ข่าวสารของคุณหนูแห่งตระกูลหยวนได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งห้องโถงิญญา
บุคคลจากสถาบันต่างๆที่มาคอยสอดส่องหรือมองหาผู้มีพร์ในการเป็ผู้ฝึกฝนิญญาก็ทราบเช่นเดียวกัน เมื่อหญิงสาวก้าวเดินออกมามันก็ต้องถูกรายล้อมไปโดยพวกเขา
"คุณหนู ข้าคือคนของสถาบันิญญาเซริน คุณสนใจที่จะไปสมัครเรียนกับทางสถาบันเราไหม"
"แน่นอนว่าย่อมมีสิทธิพิเศษมากมายสำหรับบุคคลที่เป็อัจฉริยะและมีภูติิญญาประจำตัวระดับSSอย่างคุณเช่นเดียวกัน"
"ไม่ๆ อย่าไปที่สถาบันิญญาเซรินเลยแม่หนูน้อย พวกเรามาจากสถาบันิญญาศักดิ์สิทธิ์"
"ถ้าวัดกันที่ด้านคุณภาพรวมถึงการสอน พวกเราย่อมเหนือยิ่งกว่าสถาบันิญญาัที่เป็เสาหลักของเมืองแห่งนี้ซะอีก!!"
"หุบปากไปซะทั้งสองคน ดิฉันมาจากสถาบันิญญาดอกเหมยคะ พวกเราย่อมให้การต้อนรับหญิงสาวผู้ฝึกฝนิญญาอย่างดีอยู่แล้ว ยิ่งคุณหนูคนสวยได้รับภูติิญญาถึงระดับแรงก์SS แวมไพร์โลหิต"
"ไม่แน่ว่าท่านอาจได้เป็ผู้สืบทอดสถาบัน"
ทุกคนที่มาจากสถานที่ต่างกันเอ่ยชักชวนรวมถึงยื่นข้อเสนอต่างๆให้กับหญิงสาวของตระกูลหยวน
ทว่าพวกเขาก็ถูกกีดกั้นจากชายวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหน้า สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเฉยชา เหมือนกับไม่ให้ใครเข้ามายุ่งเกี่ยวเ้านาย
หยวนเฟยที่เห็นว่ามีแต่คน้าตัวของนาง ในใจก็พลันเบิกบานอย่างบอกไม่ถูก
นี่แหละคือชีวิตที่นางกำลังถวินหา ทว่านางก็ไม่อาจจะแสดงออกนอกหน้าได้เช่นนั้น นางได้แต่ถอนหายใจออกมาพร้อมตอบกลับพวกเขาไปในทันที
"ขอโทษสถาบันอื่นๆด้วยนะค่ะ"
"ตระกูลหยวนของดิฉันได้ตกลงไว้แล้วว่าจะส่งฉันไปที่สถาบันิญญาั เพราะยังไงพี่ชายสุดที่รักของฉันก็เรียนอยู่ในสถาบันิญญาัแห่งนั้น"
"แล้วถ้าดิฉันเกิดไปยังสถาบันอื่นๆ..."
"ท่านปู่คงเอาดิฉันตายแน่นอนเลยค่ะ"
เมื่อได้ยินว่าเป็คำสั่งของหัวหน้าตระกูลหยวน ั์ตาของแต่ละคนก็ถึงกับตื่นตระหนกขึ้น
พวกเขารีบพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ บางคนก็พูดออกมาด้วยความเสียดาย บอกว่าทำไมสถาบันิญญาัถึงต้องได้รับพวกอัจฉริยะไปอยู่ตลอด มันไม่แฟร์สำหรับพวกเขาเลยซักนิด
ทว่าพวกมันทั้งหมดจะทำยังไงกันได้ละ
สถาบันิญญาัคือขั้วอำนาจที่ผู้ฝึนฝนิญญาหน้าใหม่ทุกคน้าที่จะเข้าไป
พวกเขาเพรียบพร้อมไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้และเชียวชาญในการการสั่งสอน ยังมีทรัยพากรต่างๆที่ให้เลือกเฟ้นกันได้อีก
ถ้าเอาสถาบันการศึกษาของพวกมันไปเทียบกับสถาบันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองแห่งนี้ มันก็ไม่แตกต่างไปจากสุนัขกับสิงโตตัวใหญ่เลยซักนิด
ขณะเดียวกันที่มุมนึงของห้องโถงิญญา ชายอ้วนหลังจากที่ออกมาก็ได้รับบัตริญญาประจำตัวของตนเองแล้ว สีหน้าที่อ้วนกลมของมันดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ตอนนี้มันได้กลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาที่แท้จริง สามารถเอาตนเองเข้าไปร่ำเรียนในสถาบันิญญาต่างๆได้
".................."
