เมื่อการแถลงข่าวเริ่มขึ้น วิดิโอที่อู่จินหยางสั่งทำเอาไว้ก็ถูกฉายขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนได้ดูกัน แน่นอนในวิดิโอนี้แสดงให้เห็นถึงผลของการดื่มโพชั่นจากหญ้าปีศาจม่วงที่เทียบได้กับโพชั่นระดับกลาง ไม่สร้างผลข้างเคียงใดๆ ที่สำคัญที่สุดคือมันดื่มง่าย ไม่ข่มเหมือนโพชั่นทั่วไปที่ดื่มกัน เมื่อวิดิโอสิ้นสุดลงยังมีการแจกจ่ายโพชั่นให้กับผู้มาร่วมงานและนักข่าวคนละขวดเพื่อให้ลองชิมดูอีกด้วย ซึ่งแน่นอนผลของมันทำให้เกิดเสียงฮือฮายกใหญ่
ภายใต้การนำเสนอข่าวสด ภาพวิดิโอนี้ถูกแพร่ออกไปทั่วประเทศและทั่วโลกในทันที ส่วนทางด้านไป๋ฉีตอนนี้เขากำลังลงชื่อในสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ
เหล่านักข่าวพากันจับภาพของเขาในฐานะของนักวิจัยอัจฉริยะที่บุกเบิกเส้นทางใหม่แห่งโพชั่น หลังจากจดสิทธิบัตรจดเสร็จสิ้นแล้วนั้น ไป๋ฉีและอู่ชิงก็ลุกขึ้นและจับมือกันก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ และไป๋ฉีก็ถูกอู่จินหยางพากลับหน่วยงานไปในทันที ส่วนอู่ชิงด้วยความที่เขาเป็นผู้บัญชาการก็ต้องมารับหน้านักข่าวแทนไปโดยปริยาย
"ให้ตายสิ เจ้าเด็กคนนี้ทำเรื่องใหญ่อีกแล้ว ไม่คิดว่ามาอยู่ที่นี่ไม่กี่เดือนก็กลายเป็นนักวิจัยไปซะได้"ไป๋เฉินกล่าวขณะที่นั่งดูทีวีอยู่กับภรรยา และแน่นอนว่าในที่นี้ยังมีโรสและจางจิวลี่ด้วย
"ฮิฮิ เขาเคยบอกว่ามันเซอร์ไพร์แต่ก็ไม่คิดว่าจะเซอร์ไพร์ขนาดนี้ ต่อไปหญ้าปีศาจม่วงคงจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจแน่ๆ"โรสกล่าวออกมาเช่นนั้น จางจิวลี่เองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยอย่างยิ่ง นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาจารย์จิงจิงของเธอเคยบอกว่าให้เก็บหญ้าปีศาจม่วงกลับมาด้วยในตอนทำภารกิจสินะ
แถมเธอยังได้ข่าวว่าดราก้อนเอ็มไพร์กักตุนหญ้าปีศาจม่วงเอาไว้มากมายมหาศาลชนิดที่ว่าหากนำมากลั่นเป็นโพชั่นน่าจะใช้เวลาถึงสิบกว่าปีได้ถึงจะหมดคลัง อีกทั้งยังมีของหน่วยมังกรขาวที่กักตุนเอาไว้อีก บอกได้เลยว่าหากนำมาสกัดเป็นโพชั่นแล้วนำไปขาย ดราก้อนเอ็มไพร์จะได้กำไรอย่างมหาศาลโดยที่ไม่ต้องเสียค่าวัตถุดิบเลยแม้แต่แดงเดียวในระยะเวลาสิบปีนี้ หากเป็นการขายส่งออกแบบปกติ
ตัดกลับมาที่ไป๋ฉี หลังจากที่เขาถูกอู่จินหยางพาออกมาจากงานตอนนี้ก็อยู่ที่ตึกมังกรขาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังทานอาหารที่จิงจิงทำให้
"ฮิฮิ อย่าอยากกินอีกก็สั่งเพิ่มได้เลยนะนักวิจัยตัวน้อย อีกเดี๋ยวพออีกสี่ทีมรู้ข่าวก็น่าจะวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาแล้วล่ะ"จิงจิงกล่าวอย่างอารมณ์ดี ทว่าไป๋ฉีกลับยกยิ้มเจื่อนในทันใด
คำพูดของจิงจิงเหมือนหยั่งรู้อนาคตเลยก็ว่าได้ ต่อมาไม่นานหัวหน้าทีมทั้งสี่ก็เข้ามาหาเขาและแสดงความยินดียกใหญ่ อีกทั้งยังไม่วายคิดจะจัดงานฉลองให้กับไป๋ฉี แต่อู่จินหยางห้ามเอาไว้ก่อนโดยให้เหตุผลว่าไป๋ฉียังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ก่อนจะพาเขาขึ้นไปด้านบน
"อาจารย์มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ?"ไป๋ฉีกล่าวถามในทันทีเมื่อเข้ามาถึงห้องทำงานของอู่จินหยาง ผู้เป็นอาจารย์จึงผลักหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าให้ไป๋ฉีได้ดู ปรากฏว่ามันมีเอกสารมากมายที่มีภาพหญิงสาวอยู่ด้านใน ซึ่งแน่นอนทุกเอกสารเป็นจดหมายขอหมั่นหมายทุกฉบับไป
