ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่174 มาเยือนแคว้นปัญจธาตุ

        อี้เฉินที่ผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายไป2แคว้นใหญ่ก่อนจะมาถึงแคว้นปัญจธาตุ แคว้นปัญจธาตุ ถือเป็นแคว้นใหญ่ที่มีชื่อเสียงไม่ต่างจากแคว้นพยัคฆ์ เป็นเมืองหลักที่มีสำนักใหญ่อยู่ ทันทีที่เขา ออกมาจากค่ายกลเคลื่อนย้ายก็รู้สึกได้ถึงผู้คน ถึงตัวเขาจะสูญเสียดวงตาก็ยังสัมผัสถึงฝูงชนได้



       อี้เฉินตอนนี้ ตัวเขารู้สึกง่วงแบบไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากที่สละดวงตา ร่างกายของเขาเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างทำให้ตัวเขาง่วงอยู่ตลอดเวลา อยากจะหลับใหลตลอดเวลาไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด หากเขาหลับใหลอี้เฉินมั่นใจ มันต้องใช้เวลานานเป็นแน่เขาพยายามข่มตาไม่ให้หลับใหล แล้วเดินต่อไป



        อี้เฉินส่งข้อมูลแผ่นที่ ที่ได้มาจากสุสานเทพ ที่เป็นที่ตั้งของสมบัติให้เมี่ยนจือดู ตอนนี้ตัวเขาไม่สามารถดูแผนที่นั่นได้อีกต่อไป ต้องให้เมี่ยนจือเป็นตาเพื่อดูแผนที่ให้

    เมี่ยนจือที่เห็นแผ่นที่นางรู้ได้ในทันที ภายในเมืองแห่งนี้มีหอคอยปัญจธาตุ ที่มีชื่อเสียงอยู่ต้องเป็นที่นั่นเป็นแน่
    "มันต้องเป็นหอคอยปัญจธาตุเป็นแน่ เจ้าลองไปหาข้อมูลภายในเมืองหลวงปัญจธาตุดู"



    อี้เฉินที่ได้ยินตัวเขาเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปด้านในตัวเมืองแคว้นปัญจธาตุทันที หมายมั่นเดินไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อสืบค้นข้อมูลต่างๆ เขาเดินไปได้ไม่นาน ฝูงชนรอบๆ กลับมองมาที่เขาด้วยความประหลาดใจ



    ผู้คนที่เดินผ่านอี้เฉินต่างตกใจ "เหตุใดชายตรงหน้าถึงเหมือนกับมองเห็น ทุกสิ่งทั้งๆ ที่มีผ้าปิดตาอยู่"

    หลายๆ คนเองก็ประหลาดใจชายผมขาวคนนี้ตาบอดแน่งั้นหรือ



    เด็กหญิงอายุ10ปี ที่เห็นใบหน้าอี้เฉินมีผ้าขาวปิดตา นางไต่ถามด้วยความสงสัย "ท่านปู่ ท่านปู่ ชายคนนี้เหตุใดเขาถึงมีผ้าขาวปิดบังดวงตา"



    ชายชราเอ่ยด้วยน้ำเสียงตักเตือน "หลานรักพูดแบบนี้ มันเสียมารยาทนะรู้ไหม ข้าขออภัยคุณชายท่านนี้ด้วย"



    อี้เฉินที่ได้ยินชายชรากล่าวเขาเพียงพยักหน้าให้เท่านั้นก่อนจะเดินต่อไป
    รอบทิศเกิดเสียงพูดคุย เมืองหลวงแคว้นปัญจธาตุเต็มไปด้วยเหล่าอนุชน จึงมีอนุชนหลายคนคุ้นเคยใบหน้าอี้เฉิน จนเกิดจลาจลเล็กๆ



    อนุชนชายคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้นมา ด้วยท่าทีเหยียดหยาม "มันคงจะแกล้งทำให้พวกเราตกใจมากกว่าดูมันเดินสิแทบไม่ต่างอะไรจากคนตาดี"



