ทั้งที่ตบแต่งยกนางขึ้นเป็ชายา แต่หัวใจของเขากลับมีใครอีกคนเต็มหัวใจ เพียงแค่เห็นหน้าคนรักเก่า ก็ทำให้ใจมัวเมาลุ่มหลงไม่อาจปล่อยวาง
ท่ามกลางงานเฉลิมฉลองในเทศกาลโคมไฟ ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ หิมะสีขาวโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ร่างของพระชายาหยางเอ๋อ ถือร่มสีแดงสด สวมอาภรณ์ขนสัตว์เดินออกจากตำหนักเหมยอ้าย มุ่งตรงไปยังเทศกาลที่จัดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ในมือถือขนมเถียนผิ่นที่ตั้งใจทำเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ ในเทศกาลที่จัดขึ้น โดยมีนางกำนัลคนสนิท ติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด
ใบหน้างดงามของพระชายาหยางเอ๋อ เผยรอยยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเมื่อหันมองไปยังรอบ ๆ ในตอนเด็กนางชอบเทศกาลนี้เป็อย่างมาก เฝ้ารอเวลาให้เทศกาลโคมไฟมาถึงเร็ว ๆ เพื่อจะได้ออกไปชมความงดงามของโคมไฟ ที่ประดับตามมุมต่าง ๆ ได้เห็นหนุ่มสาวออกมาเกี้ยวพาราสี ผู้คนต่างมีรอยยิ้มแสดงถึงความสุขที่ได้มาร่วมงาน
หญิงสาวในอาภรณ์ขนสัตว์ ยื่นขนมให้กับเด็กตัวเล็กที่เดินผ่านไปมา
“พี่สาว ข้าขอขนมหนึ่งชิ้น” เด็กหญิงตัวเล็กที่เดินผ่านไปเอ่ยขึ้น ก่อนพระชายาสูงศักดิ์ ในอาภรณ์ขนสัตว์ธรรมดาไม่ได้บ่งบอกฐานะสูงส่งใด ๆ ค่อย ๆ ยื่นขนมให้อีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มหวาน เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยรับไป นางจึงปล่อยยิ้มกว้าง หันไปส่งขนมให้กับเด็กอีกหลายคนที่เดินผ่านไปมา พร้อมสายลมแห่งความหนาวเหน็บพัดมาปะทะกาย
“หากองค์ชายรองอี้เทียนเสด็จมาด้วย คงดีไม่น้อยเลยนะเพคะ” คำพูดของยี่หวาง นางกำนัลคนสนิทเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนพระชายาจะชะงักนิ่ง แล้วตอบกลับด้วยกิริยาอ่อนโยน
“องค์ชายรองอี้เทียนติดงานราชการ คงไม่มีเวลามางานไร้สาระเช่นนี้หรอก” นางกล่าวจบ แสงสว่างจากพลุถูกจุดสู่้า เผยให้เห็นความงดงามบนท้องฟ้า รอยยิ้มกว้างของพระชายาหยางเอ๋อเผยออกมาอย่างมีความหมาย ก่อนสายตาจะพาดไปเห็นร่างของใครบางคนยืนอยู่ไกล ๆ ถึงแม้ไม่เด่นชัดมากนัก แต่นางก็จำทุกสัดส่วนของเขาได้อย่างแม่นยำ
“พระชายาเพคะ นั่นคล้ายกับองค์ชายรองอี้เทียน หรือหม่อมฉันตาฝาดไปเพคะ” หญิงสาวทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า ร่างขององค์ชายรองอี้เทียนกับอดีตคนรักของเขา ยืนมองดูพลุกันอย่างมีความสุข ขนมในมือค่อย ๆ ร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่รู้ตัว หัวใจดวงน้อยหล่นวูบ เมื่อภาพตรงหน้า ประกาศชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของทั้งสอง ยังคงแแ่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้
