คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 62 :แย่งเงินได้สำเร็จ

    ตอนที่62  :แย่งเงินได้สำเร็จ

     

            สำหรับหลี่อ้ายกัง คำพูดของหลางเวิ่นซิงเป็นตัวกระตุ้นได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งสองประโยคหลัง ที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่หลี่อ้ายกังอย่างมาก

     

            หลายปีมานี้ เรื่องที่หลี่อ้ายกังอยากทำที่สุดคือการได้นำเพลงใหม่แกะกล่องเข้าสู่วงการเพลง ลบล้างคำสบประมาท

     

            “ไม่สู้เอาอย่างนี้ละกัน ! ”

     

            เมื่อเห็นหลี่อ้ายกังแสดงความต้องการอย่างชัดเจนหลางเวิ่นซิงก็ถือโอกาสตอนที่เหล็กกำลังร้อน พูดต่อว่า

     

            “ถ้า... ฉันบอกว่าถ้าจือเซียแต่งเพลงให้นายจนกลายเป็นเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี เราต้องการส่วนแบ่ง 30 %สำหรับเพลงนี้ ! ”

     

            หลางเวิ่นซิงยังคงไม่สะทกสะท้าน “แน่นอนถ้าเพลงนี้ไม่ได้กลายเป็นเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี เราขอส่วนแบ่งอย่างต่ำสุดแค่ 5%ตกลงไหม ? ”

     

            “พรวด ! ”

     

            จางหมิงห่าวพ่นเหล้าออกมาอีกครั้งคราวนี้พ่นใส่ไป่เหลียนเฉิงซึ่งกำลังเช็ดหน้าอีกครั้ง !

     

            “พี่ยังจะพ่นอีกไหม ? ฉันจะได้ไม่เช็ดแล้ว ! ” ไป่เหลียนเฉิงทำท่าอยากจะร้องไห้

     

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ขอโทษที ๆ ”

     

            จางหมิงห่าวขอโทษไป่เหลียนเฉิงไปพลางและพูดกับหลางเวิ่นซิงไปพลาง “หลางเกลอ ฉันว่านายบ้ากินไปหน่อยนะ !เพลงยอดเยี่ยมแห่งปี มันจะดีขนาดนั้นเชียว ?ฉันคิดว่านายควรชี้แจงส่วนแบ่งที่น่าเชื่อถือกว่านี้นะ”

     

            “30% ? ” หลี่อ้ายกังเองก็ตื่นตกใจเช่นกัน “ผู้อำนวยการหลางนายขอเยอะเกินไปหน่อยไหม ? ”

     

            ส่วนแบ่ง 30% มันสูงเกินไปจริง ๆนอกจากนักแต่งเพลงและนักร้องแล้ว ถ้าเอาสัดส่วนนี้ไปให้กับค่ายเพลงเกรงว่าจะต้องถูกไม้หน้าสามไล่ตีกบาลแน่ !

     

            “เฮ้อ ฉันว่านะ อ้ายกัง นายน่ะแม้แต่นับขายังนับไม่ได้เลย ? ”

     

            หลางเวิ่นซิงกล่าวเยาะเย้ย“ถ้าจือเซียแต่งเพลงให้นายจนกลายเป็นหนึ่งในเพลงยอดเยี่ยมแห่งปีจริง ๆมันจะไม่คุ้มค่ากับราคานี้หรือ ? นายลองคิดดูสิ อัลบั้มของใครเขามีเพลงเดียวกัน ?อีกอย่างจือเซียของเราก็ขอแค่ส่วนแบ่งจากค่าลิขสิทธิ์เพลง 30%ในหนึ่งเพลงของนายเท่านั้น เพลงอื่นก็ใช่ว่าจะได้ราคานี้เพลงเดียวพาให้ทั้งอัลบั้มดังเป็นพลุแตก จะว่าไปแล้วนายก็ยังได้กำไรนะ ! ”

     

            หลี่อ้ายกังกระพริบตา เหมือนกับเขาไม่ได้คิดแบบนั้น !