    อนุชนอีกคนเอ่ยสมทบทันที พวกเขามาจากสำนักปัจจธาตุที่เป็นสำนักใหญ่ของเมืองหลวงแห่งนี้ทำให้พวกเขาไม่หวาดกลัวผู้ใด "ข้าว่าไอ้หนุ่มนี่มันคงไม่ได้ตาบอดจริงๆ เป็นแน่"
    ทันที ที่อนุชนหนุ่มผู้นั้นพูดฝูงชนเองก็ต่างพากันอยากรู้ ชายหนุ่มที่ใช้ผ้าขาวปิดตาจะตาบอดจริงหรือไม่ รอบทิศเต็มไปด้วยฝูงชนพูดคุยเสียงดังออกไปไกล




    หญิงสาวที่อยู่ไกลๆ ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย นางกวาดตามองไปทิศทางนั้นทันที แต่เมื่อนางเห็นอี้เฉินตัวนางจำได้ทันที นางพุ่งทะยานเข้ามา ก่อนเอ่ยพูดเสียงเรียบ"เจ้ากล้าพนันกับข้าหรือไม่ ข้าเดาว่าชายที่อยู่ตรงหน้าตาบอด" นางได้ยินข่าวมาจากแคว้นเยว่ พอที่จะคาดเดาเรื่องราวได้



    "ศิษย์น้องเจ้าเอาจริงหรือ ได้ๆ ข้าตกลง"



    "น้องชายผมขาวตรงนั้น ท่านช่วยเปิดแผลที่ดวงตาให้พวกข้าดูได้หรือไม่เผื่อจะสามารถรักษาท่านได้"



        อี้เฉินที่กำลังจะเดินไปที่โรงเตี๊ยมเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน รอบๆ มีแต่ฝูงชน จับจ้องไปที่เขา

    เมี่ยนจือเอ่ยพูดเสียงเรียบ"เปิดตาเจ้าให้พวกมันดู แล้วเอ่ยถามเรื่องหอคอยปัจจธาตุจากพวกมันเสีย"



    อี้เฉินเอื้อมมือไปเปิดผ้าสีขาวที่ปกปิดดวงตาเขาออก ก่อนเปิดดวงตาให้พวกเขาดู ภายในเบ้าตาของเขากลวงโบ๋ไม่มีอะไรอยู่



    ฝูงชนที่เห็นต่างใจสั่นสะท้านไม่คิดเด็กหนุ่มผมขาวจะตาบอดจริงๆ มีหลายๆ คนต่างถอนหายใจ ถึงชายหนุ่มผมขาวจะดูหล่อเหลาเหมือนคุณชาย แต่ก็เป็นเพียงชายพิการไร้อนาคต



    อี้เฉินไต่ถามไปที่ฝูงชน "มีใครรู้จักหอคอยปัญจธาตุหรือไม่ ช่วยนำทางข้าไปได้หรือไม่"



    หญิงสาวเอ่ยขึ้น "ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่นเอง" อี้เฉินรู้สึกคุ้นเสียงนี้ชอบกลแต่เขา ก็ไม่รู้ว่าคือใคร

    หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ"จับมือข้าไว้" ก่อนที่นางจะเดินพาอี้เฉินไปที่หอคอยปัญจธาตุที่อยู่ภายใน สำนักปัญจธาตุที่ตัวนางอยู่พอดี



    "ศิษย์น้อง เจ้าจะพาคนนอกเข้าไปภายในหอคอยปัญจธาตุไม่ได้นะ ไม่อย่างนั้นเจ้าผู้ครองแคว้นปัญจธาตุจะลงโทษเอา" ชายหนุ่มเอ่ยค้าน



    "ศิษย์พี่ ไม่เป็นไรข้ารู้จักเขาเป็นการส่วนตัว"



    นางเอ่ยเสียงเรียบออกมา "อี้เฉิน เจ้าสูญเสียดวงตาไปงั้นหรือ เจ้าจำชื่อนี้ได้หรือไม่ เสี่ยวชิง"



    อี้เฉินได้ยินเขาจำนางได้ทันที เสี่ยวชิงเด็กสาวที่แย่งที่พักกับเขาภายในสำนักมังกร "เจ้ามาอยู่ที่นี่เองหรือเสี่ยวชิง ข้าเห็นเจ้าตอนงานประลองสงครามร้อยแคว้นด้วย"



