เจอะเจอ
เมื่อเดินเข้ามาในงานเลี้ยงของฮูหยินสกุลถงแล้วสี่แม่ลูกที่ได้รับการต้อนรับขับสู่เป็นอย่างดีถึงขนาดเชิญมายังที่นั่งที่จัดไว้ให้เป็นพิเศษไม่ห่างจากผู้เป็นเจ้าของงานนักงานเลี้ยงน้ำชาวันนี้จะเชิญแขกเฉพาะสตรีเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นฮูหยินหรือว่าคุณหนูก็ว่าไปซึ่งงานสังคมแบบนี้ไม่ใช่ว่าใครจะอยากมาร่วมก็มาได้ง่ายๆจะต้องได้รับการยอมรับจากคนหมู่มากหรือเจ้าของงานเสียก่อนเหมือนอย่างนางลี่จูที่เป็นถึงภรรยาเถ้าแก่ร้านเจี้ยนเฉิงอันเลื่องชื่อมีหรือจะไม่ผ่านเกณฑ์ของพวกหญิงชั้นสูง
“มาเร็วลูกมาทักทายฮูหยินเจี้ยนเฉิงและบุตรสาวเสียหน่อย”แค่เพียงนางลี่จูเดินไปนั่งที่ไม่นานก็เริ่มมีฮูหยินหลายต่อหลานคนเข้ามาทำความรู้จักอย่างออกนอกหน้านางลี่จูก็ได้แต่ยิ้มรับกลับไปไม่รู้จะสนทนาอะไรได้แต่ใช้และพยักหน้าหรือตอบประโยคสั้นๆเท่านั้น
“อ่าวันนี้ฮูหยินเจี้ยนเฉิงมาร่วมงานด้วย ข้าฮูหยินจางนี่ลูกสาวของข้า”เมื่อมีคนแรกก็มีอีกหลายคนเข้ามาทำความรู้จักกับพวกนาง
“บุตรสาวของท่านช่างงดงามนักยิ่งผู้นี้คุณหนูลี่ถิงใช่หรือไม่ งดงามยิ่งกว่าตอนประกวดสาวงามเสียอีกถ้าลงประกวดปีนี้ตำแหน่งคงอยู่ไม่ไกลแล้ว” น้ำคำเอ่ยประจบประแจงยังดังออกมาไม่ขาดสายผู้คนในงานนั้นหลังจากที่ชิงเถาเฝ้ามองมาครู่ใหญ่แล้วสามารถแบ่งได้สามกลุ่มคือคนที่เข้ามาสนทนากับมารดาและพวกนางซึ่งมีเกือบถึงครึ่งของคนทั้งหมดกลุ่มต่อมาคือคนที่ไม่ได้ยินดียินร้ายกับพวกนางเท่าไหร่ออกจะรำคาญคนที่อยู่ๆก็เข้ามาส่งเสียถามไถ่มารดานางเสียด้วยและกลุ่มสุดท้ายนั้นไม่น่าไว้วางใจเสียเท่าไหร่เพราะดูแล้วจะไม่ชอบพวกนางอย่างรู้สึกได้ไม่ยากแต่ก็นั่นแหละชิงเถาก็ยังตัดสินไม่ได้หรอกว่าระหว่างกลุ่มแรกกับกลุ่มสุดท้ายใครน่ากลัวกว่ากัน
“ยินดีที่ได้พบฮูหยินทั้งหลายเจ้าค่ะวันนี้ข้ามาร่วมงานเป็นครั้งแรกต้องขอคำชี้แนะด้วย” นางลี่จูได้แต่เอ่ยออกมาอย่างอ่อนน้อมอย่างไรเสียทำตัวเป็นผู้น้อยก็ดีกว่าอวดเบ่งล่ะนะ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกเราเชิญมาเพื่อผ่อนคลาดเท่านั้นท่านไม่ต้องเครียดไป” บทสนทนาของนางลี่จูกับสหายจำเป็นก็เริ่มดำเนินไปอย่างทุลักทุเลจนกระทั่งแขกเดินทางมาครบเจ้าของงานวันนี้จึงได้กล่าวเปิดงานเล็กๆน้อยๆพอเป็นพิธี
“วันนี้ข้าต้อนรับฮูหยินและคุณหนูทุกท่านขอให้สนุกกับงานในวันนี้” ฮูหยินถงสตรีวัยสามสิบกว่าที่ยังงดงามเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง
“วันนี้นอกจากเพียงนั่งจิบชาแล้วบุตรสาวของข้ายังจะมาบรรเลงเพลงด้วยกู่เจิงให้พวกท่านได้ฟังกันนี่บุตรสาวของข้าถงหรานหราน”ฮูหยินถงไม่วายจัดงานเพื่อนำเสนอบุตรสาวตัวเองให้แก่คนทั้งหลายได้เห็นความสามารถเมื่อทุกคนให้ความสนใจคุณหนูถงหรานหรานก็เริ่มบรรเลงบทเพลงทำนองหวานทันที
“พวกเราก็เล่นได้เช่นกันไม่เห็นต้องอวดเลย” ชิงเถาอดจะเอ่ยออกมาไม่ได้ ดีที่เสียงนางไม่ดังเท่าไหร่จึงได้เพียงสายตาดุๆจากพี่สาวส่งมาให้เท่านั้น
“ไม่พูดเช่นนั้นสิไม่น่ารักเลย” ลี่ถิงเอ่ยตักเตือนน้องสาวออกมาถึงแม้ว่าในใจนางจะคิดไม่ต่างกันเพราะเมื่อครู่ดูเหมือนคุณหนูถงหรานหรานผู้นี้จะเล่นแปร่งๆไปแต่ก็ไม่ถึงกับน่าเกลียดอะไร
“จัดงานแล้วก็ควรจะจ้างคนมาแสดงสิเจ้าคะจะใช้แรงงานลูกตัวเองทำไม” ชิงเถายังไม่ค่อยชอบใจในการแสดงความสามารถเพื่อให้พวกแม่ๆได้อวดลูกกันนัก
“อย่าว่าแต่คนอื่นเลยแม่ก็จะใช้แรงงานลูกเหมือนกัน”นางลี่จูที่ได้ยินลูกๆคุยกันจึงอดจะเอ่ยจึงร่วมด้วยไม่ได้
“ท่านแม่อ่ะ”แล้วชิงเถาก็เงียบไปเมื่อเจอประโยคเมื่อครู่นางยอมให้มารดาใช้แรงงานเพื่อหาเงินทองเข้าบ้านดีกว่าที่ต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ท่ามกลางตาหลายสิบหรือเป็นร้อยคู่เพื่อจับผิดตัวเองแบบนี้หรอกนะ
ไม่ใช่เพียงชิงเถาหรอกที่เอ่ยวิจารณ์คุณหนูผู้กำลังบรรเลงบทเพลงอยู่ผู้อื่นก็กระซิบกระซาบกันแบบเงียบๆ เหมือนไม่ได้เอ่ยอะไรเช่นกัน
“แม่ว่าลูกทำได้ดีกว่านี้อีกมากเชียวอย่าให้ขายหน้าล่ะ” หรือจะเป็น
“นางคิดว่าจะให้ลูกนางได้เด่นอยู่คนเดียวหรือเจ้าเตรียมตัวไว้เดี๋ยวแม่จะเอ่ยเสนอให้ลูกได้แสดงเช่นกัน”ฮูหยินนางหนึ่งเอ่ยกับบุตรสาวอย่างขุ่นเคืองผู้เป็นเจ้าของงานนางไม่ได้เป็นฮูหยินของขุนนางใหญ่โตเท่าไหร่จึงไม่ได้เวียนไปจัดงานเลี้ยงที่จวนนางมิเช่นนั้นแล้วนางจะจัดให้บุตรนางทุกคนได้แสดงความสามารถให้โดดเด่นไปเลย
“คุณหนูถงผู้นี้ใช้ได้ทีเดียวพี่ชายเจ้าจะชอบหรือไม่นะ” ส่วนอีกหลายคนก็เล็งคุณหนูผู้นี้ให้กับบุตรชายของตนเช่นเดียวกันด้วยคุณหนูถงหรานหรานไม่ใช่ธรรมดามีบิดาเป็นถึงขุนนางใหญ่และยังกำเนิดจากฮูหยินอีกด้วยเช่นนี้แล้วจะไม่รีบคว้าไว้ได้อย่างไร
“แต่จะว่าไปขนมและน้ำชาที่นี่ก็ดีไม่น้อยเลยนะเจ้าคะสมกับเป็นงานเลี้ยงน้ำชา ชารสดีจริงๆ” ชิงเถานางให้ความสนใจผิดจากคนอื่นไปเสียแล้วแต่ก็ถือว่าเป็นคำชมเชยล่ะนะนางลี่จูได้ยินจึงไม่ได้ตักเตือนอีกแต่อย่างไร
“น้องรองกินเยอะไปน่าเกียจ” แต่ไม่ใช่กับพี่สาวนางที่ยังบ่นออกมอยู่ลี่ถิงนี่เคร่งครัดยิ่งกว่าผู้เป็นมารดาเสียอีก
“เสียดายเจ้าค่ะถ้าทำมาแล้วเราไม่กินคนทำก็เสียใจแย่” ชิงเถาทำหน้าเศร้าสร้อยเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อครัวแม่ครัวเป็นอย่างดี
“เช่นนั้นก็ตามเจ้าว่าเถอะ”ลี่ถิงนั้นนางไม่สามารถถกปัญหากับน้องสาวผู้นี้ชนะเลยชิงเถานั้นต้องหาข้อมาหักล้างนางได้ตลอด
“ว่าแต่คุณหนูผู้นั้นเป็นใครรึ พี่เห็นมองพวกเรานานแล้วนะ”เยว่ซินที่นั่งเงียบมานานเอ่ยขึ้นมาเมื่อนางลองสังเกตมาพักใหญ่แล้วกับคุณหนูท่านหนึ่งที่มองมาทางพวกนางเป็นระยะๆและคาดว่าคนอื่นอาจจะไม่ได้สนใจนางเท่าไหร่เพราะด้วยถกปัญหาเรื่องอื่นอยู่
“ใครหรือเจ้าคะ”ชิงเถาถามกลับทันควัน อาจจะเป็นลูกค้าประจำนางหรือเปล่าจะได้ยิ้มทักทายไว้แล้วค่อยเข้าไปพูดคุยด้วยสักคำสองคำ
“คุณหนูที่สวมชุดสีชมพูอ่อนนั่งฝั่งตรงข้ามกับเราน่ะ ถัดไปทางซ้ายไม่มาก” เยว่ซินบอกพิกัดแก่ชิงเถาแต่สายตามิได้มองไปแต่อย่างใดด้วยกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่ากำลังถูกถึงอยู่
“ไหนเจ้าคะ”ชิงเถานางก็ค่อยๆ หันไปดูอย่างมืออาชีพไม่ทำจนโจ่งแจ้งจนเกินไปให้เกินงาม
“เอ๊ะนั่นมัน” แม้แต่ลี่ถิงที่มองตามก็ยังเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ
“ดูเหมือนว่านางเอกผู้อาภัพจะได้ออกมาสู่โลกกว้างแล้วสินะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างเบาๆ เมื่อเห็นใครคนหนึ่งนั่งสงบอยู่ไม่ไกลนักชิงเถาไม่ได้เจอคุณหนูผู้นี้มาหลายปีแล้วไม่คิดว่าความงดงามจะเพิ่มขึ้นมากเป็นทวีคูณขนาดนี้นางชักอยากจะรู้แล้วสิว่ามารดาของคุณหนูผู้นั้นจะงดงามขนาดไหนเพราะลำพังเพียงบิดาของนางก็เพียงชายหน้าตาทั่วไปที่ตาตี่หน้ากลมแต่นางนั้นกลับมีดวงตาที่คมชัด ผิวขาวราวหิมะ หน้าเรียวสวยโดดเด่นนี่แสดงว่าตาเราดีเหมือนกันนะเนี่ยที่คาดว่านางโตขึ้นจะต้องงดงามและก็เป็นตามนั้นจริงๆ ไปเป็นแมวมองได้เลยนะเราเนี่ย
“นั่นมันฮูหยินเทียนกับบุตรสาวมิใช่หรือ”ลี่ถิงเอ่ยออกมาอย่างสงสัยปนตกใจ มิใช่ว่าพวกนางถูกจับจ้องจากคุณหนูเทียนหรอกนะ
“ใช่แล้วเจ้าค่ะคนจากตระกูลเทียน แต่ที่ข้าแปลกใจคือคุณหนูใหญ่มาได้อย่างไรกัน”ชิงเถาตอบพี่สาวออกมา แต่ก็ยังอดสงสัยมิได้ ทำไมคุณหนูใหญ่เทียนซืออิ๋งผู้ถูกสั่งให้อยู่เพียงเรือนเล็กท้ายจวนถึงได้มานั่งหน้าสวยอยู่ที่นี่ได้กัน(ไม่ได้อิจฉาในความงามของอีกคนแต่อย่างไร)