เด็กเกษตรของนายวิศวะ

    คนที่ยังไม่สนิท

    Chapter 3



            “เป็๞ไรวะ ทำไมทำหน้าแบบนั้น” ไอ้ไม้เงยหน้าบูดๆ ของมันขึ้นมามองผมก่อนจะก้มลงไปสนใจมือถือตามเดิม

    เป็๲อะไรของมัน

            เห็นแบบนั้นผมจึงไม่ถามอะไรต่อได้แต่สังเกตท่าทางของมัน ซึ่งดูเหมือนจะคุยแชทกับใครสักคนและนั่นคงไม่พ้นน้องแยมแฟนของมัน

    แต่ที่ทำให้ผมแปลกใจก็คือไอ้หน้าบูดๆ ของมันนั่นแหละ ปกติต้องนั่งยิ้มเหมือนคนบ้าสิถึงจะถูก

            “มีปัญหาอะไรรึเปล่า” ผมถามมันอีกรอบคราวนี้มันเบะปากเลยครับ


            มึงอย่ามาร้องไห้แถวนี้นะเว้ย


            “กูทะเลาะกับน้องแยมว่ะ” ปกติก็ไม่ค่อยเห็นคู่นี่ทะเลาะนะ

            “เ๱ื่๵๹อะไร”

            “กูสงสัยว่าน้องมีคนใหม่ว่ะ”


            นี่คือสาเหตุที่ทำให้มันนั่งหน้าบูดอยู่ตรงนี้สินะ


            พูดถึงตรงนี้แล้วมันยิ่งทำท่าเหมือนจะร้องไห้


            มันเคยเล่าให้ผมฟังว่ามันคบกับน้องแยมมาสองปีกว่าๆ แถมมันยังพูดถึงน้องเขาให้ผมฟังทุกวันไม่บอกก็รู้ว่ามันรักน้องเขามากขนาดไหน

            “แล้วน้องเขาว่าไง”

            “จะว่าไงวะ ก็ไม่ยอมพูดอะดิแถม๰่๭๫นี้ยิ่งไม่ค่อยได้เจอกันเลย กูจะไปหาก็เอาแต่บอกว่างานเยอะอย่างนั้นอย่างนี้”

            “เอาน่ามันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ น้องเขาเป็๲ดาวนะมึงกิจกรรมอาจจะเยอะด้วยไง”

            นั่นๆ เอาอีกแล้วเบะปากไม่ดูสภาพตัวเองเลยไอ้นี่

            ผมไม่รู้จะขำหรือสงสารมันก่อนดี แต่พอเห็นท่าทางของมันแล้วผมขอขำก่อนก็แล้วกันตัวก็โตแต่เสือกมานั่งเบะปากเหมือนเด็กๆ อยู่ได้

            “ถ้าน้องเขานอกใจกูจริงๆ จะทำไงวะ”


            ทำใจ


            ใจจริงก็อยากจะบอกแบบนี้อยู่หรอกครับ แต่ดูจากสถานการณ์แล้วคงไม่เหมาะเท่าไหร่เดี๋ยวมันลุกมาเตะผมขึ้นมาดูท่าจะไม่คุ้ม

            “อย่าเพิ่งคิดมาก มึงก็รอเคลียร์กับน้องเขาก่อน”

            “เห้อ กูโดดคาบบ่ายได้ไหมวะ”

            เข้าใจว่าเฮิร์ทแต่มึงลืมไปรึป่าวว่าตอนบ่ายเรียนวิชาเอกเนี่ย

            “วิชาพ่อเลยนะมึง กล้าโดดหรอ” พ่อที่ผมหมายถึงก็คือ ฉายาที่พวกผมตั้งให้กับอาจารย์ที่สอนประจำวิชานี้เพราะแกค่อนข้างดุ เป็๞คนปากร้ายแต่ใจดี

            “พี่ลมมมมม” เสียงจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง ก่อนจะทันได้เห็นอะไรก็มีบางอย่างพุ้งเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็ว

            “ไอ้เนม!!”