     

            ในหนึ่งอัลบั้ม อย่างน้อยที่สุดก็ต้องมี 8 เพลงถ้าในหนึ่งเพลงสามารถกลายเป็นจุดขายของอัลบั้มได้ อีก 7เพลงที่เหลือจะต้องทำเงินได้แน่นอน ดูเหมือนธุรกิจนี้จะไม่ขาดทุนซะทีเดียว

     

            สุดท้ายหลางเวิ่นซิงก็ยอมถอยให้หลี่อ้ายกังหนึ่งก้าว เขาพูดว่า“หรือไม่ ถ้าเพลงไม่กลายเป็นเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี จือเซียของเราก็ควรจะได้รับส่วนแบ่ง5% ของนาย นี่เป็นส่วนแบ่งที่ต่ำที่สุดแล้วนะ แค่สถานะของจือเซียคนที่ขาดทุนน่าจะเป็นเรามากกว่านะ ! ”

     

            ประโยคสุดท้ายของหลางเวิ่นซิงโน้มน้าวอีกฝ่ายได้สำเร็จ

     

            “ฉันขอโทรศัพท์หาผู้จัดการของฉันก่อน”หลี่อ้ายกังรู้สึกว่าเรื่องนี้มีความเป็นไปได้ ดังนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเดินออกนอกห้อง VIP ไป

     

            ครั้งนี้หลางเวิ่นซิงร้อนใจมาก “เฮ้อ ฉันว่านะ อ้ายกังนายต้องคิดให้ดีนะ ถ้าไม่ได้ก็กลับไปไล่ผู้จัดการของนายออกซะอย่าเสียเวลาไปขอคำปรึกษากับคนแบบนั้นเลย ! ”

     

            หลี่อ้ายกังหยุดชะงักทันใด จากนั้นก็เร่งฝีเท้าเดินออกจากห้องVIP ไป

     

            หลิวจือเซียมองหลางเวิ่นซิงด้วยสีหน้าหมดคำพูดแต่สุดท้ายก็พูดว่า “พี่ซิง พี่พูดน้อยลงหน่อยก็ได้มั้ง ? ”

     

            “หึ พูดน้อยแล้วจะเจรจาธุรกิจสำเร็จได้อย่างไรเล่า ? ”

     

            หลางเวิ่นซิงกลับมาอยู่ในโหมดผ่อนคลายเหมือนก่อนหน้านั้นก่อนจะพูดอย่างไม่ได้คิดอะไร “แต่ผู้จัดการของอ้ายกังคนนั้นต้องเปลี่ยนจริง ๆ นะอะไรกัน จ่ายเงิน 100,000 หยวนเพื่อซื้อเพลงของจือเซีย ปัญญาอ่อนรึไง ? ”

     

            “ไม่ได้ปัญญาอ่อน แต่อ้วนต่างหาก ! ”ไป่เหลียนเฉิงที่กำลังเช็ดหน้าจนสะอาดเป็นครั้งที่สอง ได้เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง“แต่เขาก็มีส่วนดีนะ ดูแลคนใหม่ในค่ายเพลงได้เป็นอย่างดี”

     

            “เอาล่ะ หยุดพูดถึงเขาได้แล้ว เรามากินข้าวและดื่มกันดีกว่า”จางหมิงห่าวเอ่ยเตือนทุกคน “น้องเหลียนเฉิง เมื่อครู่ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ มา ๆฉันขอดื่มให้นาย ! ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงอยากพูดมากว่า พี่ดื่มให้ฉันสองครั้งแล้ว !

     

            …………………

     

            สุดท้ายหลี่อ้ายกังก็ยอมตกลงเงื่อนไขของหลางเวิ่นซิงส่วนแบ่งเพลง 30 % เพียงแต่ส่วนแบ่งนี้ต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนดเพราะการคัดเลือกเพลงยอดเยี่ยมแห่งปีจะถูกจัดขึ้นทุกเดือนที่สองของปี

     

            ตอนนี้เพิ่งจะเข้าสู่เดือนเจ็ดกว่าหลี่อ้ายกังจะพร้อมออกอัลบั้มก็อย่างน้อยเดือนเก้า ระยะเวลายังเร็วเกินไป

     

            การตกแต่งภายในร้านอาหารของจางหมิงห่าวคนนี้สมบูรณ์แบบมากหลี่อ้ายกังให้พนักงานในออฟฟิศนำสัญญาชุดหนึ่งมาส่งที่นี่จากนั้นจางหมิงห่าวก็ทำการถ่ายเอกสารเป็นสำเนาไว้ทั้งหมด 3 ชุด

     

            หลังจากยืนยันว่าไม่มีข้อผิดพลาดแล้วทั้งสองฝ่ายก็ทำการเซ็นสัญญา

     

            กระทั่งตอนนี้ หลี่อ้ายกังจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ช่วยไม่ได้ความปรารถนาในช่วงหลายปีมานี้ ดูท่าจะสมบูรณ์แล้ว และเขาเองก็คาดหวังมากเช่นกัน !

