48-สะใภ้ใหญ่เกียรติไพศาล
เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะเป็นพ่อคน เขาเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ารู้สึกยังไง มันเป็นความแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบ ทั้งตื่นเต้น ยินดีราวกับได้เริ่มต้นทำอะไรบางอย่างที่ตัวเองไม่คุ้นเคยมาก่อน
“ผมต้องทำยังไงบ้างครับคุณหมอ คือว่า ผมไม่เคย ...นี่เป็นลูกคนแรกของผม”
“คุณพ่อต้องคอยดูแลเอาใจใส่คุณแม่ให้ดีค่ะช่วงนี้ ทั้งการเดินเหิน อาหารการกินก็ทานได้ปกติค่ะ เน้นที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ ทานผักผลไม้ให้มากขึ้น ช่วงไตรมาสแรกจะมีอาการแพ้ท้องได้ในบางราย อารมณ์ไม่มั่นคงจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป พ้นช่วงนี้ไปก็จะดีขึ้นค่ะ” ตอนนี้คนร่างสูงจึงตั้งใจฟังคุณหมอพูดกำชับ แนะนำ คาดว่าไปถึงห้องคงหมกมุ่นอยู่กับการหาข้อมูลเตรียมพร้อมเป็นคุณพ่อมือใหม่อย่างจริงจัง
“ผมไปรับยาบำรุงให้คุณแล้วนะ ฝากครรภ์เสร็จเรียบร้อยแล้วกลับบ้านได้แล้วครับคุณผู้หญิง” รังสรรค์ยิ้มอ่อนโยนให้คุณแม่ที่นั่งสูดยาดมหน้าตาซีดเซียวตรงหน้า
“ยังจะยิ้มอีกนะคุณตั้ง ลิ้นจี่ไม่มีแรงเลยจริงๆ ขอนั่งต่อแปบนึง”
“หึๆ มาครับ ผมอุ้มไปเอง”
“ห๊ะ! ยะ หยุด หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ ...คนมองเยอะแยะ คุณไม่อายแต่ลิ้นจี่อายนะคะ” คนหน้าซีดตาลุกวาวแทบจะทะลึ่งตัวลุกขึ้นมา ดีที่ตั้งสติได้ ท้ายประโยคกดเสียงพูดกับชายหนุ่ม กวาดสายตามองผู้คนรอบข้างอย่างกังวล
“ไม่สนล่ะ คุณหน้าซีดมากนะ ผมจะอุ้มคุณไปขึ้นรถเอง คุณแม่”
“มะ ไม่ๆๆ พรึบ!” ไม่ทันแล้ว คนร่างเล็กลอยหวือขึ้นเมื่อถูกอุ้มในท่าเจ้าสาว แขนเรียวเกาะเกี่ยวลำคอร่างสูงที่โอบอุ้มเธอราวกับไม่รู้สึกหนักอะไร แล้วก็เรียกสายตาคนรอบข้างให้มองมาได้จริงๆ
“คุณตั้ง! เดี๋ยวก่อนๆ ขอเวลานอก รถเข็น ลิ้นจี่ขอนั่งรถเข็นออกไปค่ะ”
“หืมมม ผมอุ้มคุณสะดวกกว่านะ”
“นะคะ นะๆๆ”
“เห้อออ โอเคครับ”
สายตาออดอ้อนต่อรองจากคนในอ้อมแขนทำให้รังสรรค์ยอมใจอ่อน จบลงที่บุรุษพยาบาลเข็นรถมาให้คุณแม่ป้ายแดงนั่งแล้วเข็นออกมาอย่างอับอายต่อสายตาขบขันแกมหยอกล้อของเหล่าหมอ พยาบาล และคนไข้ทั้งหลาย
“คุณเจ็บท้องมั้ย หรือหิวรึเปล่า อยากกินอะไรเป็นพิเศษบอกผมเลยนะ”
“คุณตั้งคะ ลิ้นจี่โอเคขึ้นกว่าเมื่อครู่นี้แล้ว กลับไปทานข้าวที่ห้องก็พอค่ะ”
“หือออ คุณจะทำอาหารอีก”
“เอ่อ คือว่า คือออ”
“ไม่ต้องทำแล้ว ไปทานที่ห้องก็ได้ แต่ผมจะสั่งอาหารให้เอง ช่วงนี้คุณไม่ต้องเข้าครัว เกิดเป็นลมอย่างเมื่อเช้าอีกจะทำยังไง”
“ค่ะ ลิ้นจี่จะไม่เข้าครัวอีกสักพักนะคะ แหะๆ”
“นั่งทำอะไรกันอยู่ ก็ออกรถสิวะ ขับดีๆ ด้วย อย่าโฉบไปโฉบมา เกิดลูกฉันเป็นอะไรนะ พวกแกโดนหนักแน่”
“ครับ/ ครับนาย” ถึงปากจะตอบรับคนเป็นเจ้านายไปอย่างอัตโนมัติ สิ่งที่เห็นเป็นความอ่อนโยนกับเธอคนเดียว เกรี้ยวกราดกับทุกคนนั้นทำให้นทีกับวีระที่นั่งด้านหน้างุนงง แต่ไม่นานก็จับใจความได้ว่าเจ้านายหนุ่มกำลังจะมีลูก!
