ณรัชต์ก็ยังทำให้ส้มหงุดหงิดอยู่เหมือนเดิมนอกจากจะไม่ค่อยสนใจทักทายเธอเหมือนแต่ก่อนแล้ว ดูเหมือนพยายามเลี่ยงที่จะคุยกับเธอด้วยซ้ำไป
เป็นคู่สอบลีลาศกับเธอแท้ๆ แต่นอกจากครั้งแรกที่ได้ไปซ้อมลีลาศกันที่บ้านเธอแล้ว ครั้งต่อๆมา เขาก็ไม่ได้มาซ้อมด้วยกันอีกเลย
จนหลังปีใหม่ นะก็ยังทำตัวเหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยกับเธอเหมือนเดิม พอเป็นหัวหน้าห้องกลับพูดคุยกันอย่างสนิทสนมบ่อยๆ แต่พอคุยกับเธอกลับถามคำตอบคำ
ทั้งที่เธอก็ไม่ได้ทำอะไรให้เขาไม่พอใจเลยนี่นายิ่งคิดยิ่งทำให้ส้มหมั่นไส้เขาขึ้นไปอีก
นอกจากในห้องเรียนแล้ว อาทิตย์ถัดมาส้มก็ยังได้เจอเขานั่งรถมากับพ่อของเธอสำหรับที่โรงเรียนเธอกับบีเพื่อนสนิทมักจะทำตัวเรียบร้อยกว่าปกติ ดังนั้นกิจกรรมอย่างการเล่นกีฬา หรือการทำตัวแบบสมัยเป็นหัวโจกโรงเรียนหญิงล้วนพวกเธอจึงมักเก็บไว้แสดงออกที่บ้านหรือกับเพื่อนและรุ่นน้องโรงเรียนเก่ามากกว่า อย่างการเล่นบาสฯ บ่อยครั้งเธอก็ชอบนัดเพื่อนกับรุ่นน้องโรงเรียนเก่ามาเล่นกันที่บ้านของเธอ
หลังเลิกเรียนวันหนึ่งขณะส้มกำลังเล่นบาสเกตบอลอยู่ที่ลานข้างบ้านหน้าลานจอดรถ เธอก็เห็นนะเดินลงมาจากรถพร้อมกับพ่อของเธอ ขณะเพื่อนร่วมห้องที่มากับพ่อของเธอกำลังเดินผ่านกลุ่มพวกเธอที่กำลังเล่นบาสฯอยู่ เห็นเขาเหลือบมองมาทางเธอแวบหนึ่ง ส้มจึงผลักลูกบาสส่งไปที่เขาทันที
“ทำอะไรน่ะส้ม” พ่อที่เดินนำหน้าไปแล้วหันกลับมาขมวดคิ้วถามเธอ
“บอลมันหลุดมือค่ะพ่อ” เธอรีบแก้ตัว
ชิ! มือไวชะมัด นึกว่าจะโดนสักหน่อย
ส้มเห็นพ่อส่ายหัว ก่อนพยักหน้าให้เขาเดินตามเข้าบ้านไป
เขามีธุระอะไรกับพ่อของเธอกันนะ
ระหว่างที่เธอกับเพื่อนและรุ่นน้องเล่นบาสฯ กันอยู่ ส้มก็เห็นเขานั่งคุยในบ้านกับพ่อของเธออยู่นานสองนานกว่าจะกลับออกไป
ผ่านไปอีกสองสัปดาห์ต่อมาเขาก็ยังทำตัวห่างเหินไม่เปลี่ยน แต่แล้วขณะที่เธอกับเพื่อนผู้หญิงในห้องกำลังจับกลุ่มคุยเรื่องเรื่อยเปื่อยอย่างเรื่องนักร้อง หนัง หรือละครเมื่อวานอยู่ จู่ๆ นะก็เดินตรงเข้ามาหาเธอ
“ส้ม”
“นะ? ” ส้มใจเต้นตึกตัก
“ต้นเดือนหน้าวันที่ 4 ที่บ้านเรามีผ้าป่า” เขาบอกเรื่องที่ทำให้เธองุนงง