     

            “จือเซีย นายว่าหลังจากที่เราเซ็นสัญญาแล้วนายจะว่างแต่งเพลงให้ฉันเมื่อไหร่ล่ะ ? ”หลี่อ้ายกังมองหลิวจือเซียด้วยสายตาคาดหวังอารมณ์ของเขาตึงเครียดเหมือนกับตอนที่ได้อัดเพลงครั้งแรกในปีนั้น

     

            “อ้ายกัง รอมาหลายปีขนาดนี้ รออีกสักหน่อยไม่ได้หรือ ? ”จางหมิงห่าวกลอกตาไปมา “เรากินข้าวกันก่อนเถอะ กินเสร็จก็ค่อยคุยกัน ดีไหม ? ”

     

            จางหมิงห่าวรู้ดีว่าการสร้างเพลงที่ดีมันยากแค่ไหนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงที่หลิวจือเซียกำลังจะแต่งขึ้นจะต้องขึ้นอันดับเพลงยอดเยี่ยมแห่งปี !

     

            “เหอะ ๆ ฉันร้อนใจเกินไป” หลี่อ้ายกังยิ้ม แล้วพูดขึ้น

     

            ใครจะไปรู้เล่าว่าจู่ ๆ หลิวจือเซียจะเอ่ยขึ้นประโยคหนึ่งว่า“กินข้าวเสร็จค่อยแต่งให้พี่ละกัน”

     

            “พรวด ! ”

     

            ครั้งนี้อย่าว่าแต่จางหมิงห่าวแม้แต่หลี่อ้ายกังก็ยังพ่นเหล้าในปากออกมา

     

            ไป่เหลียนเฉิงมองสถานการณ์ออกอย่างไวเมื่อเห็นจางหมิงห่าวกำลังหันหน้ามาทางตัวเอง จึงรู้ทันทีว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีเขาพรวดลุกขึ้น แต่กลับลืมไปว่าถัดจากเขายังมีหลี่อ้ายกังอีกคน

     

            ผลสุดท้าย ไป่เหลียนเฉิงหลบเลี่ยงการพ่นเหล้าของจางหมิงห่าวได้แต่กลับถูกของหลี่อ้ายกังพ่นใส่กางเกงแทน

     

            เยี่ยม เหล้านี้ถูกพ่นใส่บริเวณท้องด้านล่างของไป่เหลียนเฉิงแบบนี้ก็เหมือนกับเขาฉี่ใส่กางเกงชัด ๆ

     

            ไป่เหลียนเฉิงที่น่าสงสาร วันนี้ออกจากบ้านคงไม่ได้ดูฤกษ์แน่ !

     

            ในบรรดาพวกเขาทั้งหมดมีแค่หลางเวิ่นซิงและไป่เหลียนเฉิงสองคนนี้เท่านั้นที่ได้เห็นความสามารถในการแต่งเพลงของหลิวจือเซียมาแล้วในการตระหนักรับรู้ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเพลง ‘คนหนึ่งเหมือนฤดูร้อนคนหนึ่งเหมือนฤดูใบไม้ร่วง’ ของสองพี่น้องซุนเสี่ยวลู่ และก็เพลง ‘กุ้ยเฟยเมามาย ’ที่แต่งให้ไป่เหลียนเฉิง ทั้งหมดถูกแต่งขึ้น ณ ตอนนั้น ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างรวดเร็วไม่ใช่หรือ ?