“นายกำลังจะเป็นพ่อคนแล้วเหรอครับ ผมยินดีด้วยครับ” เสียงตื่นเต้นของวีระดังลั่นรถอย่างควบคุมไม่อยู่
“เบาๆ ลูกฉันในท้องตกใจเสียงแหกปากของแกหมดไอ้ระ”
“ยินดีด้วยครับนาย ในที่สุดเกียรติไพศาลก็กำลังจะมีทายาทคนแรกของรุ่นต่อไปแล้ว” นทีก็ยินดีกับเจ้านายอย่างจริงใจ น้ำเสียงทุ้มสุขุมกว่าคนที่นั่งข้างคนขับมาก ดีแล้วที่เป็นเขาขับรถในเวลาแบบนี้ คิดไปก็ถอนหายใจโล่งอก
“อืม ขอบใจมาก” รังสรรค์ก็ยืดอกรับอย่างภูมิอกภูมิใจ จนลูกน้องทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากัน แล้วเบือนหน้าออกคนละทาง ต่างก็มองไปนอกรถลอบกรอกตาไปมา นี่ยังจะเหลือมาดรองประธานหนุ่มจอมเนี้ยบของพวกเขาหลงเหลืออยู่อีกหรือ
“เป็นอะไรไปครับ อยู่โรงพยาบาลหน้าซีด ตอนนี้นั่งหน้ายุ่งซะแล้ว หนึ่งวันพันอารมณ์รึเปล่าคุณ”
“นี่แน่ะ! แซวลิ้นจี่ทำไมคุณตั้ง ...เพราะคุณนั่นแหละ อุตส่าห์ป้องกันแล้วนะ” มือเล็กตีเบาๆ ที่แขนชายหนุ่ม ปลายเสียงเบาลงให้ได้ยินกันสองคน
“หึ ไม่เห็นแปลก ...ก็เราทำการบ้านกันออกบ่อย” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู หญิงสาวมองชายหนุ่มตาโต ตอนแรกนั้นค่อนข้างประหลาดใจ เธอมั่นใจว่าป้องกันตัวเองดีแล้ว แต่การคุมกำเนิดเป็นเธอทำอยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ได้รับความร่วมมือจากอีกฝ่ายที่ก่อกวนแทบทุกคืน ถุงยางอนามัยไม่เคยสวมใส่ ...ก็เข้าใจได้ที่ผลลัพธ์จะออกมาแบบนี้
“แล้วคุณรู้สึกยังไงที่กำลังจะเป็นแม่คน ตอนที่หมอบอกว่าคุณท้อง ผมกำลังจะได้เป็นพ่อ เรากำลังมีลูกด้วยกัน ผมนี่ใจเต้นแรง ตื่นเต้น ตื้นตันจนน้ำตาแทบไหลเลยล่ะ” สีหน้าคนพูดยิ้มไม่หุบ แสดงออกว่าเขามีความสุขมากจริงๆ
“ค่ะ เรากำลังจะมีลูกแล้ว” ลลิตาซบหน้ากับแขนแกร่ง ฝ่ามือลูบหน้าท้องที่แบนราบของตนเอง ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ แล้วเธอดีใจเมื่อรู้ว่าในท้องตอนนี้กำลังมีอีกชีวิตน้อยๆ ซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอกับคนที่รักก่อเกิดขึ้นแล้ว
“แต่ว่าลิ้นจี่ท้องแบบนี้...”
