ภัทรตื่นขึ้นมาก็หอมคิริวด้วยความเคยชิน ก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัว เธอเตรียมตัวไปทำงานที่สถาบันวิจัย ซึ่งในวันนี้เธอไม่ลืมที่จะเทอาหาร เติมน้ำ พร้อมกับสำรวจกระบะทราย ซึ่งถ้าหากแมวมีการขับถ่าย ภัทรจะรีบเก็บไปทิ้งทันที เพื่อป้องกันไม่ให้ห้องมีกลิ่นเหม็น และยับยั้งไม่ให้เกิดเชื้อโรค
ก่อนออกไป “อย่าดื้อนะ คิริว ค่ำๆ แม่จะกลับมา” ภัทรบอกพร้อมกับจูบหน้าผากแมวน้อย
ทรรศนัยรู้สึกเคยชินที่ภัทรมากอดมาหอม ในใจคิดว่า “รับรองพี่จะรับผิดชอบภัทรเอง แต่ทว่าวันนี้ต้องอุดอู้อยู่ในห้องนี้ อึดอัดชะมัด”
ภัทรทำงานจนถึงเที่ยงก็ไม่วายโทรไปถามอาการของพี่ทรรศจากรัตน์
“ว่าไงเพื่อน พี่ทรรศเป็นยังไงบ้าง” ภัทรรีบถาม
“นั่นไง นั่นไง เป็นห่วงพี่ทรรศล่ะสิ” รัตน์แอบแซว
“เปล่าเสียหน่อย ก็แค่อยากรู้ว่าเขาได้รับสารตะกั่วหรือเปล่าเท่านั้นเอง” ภัทรรีบแก้ตัว
“เอาล่ะ ไม่แซวก็ได้ ผลการตรวจสรุปว่าพี่เขามีระดับสารตะกั่วในเลือดอยู่ในระดับปกติหรือแทบจะไม่มีเลย ดังนั้นหมอจึงตรวจไม่พบความผิดปกติใดๆ น่าแปลก ที่ป่านนี้พี่ทรรศก็ยังไม่ฟื้น” รัตน์งงกับอาการป่วยของพี่ชาย
“พี่เขาป่วยเป็นอะไรกันแน่นะ หรือว่าโดนทำร้าย” ภัทรสงสัย
“หมอตรวจสอบแล้วไม่พบร่องรอยการโดนทำร้าย และฉันก็แอบไปดูกล้องวงจรปิดที่บ้านแล้ว ก็ไม่เห็นมีคนร้ายลอบเข้าไปทำร้ายพี่เขาเลยนะ” รัตน์ตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน
“ขอให้พี่เขาฟื้นโดยเร็วก็แล้วกัน เอ้อ ฉันมีอีกเรื่องที่อยากให้เธอช่วย” ภัทรนึกขึ้นได้
“ว่ามาสิ”
“ฉันฝากลูกแก้วหิมะให้พี่ทรรศ โดยให้พี่เขาในนามของผ่องศรีได้มั้ย” ภัทรกล่าว
“ไม่มีปัญหาเพื่อน” รัตน์ไม่อยากถามมาก ทั้งๆ ที่ตัวเธอก็รู้ว่าเพื่อนสนิทยังคงรักพี่ทรรศอยู่ แต่ภัทรปากแข็งเท่านั้น
****************************
วันถัดมาเป็นวันอาทิตย์ สารวัตรคมสันมาหาภัทรที่อพาร์ทเม้นท์แต่เช้า
ก๊อกๆ ก๊อกๆ
ภัทรส่องตาแมวประตูดู เมื่อเห็นว่าเป็นคนคุ้นเคยเลยยอมเปิด “มาแต่เช้าเลยนะคะพี่คมสัน”
“พี่มีเรื่องให้ภัทรช่วย” สารวัตรคมสันกล่าว
“งั้นเชิญข้างในก่อนค่ะ”
ทรรศนัยรู้สึกแปลกๆ เมื่อเห็นผู้ชายเข้ามาในห้องภัทร เขาเปล่งเสียง “ใครน่ะภัทร ทำไมยอมให้เขาเข้ามาง่ายๆ แบบนี้” แต่ทุกคำก็กลายเป็นเสียงแมว
