ปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา

    หวังเสี่ยวผู้หยิ่งยโส

            ตั้งแต่เริ่มการประลองอัจฉริยะที่เข้ารอบสุดท้ายมาทั้งหมด 10 คนยังไม่มีใครเลยที่แสดงพลังที่แท้จริงออกมาโดยเฉพาะต้าหมิง ซึ่งการต่อสู้ของต้าหมิงนั้นไม่ต่างจากจอมเวทย์เสริมพลังเลยแม้แต่น้อย

            “การประลองรอบสุดท้ายพวกเราจะหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดโดยการประลองไปเรื่อยๆจนหมดทุกคนและหาผู้ที่มีอัตราชนะมากที่สุดอย่างแท้จริงเพราะงั้นในรอบนี้จะไม่มีโชคช่วยอย่างแน่นอน” ชายชราขี้เมากล่าว

            “อย่างงี้นี่เอง ทุกคนทั้ง 10 คนจะต้องต่อสู้กันหมดเลยงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าว

            “แต่ว่าตอนนี้ หวังเสี่ยวกลับได้เป็นตัวแทนของอาณาจักรของพวกเราจนได้” จ้าวหลานกล่าวด้วยสีหน้าไม่ชอบใจนัก

            “เรื่องนั้นก็ไม่แน่ ในกรณีที่ตัวแทนได้รับบาดเจ็บสาหัสพวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าร่วมได้และถูกตัดสิทธิ์” จ้าวหยูเฟยกล่าว

            “ความหมายของพี่สาวหยูเฟยก็คือ” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับกลืนน้ำลายของตัวเองทันที

            “พวกเจ้าทั้งหมดจงฟัง ใครก็ตามที่ทำให้หวังเสี่ยวถูกตัดสิทธิ์ได้ข้าจะมอบรางวัลเพิ่มเติมให้อย่างมหาศาล” จักรพรรดิหญิงกล่าว

            “นี่เจ้า!!!!!!!!!!” ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหวังถึงกับคำรามออกมาด้วยความโกรธ

            “เหอะ ด้วยสวะพวกนี้ท่านคิดว่าจะมีใครสามารถต่อสู้กับข้าได้” หวังเสี่ยวที่เงียบมานานกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเย้ยหยัน

            “ปากเก่งไม่เบานี่” จวิ้นนู่กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

            “ฮึ อีกเดี๋ยวพวกเจ้าก็จะได้รู้ เอาเป็นว่าข้าขอเริ่มการประลองก่อนเลยแล้วกัน ส่วนใครจะเข้ามาสู้กับข้าก็เชิญขึ้นมาได้เลย” หวังเสี่ยวกล่าว

            “ข้าจะขึ้นไปจัดการกับเจ้าเอง” พั่วอู่อัจฉริยะของตระกูลพั่วคำรามออกมา

            พั่วอู่เป็นจอมเวทย์วารีซึ่งตรงกันข้ามกับหวังเสี่ยวเป็นจอมเวทย์อัคคี ทั้งสองมีธาตุที่รงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

            “ดี ในเมื่อเจ้าแสดงความต้องการออกมาข้าก็จะไม่ขัด เริ่มการประลองได้” ชายชราขี้เมากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            “ตายไปซะ” หวังเสี่ยวคำรามออกมาก่อนจะชกหมัดลงไปที่พื้นทำให้เกิดคลื่นเปลวเพลิงกระจายออกไปเป็นวงกว้าง

            “คิดว่าเปลวเพลิงของเจ้าจะใช้กับข้าได้งั้นเหรอ” พั่วอู่คำรามและร่ายเวทย์วารีออกไป สายน้ำจำนวนมากใหลออกมาและปกคลุมร่างของพั่วอู่ทันที

            “หึ หน้าโง่จริงๆ การโจมตีเมื่อครู่ข้าก็สร้างขึ้นเพื่อปิดบังการโจมตีที่แท้จริงของข้าเท่านั้น” หวังเสี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

            “อะไรนะ!!!!!!!” พั่วอู่กล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและมองได้ด้านล่าง

            พริบตานั้นเองด้านร่างของพั่วอู่ก็ปรากฏวงเวทย์สีแดงเพลิง “ตูม!!!!” แรงระเบิดปะทุออกมาอย่างรุนแรงทำให้ร่างของพั่วอู่กระเด็นออกไปจากสนามประลองทันที

            “นี่มัน!!!!!!!!!!” พั่วเสอถึงกับหรี่ตาลง

            ความสามารถในการต่อสู้ของหวังเสี่ยวเป็นของจริง ไม่เพียงแต่ทรงพลังแต่ยังเจ้าเล่ห์อย่างมากอีกด้วย

            “ความสามารถในการควบคุมพลังเวทย์มาถึงระดับนี้แล้วงั้นเหรอ ถ้างั้นอีกไม่นานก็คงจะกลายเป็นจอมเวทย์ระดับขุนพลแล้วสินะ” ผู้นำตระกูลจวิ้นกล่าว

            “ดูเหมือนว่าตระกูลหวังจะเตรียมตัวมาดีเลย” ผู้นำตระกูลหลางกล่าว

            “ขยะจริงๆ มีความสามารถเพียงแค่นี้ยังกล้ามาท้าทายข้า” หวังเสี่ยวกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันก่อนจะเดินลงสนามประลองไป