    "เจ้าเองก็ดังใช่ย่อยอี้เฉิน แต่สภาพของเจ้าตอนนี้ดูไม่ได้เลย"



         เหล่าศิษย์พี่ที่เดินตามเสี่ยวชิงมา พวกเขาถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากค้าง "เจ้าๆ อี้เฉินที่เป็นอันดับสองของงานประลองสงครามร้อยแคว้นงั้นหรือ ชื่อเสียงเจ้าไม่เบาเลย"



    อี้เฉินเพียงยิ้มแห้งๆ "มันเป็นอดีตไปแล้วดูสภาพของข้าตอนนี้สิ"



    ระหว่างเดินทางไปหอคอยปัญจธาตุอี้เฉินไต่ถาม "หอคอยปัจจธาตุเป็นสถานที่แบบไหนกันแน่พวกเจ้าช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้หรือไม่"



    "หอคอยปัญจธาตุงั้นหรือ ภายในเป็นสถานที่ฝึกฝนของพวกเราสำนักปัจจธาตุ ภายในหอคอยมีธาตุทั้ง5 ให้พวกเราได้ฝึกฝนแคว้นของเราจึงโดดเด่นการใช้ธาตุต่างๆ ต่อสู้"



    ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยพูด "หอคอยปัญจธาตุมี4ชั้น แต่มองภายนอกอย่างไรก็เหมือนมี5ชั้น เจ้าว่าแปลกไม่ละ"



    "พวกเจ้าเลิกพูดได้แล้ว เรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ว่ามันมีแค่4ชั้น หากมีชั้นที่5จริงป่านนี้มันคงถูกเปิดออกไปนานแล้ว"



        อี้เฉินที่ได้ยินเขาถอนหายใจ ที่แห่งนั้นจะเป็นที่เก็บสมบัติของเทพผู้ล่วงลับจริงๆ งั้นหรือ แต่เขาไม่มีทางเลือกต้องเข้าไปดูสักครั้ง ไม่นานพวกเขาก็มาถึงหน้าทางเข้า หอคอยปัญจธาตุ



    เหล่าศิษย์หลายคนต่างแปลกใจเหตุใดมีคนนอกตามาด้วยคนหนึ่ง แถมเขายังเหมือนกับคนตาบอดอีก พวกเขาหลายคนต่างแปลกใจ



    ศิษย์น้องเสี่ยวชิง "เจ้านำคนนอกมาแบบนี้มันจะไม่เป็นการดูถูกดูแคลนคนในสำนักปัญจธาตุงั้นหรือ"



        เสี่ยวชิงที่ได้ยินมีสีหน้าไม่พอใจกับ ศิษย์พี่จงชางเป็นอย่างมาก นางรู้ดีศิษย์พี่คนนี้หมายตาในตัวนางมานานแล้ว "ศิษย์พี่จงชาง หอคอยปัญจธาตุไม่ใช่ใครๆ ก็เข้าได้งั้นหรือ ท่านอาจารย์บอกว่า มันเป็นที่ฝึกฝนสำหรับทุกคน"



    ศิษย์พี่จงชางมองมาที่อี้เฉินด้วยสีหน้าเย้ยหยัน "มันก็ใช่ แต่ตอนนี้สำนักปัญจธาตุ เองก็มีสิทธิ์ในหอคอยปัญจธาตุ

    ไม่ต่างจากเจ้าของของมัน หากน้องชายท่านนี้อยากเข้าไปต้องได้รับการยอมรับจากพวกเราสำนักปัญจธาตุ"



    เสี่ยวชิงนางที่ได้ยินถึงกับหน้ามืดทะมึน หรือพวกเขาคิดใช้การต่อสู้เพื่อทดสอบ แม้แต่ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ยังพอคาดเดาได้ "พวกเจ้ารีบไปดูหน้าหอคอยปัญจธาตุ เร็วเข้าเหมือนจะมีเรื่องสนุกๆ ให้ดู"



    "ข้าไปด้วยข้าเองก็ชอบดูเรื่องสนุกๆ อยากรู้จริงๆ ใครมันกล้ามาท้าทายลูกศิษย์สำนักปัญจธาตุ"