“โห สงสัยคิริวจะคิดถึงพี่ เห็นมั้ยว่ามันทักพี่ใหญ่เลย” สารวัตรเข้าไปอุ้ม แต่คิริวกลับดิ้นแสดงความไม่พอใจ
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (ปล่อยฉันนะ อย่ามาจับฉัน)
“ไม่เอาน่าคิริว จำพี่คมสันไม่ได้หรอ” ภัทรดุ แต่ก็เดินเข้าไปอุ้มคิริวมานั่งบนตักเธอ
“ไม่เป็นไรหรอก อาจเป็นเพราะนานๆ พี่จะมาที่นี่ที มันเลยจำพี่ไม่ได้”
“ว่าแต่พี่มีอะไรให้ภัทรช่วยหรอคะ”
“พี่อยากให้ภัทรไปสำรวจถ้ำซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุให้หน่อย หมอชันสูตรพบว่าผู้ตายในถ้ำที่สระบุรีได้รับพิษสารหนู แต่ไม่รู้ว่ามันเกิดจากเหตุฆาตกรรม หรือว่าเขาได้สัมผัสสารหนูในถ้ำ พวกพี่กลัวเก็บตัวอย่างไม่ถูกต้อง เลยต้องให้ภัทรช่วยน่ะ”
“ได้ค่ะ แต่ภัทรเป็นห่วงคิริว” ภัทรก้มมามองแมวน้อย
“เอาอย่างนี้ ฝากคิริวให้ลูกน้องพี่ก่อนสิ ลูกน้องพี่รักแมวมากเลยนะ” สารวัตรกล่าว
“ก็ได้ค่ะ”
สารวัตรเลยช่วยจับคิริวใส่ในเป้แคปซูลเพื่อนำไปฝากกับลูกน้อง ส่วนภัทรต้องแวะไปสถาบันเพื่อเตรียมอุปกรณ์เสียก่อน แล้วค่อยขับรถตามไปที่บ้านลูกน้องสารวัตรเพื่อเดินทางพร้อมสารวัตร
****************************
ณ ภายในรถของสารวัตร
ระหว่างทางคิริวร้องตลอดทาง สักพักสารวัตรก็หมดความอดทน เลยตะโกน “เงียบเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็แอบเอาไปปล่อยวัดเสียหรอก”
ในใจทรรศนัยคิดว่า “นี่นายคงแกล้งทำเป็นรักและเอ็นดูแมวต่อหน้าภัทรสินะ”
“เตรียมตัวเตรียมใจไว้ซะเถอะ เอาไว้ฉันแต่งงานกับภัทรเมื่อไหร่ จะเอาไปปล่อยให้ไกลๆ เลย” สารวัตรเองก็เกลียดแมว
ทรรศนัยในร่างคิริวจำต้องเงียบ เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้ร่างคิริวได้รับอันตราย บางทีเขาอาจโดนสารวัตรตีลับหลังภัทรก็เป็นได้
ผ่านไป 15 นาที สารวัตรก็ขับมาถึงบ้านลูกน้อง
“สวัสดีครับสารวัตร”
“ฉันขอฝากแมวหน่อยสิ”
“อ้าว สารวัตรก็รู้ว่าผมไม่ชอบแมว”
“ฉันเองก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่มันเป็นแมวของหวานใจฉัน ดูแลมันดีๆ ก็แล้วกัน”
“ครับ ครับ ก็ได้ครับ”
สักพักรถของภัทรก็เข้ามาจอด
ภัทรเดินเข้าไปหาพร้อมกับทักท้วง “ทำไมต้องล่ามคิริวด้วยล่ะคะ”
สารวัตรหันไปมองลูกน้อง