            ใครใช้ให้มึงพุ้งด้วยเข้ามาทั้งตัวแบบนี้วะ เกือบหงายหลังทั้งคู่แล้วไหมล่ะ

            “คิดถึงว่ะพี่ คืนนี้ไปแดกเหล้ากันปะ” ห่า เจอหน้ากันที่ไรมีแต่เ๹ื่๪๫เดียว

            “มาหากูนี่มีแต่เ๱ื่๵๹นี้นะมึง”

            ไอ้เนม เป็๞น้องรหัสผมถามว่าสนิทไหมก็อย่างที่เห็นนี่แหละครับ เจอหน้าทีไรก็พุ่งมาแบบนี้ทุกที สักวันไม่ผมก็มันนี่แหละจะได้หัวฟาดพื้นตายชะก่อน

            “มีพี่รหัสหล่อก็อยากเอาไปโชว์เพื่อนบ้างไง”

            พูดซะเหมือนผมเป็๞ตัวอะไรก็ไม่รู้

            “กูไปด้วยดิ”

            “โอ๊ะ พี่ต้นไม้ก็อยู่หรอครับเนี่ย” ก่อนจะกวนตีนดูหน้าเพื่อนกูด้วยไอ้เนม มันจะกินหัวคนรอบข้างอยู่แล้ว

            “เดี๋ยวมึงจะโดนตีนไอ้ห่านี่” ไม่ว่าเปล่าไอ้ไม้มันยกเท้าขึ้นมาพร้อมถีบเลย

            เออแล้วก็มาหลบอยู่หลังกูนี่แหละสัส

            “5555สรุปไปนะพี่ เดี๋ยวผมเลี้ยง” ถึงให้กูเลี้ยงกูก็ไม่เลี้ยงเว้ย หมดโปรโมทชั่นแล้ว

            “ไม่ปะ…”

            “ไปดิ ร้านไหนวะ” เห้ย น้องมันถามกูไอ้ไม้!

            “ร้านสาติหลังมอเลยพี่ เผื่อเก็บศพจะได้เก็บง่ายๆ 555”


            ร้านสาติ ไอ้เนมไม่ได้ออกเสียงผิดหรอกครับชื่อร้านมันอ่านอย่างนี้จริงๆ ซึ่งมันมาจากคำว่าสตินั่นแหละ แต่เ๯้าของร้านตั้งเป็๞สาติเห็นคนบอกว่ามันน่าจะจำง่ายดี


            “3ทุ่มเจอกันพี่ ผมไปละ จุ้ปๆ ”

            ไอ้เนมหันมาส่งจูบให้ผมแล้วยิ้มร่าเดินออกไปทันที

            พอมองหน้าไอ้ไม้แล้วคงไม่ต้องถามอะไรมาก เพราะหน้ามันโคตรว้อนแอลเลย

            “ก็กูอยากแดกนี่หว่า ไปเป็๲เพื่อนกูหน่อยนะเผื่อกูเมาาา” มึงเมาแน่ๆ ไม่ต้องเผื่อ อยู่กับมันมาเป็๲ปีทำไมจะไม่รู้ว่ามันไม่ใช่พวกคอทองแดงขนาดนั้น

            “สรุปเฮิร์ทจริงว่างั้น”

            “สุดๆ ” อันนี้เขาเรียกตอแหลแล้ว

            “เออ นานๆ ทีไปก็ดีเหมือนกัน” ใจจริงผมก็ว้อนเหมือนกันนั่นแหละ

            “อยากแหละดูออก”


            แสนรู้จริงๆ


            ถึงผมจะไม่ชอบพบปะผู้คนแต่ก็ใช่พวกจำศีลสักหน่อย นี่เด็กเกษตรนะครับแค่ของมึนเมาเนี่ยจิ๊บๆ








            ............................................




            “เอ้าชน!!!” ผมนั่งฟังเสียงแก้วกระทบกันอย่างชิลๆ ในนี้ผมดื่มน้อยที่สุดแล้วเพราะต้องรอแบกไอ้เพื่อนตัวดีกลับห้อง

            มันก็ดื่มไม่เกรงใจคนแบกแบบผมชะด้วยสิ กระดกเอากระดกเอาอย่างกับน้ำเปล่า

            “พี่ลมมีแฟนยังอะค้าบบบ” เสียงเริ่มยานคางของรุ่นน้องต่างคณะดังขึ้น พร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มมาทางผม

            “อย่ายุ่งกับพี่กูววว” เสียงน้องรหัสผมก็ไม่ต่างกันเลย


            ก่อนจะห่วงกูห่วงตัวเองก่อนเถอะ


            ผมมองดูทั้งสองคนเอามือปัดป่ายกันไปมาอย่างนึกขำ ถึงไอ้เนมจะบอกว่าอยากพาผมมาอวดเพื่อนแต่เห็นแบบนี้มันหวงผมจะตายนะบอกเลย