    รอบด้านเกิดความฮือฮา เหล่าศิษย์สำนักปัญจธาตุที่อยู่ด้านนอกที่ได้ยินต่างรีบพากันไปดูเรื่องสนุก พวกเขาต่างอยากรู้ใครมันช่างใจกล้าห่อฟ้าถึงขนาดกล้ามาก่อเรื่องถึงที่นี่



    เสี่ยวชิงเอ่ยถามอี้เฉิน "เจ้าจะเอาอย่างไรอี้เฉิน พวกเขาเหมือนอยากทดสอบตัวเจ้า แต่ข้าว่าเจ้า ควร ถอยก่อน ตอนนี้ร่างกายเจ้ายังไม่พร้อม หากประลองทั้งแบบนี้ตัวเจ้าจะเสียเปรียบอย่างมาก"



    อี้เฉินส่ายหัว "ไม่ช้าก็เร็วข้าก็ต้องเข้าไปภายในหอคอยปัญจธาตุ เสี่ยวชิงมันเป็นแค่การต่อสู้ทดสอบไม่ใช่หรือ"



    "เจ้าคิดง่ายเกินไปอี้เฉิน" เสี่ยวชิงถอนหายใจ หากอี้เฉินไม่สูญเสีย ดวงตา พอที่จะต่อสู้กับ ศิษย์พี่จงชางได้อย่างสบาย นางรู้ดี ศิษย์พี่จงชางอยากจะทำให้อี้เฉินอับอายขายหน้า ช่างเป็นผู้ชายที่เลวทรามเสียจริง



    ศิษย์พี่จงชางเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าเอาจริงหรือที่จะรับการทดสอบจากข้า หากเจ้าซัดข้าให้บาดเจ็บได้ เจ้าสามารถเข้าไปภายในหอคอยปัญจธาตุได้ทันที"



    "ได้ๆ ข้ารับคำท้า เจ้า" อี้เฉินที่ไร้ดวงตาเขาพุ่งทะยานออกไปอย่างบ้าคลั่ง ไปทิศทางเสียงของ จงชาง ทันที ก่อนที่อี้เฉินจะง้างกำปั้นที่เต็มไปด้วยปราณพลังต่อยเข้าใส่จงชาง



    จงชางเอี้ยวตัวหลบการโจมตีของอี้เฉินอย่างง่ายดาย เขาสัมผัสได้การโจมตีของอี้เฉินไม่มีความเฉียบคมเลยแม้แต่น้อย เป็นเพียงหมัดที่เต็มไปด้วยปราณพลังพร้อมจะทำลายทุกสิ่งเท่านั้น



    แม้แต่ฝูงชนที่อยู่รอบๆ ยังรู้สึกแปลกๆ เหมือน อี้เฉินไล่ตามเงาของจงชาง อย่างไรอย่างนั้น ทุกครั้งที่อี้เฉินโจมตีจะช้าไปหนึ่งก้าวเสมอ



    จงชางที่สัมผัสได้ อี้เฉินตามเสียงของเขามาเท่านั้น เขาเกิดความคิดเจ้าเล่ห์ สร้างร่างน้ำแข็งขึ้นมาก่อนจะทำให้เหมือนร่างเขาทุกสิ่ง ทันทีที่เขาพุ่งหายไป อี้เฉินก็ง้างกำปั้นต่อยร่างน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมา ไม่ยั้ง หลายสิบกระบวนท่า



    ฝูงชนที่ชมการประลอง ต่างพากันหัวเราะออกมา "หรือว่าชายหนุ่มผู้นั้นจะตาบอด จงชาง มันถึงกับกลั่นแกล้งคนตาบอดเล่นเพื่อความสนุกเลยงั้นหรือ"



    " ฮ่าๆ ข้าก็ว่ามันแปลกๆ ถึงว่าชายหนุ่มผมขาวถึงช้ากว่า จงชาง อยู่ก้าวหนึ่งเสมอ"



    ชายหนุ่มเอ่ยพูด"ข้าก็นึกว่าจะเป็นการต่อสู้ที่สนุก ที่ไหนได้มาให้คนตาบอดเล่นไล่จับ"พวกเขาต่างพากันหัวเราะขบขัน ไม่มีใครคาดคิด คนตาบอดจะมาท้าประลองด้วยตัวเอง