“ฝากบอกพ่อส้มหน่อยนะ” นะบอกเสร็จก็เดินกลับ
คล้อยหลังคนพูดเดินจากไป เพื่อนสนิทของส้มก็รีบซักไซ้ขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นนะเดินออกห่างไปจนไม่น่าจะได้ยินแล้ว
“นางสาวสริตา! เธอมีความลับอะไรกับนายณรัชต์เหรอ เล่ามาให้เพื่อนฟังเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ใช่ๆ เล่ามาเลยนะ มีรู้จักพ่อกันด้วย น่าสงสัยๆ ” เพื่อนที่นั่งรอบข้าง ก็พลอยร้องสนับสนุนตามยัยบีขึ้นมาด้วย“เล่าอะไรล่ะ ไปถามพ่อเราที่บ้านโน่น”ส้มก็ไม่รู้ว่านะกับพ่อของเธอมีเรื่องอะไร
“นั่นแน่ ๆ ปากแข็ง” เพื่อนๆ พากันล้อเธอ
เย็นวันนั้นที่โต๊ะอาหารเย็นส้มจึงบอกข้อความที่นะฝากมาให้พ่อของเธอพร้อมกับถามด้วยความสงสัย
“งานผ้าป่าทำไมนะต้องมาบอกพ่อด้วยล่ะคะ”
“คงจะแนะนำอ้อมๆ เรื่องหาเสียงของพ่อน่ะ คงอยากให้แวะไป”
ส้มรู้ว่าพ่อของเธอเพิ่งลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่เธอไม่ยักรู้ว่าเพื่อนร่วมห้องจะสนใจเรื่องนี้ด้วย แถมยังบอกผ่านเธอบอกพ่อให้แวะไปหาเสียงที่งานผ้าป่าของบ้านเขาด้วย
“เพื่อนส้มคนนี้ฉลาดดี พ่อชอบ”
“แต่ส้มไม่ชอบเลย” เธอไม่ค่อยชอบเขาในตอนนี้เลย ดูเคร่งขรึม ลึกลับ และยังขี้เก๊กอีกด้วย
เย็นวันต่อมาหลังเลิกเรียนขณะส้มกำลังเดินถือสมุดไดอารี่เดินลงจากชั้นบนของบ้านผ่านมุมรับแขก เธอก็ต้องแปลกใจที่เห็นนะมาบ้านของเธออีกแล้ว
“ส้ม” พ่อของเธอส่งเสียงเรียก
“คะพ่อ”
“พาเพื่อนไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยสิ พวกพ่อมีธุระคุยกันนิดหน่อย”
จู่ ๆ ก็ถูกพ่อใช้ให้รับรองแขก ส้มจึงหันไปพยักหน้าให้แขกคนที่ว่าเดินตามเธอมา
เธอไม่มีอารมณ์จะพาเขาไปเดินเล่นชมสวนหรือชมนกชมไม้ตามที่พ่อบอกมาหรอก ดังนั้นเมื่อเดินออกจากตัวบ้านมาได้ส้มจึงเดินตรงไปที่ศาลาเรือนไม้ข้างบ้านที่สงบร่มรื่นทันทีโดยไม่สนใจว่าเพื่อนร่วมห้องจะเดินมาตามมาหรือเปล่า
“หน้าหนาวปีนี้หนาวเนอะ เช้า ๆ ไม่ค่อยอยากตื่นเลย ขนาดตอนนี้ไม่ทันค่ำก็ยังเริ่มเย็นแล้ว” คนที่เดินตามเธอมาชวนคุยขึ้น
ส้มจึงหันไปมองหน้าอีกฝ่าย พร้อมถามเรื่องที่เธอสงสัยเกี่ยวกับพ่อของเธอ
“นะมีเรื่องอะไรกับพ่อเราเหรอ เห็นมีเรื่องคุยกันบ่อย ๆ ”