“อ้อ อ้อ เมื่อกี้คิริวจะวิ่งหนีออกไปครับ” ลูกน้องสารวัตรแก้ตัว
“ไม่ต้องล่ามหรอกคะ สงสารมัน” ภัทรนั่งคุกเข่าไปแก้โซ่ที่ล่ามคอแมวน้อย พร้อมกับลูบหัวมันเบาๆ “อย่าดื้อนะคิริว เดี๋ยวแม่มารับ”
สักพักสารวัตรก็จับแขนภัทร
คิริวจึงรีบกระโดดข่วนแขนสารวัตรทันที
“ดูเหมือนมันจะหวงภัทรนะครับ” สารวัตรเจ็บแขนแต่ก็ไม่ร้อง แถมแกล้งทำเป็นยิ้มให้คิริว ทั้งๆ ที่โกรธแมวมาก
“ไหนดูสิคะ เลือดออกด้วย เดี๋ยวภัทรทำแผลให้ค่ะ” ภัทรเข้าไปดูแผลให้อย่างรู้สึกผิด
คิริวยังคงร้องขู่ฟ่อ ทำให้สารวัตรต้องเรียกลูกน้องให้ทำแผลให้แทน “ไม่เป็นไรภัทร มันคงไม่อยากออกห่างจากภัทร เดี๋ยวแผลนี่ ให้ลูกน้องพี่จัดการก็ได้”
“ขอโทษแทนคิริวด้วยนะคะ” แล้วภัทรก็หันไปดุแมวน้อย “ไม่เอานะ ห้ามทำร้ายคนอื่นแบบนี้สิคิริว”
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (ก็มันจับแขนภัทรนี่)
พอสารวัตรทำแผลเสร็จก็เดินนำหน้าภัทรไปขึ้นรถ ส่วนเจ้าของแมวแอบหันไปมองคิริวด้วยความเป็นห่วง
พอรถสารวัตรลับตา ลูกน้องที่มีชื่อว่านายโชคก็แอบใช้มือตีแมว “นี่แหนะ บังอาจทำร้ายสารวัตร”
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (โอ๊ย! เจ็บนะ)
“อ้าวพี่โชค จะดีหรอ ไปทำร้ายแมวแฟนสารวัตรแบบนั้น” ภรรยานายโชคทักท้วง
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (ภัทรไม่มีทางสนใจสารวัตรหรอก)
“ก็พี่ไม่ชอบแมวนี่” นายโชคโกรธแค้นแทนเจ้านาย
“ตอนนี้มันคงหิวแล้ว เดี๋ยวน้องไปหยิบปลาทูให้มันกินนะพี่”
“เอาก้างปลาทูให้มันนะ เปลืองของ” นายโชคสั่ง
“ก้างปลาอาจทิ่มแทงทางเดินอาหารของแมวได้นะพี่” ภรรยานายโชคสงสารแมว
“พี่เห็นแมวทั่วไปมันก็กินกัน เอาให้มันเถอะ” นายโชคไม่สนใจ
ทรรศนัยรู้สึกเหมือนกรรมตามสนองเมื่อตนกลายเป็นแมว และต้องมาอยู่กับคนที่เกลียดแมวเหมือนตัวเอง ตอนนี้เขาไม่อาจทนกินก้างปลาทูได้ ก็เลยจำต้องดื้อกระโดดไปกินเนื้อปลาทูอย่างรวดเร็ว
นายโชคก็รีบนำไม้กวาดมาวิ่งตีแมวดื้อ แต่ทว่าเขาวิ่งตามแมวไม่ทัน
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (นายวิ่งตามฉันไม่ทันหรอก ฉันเป็นนักวิ่งประจำมหาวิทยาลัยมาก่อนนะ)
และแล้วคิริวก็กระโดดปีนรั้วออกจากบ้านลูกน้องสารวัตรไป
“เฮ้ย ทำไงดี แมวของแฟนสารวัตรหนีไปแล้ว” นายโชคกลัวสารวัตรด่า