     

            ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับหลี่อ้ายกังและจางหมิงห่าวแล้วทั้งสองคนจึงมีท่าทีสงบนิ่งอย่างมาก

     

            “จือ… จือเซีย เมื่อกี้นายว่าไงนะ ? ”จางหมิงห่าวเอ่ยถามด้วยความตื่นตกใจ

     

            หลี่อ้ายกังก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน “จือเซียนายไม่ได้ล้อเล่นใช่ไหม ? ”

     

            หลิวจือเซียมองทั้งสองคนอย่างขบขัน ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ฉันบอกว่ากินข้าวเสร็จเดี๋ยวฉันค่อยส่งเพลงใหม่ให้พี่”

     

            หลี่อ้ายกังมองหลิวจือเซียอย่างอึ้งงันครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า“จือเซีย เรื่องนั้น เพลงใหม่ฉันไม่รีบตอนนี้เพลงอื่นของฉันกำลังเรียงคิวกันเข้ามาแล้วค่อยแต่งเพลงใหม่ให้ฉันช้ากว่านี้ก็ได้”

     

            เพราะหลี่อ้ายกังกลัวว่าหลิวจือเซียจะแต่เพลงมาให้เขาไม่ดีพอ

     

            ความจริงเมื่อคิด ๆ ดูแล้วมันก็จริงใครจะแต่งเพลงได้ในสองสามนาทีได้ ไม่มีใครคิดว่ามันเป็นเพลงที่ดีหรอกจริงไหม ?

     

            หลิวจือเซียเป็นคนแบบไหนไม่นานเขาก็เข้าใจความกังวลของหลี่อ้ายกัง จึงพูดด้วยรอยยิ้ม “พี่กังพี่วางใจเถอะฉันรับรองเลยว่าเพลงที่แต่งให้พี่ จะทำให้พี่พอใจอย่างแน่นอน ! ”

     

            “พี่กังวางใจได้เลย” ตอนนี้เองไป่เหลียนเฉิงที่เช็ดกางเกงจนสะอาดแล้วก็ได้พูดต่อ“ความสามารถในการแต่งเพลงของเจ้าสามยอดเยี่ยมอย่าบอกใครเชียว เพลง ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ ของฉัน เจ้าสามก็ใช้เวลาแต่งไม่เกิน 5 นาทีก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว”

     

            ‘5 นาที ? ’

     

            หลี่อ้ายกังและจางหมิงห่าวต่างก็ฉงนกันไปตาม ๆ กันรู้สึกว่าความคิดของตัวเองไล่ตามไม่ทัน

     

            “บริษัทของเรามีคู่หูใหม่คู่หนึ่งจือเซียก็แต่งเพลงให้พวกเธอหนึ่งเพลง”หลางเวิ่นซิงมองทั้งสองคนอย่างเนิบชาแวบหนึ่ง แล้วพูดต่อ “ครั้งนี้ใช้เวลานานหน่อยประมาณ 7-8 นาที”

     

            ‘7-8 นาที ? ’

     

            หลี่อ้ายกังและจางหมิงห่าวตกตะลึงไปชั่วขณะ นี่คนรึเปล่าเนี่ย ?

     

            แต่เพลงสุดคลาสสิกอย่างเพลง ‘กุ้ยเฟยเมามาย ’ ออกมาภายใน 5 นาทีอีกเพลงยังไม่เคยฟัง แต่คิดว่าคงจะดีไม่ต่างกันแน่ !

     

            “แค่ก แค่ก...” หลิวจือเซียไอเบา ๆ “พี่ห่าว พี่กัง พวกพี่อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของพวกเขาเรากินข้าวกันก่อนเถอะ กินเสร็จฉันค่อยให้พวกพี่ฟัง ถ้าคิดว่ามันยังไม่ดีเราก็ค่อยเปลี่ยน”

     

            คิดว่าไม่ดีก็ค่อยเปลี่ยน ?

     

            ทุกคนในห้อง VIP ต่างหมดคำพูดทันใด

     

            คน ๆ นี้ เป็นนักร้องที่เจ๋งจริง ๆ !

