ยี่ผิง นางไม่ลังเลใจ ที่จะช่วยเหลืออี้เฉิน อีกต่อไป หมายมั่นจะนำพา อี้เฉินออกไปจากเผ่าพันธุ์สงครามของนาง แม้ว่า จะต้องแลกด้วยชีวิตของนางก็ตาม นางก็ไม่ลังเลที่จะทำมัน ครั้นเมื่อนึกถึงยามที่อี้เฉินเคยช่วยเหลือนาง
เมื่อพลังของหินเทพเจ้าที่ผสานรวม เข้ากับตัวนาง ถูกบังคับฝืนตื่น ปราณพลังมหาศาล ที่หลับใหลอยู่ในกายก็แพร่กระจายออกมาอย่างบ้าคลั่ง ล้นทะลักทลาย ออกไปทั่วทิศ ร่างกายเกิดรอยแตกร้าวปริแตกลุกลามไปทั่วกายา ทว่ามันก็แลกมากับพลังที่มากมหาศาล ของยี่ผิง ก่อเกิดร่างเงา วิญญาณสงครามสว่างเด่นชัด ปีกแสงกลางออกกว้าง ประหนึ่งผีเสื้อที่ออกจากรังไหม ส่งกลิ่นอายที่น่าคร้ามเกรง แผ่ไพศาล นำพาให้หัวใจหมู่ชนโดยรอบ สั่นไหวในฉับพลัน ราวกับเป็นประจักษ์พยาน การถือกำเนิดของเซียนหญิง ลงมาจุติ ยังพื้นโลก
เจียหลิน ดวงตาของนางแดงก่ำในทันที ครั้นเห็นน้องเล็กของนาง ใช้พลังหินเทพเจ้าที่หลับใหลภายในร่างกาย "เจ้าบ้าไปแล้วหรือยี่ผิง เพียงเพื่อเด็กหนุ่มเพียงผู้เดียว เจ้าถึงกับยอมสละแม้กระทั่งชีวิตของเจ้า ละทิ้งเป้าหมายในชีวิตเพื่อคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้า"
ยี่ผิง กล่าวด้วยใบหน้ารู้สึกผิดไม่น้อย ทว่าคำพูดของนางก็แฝงไว้ด้วย คำพูดสั่งเสีย "พี่หญิงข้าขอโทษที่ทำอะไรบุ่มบ่าม แต่ว่าสิ่งที่ข้าทำ มันอาจจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้บ้าง" ก่อนที่ปีกแสงด้านหลังนาง จะขยับไหว ส่งกายาหายไปราวกับหมอกควัน มาปรากฏด้านข้างอี้เฉิน ในเสี้ยววินาที
เหล่าเทพสวรรค์พวกเขารับรู้ถึงพลังที่มากมหาศาล ล้นทะลักออกมาเช่นกัน แต่พวกเขาก็ไม่คิดว่าคุณหนูยี่ผิงจะพุ่งเข้ามาท่ามกลางวงล้อม เพื่อช่วยเหลือชายหนุ่มเฉกเช่นนี้ ยี่ผิงนางในยามนี้แทบจะไปแตะอยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์ ส่งแรงกดดัน เหล่าเทพสวรรค์น้อยๆ ออกมาไม่ขาด บอกกล่าวคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก "คุณหนูยี่ผิง ท่านบ้าไปแล้วหรือ รีบหยุดพลังหินเทพเจ้าเร็วเข้า แม้ตัวท่านจะมีพลังมากมายในยามนี้ แต่ไม่ช้าร่างของท่านจะรับไม่ไหวอีกต่อไป"
ยี่ผิง นางไม่ได้กล่าวคำพูดใด ก่อนกลางปีกแสงออกกว้าง นำพาร่างอี้เฉินหนีออกไปพร้อมกับนาง หมู่ชนไม่น้อยที่เห็นภาพพวกเขาตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดยี่ผิงจะยอมแม้กระทั่ง สละพลังของตนเองเพื่อช่วยชายหนุ่มผมขาว คาดเดาความสัมพันธ์ ของพวกเขาทั้งสอง ได้อย่างไม่ยากเย็น
อี้เฉินที่เห็นใบหน้ายี่ผิง เต็มไปด้วยความเจ็บปวด มันก็ทำให้เขาเองรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่านาง ครั้นเห็นนางคิดจะพาตัวเขาหนีออกไปจากสถานที่แห่งนี้