            “หึ ต้าหมิงถึงครามเจ้าแล้ว” หลางซ่งคำรามออกมาและชี้ไปทางต้าหมิง

            “ในเมื่อเจ้าอยากที่จะตกอยู่ในสภาพเหมือนน้องชายของเจ้าข้าก็จะสนองให้” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับก้าวเดินออกไป

            ครั้งนี้ต้าหมิงเรียกแมงป่องโลหิตออกมา แมงป่องโลหิตในตอนนี้อยู่ระดับ 4 ดาวแล้ว พลังของมันนั้นแข็งแกร่งมากโดยเฉพาะพิษทันทีที่โดนจะต้องตายอย่างแน่นอน แต่ด้วยความช่วยเหลือของผู้อาวุโสในวังหลวงพวกต้าหมิงก็สร้างยาแก้พิษได้สำเร็จ

            “สัตว์เวทระดับ 4 ดาวงั้นเหรอ” หลางซ่งกล่าวพร้อมกับหรี่ตาลง

            “เอาละเจ้าเข้ามาได้แล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “ถ้าเจ้าไม่เรียกสัตว์เวททั้งหมดออกมาข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่ได้แสดงความสามารถหนะสิ” หลางเลี่ยกล่าวเย้ยหยัน

            “แค่เจ้า เจ้าตัวเล็กของข้าก็เพียงพอแล้ว” ต้าหมิงกล่าว

            “ดีมาก ถ้างั้นก็ตายไปซะ” หลางซ่งคำรามและขยับมือ

            ใบมีดสายลมก็ปรากฏและพุ่งเข้าหาต้าหมิง ต้าหมิงยิ้มออกมาก่อนจะสั่งการแมงป่องโลหิตทันที ต้าหมิงเคลื่อนใหวด้วยความเร็วก่อนในมือของต้าหมิงจะปรากฎธนูสีดำ

            “เจ้าทำได้แค่นี้งั้นเหรอ” ต้าหมิงใช้แรงมหาศาลของตนเองดึงสายทันที

            ตอนนี้คันธนูของต้าหมิงถูกเสริมให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น การดึงสายต่อละครั้งจำเป็นต้องใช้แรงมหาศาลต่อให้เป็นจอมเวทย์ระดับขุนพลหรือจอมพลก็ไม่สามารถดึงสายธนูของต้าหมิงในตอนนี้ได้

            “ตูม!!!!!!!!!!!!”

            ต้าหมิงใช้พลังเวทย์ของตนเองเป็นศรและยิงออกไป ศรของต้าหมิงพุ่งผ่านใบมีดสายลมของหลางซ่งทันที หลางซงแสดงสีหน้าตื่นตระหนกกับความเร็วของศรและใช้พลังเวทย์ลมปกคลุมร่างกายพร้อมกับเคลื่อนใหวด้วยความเร็วสูง

            “เอ้าได้เวลาเต้นรำกันแล้ว” ต้าหมิงยองศรเวทย์ออกไปอย่างต่อเนื่องทำให้หลางซ่งได้แต่หลบด้วยความลำบาก

            “นี่มันอะไรกัน ความเร็วของศรนั่นมันไม่เร็วไปหน่อยงั้นเหรอ” ผู้คนที่เห็นพากันกล่าวด้วยสีหน้าตกใจถ้าหลางซ่งไม่ใช่จอมเวทย์วายุละก็คงไม่สามารถหลบได้ทัน

            “แต่เดิมสนามประลองแบบนี้ไม่เหมาะที่จะใช้ธนูแต่เขากลับสามารถใช้ธนูกดดันหลางซ่งให้ตกเป็นรองได้พรสวรรค์ด้านธนูของเขาไม่แพ้พวกดินแดนภูติเลย”

            “ข้าว่าคันธนูนั่นจะต้องแข็งมากๆแน่ เจ้าดูสิการดึงสายต่อละครั้งของเขาดูเหมือนจะกินแรงกายไปมากทีเดียว” หลายคนสังเกตุเห็นว่าการดึงสายธนูแต่ละครั้งของต้าหมิงทำให้เส้นเลือดปูดบวมปรากฎที่แขนของต้าหมิง

            “ด้วยแรงมหาศาลแบบนั้นยังต้องลำบากในการดึงสายแล้วถ้าเป็นพวกเราไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถดึงได้เลยงั้นเหรอ” ผู้คนพากันกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

            “ต้าหมิงอย่าได้ในให้มันมากนัก” หลางซ่งที่เคลื่อนใหวหลบไปมาคำรามออกมาด้วยความโกรธก่อนจะประกบมือเข้าหากันทันที

            “วายุหมุนกันโชก” หลางซ่งคำรามออกมา

            วายุหมุนขนาดใหญ่สองลูกปรากฏออกมาและเคลื่อนใหวโจมตีไปทางต้าหมิงทันที ต้าหมิงตื่นตระหนกก่อนจะเคลื่อนใหวหลบหนี แต่ไม่นานพายุทั้งสองลูกก็ติดตามต้าหมิงมาติดๆ

            “นี่เจ้านั่นสามารถมาถึงระดับความคุมพลังเวทย์ได้ระดับนี้แล้วงั้นเหรอ” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าเปลี่ยนไป ถึงต้าหมิงจะมีพรสวรรค์ในการควบคุมพลังเวทย์แต่ต้าหมิงก็ยังไม่สามารถควบคุมพลังเวทย์ให้เคลื่อนใหวได้แบบหลางซ่ง

             

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์ผู้ใช้อสูรมายา ที่คุณอ่าน