“บ้านเราจะเป็นหัวคะแนนให้พ่อส้มล่ะ” เขาตอบยิ้มๆ เหมือนพูดเล่น
เธอไม่ชอบรอยยิ้มตอนนี้ของเขา มันเหมือนผู้ใหญ่ยิ้มๆ มองเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวยังไงชอบกล
“จริงอะ” เธอทวนคำตอบ
“ใช่แล้ว ฝากตัวด้วย”นะตอบกลับมา
ส้มเห็นณรัชต์ดูอารมณ์ดีในวันนี้ จึงถือโอกาสถามเรื่องที่เกี่ยวกับครอบครัวของเขาบ้าง นะก็ตอบเธอทุกคำถาม ไม่ว่าจะเรื่องอาชีพที่บ้าน เรื่องคณะที่อยากจะเรียนต่อในอนาคต หรือเรื่องพี่น้อง
ทำไมแต่ก่อนเธอถึงไม่เคยถามเขาเลยนะ
“นะมีพี่สาวด้วยเหรอ”
“อือ แต่อย่ารู้จักเลย”
“คนที่มาด้วยวันนี้ใครเหรอ” นั่นพ่อของนะหรือเปล่านะ
"พ่อทูนหัวเราเอง”คนตอบทำหน้ายิ้มๆ
ส้มก็อารมณ์ดีตามไปด้วย ตั้งแต่ขึ้นชั้น ม.6 มา เธอเพิ่งได้พูดคุยกับนะอย่างคุ้นเคยและผ่อนคลายแบบนี้เป็นครั้งแรก“คุณส้มคะ ท่านให้พาแขกเข้าบ้านค่ะ” แล้วแม่บ้านก็ออกมาเรียกให้พวกเธอกลับเข้าบ้านไป
ส้มอ้อยอิ่งลุกขึ้นตามเพื่อนร่วมห้องที่ลุกขึ้นยืนก่อนแล้ว ระหว่างหยิบสมุดไดอารี่ที่วางอยู่บนตักขึ้นมาถือไว้ กุหลาบแห้งดอกนั้นที่เธอทับเก็บไว้ในไดอารี่ก็หล่นออกมาจากสมุดไดอารี่
ส้มรีบก้มจะเก็บกุหลาบแห้งดอกนั้นกลับมา แต่ก็ไม่ทันณรัชต์ที่ก้มลงเก็บขึ้นมาก่อน
“มีกุหลาบทับเก็บไว้ในสมุดด้วย โรแมนติกนะเราน่ะ”
“.......”
ส้มไม่รู้จะโกรธที่ณรัชต์จำกุหลาบทับแห้งที่เขาเป็นคนให้มาไม่ได้ หรือจะอายที่เขาเห็นกุหลาบที่เขาเป็นคนให้แล้วเธอยังเก็บไว้อยู่ในสมุดไดอารี่
เธอจึงยืนหน้าแดงด้วยความทั้งฉุนทั้งอาย
ก่อนจะยื่นมือรับดอกกุหลาบแห้งกลับคืนมาเก็บไว้ในสมุดแล้วหันหลังเดินหนีคนที่เก็บกุหลาบให้ รีบเดินกลับเข้าบ้านไปโดยไม่รออีกฝ่าย
แต่นะก็ยังเดินตามล้อเธออยู่นั่นล่ะ….ฮึ
ในคาบเรียนลีลาศห้องของพวกเธอกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่พื้นสนามกีฬาในร่ม
“ยัยบี ฉันมีข่าวเศร้ามาบอกแกว่ะ”ส้มสะกิดเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ
คาบนี้เป็นชั่วโมงสอบลีลาศ แต่ผู้หญิงห้องเธอพากันนัดซ้อมมาอย่างดีตั้งหลายรอบแล้ว ดังนั้นไม่ได้กังวลกับการสอบวันนี้เท่าไหร่ จึงต่างพากันคุยเล่นรอเวลาอาจารย์เรียกออกไปสอบ
“ข่าวอะไร” เพื่อนสนิทตั้งแต่ชั้นประถมของเธอถามขึ้นอย่างระแวง