ชายอ้วนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็ได้แต่บ่นพึมพำให้กับโชคชะตาของตนเอง
สีหน้าของมันดูน้อยเนื้อต่ำใจเป็อย่างมาก
ตัวของมันตอนนี้มีสถานะที่แตกต่างไปจากหญิงสาวอย่างสิ้นเชิง เมื่อผู้ที่มาสาดส่องรู้ว่าชายอ้วนมีภูติิญญาเพียงแค่ระดับแรกเริ่ม
หลายคนก็ส่ายหัวพร้อมกับปฏฺิเสธไปในทันที บางคนก็บอกว่าให้ไปสมัครที่สถาบันิญญาต่างๆเอง แล้วถ้าเกิดว่าเขาสามารถผ่านการทดสอบนี้ไปได้ เขาก็จะได้เข้าไปเป็นักเรียนของสถาบันิญญา
ได้รับทรัพยากรรวมถึงสิ่งต่างๆที่คอยสนับสนุนผู้ฝึกฝนิญญาทั้งหมด
"ไม่ใช่ เราอย่าเอาตนเองไปเทียบกับคนอื่นๆ"
"เ้าหน้าที่ก็บอกแล้วไม่ใช่หรอว่าไม่มีิญญาตนใดที่ไร้ประโยชน์ ในเมื่อเป็ผู้ฝึกฝนิญญาเหมือนกันแล้ว เราต้องไม่ยอมแพ้"
"ซอมบี้ตัวเหม็นจะต้องวิวัฒนาการไปยังระดับขั้นถัดไปได้แน่!!"
ชายอ้วนคิดจบก็เริ่มกลับมามีไฟขึ้นอีกครั้งนึง แววตาของมันเองก็ดูมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
จากนั้นตัวของชายอ้วนก็ได้ก้าวเดินออกไปจากห้องโถงแห่งิญญาในทันที
เดินทางไปยังสถาบันิญญาอื่นๆเพื่อไปร่ำเรียนการเป็ผู้ฝึกฝนิญญาที่แท้จริง ถ้ามันได้ถูกสั่งสอนโดยอาจารย์ต่างๆในสถาบันิญญา ศักยภาพต่างๆในตัวของมันก็ย่อมพัฒนาขึ้นได้อย่างแน่นอน
การเดินจากไปของชายอ้วนย่อมต้องอยู่ในสายตาของคุณหนูตระกูลหยวนทั้งสิ้น
"ไอ้อ้วนซอมบี้ตัวเหม็นเอ้ย"
"เห็นถึงความต่างของอัจฉริยะหรือยังละ"
นางที่จำได้ว่าเ้านี่เป็ใครก็แสดงความดูถูกและเย้ยหยันขึ้นมาในใจ ป่านนี้แล้วสีหน้าท่าทางของมันก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงไปเลยซักนิด
ภูติิญญาระดับแรกเริ่มถึงยังไงก็คือภูติิญญาระดับแรกเริ่ม มันไม่มีทางที่ทำให้วิวัฒนาการขึ้นมาได้อีก ศักยภาพรวมถึงพลังเองก็แตกต่างไปจากแวมไพร์โลหิตของนางไปหลายพันเท่า
ให้ตายทั้งชีวิตชายอ้วนคนนี้ก็จะติดแหง็กอยู่ในระดับแรงก์F ไม่มีทางเลื่อนระดับขั้นไปยังระดับแรงก์Eได้อย่างแน่นอน
ไม่นานหลังจากที่เกิดเสียงฮือฮาของการปรากฏตัวภูติิญญาระดับสูงขึ้น
ผู้ฝึกฝนิญญาหน้าใหม่หลายสิบคนก็ได้เข้าร่วมการทดสอบเช่นเดียวกัน พวกเขาต้องแสดงพลังิญญาของรวมถึงภูติิญญาประจำตัวออกมา
ทว่าส่วนใหญ่มันก็จะเป็ระดับFไปจนถึงระดับC มีทั้งผีเลื่อยไฟ ิญญาตายโหงของผู้วายชนม์ ิญญาผีอ้วนร่างใหญ่ มีแม้แต่ผีเก้าอี้ ทั้งหมดคือภูติิญญาที่พบเห็นได้เป็ประจำ
โชคชะตาของคนเรามันย่อมไม่แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่ามนุษย์คนดังกล่าวจะสามารถปลุกภูติิญญาประจำตัวของตนเองอะไรขึ้นมาได้
ในเวลานี้ภายในห้องโถงของการทดสอบเริ่มมีผู้คนไม่มาก ส่วนใหญ่พวกเขาจะตรวจสอบกันเป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลายคนก็ไม่ได้มองดูถึงผลลัพธ์ของคนอื่นๆ พวกเขาเมื่อตรวจสอบเสร็จก็มุ่งตรงไปยังด้านนอกเพื่อรอรับบัตรประจำตัวของตนในทันที