“รีบออกตามหาเร็วเข้า” ภรรยานายโชคกล่าว
เมื่อทรรศนัยเป็นอิสระแล้วก็เดินทางโดยรถเมล์เพื่อเดินทางกลับบ้านตัวเอง เขาใช้วิธีแอบอยู่ใต้เก้าอี้ ถึงมองไม่เห็นด้านนอก แต่เขาก็ใช้วิธีนับป้ายผนวกกับคอยฟังเด็กรถบอก (โชคดีที่เขาเคยนั่งรถเมล์สมัยอยู่มหา’ ลัย) แมวน้อยลงตรงป้ายใกล้โรงแรมที่อยู่ติดกับบ้านตัวเอง กะว่าจะข้ามถนน แต่สักพักก็สะดุดตาเมื่อมองเห็นรถยนต์หรูของเสี่ยชัยวัฒน์จอดหน้าโรงแรม พอเดินลงจากรถก็ประคองรัตน์ที่เมามายไม่ได้สติลงมาด้วย
ทรรศนัยคิดในใจ “นั่นน้องฉันนี่ เสี่ยนั่นจะพาน้องฉันไปไหน”
“เฮ้ย ไปรอฉันที่รถ ขอฉันแอ้มนางแบบเสร็จจะรีบมา” เสี่ยสั่งคนขับรถ
“ครับนาย” คนขับรถก็ขับไปจอดที่ลานจอดรถด้านใน
เสี่ยประคองนางแบบไปที่เคาน์เตอร์ของโรงแรม
ทรรศนัยเปลี่ยนเป้าหมายรีบเดินเข้าไปในโรงแรม แต่พนักงานเห็นแมวเข้าพอดีจึงรีบวิ่งตามไล่จับ
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (เห็นมั้ยว่าชายชั่วนั่นมันจะขืนใจน้องสาวฉันน่ะ)
และแล้วแมวน้อยก็วิ่งหนีไปแอบในกองผ้าขนหนูของโรงแรม
“เฮ้ย หายไปไหนแล้ว” พนักงานที่ตามมามองไม่เห็นแมวแล้ว
“ไปทางโน้นกัน” พนักงานอีกคนเลยวิ่งไปหาด้านหลังโรงแรม
ทรรศนัยรีบแอบตามเสี่ยที่อุ้มน้องสาวไปที่ห้องพัก เขาพยายามคิดตลอดเวลาว่าจะช่วยน้องสาวยังไงดี ในใจคิดว่า “ทำไมปล่อยให้ตัวเองโดนมอมเหล้าแบบนี้นะรัตน์”
และแล้วแมวน้อยก็มาถึงหน้าประตูห้อง 302 ชายชั่วมันเอาน้องสาวเขาเข้าไปแล้ว และยังไม่รู้ว่าจะช่วยน้องสาวได้ยังไง สักพักก็นึกออก “ใช่แล้ว ต้องหาคนช่วย”
คิริวรีบวิ่งไปด้านล่างของโรงแรม มองไปก็ไม่เห็นมีคนอยู่เลย จนกระทั่งเขาเห็นนักธุรกิจหนุ่มน่าเกรงขามไว้หนวดไว้เครากำลังติดต่อกับชาวต่างชาติ และสักพักฝรั่งคนนั้นก็ยื่นแฟลชไดร์ฟที่คาดว่าน่าจะบันทึกข้อมูลสำคัญให้กับนักธุรกิจไทยคนนั้น
คิริวไม่รอช้า มันรีบกระโดดคาบแฟลชไดร์ฟ แล้ววิ่งหนีเพื่อนำหน้านักธุรกิจไทยไปที่ห้อง 302
“เฮ้ย แมวบ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ” นักธุรกิจห่วงข้อมูลสำคัญ
คิริววิ่งเร็วมาก และเขาก็มาถึงห้อง 302 ก่อน แต่เขาจะเข้าไปข้างในได้อย่างไร ดังนั้นจึงคายแฟลชไดร์ฟลง แล้วเอาหัวกระแทกกับประตูให้เสียงดังมากที่สุด แม้หัวโนก็ยอมล่ะ