“ข่าวว่าวิทย์มีแฟนแล้ว” ส้มบอกข่าวกรองที่เธอได้ยินมาให้เพื่อนสนิทผู้แอบชอบเพื่อนร่วมห้องมาตั้งแต่ชั้น ม.4 ได้ทราบ
“จริงอ่ะ”
“จริง” ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ส้มติดตามข่าวคราวเพื่อนร่วมห้องกลุ่มนั้นเป็นพิเศษ
“ไม่เป็นไร ชั้นไม่หวั่น ก็แค่ตีให้แตกแล้วแทรกเข้าไป” บีกล่าว
ส้มกลอกตาไปกับคำตอบของเพื่อนสาว เธอรู้ว่าบีก็ทำเป็นพูดแก่นแก้วไปอย่างนั้นเอง แม้ตั้งแต่เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนนี้พวกเธอจะชอบทำตัวเปรี้ยว หว่านเสน่ห์ไปเรื่อย แต่ความจริงแล้วพวกเธอรู้ตัวดีว่าต่างอินโนเซ้นท์กันสุดๆ ได้แค่ปากเก่ง ทำสนุกไปงั้นๆ เอง
“วิทย์ปากไวจะตายไป ระวังแกก็โดนด่าซะเอง” ส้มเตือนเพื่อนสนิทก่อนกล่าวต่ออีกประโยค
“วิทย์มีดีตรงไหน แกถึงแอบชอบมาได้ตั้ง 2 -3 ปี ” เธอสงสัยรสนิยมของเพื่อน
ส้มไม่ค่อยเข้าใจเพื่อนที่ไปชอบวิทย์เท่าไหร่ เพราะนอกจากหน้าตาที่ดูตี๋ หล่ออยู่บ้างแล้ว นิสัยส่วนอื่นดูแล้วไม่ค่อยชวนสนิทสนมสักนิด
“หล่อเป็นฮัวเจ๋อเล่ยขนาดนั้น แกนั่นล่ะส้มตาไม่ถึงเอง” บีกล่าวถึงพระรองจากซีรีย์ รักใสใสหัวใจสี่ดวง (F4) ที่กำลังโด่งดัง
“วิทย์อ่ะนะ ฮัวเจ๋อเล่ย งั้นนะก็คงเต้าหมิงซื่อแล้วล่ะ” ส้มกังขา
บีชี้ไปทางพื้นที่ด้านหน้าคาบเรียนที่ตอนนี้คู่สอบลีลาศชุดแรกทยอยออกไปจนครบเตรียมสอบก่อนกล่าวกับเพื่อสาว“ก่อนจะมากังวลเรื่องชั้นนะส้ม แกดูโน่นก่อนเลย”
ตรงด้านหน้าพื้นที่จัดไว้สอบลีลาศ ตอนนี้มีเพื่อนร่วมห้อง 5 คู่กำลังยืนอยู่ ส้มมองไปตามคู่ที่เพื่อนชี้บอก
นะ กับ หัวหน้าห้อง
“นั่นเต้าหมิงซื่อคู่ลีลาศแกไม่ใช่เหรอ ทำไมโดนบิ๋มสอยไปอย่างงั้นล่ะ หือ..” บีหันมาทำหน้าล้อเลียนกลับบ้าง
“......”
“นั่นแกถูกแย่งคู่…….ลีลาศหรือเปล่าเอ่ย”บีลากเสียงยาว
“......”
“คู่นั้นเขาเต้นลีลาศเข้าคู่กันดีเนอะ ได้คะแนนเต็มแน่ๆ ” บียังพูดไม่หยุด
ผ่านไปราว 5 นาที อาจารย์ก็กดปิดเพลง การสอบลีลาศชุดแรกของห้องเธอก็จบลง
พอส้มเห็นณรัชต์เดินไปบอกกับอาจารย์ว่าจะไม่เอาคะแนนจากการเต้นคู่กับหัวหน้าห้อง ใบหน้าที่กำลังบึ้งตึงอยู่ของเธอก็คลายลง การสอบลีลาศของรอบที่ 2 ผ่านไป..