    แต่ผมชินแล้วล่ะไม่ว่าจะเป็๲ผู้หญิงหรือผู้ชายที่เข้ามาทำความรู้จักหรือจีบ พอสักพักพวกเขาก็หมดความอดทนแล้วก็เลิกลาไปเอง

            ไอ้ไม้มันเคยบอกว่าผมมันตายด้าน ผมไม่ได้ตายด้านนะแค่ยังไม่เจอคนที่ชอบต่างหาก

            แต่ถามว่ามีสนใจไหมมันก็ต้องมีแหละครับใครจะไม่ชอบมองของสวยๆ งามๆ ล่ะ

            “เอ่อ...คือ ขอโทษนะเพื่อนเราฝากมาขอไลน์น่ะ”

            แรงสะกิดจากด้านหลังทำให้ผมหันไปมอง

            มีผู้ชายตัวเองเล็ก ตัวเล็กจริงๆ นะ กำลังมองผมด้วยท่าทางประหม่า

            “ขอโทษนะ พอดีผมไม่ชอบให้ไลน์คนที่ไม่รู้จักน่ะ”

            พอผมบอกไปแบบนั้นคนตัวเล็กก็ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ทันที

            แค่ไม่ให้ไลน์เองนะเว้ย

            “ช่วยเราหน่อยนะ คือเราแพ้เกมน่ะ” คนตัวเล็กพูดกึ่งขอร้อง

            อย่าหาว่าผมใจร้ายเลยนะ แต่ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้โคตรๆ เลยว่ะ

            “โทษทีนะ”

            คนตัวเล็กพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่คงเห็นหน้าผมไม่รับแขกล่ะมั้งจึงเดินคอตกออกไป

            “เพ่ลมม โคดฮอตตต ฮิ้วว”

            ไอ้นี่ตาก็จะหลับแหล่ไม่หลับแหล่ยังจะมาแซวผมอีก

            “ไม่ให้ไปวะพี่ น่าสงสารออก” เฟรม เพื่อนของไอ้เนมเอ่ยขึ้น ผมได้แต่สายหน้าแทนคำตอบ มันก็ยิ้มขำก่อนจะยกแก้วขึ้นมาจิบ

            “มีหน้าที่เก็บศพหรอมึงน่ะ” ไหนๆ พวกที่เหลือก็ไม่มีสติกันละ ผมคงจะนั่งน้ำลายบูดแบบนี้ต่อไปไม่ไหวหรอก

            “ใช่พี่ งานหลักของผมเลยล่ะ” มันว่ายิ้มๆ

            “ว่าแต่พี่ ไม่มีแฟนหรอวะ”

            “แฟนมีแฟนพี่ต้องมาดิวะ”

            “55555 นี่มุขปะพี่” มุขเชี้ยไรกูพูดจริงๆ เว้ย

            “ผมนึกว่าพี่จะเป็๞คนนิ่งๆ เ๶็๞๰างี้ รู้ปะคณะผมอะเขาลือกันว่าพี่อะเ๶็๞๰าโคตรๆ เลยนะ”

            เคยคุยกับกูรึยังเถอะ มาว่ากูเ๾็๲๰าเนี่ย

            “คณะไร”

            “วิศวะพี่ นี่ผมจะเอาไปอวดคนอื่นว่าพี่คุยกับผม” ทำเหมือนกูเป็๲ตัวอะไรที่เพิ่งพูดได้อย่างงั้นแหละ

            “เกินไป”

            “ไม่นะพี่ ใครๆ ก็อยากรู้จักพี่เหอะ” ผมเลิกคิ้วอย่างงงๆ

            “ใครที่ว่านี่ใคร”

            “โหพี่ จะให้ผมนับหรอไม่ไหวมั้ง”

            ผมหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาตอนนี้เป็๞เวลาหกทุ่ม มองสภาพของแต่ละคนผมว่าคงได้ที่กันแล้ว ผู้รอดชีวิตคือผมกันไอ้เฟรมแล้วก็เพื่อนมันอีกคนที่ดูเหมือนน่าจะหอบสังขารตัวเองกลับได้

            แต่ที่กลับไม่ได้คงจะเป็๲เพื่อนผมนี่แหละ

            “กลับยังไง” ผมถามไอ้เฟรมเพราะดูจากสภาพเพื่อนมันสามคนกับอีกคนที่ยืนโงนเงนอยู่นั้นคงจะกลับแท็กซี่ไม่ได้แน่ๆ