สักพักก็มีเสียงตะโกนของเสี่ย “เฮ้ย ใครมารบกวนน่ะ”
ไม่มีเสียงตอบใดๆ แต่สักพักก็ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่ง “อยู่นี่ไง เจ้าแมวดื้อ”
เสี่ยเปิดประตูด้วยความรำคาญ ซึ่งมันสบโอกาสพอดีที่คิริวรีบคาบแฟลชไดร์ฟวิ่งเข้าไปภายในห้องพักนั้น
นักธุรกิจกลัวแฟลชไดรฟ์เสียหาย เลยรีบวิ่งตามเข้าไป
“เฮ้ย นี่มันห้องส่วนตัวนะ คุณเป็นใครน่ะ” เสี่ยตกใจ
“ขอโทษครับ ผมแค่จะเอาของเท่านั้น” นักธุรกิจแก้ตัวแต่ก็ไม่หยุดวิ่งตามแมว
คิริววิ่งเข้าไปที่เตียง ก็เห็นน้องสาวในสภาพเปลือย เขาไม่รู้จะทำยังไง เลยรีบคายแฟลชไดร์ฟที่ข้างตัวน้อง และหลับหูหลับตาใช้เท้าหน้าแตะแขนน้องเพื่อปลุกเธอ พร้อมกับร้องเหมียวๆ เสียงดัง
นักธุรกิจวิ่งเข้ามาก็ตกใจที่เห็นผู้หญิงเปลือย แต่เขาจำต้องรีบเก็บแฟลชไดร์ฟคืน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะครับ ไม่งั้นผมเรียกตำรวจฐานที่คุณบุกรุกเข้ามาในห้องผมแบบนี้” เสี่ยขู่
“ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะครับ” นักธุรกิจกล่าว แต่สักพักเขาก็ตั้งสติ
คิริวพยายามปลุกแต่น้องไม่ยอมตื่น สักพักเขาก็เห็นมือถือแอบถ่าย ก็เลยรีบกระโจนไปชนมือถือ จนพังไม่เหลือชิ้นดี
“นั่นคุณแอบถ่ายคลิปด้วยนี่” นักธุรกิจเริ่มประติดประต่อเรื่องราว
“เป็นแฟนกันไม่เป็นไรหรอกครับ” เสี่ยกล่าวอ้าง
“ผมว่าหน้าผู้หญิงคุ้นๆ นะ เธอคือนางแบบชื่อดังนี่ เธอยังไม่มีแฟน และคุณ อ้อ ผมนึกออกแล้ว คุณคือเสี่ยชัยวัฒน์ ทำแบบนี้ผมควรรายงานให้ภรรยาเสี่ยรู้ดีมั้ย” นักธุรกิจขู่บ้าง
“นายเป็นใคร ยุ่งไม่เข้าเรื่อง” เสี่ยเป็นคนกลัวภรรยา
“ผมเป็นคนที่สามารถทำให้ธุรกิจเสี่ยล่มได้ หากผมไม่พอใจ” นักธุรกิจขู่หนักกว่าเดิมราวกับมาเฟีย
“นะ นายหัวอาทิตย์ ผมขอโทษครับ และได้โปรดอย่ารายงานให้ภรรยาผมรู้เลย” เสี่ยจำได้แล้ว
“รีบไปซะ ก่อนผมจะเปลี่ยนใจ” นายหัวกล่าว
เสี่ยรีบเก็บข้าวของออกจากห้องพัก ในขณะที่นายหัวก็หลับตาคลำ แล้วหยิบแฟลชไดร์ฟมาเก็บไว้ พร้อมกับเอาผ้าห่มมาคลุมร่างหญิงสาว แต่ทว่าในระหว่างนั้นรัตน์ดันตื่นขึ้นมาพอดี
รัตน์ตกใจตบหน้าชายหนุ่มอย่างแรง “คุณเป็นใครน่ะ”
“ผมเป็นคนช่วยคุณไง”
รัตน์สำรวจตัวเองก็พบว่าตนไม่ได้สวมเสื้อผ้าเลยสักชิ้น เลยรีบดึงผ้าห่มมาแนบตัวแล้วร้องไห้ “คุณ คุณ คุณขืนในฉัน ฮือ ฮือ”
“เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว ผมเป็นคนช่วยคุณจากสะ…” นายหัวพูดไม่จบ
“ไม่ต้องพูดแล้ว ไปให้พ้นเลย ชายชั่ว” รัตน์เอาหมอนขว้างปาชายที่ถูกปรักปรำ
“ฟังผมพูดก่อนสิ”
“ออกไปเดี๋ยวนี้” สักพักรัตน์ก็เอาหมอนอีกใบขว้างไล่ชายหนุ่มอีกครั้ง
คิริวพยายามร้องเหมียวๆ อยากจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมด แต่พูดไม่ได้
รัตน์ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ได้แต่ร้องไห้อย่างเดียวเลยจำคิริวไม่ได้
“อะ อะ ผมรับผิดชอบคุณก็ได้” นายหัวอยากให้หมดเรื่อง
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (บ้าสิ ทำไมพูดแบบนั้น เดี๋ยวเรื่องก็ไปกันใหญ่หรอก)
“ออกไปให้พ้น อย่าได้เจอะเจอกันอีก ฮือ ฮือ” รัตน์ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น
นายหัวไม่ทันได้อธิบายอะไรทั้งสิ้น เพราะฝ่ายหญิงไม่ยอมฟัง เขาก็เลยรีบเข้าไปอุ้มแมวตัวการออกไปจากห้องพร้อมกัน
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (ปล่อยนะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนน้องสาว) คิริวดิ้นสุดแรงแต่ไร้ผล เพราะฝ่ายชายมีพละกำลังมาก ลักษณะเป็นคนมีวิชาป้องกันตัว
นายหัวรู้จักนางแบบสราญรัตน์ เขาคิดว่าเอาไว้วันหลังค่อยอธิบายให้เธอฟังก็ได้ เลยลงมาด้านล่าง และเดินไปปล่อยแมวไว้หน้าโรงแรม
คิริวพยายามที่จะเดินเข้าไปในโรงแรม แต่พนักงานจ้องตาเขม็ง
สักพักก็มีชายฉกรรจ์เข้ามาจับคิริว
“เหมียวๆ เหมียวๆ” (ปล่อยนะ จะพาฉันไปไหน) แมวน้อยดิ้นยังไงก็ไร้ผลอยู่ดี
และแล้วแมวน้อยก็ถูกจับเข้าไปในรถตำรวจ สักพักก็ไปส่งที่บ้านลูกน้องสารวัตรดังเดิม
ตำรวจหนุ่มอุ้มแมวไปส่งนายโชค
“ขอบใจมาก ที่นายหามันเจอ ไม่งั้นฉันโดนสารวัตรด่าตายเลย” นายโชคจับคิริวขังไว้อยู่ในตะกร้าผ้าที่มีฝาปิด
“ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเดินทางไปถึงที่นั่นได้” เพื่อนตำรวจแอบทึ่ง
“สงสัยคงมีคนพิเรนพามันไปที่นั่น แต่มันคงหนีออกมามั้ง” นายโชคคาดการณ์
“งั้นฉันไปล่ะ”
“ขอบใจอีกครั้งเพื่อน”
คิริวหมดปัญญาหนีอีก มันทำได้แต่รอภัทรมารับกลับอพาร์ทเม้นท์เท่านั้น แม้เขาจะห่วงรัตน์มากก็ตาม