“รอบต่อไปออกมาได้” เสียงอาจารย์เรียกลำดับสอบรอบที่ 3 ดังขึ้น ส้มลุกขึ้นพร้อมกับบีที่ต้องสอบในรอบเดียวกัน
เมื่อเดินไปถึงลานสอบที่ด้านหน้าส้มกับบีต่างแยกไปหาคู่สอบของตัวเองที่ยืนรออยู่
ส้มถอนสายบัวให้คู่ลีลาศของเธอที่กำลังโค้งให้ ก่อนยื่นมือขวาไปให้อีกฝ่ายกุม แล้วยกมือซ้ายขึ้นแตะไหล่คู่ลีลาศ
“นึกว่าอยากจะเปลี่ยนคู่ลีลาศ”เธอเปรยกับคู่ลีลาศ
เห็นณรัชต์ทำหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราว ส้มจึงอดไม่ได้เหยียบเท้าเขาไปสองทีระหว่างเต้นลีลาศ โทษฐานที่ทำให้เธอถูกเพื่อนสนิทล้อเลียน
ในตอนเย็นวันจันทร์ของอาทิตย์ต่อมา
ขณะส้มกับแม่กำลังรอพ่อของเธอกลับมาทานมื้อค่ำ เธอก็ต้องเธอแปลกใจอีกครั้งที่เห็นนะกลับมาบ้านพร้อมกับพ่อของเธอ และดูเหมือนจะมาพักที่บ้านเธอในคืนนี้ด้วย
ส้มกำลังจะเอ่ยปากถามก็ถูกพ่อของเธอส่งสายตาปรามมาเสียก่อน
จนทานมื้อคำเสร็จพ่อกับแม่ของเธอก็ไปงานเลี้ยงแต่งงานของลูกชายนักธุรกิจชื่อดังของจังหวัดคนหนึ่งที่ครอบครัวเธอสนิทสนม
หลังจากมื้อค่ำส้มก็ขึ้นห้องนอนไป สักพักหนึ่งเธอนึกขึ้นได้ว่าน้ำส้มกล่องที่ตู้เย็นในห้องนอนหมด จึงออกจากห้องนอนเพื่อจะลงไปเอาน้ำส้มกล่องที่ครัวมาแช่เก็บไว้
เดินออกมาที่ระเบียงชั้นบนขณะกำลังจะลงบันได เธอก็เห็นเพื่อนร่วมห้องคู่เต้นลีลาศของเธอนั่งอยู่ชั้นล่างที่โถงของบ้านในมุมรับแขกส้มยืนดูอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินลงจากบันไดตรงไปหาเพื่อนร่วมห้องที่กำลังนั่งส่งสายตาเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่าง
จากมุมด้านข้าง เธอมองเห็นประกายน้ำตาในแววตาที่เหม่อลอยของเขา
ใบหน้าเขาเศร้าจนเธออยากเข้าไปปลอบ แต่ส้มก็ปลอบใครไม่เป็น เธอจึงได้แต่เดินตรงเข้าไปหาเขาแล้วถามคำถามที่ไม่ตรงกับที่เธออยากจะพูดเพื่อฉุดเขาออกจากความเศร้าที่เขากำลังเป็นอยู่
“มากับพ่อได้ไง”
ส้มเห็นเขาเปลี่ยนสีหน้ากลับมาทำหน้าเหมือนไม่มีอะไร ก่อนจะตอบคำถามของเธอ
“กำนันไปงานผ้าป่าบ้านเราน่ะ เลยได้ติดรถมาด้วยกัน”
“แล้วทำไมพ่อถึงทำเหมือนไม่อยากให้ถามล่ะ” เธอนึกไปถึงความสงสัยแรกที่เห็นเขามาที่บ้านพร้อมพ่อ
ส้มเห็นเขาทำท่าก้มดูนาฬิกาก่อนตอบออกมาโดยไม่เกี่ยวกับที่เธอถามไป
“ดึกแล้วทำไมยังไม่ไปนอน เดี๋ยวใครมาเห็นว่ามาคุยกับเราดึกๆ ดื่นๆ เราเสียหายนะ” เขากล่าวยิ้มๆ เหมือนจะแซวเธอเล่น
ส้มยืนอึ้ง ก่อนหันหลังเดินกระฟัดกระเฟียดกลับขึ้นห้องนอนไป
‘เขายังมีแรงพูดล้อเล่นกับเธอแบบนี้ คงหายเศร้าไปบ้างแล้วล่ะ’
ตอนเช้าเธอก็ได้นั่งรถยนต์ไปโรงเรียนพร้อมกับเขา บนรถส้มแอบมองเขาเป็นระยะ อาการแปลกๆที่เห็นเมื่อวานดูเหมือนจะหายไปแล้ว เขากลับมาเป็นนายณรัชต์ คนเคร่งขรึม ลึกลับ แววตาอ่านไม่ออกแต่ก็มีรอยยิ้มให้เห็นเป็นครั้งคราวเหมือนเดิม
