กลางดึกสงัด ณ สระมรกตเขตหวงห้ามของเ้าสำนัก
เสียงหอบหายใจกระเส่าและเสียงตีน้ำดังสาดกระเซ็นทำลายความเงียบสงัดภายในถ้ำศิลาเร้นลับ ไอหมอกสีขาวลอยอวลเหนือผิวน้ำร้อนจัด
ทว่าความร้อนจากสระมรกตยังไม่เทียมเท่าเปลวเพลิงที่กำลังแผดเผาอยู่ภายในร่างของ หลินเชียน ศิษย์สาวฝ่ายนอกวัยยี่สิบสองปี
หญิงสาวบิดเร่าอยู่ใต้น้ำลึกระดับเอว ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับหยกสลักบัดนี้แดงก่ำไปทั้งตัว พิษจากการลักลอบฝึกตำราสวาทวิชาลับขั้นที่หนึ่งทำให้ธาตุไฟในกายตีกลับ ลมปราณหยินแตกซ่านจนนางแทบจะสิ้นสติ
ความทรมานแปรเปลี่ยนเป็ความรุ่มร้อนที่้าการปลดปล่อยอย่างรุนแรง นางกัดริมฝีปากจนห้อเื มือเรียวบางจิกเกร็งขอบสระหินจนเล็บแทบหัก
"หลินเชียน! เ้าบังอาจบุกรุกสระมรกตได้อย่างไร!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจตวาดก้อง ม่อเฉิน เ้าสำนักหยกขาวในวัยสามสิบห้าปียืนตระหง่านอยู่ริมสระในชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดตา ั์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวเบิกกว้างเมื่อเห็นศิษย์สาวกำลังจมดิ่งลงสู่ความทรมานจากธาตุไฟเข้าแทรก
ไม่มีเวลาให้ไต่สวนเอาความ ชายหนุ่มทะยานร่างลงสู่น้ำเสียงดังตูม! สายน้ำแตกกระจายเป็วงกว้าง
เขาก้าวอาดๆ ฝ่ากระแสน้ำเข้าไปประชิดตัวร่างบาง มือหนาคว้าท่อนแขนเรียวที่กำลังสั่นสะท้านกระชากดึงเข้าหาตัว
ก่อนจะพลิกแผ่นหลังบางให้หันมาหา ทาบฝ่ามือแกร่งลงบนจุดศูนย์รวมปราณกลางหลังเพื่อถ่ายทอดลมปราณหยางบริสุทธิ์หวังระงับความเ็ป
ทว่าทันทีที่ฝ่ามือร้อนผ่าวััถูกตัว หลินเชียนกลับผวาเฮือก ร่างกายที่โหยหาพลังหยางจากบุรุษเพศราวกับคนรอนแรมในทะเลทรายพบแหล่งน้ำใสสะอาด
นางไม่ยอมรับการรักษาแบบปกติ หญิงสาวสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุม พลิกกายกลับมาเผชิญหน้า สองแขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่งของท่านอาจารย์อย่างรวดเร็ว ดึงรั้งร่างสูงใหญ่กำยำให้แนบชิดจนไร้ช่องว่าง
"ทะ... ท่านอาจารย์..." เสียงหวานครางเครือสั่นพร่า ริมฝีปากบางเฉียบขยับกระซิบชิดปลายคางสาก "ลมปราณบริสุทธิ์ของท่านช่วยข้าไม่ได้... มีเพียง... อ๊ะ... มีเพียงการผสานหยินหยางเท่านั้น... ได้โปรดช่วยศิษย์ด้วย"
ม่อเฉินลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับหินผา เมื่อความอวบอิ่มของยอดปทุมถันคู่สวยภายใต้เอี๊ยมตัวจ้อยสีแดงสดที่เปียกลู่แนบเนื้อ บดเบียดเข้ากับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง ทุกการขยับตัวหอบหายใจของหลินเชียนใต้น้ำทำให้เนื้อผ้าเสียดสีกันจนเกิดความรู้สึกวาบหวามรุนแรง
'ข้าคืออาจารย์ของนาง... ข้าต้องข่มใจให้จงได้'
ม่อเฉินขบกรามแน่นจนนูนเป็สัน เขาดันหัวไหล่กลมกลึงออกห่าง "หลินเชียน! เ้ากำลังสติฟั่นเฟือน รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังพูดสิ่งใดออกมา ล้ำเส้นเกินไปแล้ว!"
