะอยากรู้อยากเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่อไปบ้าง"สาวน้อย ? มารดาคุณสอนเหรอให้ทักทายผู้หญิงแบบนี้เหรอ ?"เคธตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด"กล้าด่าแม่ลูกพี่แอกเซอร์ของข้าเหรอ เจ้ารู้ไหมว่าข้าคือใคร" ลูกน้องคนหนึ่งซึ่งสะพายหอกไว้ด้านหลังรีบปกป้องลูกพี่ตัวเอง"ทำไมเหรอ หรือมารดาคุณก็ไม่ได้ตั้งชื่อตอนเกิดถึงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร" เสียงที่ดูไม่สบอารมตอบกลับไปพลางกอดอกมองหน้าเอาเรื่องไปยังทั้งสามคนลูกน้องอีกคนที่สะพายดาบเล็กไว้ที่เอวหันไปถามเพื่อนข้างอย่างมึน ๆ"อ้าว นี่แม่เอ็งไม่ตั้งชื่อให้ทีเหรอ ?"ชายที่ถูกเรียกว่าแอกเซอร์ได้แต่ยืนกุมขมับเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย "เอ่อ อย่าถือสาลูกน้องผมเลยนะครับ อันที่จริงแม่ผมไม่ได้สอนมาแบบนี้หรอก แต่เป็นตัวผมเองที่อดใจไม่ไหวเมื่อเห็นความงามของคุณ ไม่ทราบว่าสนใจจะเข้ากิลดาบประกายแสงหรือเปล่าครับ พอดีเห็นชุดอัศวินนั่นมากจากอาชีพพิเศษของคุณแล้วผมคิดว่าเราน่าจะเข้ากันได้นะ เพราะผมก็เล่นอาชีพอัศวินดาบใหญ่อยู่เหมือนกัน"เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิมทว่าเคธที่ไม่สบอารมตั้งแต่คำพูดแรกพบอยู่แล้วจึงไม่อยากจะสนทนาอะไรต่อไปอีก"ไม่สนใจค่ะ ขอบคุณ บาย !"เธอลืมเรื่องที่จะต้องหาไอเท็มที่ต้องใช้ตอนทำภารกิจแล้วรีบเดินออกมาจากทั้งสามคนทันที"เห้ยใจเย็นดิ ลูกพี่อุตส่าชวนเข้ากิลด์เองเลย พวกข้าสองคนกว่าจะได้เข้ากิลด์ต้องสมัครเป็นเบ๊หนึ่งเดือนเนี่ย จะปล่อยโอกาสดี ๆ แบบนี้ไปไม่ได้นะ"ลูกน้องคนที่สะพายดาบไว้พูดพลางวิ่งมาจับมือเธอที่กำลังหนีไปด้วยความหวังดี ทว่าด้วยการที่สายสะพายเอวคาดที่ดาบนั้นค่อนข้างหลวมจึงทำให้เขาต้องจับดาบไว้ไม่ให้สั่น"หืม ! จะเอาเรื่องเหรอไง ก็บอกว่าไม่เข้าไง" เคธสะบัดชายคนนั้นที่จับมือเธอออกไป ด้วยร่างของชายคนนั้นที่ทั้งผอมบางและเตี้ย เขาเสียหลักทันที ดาบที่เคยถูกจับไว้ให้มั่นคงถูกดึงออกมาอย่างไม่ตั้งใจสะบัดใส่เคธที่อยู่ด้านหน้าแล้วเขาก็ล้มลงไปฉัวะ !"ไอ้พวกหอกหักนี้ !" เคธเรียกโล่ออกมาถืออัตโนมัติด้วยความโกรธพุ่งเต็มสูบตู้ม ! ทั้งสามถูกชนเข้าอย่างจัง ๆ จนถูกลากไปกับโล่ แอกซ์เซอร์พยายามหยิบดาบที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังออกมาเพื่อใช้สกิลป้องกัน ทว่าด้วยแรงเหวี่ยงจากการกระแทก ดาบที่อยู่ด้านหลังก็พลิกสับมาด้านหน้าแทนใบดาบขนาดใหญ่กว้างสองฝ่ามือถูกทิ้งลงในแนวดิ่ง จะทับแทงค์สาวที่ใช้สกิลโล่นั้น ชั่วขณะที่คมดาบจะสับลงบนหัวเคธเอง พระเอกจีวรขาวก็พุ่งเข้ามารับดาบที่กำลังจะหล่นทับนั้นด้วย......บาตร !อาตมาขอบินด้วยบาตรฝาบาตรพระสีทองแวววาวถูกส่งร่อนมากระทบกับใบดาบ ไม่ว่าด้วยฟ้าฝนวิตปริตแปรปรวนทันใด.....บาตรกลับส่งเหล็กที่ใหญ่กว่าให้กระเด็นไปได้ เท่านั้นยังไม่พอบาตรนั้นยังร่อนกลับไปยังเจ้าของที่ใส่จีวรดูสง่า ที่ศีรษะสะท้อนไร้เกล้าออกเป็นพระอาทิตย์อีกดวงหนึ่งส่องแสงกระทบตาผู้คน"นั่นพระเอก !""พระเอกจริง ๆ ด้วย""พระเอกของเมืองมาแล้วเฮ้ย""พวกเราหนี !"