            “ผมเอารถมาครับ”

            ไอ้เฟรมพยุงเพื่อนอย่างสบายๆ สงสัยจะทำหน้าที่นี้บ่อยจริงๆ

            “แล้วพี่อะกลับยังไง”

            “แท็กซี่” ผมตอบพลางเรียกพนักงานมาเก็บตัง

            “เดี๋ยวผมจ่ายเองพี่”

            “งั้นคนละครึ่ง”

            “แต่ไอ้เนมมันบอกจะเลี้ยงนะพี่” คนพูดมันสลบไปแล้วไงประเด็น

            “หรือจะให้กูจ่ายทั้งหมด”

            “งั้นคนละครึ่งก็ได้ครับ”

            ผมรับเงินส่วนที่เหลือจากไอ้เฟรมก่อนจะส่งให้พนักงาน

            ได้เวลาแบกคนเมากลับห้องแล้วครับ

            ถึงจะเคยแบกมันมาแล้วก็เถอะแต่ทำไมครั้งนี้มันหนักจังวะ

            “ไหวปะพี่ ท่าทางพี่ต้นไม้จะหนักไม่ใช่เล่นนะ ให้ผมช่วยไหม”

            อยากจะช่วยมันก็ดีอยู่นะ แต่ช่วยเก็บเพื่อนมึงให้เสร็จก่อนไหมไอ้เฟรม

            “ไหว”


            ไม่ไหวบอกไหว ก็ว่าไปนั่น…


            “โอะ เฮียหวัดดีครับ”

            ไอ้เฟรมทักทายใครสักคนซึ่งผมก็ไม่รู้หรอกว่าใคร เพราะมัวแต่สนใจคนที่ถูกแบกอยู่

            “หวัดดีๆ ”

            “มาไม่ชวนน้องว่ะเฮีย”

            “ชวนทำไม เปลือง”

            “โหยเฮียยย”


            “เดี๋ยวก็ล้มทั้งคู่หรอก” เสียงดังใกล้ๆ ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง


            ไอ้เด็กวิศวะนี่


            “ทำหน้าแบบนี้คืออะไร จำกูไม่ได้หรอ… ไอ้เฟรมมึงมากับเขาหรอ”

            “ใช่เฮีย ฝากไปส่งพี่ลมหน่อยดิดูท่าจะไมไหว”


            กูไหวเว้ย!


            “มึงอะกลับดีๆ ”

            “ไม่ช่วยผมหน่อยหรอ”

            “จะไปไหนก็ไปเลยมึงน่ะ”

            ไอ้เฟรมมองเฮียตัวเองขำๆ ก่อนจะแบกเพื่อนออกไป

            “ไง จำกูได้ปะเนี่ย”


            หน้าน่ะจำได้ แต่ชื่ออะจำไม่ได้


            ดูเหมือนหน้าผมจะบ่งบอกว่าจำไม่ได้มั้งอีกคนเลยพูดขึ้น


            “กูชื่ออิฐ ชื่อจริงอิทธิพล อัครเดช เคยนั่งเรียนข้างมึง ทำงานคู่ด้วยกันไม่สิมึงทำคนเดียวถึงแม้กูจะเป็๲คนพรีเซนต์งานก็เถอะ แถมยังเคยตอบไลน์กูตั้งสองครั้ง จากนั้นก็ไม่ค่อยได้เจอกันจนกระทั่งวันนี้”

            ร่ายชะยาวเหมือนกลัวผมจำไม่ได้ จากวันนั้นที่ผมบอกจะไม่นั่งข้างมันก็ไม่นั่งจริงๆ ครับ

            พูดเสร็จมันก็หิ้วปีกไอ้ไม้อีกข้างอย่างถือวิสาสะ

            “เดี๋ยวไปส่ง”

            “ไม่เป็๲ไร”

            “พักอยู่ไหน” ฟังกูบ้างดิเห้ย

            “ไม่เป็๲ไรเดี๋ยวกลับเอง” ผมยังยืนยันคำเดิม

            “อย่าเล่นตัวน่า มันหนักนะเนี่ย”


            กูไม่ได้เล่นตัวนะเว้ย แล้วใครใช้ให้มึงแบกมัน


            “เดี๋ยวไปรถกู เร็วหนัก!” ไม่ฟังแถมยังดึงดันจะไปอีก

            มองดูสภาพไอ้ไม้แล้วไม่น่าไหว ผมจึงเดินตามไปเงียบๆ ผมแทบจะไม่ได้รับน้ำหนักจากการพยุงไอ้ไม้เลยเพราะอีกคนเหมือนจะแบกเองซะมากกว่า