"คนต่อไป.. เซียงหลิน"
ทันใดนั้นเ้าหน้าที่ก็ะโรายชื่อของผู้ที่ลงทะเบียน แล้วในที่สุดมันก็ถึงเวลาการปรากฏตัวของชายหนุ่มหน้าใหม่ที่คุ้นเคย
"เฮ้อ ให้รอจนแทบจะหลับแล้วเนี่ย"
ตัวของเซียงหลินที่นั่งพิงเก้าอี้อยู่ไม่ไกลก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม เขาลุกขึ้นจากที่นั่งของตนพร้อมกับมุ่งตรงไปยัง้าของเวทีแห่งการตรวจสอบ
"ไม่เลว เตรียมพร้อมั้แ่ภายนอก"
"อืม ดูดีมากผู้ฝึกฝนิญญาหน้าใหม่คนนี้"
ลักษณะเสื้อผ้ารวมถึงรอยยิ้มที่มีความมั่นใจได้ทำให้เ้าหน้าที่หลายคนต้องพยักหน้ารับชื่นชม
รูปลักษณ์ภายนอกของชายหนุ่มคนนี้ชั่งเหมาะสมกับการเป็ผู้ฝึกฝนิญญาเป็อย่างมาก แตกต่างไปจากผู้ฝึกฝนิญญาหน้าใหม่อยู่หลายคน
เขาไม่ได้สวมใส่ชุดเสื้อผ้าที่มีสีฉูดฉาดเหมือนเช่นในยุคสมัยก่อน แต่งตัวแบบอึดอัดและทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวก
ทว่าชายคนนี้สวมใส่เสื้อผ้าที่ค่อนข้างจะโบราณ สามารถเคลื่อนไหวได้กระชับกระเฉงรวดเร็วอย่างแน่นอน
"เ้าน่าจะเข้าใจถึงขั้นตอนต่างๆแล้วนะ"
"วางมือไปยังอุปกรณ์กลมๆเบื้องหน้าได้เลย"
เ้าหน้าที่บอกให้ชายหนุ่มทำตามเหมือนเช่นเดิม ซึ่งเซียงหลินก็พยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ
จากนั้นฝ่ามือที่สวมใส่ถุงมือบางสีดำก็ได้ยื่นแตะไปยังลูกกลมๆที่เป็โลหะ เมื่อััได้ถึงมันตัวของชายหนุ่มก็ค่อนข้างจะรู้สึกที่แปลกประหลาด
เหมือนกับว่ากำลังมีบางสิ่งเข้ามาในร่างกาย มุ่งตรงเข้ามาเพื่อตรวจสอบทุกสิ่งที่อยู่ในตัวของเขา
มันคือกระแสพลังิญญาที่อ่อนโยนเป็อย่างมาก ราวกับว่าห้วงจิติญญาได้ล่องลอยขึ้นไปอยู่บนท้องฟ้าที่กว้างใหญ่
"นี่ระบบ.. มันจะรับรู้ถึงการคงอยู่ของนายไหม?"
เซียงหลินนึกสงสัยจึงเอ่ยถามขึ้นในใจ ระบบเองเมื่อถูกถามก็ตอบกลับออกไปในทันที
[ไม่มีทาง อุปกรณ์พลังโง่ๆแบบนี้ไม่สามารถทำได้ ไม่ใช่ซิ ไม่มีใครที่ััถึงการคงอยู่ของเราได้]
[โฮสต์สามารถสบายใจเื่พวกนี้ได้เลย]
น้ำเสียงของระบบเต็มไปด้วยความดูแคลนต่ออุปกรณ์ของมนุษย์ เพราะถึงยังไงมันก็เชื่อมั่นในพลังรวมถึงกระบวนการของตนเองมากที่สุด
[ติ๊ง! พลังิญญาภายในร่างระดับแรงก์E]
พริบตาเดียวอุปกรณ์การตรวจสอบก็ได้ฉายภาพโฮโลแกรมขึ้น ปรากฏให้เห็นถึงแรงก์พลังิญญาที่ชายหนุ่มคนนี้มี
หลายคนเมื่อเห็นมันก็พลันประหลาดใจเป็อย่างมาก ดวงตารีบจ้องมองไปยังเขาพร้อมกับเอ่ยถามขึ้น
"นี่เ้าน่ะ.. ตอนปลุกพลังไม่ได้มาลงทะเบียนก่อนหรอ อันที่จริงเ้าเลื่อนระดับไปยังแรงก์Eเร็วเกินไปไหมนะ"
คำถามของเ้าหน้าที่ได้ทำให้ชายหนุ่มตอบรับอยู่เล็กน้อย
"ใช่แล้วครับ ก่อนหน้านี้ฉันไม่มีเวลาน่ะ"
"ว่าแต่เริ่มตรวจสอบขั้นต่อไปได้เลยครับ?"