"อะไรกัน! นี่ยังไม่ถึงห้าชั่วโมงเลย มันเร็วขนาดนี้เลยหรือครับ?"ไป๋ฉีกล่าวถาม
อู่จินหยางก็พลันยกยิ้มให้ "ตระกูลใหญ่ๆมักจะหูไวตาไวเป็นธรรมดา เพียงแค่เธอมียศร้อยเอกในวัยยังไม่ถึงสิบเก้าปี แถมพ่วงตำแหน่งนักวิจัยโพชั่นก็ทำให้คนพวกนั้นน้ำลายไหลแล้ว หากถ้าพวกนั้นรู้ว่าเธอเป็นลูกศิษย์ของฉันคงได้เข้าหากันอย่างบ้าคลั่งแน่ๆ"
"รบกวนอาจารย์ช่วยปฎิเสธให้ทีครับ"ไป๋ฉีกล่าวออกไป
"หืม ไม่ลองพิจารณาสักหน่อยหรือ บางทีอาจจะมีสาวๆที่เธอชอบก็ได้นะ"อู่จินหยางกล่าวอย่างขบขัน ทว่าไป๋ฉีกลับส่ายหัวเบาๆและยกยิ้มบางออกมา
"เห็นแบบนี้ผมก็มีหลักการเป็นของตัวเองนะครับ ถึงผมจะเลือกผู้หญิงคนไหนก็ได้ในเอกสารพวกนี้ก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะชอบผมเสียหน่อย ถ้าเป็นแบบนั้นมันจะนำไปสู่ปัญหาครอบครัวมากมายในอนาคตได้ ซึ่งผมไม่ต้องการ"
"ฮึฮึ คำตอบก็สมกับเป็นเธอดี แต่ว่าก็มีคำขอหนึ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้"อู่จินหยางดันจอโฮโลแกรมอีกจอไปให้ไป๋ฉีได้ดู เมื่อเห็นภาพดวงตาของชายหนุ่มก็พลันสั่นไหว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"ซุนหรงหลานสาวของอาจารย์เอง"อู่จินหยางกล่าวและยกยิ้มออกมา
"เอ่อ.....ไม่ใช่ว่าเธออยู่ในหน่วยมังกรดำหรือครับ แล้วอาจารย์กับหัวหน้าหน่วยอู่จินหลินก็ไม่ถูกกัน"ไป๋ฉีกล่าวถาม ในเมื่ออาจารย์ของเขาและซุนหรงไม่ถูกกันไฉนถึงมีหนังสือหมั่นหมายออกมาได้ แถมยังมีตราประทับของราชวงศ์อู่อีกต่างหาก
"ก็จริงอยู่ที่อาจารย์กับอู่จินหลินไม่ถูกกัน แต่การตัดสินใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่อาจารย์และอู่จินหลินตัดสินใจได้ แต่เป็นน้องสาวของอาจารย์ หรือก็คือแม่ของซุนหรงที่เป็นคนตัดสินใจและนำเรื่องนี้ไปปรึกษากันองค์ราชา จนได้ออกมาเป็นหนังสือหมั่นหมายฉบับนี้"
ไป๋ฉีถึงกับนิ่งอึ้งไป เอกสารฉบับนี้มันก็เหมือนกับคำขอที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นศิษย์ของอู่จินหยางและเป็นคนของดราก้อนเอ็มไพร์อยู่ดี
การที่ราชวงศ์ทำแบบนี้นั้น ก็แสดงว่าพวกเขาเห็นความสำคัญของไป๋ฉีจนถึงขนาดที่ต้องผูกสัมพันธ์ด้วยการแต่งงาน ช่างเป็นเรื่องน่าปวดหัวที่มาได้เร็วทันใจจริงๆ
"แล้วนี่ คุณซุนหรงว่ายังไงครับ?"ไป๋ฉีถามอีกครั้ง
"อืม...เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป อีกฝ่ายก็น่าจะปรับตัวไม่ทันเหมือนกัน"อู่จินหยางกล่าวตอบอย่างรวดเร็ว
"เอ่อ......ถ้าแบบนั้นอาจารย์ช่วยประนีประนอมให้ผมหน่อยได้ไหมครับ อย่างน้อยก็ให้พวกเราศึกษากันสักพัก ถ้าเธอไม่ชอบผมเธอจะได้ไม่ต้องเสียหายด้วย"
"เอาเป็นว่าอาจารย์จะคุยเรื่องนี้ให้ แต่ก็ไม่รับปากหรอกนะว่าจะสำเร็จหรือเปล่า"อู่จินหยางกล่าวอย่างไม่มั่นใจเท่าไรนัก
"ขอบคุณครับอาจารย์ แล้วนอกจากเรื่องนี้ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่าครับ"เขากล่าวถามอีกครั้ง เผื่อผู้เป็นอาจารย์จะมีอะไรให้เขาไปทำ
"ไม่มีอะไรแล้ว แต่ฝากบอกครอบครัวของเธอด้วยว่า เดี๋ยวอาจารย์จะไปเยี่ยม แล้วก็อย่าพึ่งให้พวกเขาออกนอกดราก้อนเอ็มไพร์ในช่วงนี้ เพราะมันไม่ปลอดภัย"
"ครับ ผมจะบอกให้ ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ"ไป๋ฉีทำความเคารพและออกไปในทันที เพียงแค่เดินผ่านพ้นประตูไปเท่านั้น ชายหนุ่มก็ถึงกับถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเหนื่อยใจ
'ให้ตายเถอะ แค่เริ่มก็วุ่นวายซะแล้ว แบบนี้ต่อไปมันจะโกลาหลขนาดไหนกันนะ'