            “พักที่ไหน”

            หลังจากยัดไอ้ไม้เข้าไปเบาะหลังเรียบร้อยแล้วมันก็หันมาถามผม

            “หอใน”

            “ขึ้นรถ เดี๋ยวไปส่ง” ก็ต้องไปส่งอยู่แล้ว มาถึงขนาดนี้

            “มานั่งกับกูด้านหน้า!” ขณะที่ผมกำลังจะเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างๆ ไอ้ไม้ เ๯้าของรถบอกเสียงดังจนผมต้องรีบผละออก

            “นั่งด้านหลังก็ได้”

            “กูไม่ใช่คนขับรถนะ มานั่งด้านหน้าเลย” โอเคครับ ขึ้นรถเขาอะเนาะนั่งไหนก็นั่งไอ้ด้านหลังก็ปล่อยให้มันนอนไป

            “อยู่หอใน๻ั้๹แ๻่ปี1แล้วหรอ” พอรถเคลื่อนตัวได้สักพัก คนที่ทำหน้าที่ขับรถก็ถามขึ้น

            “อืม”

            “กูก็อยู่หอในนะ” ใครถาม

            ผมไม่ได้ตอบอะไรพลางหันไปมองไอ้คนที่นอนอยู่ด้านหลังว่าสภาพมันยังโอเคไหม ข้อดีอย่างหนึ่งคือเวลาเมาไอ้ไม้มันไม่ค่อยอ้วก แต่จะหลับแบบเป็๞ตาย คิดว่านั่นคือข้อดีน่ะนะ

            “ถึงแล้ว”

            ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงหอพัก เพราะร้านสาติมันก็ไม่ไกลจากตัวมอเท่าไหร่ แต่จะให้เดินแล้วแบกคนเมามันก็ดูจะไม่ไหวเหมือนกัน

            “กูแบกมันให้ มึงเดินนำไปเลย” ผมพยักหน้าให้มันก่อนจะเดินนำไป

            “อยู่ชั้น3หรอ”

            “อืม”

            สักพักลิฟท์ก็มาถึงชั้น3 ผมเดินนำไปจนถึงห้องตัวเองจริงๆ ก็ห้องไอ้ไม้ด้วยแหละเพราะผมกับมันเป็๞รูทเมทกัน

            มันดีตรงที่หอในมันใกล้แล้วสามารถเข้าออกได้ตามปกติ กฎก็ไม่ได้เคร่งอะไร

            “ห้องสะอาดดีว่ะ”

            “วางมันไว้เตียงนั้นแหละ ขอบใจ”

            “เดี๋ยวๆ นี่จะไม่ชวนกินน้ำกินท่าหน่อยหรอ”

            “ดึกแล้ว” มันไม่สนที่ผมพูดแถมยังเดินมองนั่นมองนี่รอบห้อง ไม่น่าพลาดให้ขึ้นห้องมาด้วยเลย

            “ชอบวาดรูปหรอ” มันถามขณะหยิบภาพที่ผมวาดขึ้นมาดู มารยาทน่ะมารยาท!

            “จะกลับได้รึยัง”

            “ไล่จังเลยน้า กลับก็ได้”


            มึงควรกลับไป๻ั้๫แ๻่วางไอ้ไม้ลงเตียงแล้วเว้ย


            “ลืมเลย” มันเกือบจะเดินพ้นประตูไปแล้วแต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้แล้วเดินกลับมาหาผมอีก


            ลีลาจริงๆ


            “กูอยู่ชั้น4 นะ ถ้าบอกไปเผื่อมึงลืมเลขห้องกูเดี๋ยวส่งให้ในไลน์ มีอะไรก็ไปเคาะห้องได้ตลอด”


            For what!!!!


            พูดเสร็จมันก็เดินออกจากห้องทันที


            ไลน์~


            ผมสะตั๊นอยู่สักพักก่อนเสียงไลน์จะดังขึ้น

            หน้าจอปรากฏข้อความที่ทำให้ผมต้องอุทานว่า


            แม่ง พูดจริงหรอวะ!


            A_d: ห้อง 403 เปิดรอ24 ชั่วโมงนะ^^

    ️


            กูถามจริง!!!











    ***อ่อยเบาๆจ้าาา