ทันใดนั้นเองตลาดที่มีคนมุงนั้นก็สลายกับไปอย่างกับว่าไม่เคยมีคนอยู่ คนที่มีร้านก็รีบมุดกลับไปไม่โผล่หน้าตาออกมาให้เห็น ส่วนลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งหลายที่คุ้นเคยอยู่ในเมืองต่างรีบหลบออกไปซอยอื่น ๆ ด้วยสาเหตุอะไรบางอย่างเคธค่อย ๆ หันมายังคนที่ช่วยเหลือเธอหลังจากสกิลพุ่งเต็มสูบได้สิ้นผลไปพบกับความแปลกใจ นี่พระวัดไหนแอบหนีมาเล่นเกมเนี่ย"ขอบคุณค่ะหลวงพี่"เธอพูดอย่างจริงใจพลางยกมือประนมไหว้พลางยิ้มให้กับพระองค์นี้"สัตว์โลกย่อมมีความเมตตาให้กัน เกิดอะไรขึ้นกับโยมทำไมถึงต้องปะทะกันด้วย" เสียงเรียบ ๆ แต่ฟังดูนุ่มนวลเอ่ยถามกลับไปด้วยแววตาที่นิ่งดุจภูผาที่ไม่เคยเคลื่อนไหว"หนูโดนพวกเขาชักชวนเข้ากิลด์ค่ะ แต่ถูกพวกเขาทำร้ายก็เลยโมโหจัดการพวกเขาเล็กน้อยเอง" เคธตอบกลับไปอย่างนอบน้อมโดยที่เธอไม่ได้รู้เลยว่าเรื่องทุกอย่างเป็นเพียงเหตุบังเอิญเท่านั้น"เป็นธรรมดาของสัตว์โลก แม้แต่นักบวชก็ยังเคยโกรธเคืองแต่หากโยมไม่ได้บาดเจ็บอะไรอาตมาก็ได้บุญแล้ว""ขอบคุณเจ้าค่ะ ว่าแต่....." เคธหันไปมองรอบ ๆ ที่แม้แต่เจ้าสามหน่อที่ทะเลาะกับเธอก็ยังหายไป "ทำไมคนอื่น ๆ ต้องหนีท่านไปด้วยคะ""เป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อย มันไม่มีอะไรมากหรอก""เจ้าค่ะ งั้นหนูขอท่านให้พรภารกิจเลื่อนคลาสของหนูสำเร็จไปด้วยได้ไหมคะ" เคธค่อย ๆ พนมมืออย่างตั้งใจ"สำเร็จเหรอ อาตมายังทำไม่สำเร็จจะให้พรได้อย่างไรหละ" ท่านตอบกลับ"เจ้าคะ ถ้าอย่างนั้นหนูก็ขอบพระคุณมาก ๆ เลยนะคะ หนูขอตัวก่อน"เคธพูดจบก็เตรียมตัวที่จะหันหลังกลับไปทว่าท่านก็เอ่ยปากกลับมาเสียก่อน"เดี๋ยวก่อน อาตมาอยากจะขอความช่วยเหลือเล็กน้อย" เคธชะงักและหันมาถามท่านต่อ"ความช่วยเหลืออะไรเหรอคะ บอกหนูมาได้เลยค่ะ หนูจะช่วยเต็มที่เลย""คืออาตมายังไม่มีปาร์ตี้ทำภารกิจเลื่อนคลาสเลย ให้อาตมาอยู่ด้วยได้ไหม"เคธตอบกลับโดยไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะเพียงแค่ดูจากบาตรที่บินเมื่อครู่แล้ว เธอเชื่อว่าท่านจะต้องมีฝีมืออย่างแน่นอน"ได้เลยค่ะท่าน งั้นตามหนูมานะคะ เอ๊ะ ! แต่ก่อนอื่นหนูยังไม่ได้หาของไว้สำหรับทำภารกิจเลย ขอหนูหาของก่อนนะคะ""ได้เลยโยม "และแล้วเคธก็นำสมาชิกของปาร์ตี้ใหม่อีกคนหนึ่งเข้ามาในทีมด้วยอีกด้านหนึ่ง"ลูกพี่จะปล่อยผู้หญิงคนนั้นไปง่าย ๆ อย่างนี้เลยเหรอ มันปล่อยสกิลพุ่งใส่พี่ด้วยนะ" ผู้ใช้หอกจอมยุแหย่พูดกับแอกเซอร์ลูกพี่ของเขาทว่าลูกน้องอีกคนซึ่งเป็นนักดาบกลับพูดแทรกออกมาซะก่อน "เหอะ ๆ แล้วเอ็งจะไปทำไรเขาหละ นั่นผู้หญิงนะ"แอกเซอร์มองมาที่ลูกน้องทั้งสองคนซึ่งเปรียบเหมือนด้านมืดกับด้านสว่างในใจ อันที่จริงเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเคธเสียด้วยซ้ำ การยกดาบนั้นเป็นไปเพื่อการใช้ออกด้วยสกิลเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นการเข้าใจไปแล้วอย่างใหญ่หลวง เขาจึงตอบลูกน้องทั้งสองคนก่อนที่ใครคนหนึ่งจะผลีผลามทำอะไรไม่ดี"เราไม่ใช่กิลด์ที่ชั่วร้ายสะหน่อย เอ็งก็ด้วยจะยุให้ข้าไปตบผู้หญิงหรือยังไงกันหละ "นักดาบมองด้วยความขัดใจแต่ก็ไม่กล้าแสดงสีหน้าอะไรออกมา"แล้วลูกพี่จะทำไงต่อ หรือว่าจะไปขอโทษอัศวินโล่คนนั้นหรือยังไง""ใช่แล้วหละ นั่นคือความคิดที่ดี เอ็งนี่ก็มีความคิดเหมือนกันนี่หว่า" หัวหน้าของพวกเขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

    "ประชดเว้ย" นักดาบคิดในใจ.....

    คล้ายกับเรื่องผมเล่นเกมออนไลน์โดยมี Passive Skill ที่หากถูกโจมตีสิบทีจะตาย ที่คุณอ่าน