ฉับพลัน ความโกรธเกรี้ยว ภายในอารามหลวงก็ปะทุอย่างรุนแรง ปราณพลังขั้นเซียนสวรรค์โหมซัดอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้ทั่วนครสงคราม สะเทือนเลื่อนลั่น รับรู้ถึงความโกรธแค้นของผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ห้วงอากาศ แหวกออกเป็นมิติที่แตกร้าว ด้านหน้า ยี่ผิงกับอี้เฉินในฉับพลัน ก่อนที่ ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย จะก้าวเท้าออกมา กล่าวคำพูดออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง "เจ้าเก็บพลังของเจ้ากลับไปเดียวนี้ ยี่ผิง เจ้าไม่รู้หรือว่า เจ้าทำสิ่งที่โง่เขลาลงไป"
"แต่ แต่ท่านพ่อ เราควรปล่อย อี้เฉินไปตามทางของเขา ไม่เช่นนั้น ข้าไม่มีทางยอมถอย" ยี่ผิงนางดื้อดึงอยู่ไม่น้อยพลิ้วกายาออกไป ราวกับศรแสงที่ถูกยิง หมายจะนำพาอี้เฉินไปให้ไกลที่สุด เท่าที่จะทำได้ ทว่าอี้เฉินรับรู้ได้เป็นอย่างดี การจะหนีขั้นเซียนสวรรค์ยากยิ่งกว่า สิ่งใดเนื่องด้วยขั้นพลังนี้อยู่ในขอบเขต หยั่งรู้มิติ และกาลเวลา เรียกว่าตัวตนเหนือกฎธรรมชาติก็ไม่มีผิดเพี้ยน อายุขัยยาวนาน ร่วม2000ปี
ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย เขาเริ่มเดือดดาลเป็นโทสะ หากปล่อยไว้เฉกเช่นนี้ ยี่ผิงได้ตายตกเป็นแน่ เขาที่ไร้ทางเลือกตะโกนออกมากู่ก้อง "บรรพบุรุษชรายี่ลั่วหยาง โปรดท่านช่วย ผนึกพลังของหินเทพเจ้าด้วย" ครั้นคำพูดนั้นดังออกมาก้อง ท้องฟ้าด้านบนก็สั่นไหวอย่างฉับพลัน หมู่เมฆพลันแตกกระจาย ออกเป็นเสี่ยงๆ เสียง ปัง! ปัง! ดังออกมาสนั่นหวั่นไหว หนึ่งดินแดนถึงกับโยกคลอน สั่นไหว เมื่อบรรพบุรุษชรายี่ลั่วหยาง สืบเท้าก้าวเดินท่ามกลางอากาศ
แม้ชายชราจะเต็มไปด้วยเส้นผมสีขาวโพลน ทว่ากายาของเขา กลับเต็มไปด้วยมัดกล้าม ส่งปราณพลัง ไม่อาจหยั่งถึงออกมาท่วมท้นท้องฟ้า จนบรรยากาศรอบๆ ราวกับตกอยู่ในจุดเยือกแข็ง ทว่าตัวของชายชรา กับเลือนราง ยากจะจับต้อง เพียงก้าวเท้าธรรมดาไม่กี่ก้าว ก็สามารถมาหยุดยี่ผิงกับอี้เฉินไว้อย่างง่ายดาย ก่อนชายชราจะผนึก ยี่ผิงส่งผลให้ตัวนางเข้าสู่สภาวะจำศีล หลับใหลลงไปอย่างไม่รู้ตัว แม้ว่ายี่ผิง จะมีหลายสิ่งหลายอย่างจะเอ่ยพูดก็ตาม แต่ก็ไม่อาจเอ่ยพูดได้ทัน
ด้านอี้เฉินที่เห็นภาพเบื้องหน้า กายาเขาสั่นเทา เย็นเยือก ด้วยความหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย แม้แต่คำจะเอ่ยพูดออกมา ยังติดอยู่ในลำคอจนหมด เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้สูงศักดิ์ทั้งสอง
ครั้น บรรพบุรุษชรายี่ลั่วหยาง หันมาจ้องมอง อี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้าประหนึ่งดวงตาที่มองทะลุทุกสิ่ง อี้เฉินรับรู้ได้เป็นอย่างดี เมื่อถูกสายตาคู่นั้นของชายชรา จับจ้อง ราวกับเขาไม่อาจปิดบังอะไรภายใต้สายตาคู่นั้นได้ เหมือนกับหญิงสาว ที่ตัวอี้เฉินพบเจอภายใน โรงเตี๊ยมแสงจันทร์ ชั้น 7 อย่าง อี้ฟางหรง ไม่คิดเขาจะต้องมาพบเจอ คนระดับสูงของทวีปเฉกเช่นนี้