“หือ ท้องแล้วยังไง คุณจะพูดอะไรต่อลิ้นจี่ ผมฟังอยู่”
“ไม่มีอะไรค่ะ...” เรื่องนี้ไม่รู้จะเริ่มพูดจากตรงไหน แต่พอนึกไปถึงครอบครัวเธอก็อดกังวลใจไม่ได้ เธอจะบอกแม่กับยายยังไงที่มาป่องตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งแบบนี้ ไหนจะครอบครัวของรังสรรค์อีก พวกเขาจะมองเธอยังไง จะยอมรับเธอที่ปล่อยให้ท้องกับลูกชายเขาแบบนี้ได้หรือ
รังสรรค์พาลลิตากลับมาพักผ่อนที่คอนโด เขาจับสังเกตถึงอารมณ์ไม่ปกติของแฟนสาวที่ตอนนี้ก็คือแม่ของลูกเขา สายตาอ่อนโยนของรังสรรค์มองคนรักด้วยความห่วงใย หลังคนทั้งคู่ทานข้าวเที่ยงด้วยกันคนร่างสูงก็อดถามไม่ได้
“เป็นอะไรไปหื้อลิ้นจี่ของผม คิ้วชนกันตั้งแต่นั่งรถกลับมาแล้วนะครับ” สองแขนแกร่งโอบกอดหญิงสาวโยกตัวเบาๆ อย่างช่วยคลายกังวล
“ลิ้นจี่สับสนค่ะ อารมณ์ความรู้สึกหลายอย่างมันตีกันยุ่งไปหมด แล้วก็กลัว”
“กลัว กลัวอะไร ไม่สบายใจระบายกับผมได้นะ เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะลิ้นจี่ เข้าใจมั้ย” มือหนาดึงคนที่โอบอยู่ให้หันมาเผชิญหน้ากันอย่างจริงจัง
“ค่ะ ลิ้นจี่กลัวว่าจะเลี้ยงลูกได้ไม่ดีพอ กลัวว่าถ้าครอบครัวคุณไม่ยอมรับเราสองคนจะทำยังไง แม่กับยายลิ้นจี่อีก พวกท่านคงเสียใจมากถ้ารู้ว่า ...ลิ้นจี่ท้องทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน มันสับสนไปหมดเลยคุณตั้ง”
“หึๆๆ”
“คุณตั้ง! นี่แหนะ นี่ๆ”
“โอ้ยๆๆ เบาๆ ที่รัก โอ้ยผมเจ็บนะ” ฝ่ามือบางตีคนที่ทำหน้าระรื่นใส่เธอ คนที่กำลังกลั้นขำอยู่ก็ร้องโอดโอยจนเกินเหตุ บางทีอารมณ์แปรปรวนหลายอย่างอาจมีผลมาจากฮอร์โมนคนท้องตามที่หมอว่า
“สมน้ำหน้า ใครให้คุณขำล่ะ ลิ้นจี่ซีเรียสจริงๆ นะคะ”
“คุณอย่าเพิ่งคิดไปก่อน ลองไปเจอครอบครัวผมมั้ย คุณจะรู้เองว่าผมขำทำไม”
“ไปเจอ ...พูดเล่นแบบนี้ ลิ้นจี่ไม่ตลกนะคะ” หญิงสาวมองคนตรงหน้าอย่างไม่วางใจ อยากจะบอกเหลือเกินว่าการที่เขาอยากมีครอบครัวสมบูรณ์พร้อมทั้งภรรยาและลูก ยังน้อยกว่าพ่อแม่ของเขาที่อยากมีหลานเสียเต็มประดา คิดแล้วรังสรรค์ก็ยกโทรศัพท์หาคนปลายสายต่อหน้าลลิตาทันที
“ฮัลโหลครับแม่ ...เย็นนี้ผมไปหานะ ...ที่บ้านครับ ...แล้วเจอกันครับ”
อาหารเย็นนี้ก็ยกเลิกไปซะเถอะ เมื่อชายหนุ่มต่อสายตรงหาลัดดานายหญิงใหญ่ของบ้านเกียรติไพศาล เขาจะพาภรรยาและลูกไปทานข้าวเย็นที่บ้าน!
การนัดทานข้าวแบบปุบปับเกิดขึ้นที่บ้านของรังสรรค์ แต่มากกว่านั้นคือทุกคนสามารถอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างหาได้ยาก ชายหนุ่มสังหรณ์ใจว่าเรื่องของเขาคงไม่ใช่ความลับอีกต่อไปเมื่อสายตาปะทะเข้ากับวีระและน้องชายจอมกวนประสาท
“แหม่! พี่ชายคนโตกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านเลยแฮะ โอ้ะ นั่นมันพี่ลิ้นจี่หนิ พามาด้วยเหรอครับเนี่ย” คำพูดยียวน สายตากรุ้มกริ่มหยอกล้อพี่ชาย ดูยังไงก็รู้ว่าปลอม รังสรรค์ถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับนิสัยของลักษณ์