วันต่อมาในคาบโฮมรูม
“ไปไงมาไงแกกับนะถึงนั่งรถมาโรงเรียนด้วยกันได้ ไหนลองเล่ามาซิเพื่อนรัก” จู่ ๆ เพื่อนสนิทของเธอก็กระซิบถามเบา ๆ ที่ข้างหูส้มตาโตหันมามองสบตายัยบีเพื่อนสนิท
“แกไปรู้มาจากไหนกัน” วันนั้นที่ส้มลงจากรถยนต์พร้อมกับนะ เธอเห็นแต่วิทย์คนเดียวเท่านั้นที่รู้จัก และเธอก็ไม่คิดว่าคนอย่างวิทย์จะเป็นคนปากมากหรอก แต่ถ้าปากหมาอันนั้นเธอคิด
“โอ๊ยแกเอ๊ย ทั้งโรงเรียนมีคุณหนูกี่คนกันที่นั่งรถเบนซ์มาโรงเรียน แกคิดว่าจะหลุดรอดสายตาคนรู้จักได้เหรอ”
“ว่ายังไง เล่ามาสิ เล่ามาให้หมดด้วยนะ” บีกล่าวกับส้มอย่างกระตือรือร้น
ส้มยังไม่ทันจะได้ตอบ เธอก็ได้ยินเสียงเพื่อนในห้องคนหนึ่งพูดขึ้นเสียงดังกลางห้อง
“เฮ้ย! พวกเรา วันนี้วันเกิดไอ้นะเว้ย ขอเพลงหน่อย”
“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทู ยู”“แฮปปี้เบิร์ธเดย์ ทู ยู”“แฮปปี้เบิร์ด เดย์ แฮปปี้เบิร์ด เดย์”“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ ทู~~ ยู”
พอส้มได้ยินว่าวันนี้เป็นวันเกิดใคร เธอก็หันไปร้องเพลงประสานเสียงอวยพรวันเกิดกับเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ ถือโอกาสไม่ต้องอธิบายเรื่องนั่งรถยนต์มาโรงเรียนกับณรัชต์ให้เพื่อนสนิทฟัง
ตกเย็นหลังเลิกเรียนห้องของพวกเธอก็ยกขบวนกันไปที่ลานโบว์ลิ่งเปิดใหม่ของห้างสรรพสินค้าของจังหวัดกันทั้งห้องเพื่อนผู้หญิงปรึกษากันว่าจะหาของขวัญอะไรให้เจ้าของวันเกิดกันดี ส้มจึงเสนอเป็นเค้กวันเกิด
แต่เพราะนั่งรถสองแถวมาด้วยกันจึงไม่มีใครได้แวะไปสั่งเค้กที่ร้าน เธอจึงเป็นคนอาสาโทรศัพท์ไปที่บ้านสั่งให้คนขับรถไปซื้อมาให้พร้อมกับเอาไปส่งพวกเธอที่ห้างฯ
หลังจากเอาเค้กมาให้เจ้าของวันเกิดได้เป่าเทียนและตักเค้กกินประเดิมแล้ว กลุ่มผู้หญิงจึงพากันทยอยตัดแบ่งเค้กไปแจกเพื่อนร่วมห้องคนอื่น ๆ บ้าง
“แก ๆ มีสาวสวยเอาของขวัญวันเกิดมาให้เต้าหมิงซื่อแกด้วยล่ะ” บีเริ่มจะสนุกกับฉายาใหม่ของเพื่อนร่วมห้องที่พวกเธอเอามาเรียกเป็นรหัสเวลาคุยกัน
หลังจากถูกบีสะกิดแขนบอกส้มก็หันไปทางเจ้าของวันเกิดที่ตอนนี้เธอเห็นว่ามีสาวสวยคนหนึ่งเอากล่องของขวัญมาให้ถึงที่
“นั่นพี่สาวเขา” ส้มบอกเพื่อนก่อนแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
วันที่ได้คุยกันที่ศาลาเรือนไม้วันนั้น เธอจำได้ว่าเขามีพี่สาวเรียนอยู่สถาบันราชภัฏจังหวัดใกล้ๆ นี้เอง และเมื่อดูจากหน้าตาที่มีส่วนคล้ายกันของทั้งคู่ เธอจึงมองออกได้ทันทีว่านั่นคือพี่สาวของเขาหลังจากที่สาวของเขามาส่งของขวัญเสร็จก็จากไป
อาทิตย์ต่อมาในเช้าวันวาเลนไทน์