    อี้เฉิน ที่ถูกปั่นหัวเขารู้สึกว่าตัวเขาไร้ประโยชน์เสียจริง ไม่คิดเพียงแค่ขาดดวงตาจะยากลำบากถึงเพียงนี้



    จงชางยิ้มเย้ยหยัน ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ"เหตุใดถึงหยุดไล่โจมตีข้ากันเล่า หรือเจ้ายอมแพ้แล้วงั้นหรือ"



    อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบ "เจ้าระวังตัวด้วย ข้าไร้ดวงตาไม่อาจยั้งมือได้หากไม่ระวังเจ้าจะตายเอา"



    จงชางได้ยินเขาถึงกับหน้ามืดทะมึน ไม่คิดชายหนุ่มตาบอดจะโอหังถึงเพียงนี้



    อี้เฉินระเบิดปราณพลังสายฟ้าออกมาอย่างบ้าคลั่ง รอบทิศเต็มไปด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบ แม้แต่ฝูงชนยังเบิกตากว้างนั้นมันปราณพลังอะไรกันแน่ ไม่มีใครคาดคิดคนตาบอดจะมีปราณพลังที่แปลกประหลาดถึงเพียงนี้



        อี้เฉินตัวเขาที่ไร้ดวงตาไม่อาจไล่ตาม จงชางได้เป็นแน่คิดใช้การโจมตีวงกว้าง หมายทำให้การต่อสู้ครั้งนี้จบลง เขายกมือขึ้นผสานอิน ปราณพลังสายฟ้าถูกสูบกลืนออกไปอย่างบ้าคลั่ง รอบทิศเต็มไปด้วยวงแหวนสีแดงนับสิบวงชี้เป้าหมายไปที่จงชาง ยากที่ จงชาง จะหลบพ้น
    อี้เฉินตะโกนก้อง "ลงทัณฑ์"



        มังกรสายฟ้าสีแดงพุ่งออกมาจากวงแหวน โจมตีใส่ จงชาง รอบทิศ จนไม่มีที่ให้เขาหนี ท้องฟ้ารอบบริเวณถึงกับเป็นสีแดงฉานเต็มไปด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงมังกรคำรามก้อง ดั่งมีหมื่นมังกรพุ่งออกมาจากวงแหวนสีแดง


       อากาศรอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง มาพร้อมกับเสียง จงชาง ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด "อ๊ากๆ ...... เจ้าๆ" ก่อนที่เขาจะร่วงหล่นลงมายังพื้นเบื้องล่าง ดิ้นทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด กายาเต็มไปด้วยรอยแตกร้าว ราวถ้วยแก้ว ร่างทั้งร่างไหม้เกรียมไม่มีชิ้นดี หากเขาไม่ระเบิดปราณพลังป้องกันกายาไว้ ตัวเขาได้สิ้นลมหายใจไปแล้วเป็นแน่


    เขาร้องคำรามด้วยความแค้นเคือง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ไม่คิดชายตาบอดตรงหน้าจะมี พลานุภาพมากขนาดนี้




    ฝูงชนที่ชมการประลองต่างใจสั่นสะท้านไม่คิด ชายหนุ่มตาบอดผู้นี้จะน่ากลัวถึงเพียงนี้ ถึงกับทำให้ จงชาง เกือบตายในการสำแดงญาณ วิเศษเพียงแค่ครั้งเดียว



    บางคนถึงกับตัวเย็นเยือก ด้วยความหวาดกลัว ไม่คิดว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น



    เสี่ยวชิงถึงกับตกตะลึงไม่คิด อี้เฉินจะเก็บซ่อนปราณพลังไว้อีก เขาไม่เห็นอี้เฉินใช้ปราณพลังแบบนี้มาก่อน ตอนงานประลองสงครามร้อยแคว้นเองอี้เฉินก็ไม่ได้ใช้ปราณพลังชนิดนี้ต่อสู้ มันทำให้นางรู้สึกแปลกใจชายคนนี้มีความลับมากมายจริงๆ




    อี้เฉินไม่รั้งรออีกต่อไปเขาพุ่งเข้าไปภายในหอคอยปัญจธาตุ หมายมั่นเข้าไปสำรวจภายในทันที

    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292