“ไม่ต้องมาเล่นลิ้น หลบไปฉันจะพาลิ้นจี่เข้าไปข้างใน” อย่าว่าแต่เขาที่เบื่อน้องชาย เพราะตอนนี้ลักษณ์ก็หมั่นไส้คนขี้เก๊กเหมือนกัน ความเว่อร์วังของเขาตอนนี้ที่กำลังประคองคนท้องอ่อนๆ มาแต่ไกลตั้งแต่ลงรถจนถึงโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มคิดว่าตนเองปกปิดได้แนบเนียนที่ไหนกัน จนลลิตาลอบถอนหายใจบ้าง ผู้ใหญ่คนอื่นๆ เห็นหนุ่มสาวทั้งสองก็ขำขัน อมยิ้มด้วยความชอบใจ เป็นภาพที่หาดูได้ยากเสียจริง
“ไงเจ้าตั้ง โผล่มาให้เห็นหน้าเห็นตาได้สักทีนะ” คุณรัฐประมุขของบ้านยังอดค่อนแคะลูกชายไม่ได้
“โถวคุณพ่อ อยู่บริษัทไม่เห็นหน้ากันเลยมั้ง”
“แต่ไม่เคยเห็นอยู่ที่บ้าน มันไม่เหมือนกัน”
“หยุดเลยทั้งคู่ค่ะ คุณนี่ยังไง ลูกชายมาก็พูดดีๆ หน่อยสิ ไหนวันนี้พาใครมาด้วยจ๊ะ” คุณหญิงลัดดาต้องออกโรงปกป้องลูกชาย รังสรรค์ยังเป็นลูกที่เธอรักและภูมิใจเสมอไม่ว่าจะเป็นยังไงลูกก็มาอันดับหนึ่ง ทำเอาคนถูกสปอยล์ยิ้มร่าอย่างน่าหมั่นไส้มากขึ้นไปอีก
“ครับ ทุกคนคงจะพอทราบแล้ว แต่ก็อยากจะพูดจากปากของตัวเอง ให้ทุกคนรับรู้จากผม และเป็นพยานว่า ผมรังสรรค์ เกียรติไพศาล กับลลิตาแฟนผม เรากำลังจะมีลูกครับ แล้วผมก็จะแต่งงานกับเธอโดยเร็วที่สุด แต่งงานกันนะลิ้นจี่”
จากที่เคยคุกเข่าขอเธอเป็นแฟน มาวันนี้เขาได้คุกเข่าอีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงาน หญิงสาวอึ้งกับการประกาศเช่นนี้ของเขา เมื่อมองไปรอบๆ ทุกคนไม่คัดค้านอย่างที่นึกกลัว
“โหววว โคตรจะเท่เลย พี่ผมๆ ฮู้ววว”
“หึๆๆ ว่ายังไงลลิตา หนูจะยอมแต่งกับลูกชายฉันหรือเปล่า”
“รับรักลูกชายแม่แล้ว ก็ยอมๆ แต่งงานกันไปเถอะหนู มาเป็นครอบครัวเดียวกันนะ” เสียงคนในครอบครัวรังสรรค์ต่างสนับสนุนอย่างเต็มที่ ลลิตามองดูด้วยความซาบซึ้ง อบอุ่นในใจ
“ขอบคุณคุณตั้งนะคะที่เลือกลิ้นจี่ ขอบคุณทุกคนที่ยอมรับพวกเรา ตกลงค่ะ ลิ้นจี่ยินดีจะแต่งงานกับคุณ” ท้ายประโยคเธอมองชายหนุ่มที่คุกเข่าตรงหน้า น้ำตาเม็ดโตร่วงหล่นอย่างตื้นตัน
“ไม่ร้องนะครับ โอ๋ๆๆ จะเป็นคุณแม่แล้วทำไมยังขี้แยอยู่เลย” รังสรรค์ลุกขึ้นกอดปลอบหญิงสาวอย่างรักใคร่ ภาพตรงหน้าทำเอาคนมองยิ้มตามอย่างสุขใจ ในที่สุดบ้านหลังนี้ก็จะมีงานมงคลอีกครั้ง
“เห้อ ดีจังเลย ไม่เอาแล้วๆ ตาตั้งพาหนูลิ้นจี่ไปล้างหน้าล้างตา แล้วเรามาทานข้าวด้วยกันดีกว่า วันนี้แม่ทำกับข้าวไว้หลายอย่างมาก ไปทุกคน ได้เวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ” คุณลัดดาจัดแจงเสร็จสรรพไม่ให้ใครทักท้วง
จากตอนแรกที่ก้าวลงจากรถซึ่งตรงหน้าคือบ้านหลังใหญ่โตโอ่อ่าทำเอาลลิตาประหม่าและหวาดกลัวว่าคนที่นี่จะไม่ต้อนรับ กลับกันเสียอีก ทุกคนแสดงความยินดี อ้าแขนต้อนรับเธอ เข้ามาทำความรู้จัก พูดคุยอย่างเป็นกันเองจนหญิงสาวผ่อนคลาย ตอนนี้จึงวางใจเรื่องครอบครัวฝ่ายรังสรรค์ซึ่งแสดงออกชัดเจนว่ายอมรับเธอแล้ว
___________
วาสนาลูกสาว ผู้รักผู้หลง ครอบครัวผู้เปนเอ็นดูววว ด่านต่อไปก็ต้องฝ่าฟันค่ะ คุณแม่กับคุณยายจะว่ายังไงน้าาา อิพ่อเล่นกินน้องก่อนค่อยแต่งทีหลังแบบนี้ อ๊ยยย