บรรพบุรุษชรา ยี่ลั่วหยาง กล่าวด้วยแววตาประหลาดใจไม่น้อย "หืม!! กระดูกศักดิ์สิทธิ์ สมบูรณ์ ตั้งแต่อายุยังน้อยอย่างนั้นหรือ เจ้าไม่เลวเลย ยี่หาญเจีย จับตัวมันไปขังเสีย แล้วเอากระดูกศักดิ์สิทธิ์มันมาให้ยี่ผิง ยามนี้ นางเสียพลังไปมาก ต้องใช้สิ่งของล้ำค่า ชั้นฟ้า ฟื้นฟูปราณพลังที่หลับใหล ของนาง"
อี้เฉินได้ยินเขาหัวใจตกวูบไปอยู่ตาตุ่ม ในฉับพลัน แต่ยามนี้ตัวเขาจะทำอะไรได้ เมื่ออยู่ต่อหน้า ขั้นพลัง ราชันสวรรค์ แม้ว่าประกายตา จะเต็มไปด้วยความดื้อรั้น แต่ไร้ซึ่งกำลังที่จะหลบหนี ตกอยู่ในกำมือของพวกเขาเหล่านั้น
ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ที่อุ้มลูกสาวของตนไว้ เขารับรู้ได้ในทันที ว่ายามนี้ ยี่ผิงแทบไม่ต่างอะไรไปจากคนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง หากไม่ได้สิ่งล้ำค่าฟื้นฟู ปราณพลังที่หลับใหล เกรงว่านาง จะไม่มีทางลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครา ทว่าเขาก็อดไม่ได้ที่จะบอกกล่าว บรรพบุรุษชรา ยี่ลั่วหยาง "ท่านบรรพบุรุษ ไอ้เด็กเวรนี้ มันเป็นที่ต้องการตัวของ 4สำนักใหญ่ หากเราช่วงชิง กระดูกศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาเหล่านั้นจะไม่เดือดดาล เป็นโทสะหรือ?"
บรรพบุรุษชรา ยี่ลั่วหยาง กล่าวด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "หากเจ้าต้องการช่วยลูกสาวของเจ้า กระดูกศักดิ์สิทธิ์ ที่สมบูรณ์ คงจะช่วยนางได้ไม่น้อย ..เจ้าต้องเป็นคนเลือกเส้นทางนั้นด้วยตัวของเจ้าเอง"
อี้เฉินได้ยิน เขาด่ากราดออกมาในทันที "พวกท่านสองคนไม่คิดจะไต่ถาม ข้าบ้างเลยหรือ เหตุใดข้าต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ท่านเองก็น่าจะรู้ดี ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ข้าเคยเตือนท่านแล้ว ท่านเคยฟังที่ข้าเอ่ยพูดหรือไม่? ตัวท่านแหละที่นำหายนะมาสู่ดินแดน"
ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ครั้นได้ยินเด็กหนุ่มในกำมือ เอ่ยคำพูดออกมา เขาส่งปราณพลังบีบรัดร่างอี้เฉินในทันที แม้ว่าจะจำคำพูดของชายหนุ่มได้ดี ทว่ายามนี้ มันยากเกินจะพูดคุยกันอีกต่อไป เป็นเพียงผู้ห่างเหิน หรือศัตรูเท่านั้น "เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก ดูสิคราวนี้เจ้าจะยังรอดพ้นได้อีกหรือไม่? เมื่อไม่มีใครคอยช่วยเจ้าอีกต่อไป" ก่อนผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย จะโยนร่างอี้เฉินที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ริมฝีปากเปรอะเปื้อนคราบเลือด ออกไปให้เหล่าเทพสวรรค์ชุดคลุมดำ
"จับตัวมันไปขังยังคุกใต้ดินเสีย ข้าจะจัดการมันเอง" ผู้นำเผ่าสงคราม ยี่หาญเจีย ครั้นกล่าวคำพูดเสร็จสิ้น เขาก็พาร่าง ยี่ผิงจากไป ในทิศทางอารามหลวง ทว่าใจลึกๆ เขาอดไม่ได้ที่จะกล่าวคำพูด บอกกล่าวลูกสาวในอ้อมแขน "ยี่ผิง เหมือนว่าพ่อจะต้องทำเรื่องที่ผิดต่อลูก อย่างไรพ่อก็ไม่อาจปล่อยให้เจ้าอยู่ก็เหมือนตายเฉกเช่นนี้ได้ ต่อให้ผิดบาปกับคนทั้งเผ่าพันธุ์พ่อก็จะทำ"