"หากล้ำเส้นแล้วรอดชีวิต... อื้อ... ศิษย์ก็ยินดีทอดกายให้ท่านเ้าค่ะ"
สิ้นคำท้าทายที่เต็มไปด้วยแรงตัณหา หลินเชียนไม่รอให้อาจารย์ปฏิเสธ นางเขย่งปลายเท้าขึ้นประกบริมฝีปากของตนเข้ากับริมฝีปากหยักลึกของเขาอย่างจาบจ้วง
เรียวลิ้นเล็กสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหนา เกี่ยวกระหวัดดูดดึงอย่างคนหิวกระหาย
ฝ่ามือเล็กซุกซนลูบไล้ไปตามสาบเสื้อที่เปิดอ้าของชายหนุ่ม ััลอนกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เกร็งเขม็ง บีบเค้นแผงอกแกร่งเพื่อปลุกปั่นอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซุกซ่อนอยู่
เส้นฟางแห่งความอดกลั้นนับร้อยปีของเ้าสำนักผู้ทรงศีลขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้น!
ม่อเฉินคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น เขาพลิกสถานการณ์จากผู้ถูกกระทำเป็ผู้คุมเกม ร่างสูงใหญ่ตวัดวงแขนรัดเอวคอดกิ่ว ดันร่างอรชรให้ถอยร่นฝ่ากระแสน้ำไปจนแผ่นหลังบางกระแทกเข้ากับโขดหินเรียบมนริมสระอย่างแรง
"อ๊ะ!" หลินเชียนอุทานเมื่อแผ่นหลังััความเย็นเยียบของหินผา ตัดกับความร้อนระอุของท่อนกายแกร่งที่เบียดชิดอยู่หน้าขา
มือหนาหยาบกร้านกระชากสายคาดเอวและเอี๊ยมสีแดงสดที่เกะกะของศิษย์สาวออกให้พ้นทาง โยนทิ้งลงไปในน้ำอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นเรือนร่างงดงามเปลือยเปล่าที่เปียกปอนและสั่นสะท้าน ยอดปทุมถันสีหวานชูชันท้าทายสายตา
"เ้าบีบบังคับข้าเอง หลินเชียน" เสียงของม่อเฉินแหบพร่าดุดัน
เขาก้มหน้าลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มดูดดึงผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยรักสีแดงช้ำประทับฝังลึก ฝ่ามือร้อนจัดกอบกุมความอวบหยุ่นทั้งสองข้าง เคล้นคลึงบีบคั้นอย่างหนักหน่วงสลับกับใช้นิ้วหัวแม่มือบดขยี้เม็ดบัวสีชาดจนหลินเชียนต้องแอ่นอกรับััจาบจ้วงนั้น
"อ๊า... ท่านอาจารย์... แรงอีกเ้าค่ะ..." หญิงสาวเชิดหน้าขึ้น หอบหายใจแรงเมื่อความเสียวซ่านแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
มืออีกข้างของม่อเฉินเลื่อนต่ำลงไปใต้ผิวน้ำ สอดแทรกผ่านพงหญ้าอ่อนนุ่ม ลุกล้ำเข้าสู่ร่องหลืบเร้นลับที่กำลังหลั่งธารน้ำหวานออกมาผสมผสานกับน้ำแร่ในสระ
นิ้วแกร่งกรีดกรายลงบนเกสรดอกไม้ที่กำลังบวมเป่ง ไวต่อความรู้สึก เขากดขยี้และเขี่ยรัวเร็ว จนร่างบางกระตุกเกร็ง ขาทั้งสองข้างของนางตวัดขึ้นเกี่ยวรอบเอวสอบของเขาโดยสัญชาตญาณ เปิดเปลือยเส้นทางรักให้กว้างขึ้น
ม่อเฉินไม่อาจทนทานต่อความยั่วยวนนี้ได้อีกต่อไป เขาปลดสายรัดกางเกงของตนออก ปลดปล่อยแก่นกายท่อนลำใหญ่โตที่ตื่นตัวและปวดร้าวมานานให้เป็อิสระ
ความร้อนผ่าวดุจเหล็กหลอมดุนดันอยู่ที่ปากทางเข้าถ้ำหยกอันคับแคบ เขาสบตากับศิษย์สาว ั์ตาสีเข้มขลับของเขาเต็มไปด้วยไฟราคะที่ลุกโชน