ขณะนั่งรถไปโรงเรียนส้มก็บอกให้คนขับแวะร้านขายของข้างทางก่อน เพื่อจะซื้อของเล็กๆ น้อยๆ ก่อนไปโรงเรียน
เดินดูนั่นดูนี่จนเกือบสายแต่ไม่รู้จะหยิบอะไร สุดท้ายส้มก็กวาดเจ้าลูกอมฮาร์ทบีทสองถุงใหญ่ติดมือมา

มาถึงห้องเรียนส้มก็เห็นบีเดินแจกลูกอมรอบห้องโดยที่มืออีกข้างของเพื่อนสนิทเธอมีกุหลาบอยู่เกือบสามสิบดอก
ส้มเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะเรียนประจำ ปีนี้เธอขี้เกียจเล่นเกมส์แข่งจำนวนดอกไม้กับเพื่อนแล้ว
แต่หลังจากนั่งลงที่โต๊ะเพื่อนร่วมห้องชายหลายคนก็ยังเดินมามอบดอกกุหลาบให้พร้อมอวยพร สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ดังนั้นส้มจึงควักลูกอมที่ซื้อมา แจกเพื่อนที่มอบกุหลาบให้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเดินแจกเพื่อนผู้ชายร่วมห้องคนอื่นๆ ด้วย เพราะถึงยังไงเธอก็จำได้ว่าเพื่อนผู้ชายห้องเธอดีกับกลุ่มเธออย่างมาก
ส้มเดินแจกลูกอมจนรอบห้องก่อนจะเดินมาถึงที่โต๊ะกลางห้องเป็นเป้าหมายสุดท้าย เมื่อเดินมาที่โต๊ะกลางห้องเธอก็มาบรรจบกับบีที่เดินมาถึงพอดี
“วิทย์ฮาร์ทบีทจ้า” บีตัดหน้ายื่นลูกอมส่งให้กลุ่มโต๊ะกลางห้องก่อนเธอ
“เราไม่กินลูกอม ฟันผุ”วิทย์ตอบห้วนๆสั้นๆ
“เรากินเอง เรากินส่วนของไอ้วิทย์เพิ่มด้วยก็ได้” เต้ขันอาสา ก่อนยื่นกุหลาบแดงหนึ่งดอกจากที่มีหลายดอกในกำมือส่งให้บีพร้อมกล่าวแฮปปี้วาเลนไทน์เดย์ส้มเห็นณรัชต์ก็ยื่นกุหลาบแดงดอกหนึ่งให้บีเช่นเดียวกับเต้หลังจากได้ดอกกุหลาบสองดอกจากเพื่อนกลุ่มโต๊ะกลางห้องแล้ว บีก็หันหลังกลับมาสบตากับส้มที่ยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมยกกุหลาบในอ้อมแขนขึ้นอวด
ส้มทำหน้าเอือมๆ กับเพื่อนสนิท เธอชักจะรู้สึกว่ากิจกรรมนี้ที่เธอเคยทำมาดูจะไร้สาระหน่อยๆ ยังไงก็ไม่รู้
หลังจากบีเดินกลับโต๊ะเรียนส้มก็ยื่นลูกอมแจกนะกับเต้บ้าง ระหว่างที่ทั้งสองคนก็กำลังยื่นมือรับส้มก็เห็นกุหลาบที่เหลืออยู่สองดอกวางบนโต๊ะเรียนของนะ
“นี่ของเราใช่ไหม” ส้มมองไปที่ดอกไม้บนโต๊ะขณะส่งลูกอมใส่มือเต้ไปหนึ่งเม็ด
“หือ? อือใช่ ”
เห็นณรัชต์พยักหน้ารับ ส้มจึงเอาลูกอมที่เหลืออยู่ในถุงหลายสิบเม็ดเทใส่บนโต๊ะของณรัชต์จนหมดถุง ก่อนจะหยิบเอากุหลาบขาวบนโต๊ะอีกฝ่ายแล้วเดินกลับโต๊ะเรียน
ตกเย็นหลังเลิกเรียนที่ร้านไอศกรีม
“นี่ดีใจที่ได้เลี้ยงไอศกรีมเราขนาดนั้นเลยเหรอ” บีทำหน้าแปลกใจที่เห็นเพื่อนอมยิ้มตลอดทั้งวัน ทั้งที่แพ้เรื่องจำนวนดอกกุหลาบ
“จ้าา กินๆ ไปเถอะ จะสั่งอีกถ้วยไหม”
ส้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี.....
-------------------------------------------------------------------------------------------