“พระชายา เรากลับกันเถอะเพคะ” เมื่อนางกำนัลเห็นแน่ชัดแล้วว่าเบื้องหน้า เป็องค์ชายรองอี้เทียนกับคนรักเก่าของเขา จึงรีบดึงมือพระชายากลับตำหนักทันที เมื่อย่างเท้าไปได้สองสามก้าว พระชายาจึงหยุดเดินแล้วตั้งสติ
“ช้าก่อน...เหตุใดเราต้องกลับตำหนัก ข้ายังอยากเที่ยวเทศกาลโคมไฟอีกสักพัก” คำกล่าวของหญิงสาวแสนงดงาม ทำให้นางกำนัลชะงักนิ่ง แล้วหันมองไปยังร่างขององค์ชายรองอี้เทียนกับหลี่เถียนเปาอดีตคนรักของเขาอีกครั้ง ด้วยความกังวล
“แต่นั่นคือองค์ชายรองอี้เทียนนะเพคะ” พระชายายิ้มแล้วพยักหน้า
“เช่นนั้นเราก็ควรเข้าไปทักทาย จึงจะถูกมิใช่รึ”
“แต่ว่า...” นางกำนัลยังคงนิ่งอึ้ง ก่อนใครบางคนจะเดินเข้ามาจากด้านหลัง
“เข้าไปพร้อมข้าดีหรือไม่?” เสียงคุ้นหูทำให้พระชายาหยางเอ๋อ และนางกำนัลหันไปมองพร้อมกัน
“องค์ชายสี่!” ทั้งสองผสานเสียงกันด้วยความแปลกใจ ก่อนผู้มาเยือน จะส่งยิ้มกว้างอย่างเป็มิตร
“เหตุใดพวกเ้า จึงใราวกับเห็นผี ทั้งที่ใบหน้าของข้างดงามไม่ต่างจากเทพบุตร” คำพูดขององค์ชายสี่ นามว่าเซียวจ้าน ที่มีนิสัยชอบแกล้ง และเข้าถึงง่ายสุดในบรรดาองค์ชายทั้งห้าของราชวงศ์
“ยี่หวาง หากเ้ากลัว เ้าก็กลับไปซะ ข้าจะเป็คนพาพี่สะใภ้ไปส่งให้กับสามีของนางเอง”
“พูดอะไรอย่างนั้นเพคะ ใครว่าหม่อมฉันกลัว หม่อมฉันไม่ได้กลัวซะหน่อย” นางกำนัลยืดอกขึ้น แล้วตอบกลบเกลื่อน ก่อนชายหนุ่มอายุราวสิบแปดปี จะดึงมือพระชายาเดินตรงไปหาพี่ชายทันทีพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อองค์ชายรองอี้เทียนหันมาพบกับพระชายาของตน เขาไม่มีท่าทีแปลกใจ ยังคงวางกิริยาราบเรียบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนร่างของหลี่เถียนเปาจะย่อตัวลงเคารพองค์ชายสี่ และพระชายาด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“เหตุใดพวกเ้าจึงมาที่นี่” คำถามขององค์ชายรองอี้เทียน ทำให้องค์ชายสี่ จับมือพระชายายื่นคืนให้กับเขา ท่ามกลางสายตาแน่นิ่งของทุกคนจับจ้องมองมา
“ข้าพาพี่สะใภ้มาส่ง รับไว้สิ” เขาพูดห้วน ๆ แล้วใช้สายตาบังคับพี่ชาย
“เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะ” คำพูดสั่นเครือของหลี่เถียนเปา ทำให้องค์ชายรองอี้เทียนหันไปรั้งมือนางไว้ ท่ามกลางสายสั่นไหวของพระชายาทอดสายตามองทุกอย่างเงียบ ๆ
ย้อนกลับไปในวัยเด็ก หยางเอ๋อเป็ธิดาของเสนาบดีกรมยุติธรรม ติดสอยห้อยตามบิดาเข้าวังหลวงบ่อย ๆ มีสหายรุ่นราวคราวเดียวกันหลายคน แต่ทุกคนไร้ความจริงใจ นางมักจะนั่งเงียบ ๆ คนเดียวระหว่างรอบิดาทำงานราชการ ทว่ามีเพียงองค์ชายสี่ที่ชอบมาแกล้ง โยนก้อนหินใส่บ้าง เอาไม้มาเขี่ยบ้าง ทุกครั้งที่นางหันไป เขามักทำหน้าตลกใส่ แรก ๆ รู้สึกไม่พอใจ แต่นานไป พบว่าองค์ชายสี่มักวนเวียนใกล้ ๆ นางเสมอ