ชายหนุ่มจับสะโพกมนทั้งสองข้างไว้แน่น ตรึงร่างนางให้แนบชิดติดโขดหิน ก่อนจะขยับเอวสอบ ดันแก่นกายใหญ่โตทะลวงแทรกซึมเข้าไปในความอ่อนนุ่มที่คับแคบและรัดรึงเขาทีละนิ้ว
"์... แน่นเหลือเกิน..." ม่อเฉินสูดปากส่งเสียงซี๊ดออกมาอย่างลืมตัว ความนุ่มหยุ่นที่ตอดรัดลำกายแทบจะทำให้เขาคลั่ง
"อื้อ... อ๊า... เจ็บ... ใหญ่เกินไปแล้วเ้าค่ะท่านอาจารย์..." หลินเชียนจิกเล็บลงบนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มจนเืซิบ
ความรู้สึกเจ็บปนซ่านวาบจากการถูกรุกล้ำอย่างหนักหน่วงทำให้นางต้องขบเม้มริมฝีปาก น้ำตาหยดใสปริ่มหางตา ทว่าลมปราณที่เคยปั่นป่วนกลับเริ่มสงบลงเมื่อได้รับพลังหยางบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกาย
เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มปรับตัวรับขนาดความใหญ่โตของเขาได้ ม่อเฉินก็ไม่รั้งรอ เขาถอนแก่นกายออกเกือบสุดแล้วกระแทกกระทั้นสวนกลับเข้าไปใหม่จนมิดด้าม!
"อ๊า!"
จังหวะรักดุดันเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางกระแสน้ำอุ่นที่กระเพื่อมไหวอย่างบ้าคลั่งตามแรงกระแทก
ม่อเฉินสอดประสานเรือนกายอย่างลึกล้ำ ร่างกายสูงใหญ่โหมแรงเข้าใส่ราวกับพายุคลั่ง สะโพกสอบขยับตอกอัดแก่นกายเข้าออกรัวเร็วและหนักหน่วงจนโขดหินด้านหลังะเืเลื่อนลั่น
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องประสานไปกับเสียงผิวน้ำที่แตกซ่าน หลินเชียนแอ่นหยัดสะโพกรับทุกจังหวะการรุกรานที่อาจารย์มอบให้ ลมปราณที่เคยตีรวนบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยคลื่นความสุขสมที่ถาโถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า
"อื้อ... อ๊า... ท่านอาจารย์... ลึก... ลึกเกินไปแล้ว..." นางครวญครางเสียงหลงเมื่อส่วนหัวหยักบานกระแทกโดนจุดกระสันลึกสุดใจ หนแล้วหนเล่า
"เรียกชื่อข้า... หลินเชียน... เรียกชื่อข้า!" ม่อเฉินครางกระหึ่ม สติสัมปชัญญะของเ้าสำนักผู้สูงส่งมลายหายสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของบุรุษเพศ เขาโน้มตัวลงไปดูดเม้มยอดอกสีสดที่เด้งสู้หน้า สลับกับซุกไซ้ซอกคอ ขณะที่่ล่างยังคงจ้วงแทงอย่างไม่ลดละ
"อ๊ะ... ม่อเฉิน... อ๊า... ข้าทนไม่ไหวแล้ว..."
การผสานหยินหยางดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและยาวนาน จนกระทั่งหลินเชียนหวีดร้องสุดเสียง ร่างกายกระตุกเกร็งบีบรัดท่อนลำใหญ่โตอย่างรุนแรง
ม่อเฉินกัดฟันกรอด โหมกระแทกบดเบียดเข้าใส่ความอ่อนนุ่มอีกสามสี่ครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยธารน้ำร้อนระอุฉีดพ่นเข้าสู่ส่วนลึกของถ้ำหยก เติมเต็มพลังหยางบริสุทธิ์เพื่อประสานลมปราณให้ศิษย์สาวจนล้นทะลักออกมาปะปนกับน้ำในสระมรกต
สองร่างกอดก่ายหอบหายใจรวยรินท่ามกลางไอหมอก ตราตรึงความผิดบาปที่หอมหวานและเร่าร้อนไว้ในคืนแรกของการก้าวข้ามเส้นศีลธรรมอย่างไม่อาจหวนกลับได้อีกต่อไป