     

            …………………

     

            หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ภายในห้อง VIPได้รับการทำความสะอาดเรียบร้อย บนโซฟาในห้อง VIPทุกคนมองไปยังหลิวจือเซียที่กำลังใส่หูฟังและเคาะคอมพิวเตอร์อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

     

            “เอาล่ะ ! ” ไม่นาน หลิวจือเซียก็เงยหน้าขึ้นในที่สุด

     

            “เจ้าสาม นายทำอะไร ? ไหนบอกว่าจะแต่งเพลง ? ” ไป่เหลียนเฉิงถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ

     

            หลิวจือเซียพูดด้วยรอยยิ้ม“ครั้งนี้เพลงที่แต่งให้กับพี่กังพิเศษมากเพราะเครื่องดนตรีบางชนิดจะต้องใช้เครื่องดนตรีคลาสสิกของจีนดังนั้นฉันจึงหาซอฟแวร์ในอินเตอร์เน็ตเอาบทเพลงในดนตรีสุดคลาสสิกหลากหลายเหล่านั้นมา จากนั้นมารวมกันอย่างง่าย ๆ “

     

            ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ดีตอนนี้ไม่ว่าซอฟแวร์อะไรก็สามารถหาเจอได้บนอินเตอร์เน็ต Photoshop ดนตรีผสานเสียงที่งดงาม... ขอแค่ได้เห็นคำแนะนำของซอฟแวร์เหล่านี้ มันก็ง่ายต่อการใช้งานมาก

     

            “อืม” ไป่เหลียนเฉิงพยักหน้าอย่างประหลาดใจ “แต่นายใส่หูฟังทำไม? ให้เราได้ยินด้วยสิ จะได้ช่วยแสดงความคิดเห็นให้นาย”

     

            “เปิดลำโพงแล้ว มันค่อนข้างมั่ว ยากจะผสมผสาน ! ”

     

            หลิวจือเซียส่ายหน้า เขาไม่มีทางบอกไป่เหลียนเฉิงแน่นอนความจริงแล้วเขาใช้ซอฟแวร์นี้ไม่เป็นด้วยซ้ำ กลัวว่าพวกเขาจะหัวเราะเยาะเอา

     

            “พี่ห่าว รบกวนพี่ช่วยหยิบกีตาร์ที่แขวนอยู่บนผนังให้ฉันหน่อย”หลิวจือเซียวางคอมพิวเตอร์ไว้ข้างกาย แล้วทำท่าอยากได้กีตาร์จากจางหมิงห่าว

     

            ตอนนี้ ทุกคนต่างกลั้นหายใจแล้วมองมายังหลิวจือเซียด้วยความคาดหวัง

     

            หลิวจือเซียครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งคลิกเพลงที่ได้ผสมผสานอย่างลงตัวแล้ว

     

            เสียงผีผา เสียงฟลูต เสียงไซโลโฟน... ที่ผสมผสานปนเปได้ดังขึ้นพริบตาเดียวก็จับจุดสนใจของทุกคนได้ แค่โหมโรงเพียงไม่กี่สิบนาทีก็สามารถนำเครื่องดนตรีสุดคลาสสิกเหล่านี้มาใช้ได้หลายนาทีแล้ว

     

            สไตล์จีน !

     

            ก็ต้องเป็นบทเพลงสไตล์จีน !

     

            หลี่อ้ายกังตื่นเต้นทันใด เขาชอบทำนองที่เหมือน ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ แบบนี้มาก ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ตัดสินใจให้ไป่เหลียนเฉิงเซ็นสัญญากับค่ายเพลงของตัวเองเพียงเพราะเห็นการแสดงครั้งเดียวของเขาหรอก

     

            “ลา ลา ลา  ~

     

            ใครกันที่นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

     

            แขนเสื้อทรงกระบอกสีผ้าสดใส

     

            แว่วยินเสียงลม อันเพราะพริ้ง

     

            พัดปลิวไปผ่านใต้ชายคา

     

            เมฆหมอกลอยต่ำบนเวหา

     

            อาทิตย์อัสดงบนภูเขาเขียว

     

            สายฝนค่อย ๆ โปรยปรายลงมา

     

            ช่างแสนรื่นรมย์ ณ ที่แห่งนี้ ...”

     

            ทำนองที่เบาสบาย เนื้อเพลงที่ธรรมดา การเล่าเรื่องที่ร้อยเรียงภาพวาดที่ดูสดใส ปรากฏชัดเจนอยู่ตรงหน้าของคนทั้งสี่ไม่นานก็พาให้พวกเขาเคลิบเคลิ้มไปตาม ๆ กัน

     

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน