บทที่16 : เป็ผีนี่ซับซ้อนจริงๆ
"พี่หมอๆ ดูนี่ ถ่ายมาได้แล้ว"
ลีเวลวิ่งถือกล้องมาอย่างกระตือรือร้นคนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านเลิกคิ้วสูง กำลังสงสัยว่าถ่ายอะไรได้มาอีกั้แ่ได้กล้องมาก็ชอบเอาไปถ่ายอะไรแปลกๆถึงจะไม่ได้สนใจดูแต่มันก็ถ่ายเยอะจนเห็นเองนั่นแหละ
"แต่ก็แค่ภาพถ่ายผี มีอะไรน่าดู"
ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะวางกระเป๋าลง มือข้างหนึ่งดึงเนกไทออกพลางปลดกระดุมหนึ่งเม็ดเพื่อไม่ให้อึดอัดลีเวลหันหน้าจอให้ดูพลางยิ้มหวาน
"ภาพแม่ปู่ไง"
"อ้อ ถ่ายมาได้แล้วเหรอใช้เวลานานจนลืมเลยนี่หว่า" ไตรวิชญ์ชะโงกหน้าไปดู "กี่วันแล้วนะหกหรือเจ็ดวันกว่าจะได้ภาพนี้"
"ภาพได้นานแล้วพี่หมอ อันนี้อ่ะคลิป!"
"คลิป!"
"ช่าย~ ถึงจะสั้นไปหน่อยเพราะกลัวถูกจับได้แต่ก็เห็นชัดแจ๋วน้า"
"ไหนๆ มาดูดิ๊"
สองหนุ่มที่ตอนนี้กลายเป็พวกมีนิสัยช่างเผือกไปแล้วมุงดูกล้องกันอย่างอยากรู้อยากเห็นเซียร์ที่รอทักทายอยู่มองหลังพวกเขาตาปริบๆ ก่อนจะยกยิ้มเบาบางเดินกลับไปนั่งโต๊ะเงียบๆ
สามัคคีกันก็ดีแล้ว...แม้ว่าจะเป็การสามัคคีกันทำเื่ไม่ดีก็เถอะ
ภาพที่ถ่ายออกมามองดูแล้วรู้เลยว่าคนถ่ายชอบไปซุกในมุมอับสายตาขนาดไหนการเลือกมุมได้ดีสมกับเป็นักข่าวที่ชอบแอบทำเื่ลับๆของดารานักแสดงกับเหล่านักการเมืองเป็อย่างยิ่ง...และคงเพราะว่างมากเกินไปเลยเอามาใช้กับการส่องผีในบ้านแทน
สงสัยต้องหางานที่เหมาะสมให้มันทำแล้วล่ะ
ไตรวิชญ์มองคลิปที่ถ่ายออกมาแม้จะมืดไปบ้างแต่ก็พอมองเห็น
ชายหนุ่มผมสีดำั์ตาสีทองในชุดไทยสีขาวที่เสื้อถูกปลดกระดุมออกไปหลายเม็ดเผยให้เห็นผิวขาวที่แผงอกที่มีกล้ามเนื้อแน่นใบหน้าสุภาพอ่อนโยนยิ้มอ่อนอย่างจนใจ ที่คอมีมือเรียวสวยจับเอาไว้แน่น
"จะกินอีกแล้วหรือสาวน้อย"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยกลั้วหัวเราะไม่เหมือนคนจนตรอกที่กำลังถูกทำร้ายร่างสูงใบหน้าสวยคมที่อยู่เหนือกว่าเบ้ปากไม่สบอารมณ์
"ใครอยากกินคุณกันิญญาไม่อร่อย"
"เพราะเป็ิญญากึ่งเทวะคงไม่ค่อยถูกปากเ้า"
"ก็รู้ตัวนี่..."
"แต่เ้าก็ยังกินมิใช่หรือ"
"ทำโทษต่างหากคุณน่ะหาแต่เื่ให้ผมทั้งนั้น ทั้งไอ้ของวิบวับแสบตาทั้งหลายที่สั่งซื้อมาก็รู้ไม่ใช่เหรอว่าผมน่ะไม่ชอบอะไรแสบตา!"
คิมพูดอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อยไอยรินทร์ยิ้มอ่อนโยนมือขึ้นตบที่แขนของแวมไพร์คนสวยเบาๆ แล้วกล่าวเหมือนจะปลอบโยน
"ก็ตั้งใจเอามาเย้าแหย่เ้าเล่นนั่นล่ะ"
"ไม่สนุกเลยนะครับ!"
"แต่บันเทิงใจข้ายิ่ง"
คิมจิกตามองอยากจะขยี้ิญญาอีกฝ่ายให้แหลกคามือแต่เพราะพลังที่แข็งแกร่งเกินไปจึงทำให้ได้เพียงแค่บีบไปบีบมาอย่างนี้เท่านั้น
ไตรวิชญ์ที่ดูมาถึงตรงนี้ถึงกับต้องปาดเหงื่ออุทานในใจอย่างตกตะลึง
'คุณแม่โกรธด้วยโว้ย แต่ก็ไม่ได้ลงมือรุนแรง โคตรใจเย็นปู่เองก็ควรกวนประสาท ไอ้ที่ร้องตะแง่วๆ จะเอากลิตเตอร์นี่ก็เพื่อเอามาแกล้งคิมเองเรอะช่างไม่กลัวตายจริงๆ'
ความกวนประสาทของผู้าุโที่ไตรวิชญ์ทาบไม่ติด
พอดูต่อไปก็เห็นทั้งคู่ยังอยู่ท่าเดิมสีหน้าและแววตาก็ยังเหมือนเดิมคนหนึ่งโกรธขึงอีกคนก็ยิ้มอ่อนทำตัวเป็เหยื่อได้อย่างน่าตบ
"เพราะนิสัยอย่างนี้แหละ...น่าตีให้ตาย..."
"ข้าตายมานานแล้วนะสาวน้อย"
"จะทำให้แตกสลายไม่ได้ผุดได้เกิดเลยครับ!"
"เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันใย...ฉันทำอะไรให้เธอขุ่นเคือง..."
ท่อนนี้มาเป็เพลงเก่าคลาสสิก พี่หมอกับลีเวลพยายามกลั้นขำสุดชีวิตปู่ต้องเพิ่งดูละครเก่าที่เอามารีเมคแน่ๆ เพลงนี้ก็ออกจะดังเสียด้วยสิ
"ผมไม่ทุกการกระทำของคุณนั่นแหละ"
คิมออกแรงบีบมากขึ้นไอยรินทร์เริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมานิดๆ จนแสดงออกทางสีหน้าแต่เ้าตัวก็คงกวนบาทาแวมไพร์คนสวยต่อไป
"ปรักปรำฉันเป็จำเลยของเธอนี่หรือแม่นักบุญที่แท้ก็คือคนป่า..."
"ผมเป็ปีศาจ"
มานักบงนักบุญอะไรกันล่ะตาแก่นี่!
"ไม่อินตามเนื้อเพลงเอาเสียเลยสาวน้อย ไม่สนุกเลยนะ"
"ก็ไม่สนุก"
"เอาเถอะหยอกเย้าเพียงเท่านี้ก็แล้วกัน จะกัดก็รีบกัดเสียเดี๋ยวพวกเด็กๆ จะออกตามหา เฮ้อ~เห็นข้าเป็เสบียงหรือไรกัน"
ไอยรินทร์ถอนหายใจยืดตัวขึ้นนั่งดีๆมองหน้าแวมไพร์คนสวยที่แสงสีหน้าเหม็นเบื่อออกมาอย่างชัดเจนเขาไม่ตอบคำถามแต่ยืนหน้าเข้ามาใกล้ชายหนุ่มผมสีดำปากเปิดกว้างขึ้นเผยให้เห็นเขียวแหลมคม
หมอกสีดำบางๆ ปรากฏตัวขึ้นรอบๆตัวของแวมไพร์คนสวยบดบังจนเกือบไม่เห็นร่างนั้นจากนั้นก็ได้ยินเสียงไอยรินทร์ร้องออกมาเบาๆ ด้วยความใ
"สาวน้อยอย่ากัดตรงนั้นสิ!กิริยาไม่งามเลย!"
"หนวกหู!"
เสียงตอบกลับมาจากคิม...ในร่างค้างคาวที่กัดไอยรินทร์อยู่ เป็ค้างคาวสีดำตัวใหญ่กว่าปกติส่วนที่กัดอยู่ก็คือ... ศีรษะของปู่นั่นเอง
เกาะหัวกัดกันดื้อๆ งี้เลยนะ!?
"อุตส่าห์เปิดเสื้อให้กัดแท้ๆสาวน้อยนี่ไม่รู้เื่เลย"
"คุณน่ะเงียบไปเลย!"
แล้วก็เห็นหัวของไอยรินทร์จางลงเรื่อยๆจากการถูกดูดิญญาพลังที่ถูกสูบออกไปก็ถูกแทนที่อย่างรวดเร็วจากพลังิญญาบริสุทธิ์ในบ้านแต่ก็ยังไม่เทียบเท่ากับที่เสียไปอยู่ดี เลยเห็นเป็ภาพิญญาที่เว้าแหว่งเป็ระยะ
จากนั้นค้างคาวก็กางปีกออกเต็มที่กระพือครั้งหนึ่งกระชากหัวของชายหนุ่มจนหลุดออกจากร่างแล้วส่วนหัวนั่นก็ถูกค้างคาวสูบหายเข้าไปในปาก เหลือเพียงร่างกายที่ยังนั่งอยู่...
"กรี๊ดดดดดด!!!"
เสียงกรีดร้องของลีเวลดังลั่นเมื่อเจอฉากนี้ด้วยความแตกตื่นกดปิดคลิปอย่างว่องไวในขณะที่อีกคนที่ดูดด้วยกันนั่งแข็งทื่อตาไม่กะพริบเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
พูดได้คำเดียว... ช็อก!
"เป็อะไรครับ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?"
แวมไพร์คนสวยรีบมาหาอย่างว่องไวเซียร์ที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบมาอยู่ข้างไตรวิชญ์เพื่อดูอาการชายหนุ่มที่นั่งทื่อเป็หินไปแล้วไอยรินทร์ที่อยู่ในสุดของบ้านตามออกด้วยสีหน้าแตกตื่นเอ่ยถามยกใหญ่
"เป็อะไรหรือ เกิดอะไรขึ้น ขโมยขึ้นบ้าน? ไฟไหม้?ใครกำลังจะตาย?"
'นอกจากปู่แล้วคงไม่มีใครกำลังจะตายหรอกเว้ย!'
ลีเวลอยากจะตอบอย่างนี้เหลือเกินเมื่อเห็นปู่เขาขยับออกห่างชายหนุ่มชุดไทยแล้วมองสำรวจอย่างระมัดระวัง...ร่างกายยังอยู่ครบทุกส่วน... ไม่แหว่งไม่ขาดอะไรเลย
ลีเวลทอดถอนใจอย่างกลัวๆั้แ่เกิดจนเป็ผียังไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเหมือนหัวใจจะวายตายอีกรอบยังไงไม่รู้ ตอนนี้เริ่มมีคำถามกับการเป็ผีแล้ว...
ผีเนี่ย ไม่ตายซ้ำซ้อนแล้วสินะ?
"ไตร... เป็อะไรไหม นี่ไตร..."เซียร์เขย่าเรียกสติชายหนุ่มเบาๆ เห็นว่าไม่ได้สติก็หันไปจ้องผีหัวแดงเขม็ง"เวล เอาอะไรให้ไตรดูน่ะ"
"คะ... คือ... ก็นั่นไง คลิปทั่วไปน่ะเนอะพี่หมอ"
ลีเวลหันไปมองไตรวิชญ์ที่ยังคงช็อกไม่หายดูท่าทางมันจะช็อกโอเวอร์เกินไปหน่อยแล้ว ชายหนุ่มผมสีแดงก็พุ่งเข้าไปเกาะแกะสร้างความรำคาญในทันที
"พี่หมอตื่นมาช่วยเวลก่อน ฟู่~"
แล้วก็เป่าลมร้อนแบบพัดลมเบอร์หนึ่งใส่หูทำให้คนกำลังช็อกสะดุ้งดีดตัวลุกขึ้นจับเ้าผีช่างเกาะทุ่มกับพื้นตามสัญชาตญาณทันที
"ทำอะไรฟะ ขนลุก!"
"ก็ปลุกพี่หมอไง"
"ไม่ได้หลับเว้ยจะปลุกเพื่อ!?"พี่หมอมุมปากกระตุกอย่างรังเกียจพลางเช็ดหูไปด้วย ดวงตาสีดำกวาดมองคนรอบตัว"มารวมตัวอะไรกันน่ะ ว่างเหรอ?"
"..."
สองผีหนึ่งแวมไพร์ได้แต่มองไตรวิชญ์เงียบๆพวกเขาไม่น่ารีบมาดูด้วยความแตกตื่นเลย ปากแบบนี้เสียเวลาเป็ห่วงซะจริง
เมื่อไม่มีอะไรแล้วพวกเขาต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองเหลือไว้เพียงพี่หมอกับลีเวลเท่านั้นที่ยังคงยืนอยู่จากนั้นพวกเขาก็หันมามองที่จอกล้องถ่ายรูปกันอีกครั้งพลางมองหน้ากันไปมาอย่างจิตตก
"เอาไงพี่หมอ ลบมะ?"
"จะเก็บไว้ดูแบบกรอบดิจิตอลรึไงล่ะรีเพลย์ซ้ำซากทุกวันนั่นน่ะ ถ้าอยากได้ฉันออกค่ากรอบให้เลย"
ไตรวิชญ์เบ้ปากเอ่ยเสนออะไรที่ดูใจปล้ำออกมาแต่คนที่ถูกเสนอมองตาปริบๆ มือกดลบคลิปออกแบบไม่ต้องถามซ้ำ
ใครจะเก็บไว้ให้โง่กัน!
แล้วเื่คลิปนี้ทั้งสองคนก็ไม่พูดถึงมันอีกลืมมันไปเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นจะมีก็แต่ลีเวลที่เป็เ้าของกล้องที่จะมีแอบผวาเล็กๆ น้อยๆ กับคุณแม่ของบ้านที่เห็นยิ้มแย้มอ่อนโยนแต่ความโฉดยังตราตรึง...
เมื่อเข้าฤดูหนาวภายในตัวเมื่อนั้นไม่ได้หนาวเย็นมากนักอากาศเย็นสบายและมีลมเย็นพัดผ่านให้รู้สึกเย็นชื่นเป็อากาศที่คนในประเทศน่าจะชอบมากกว่าอากาศร้อนๆ
แต่ฤดูหนาวสำหรับในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพแล้วเป็อะไรที่สั้นมากหนาวเพียงไม่กี่วันก็จะกลับมาเป็อากาศอบอุ่นกำลังดี
แน่นอนว่าเหล่าผีชอบฤดูหนาวมากกว่าฤดูร้อนเพราะ่เวลากลางคืนจะมากกว่ากลางวันแสงแดดจะน้อยลงฟ้ายามค่ำคืนก็ค่อนข้างกระจ่างเรียกว่าเป็ฤดูที่ดีสำหรับผีก็ว่าได้ แล้วยังมีเทศกาลพิเศษสำหรับผีอีกด้วย
ใช่แล้ว... มันคือวันฮาโลวีนยังไงล่ะ!
อีกไม่กี่วันก็จะฮาโลวีนแล้วเป็่เวลาที่บรรดาผีทั้งหลายจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านพี่หมอไปได้ทุกที่อย่างไม่จำกัดต่อให้ทำผิดกฎของบ้านก็ไม่ถูกลงโทษ เป็อิสระอยากไปไหนก็ได้ตามใจชอบ
พวกเขาต่างหาลือกันว่าจะออกไปไหน จะไปตามติดใครจะไปทำอะไรกันบ้างอย่างครึกครื้น จะเงียบสงบหน่อยเห็นจะเป็พวกที่อยู่ในบ้าน
"ไอ้เวล! นั่นมันขนมของฉัน!"
"ไม่มีป้ายชื่อบอกว่าเป็ของพี่หมอสักหน่อยเพราะงั้นกินได้"
"แต่นี่มันจานที่สามแล้วนะเว้ย ไอ้ผีติดขนม!"
ไตรวิชญ์พูดอย่างหัวเสียเมื่อขนมของเขาที่คิมทำมาให้ได้กินไปเพียงนิดเดียวส่วนที่เหลือก็เข้าปากผีสีแดงไปหมด กินขนมหวานได้โคตรดุ กินแบบล่มจมกินเหมือนชีวิตนี้จะไม่ได้กินอีกแล้ว
ถ้าไม่ตายด้วยคาร์บอมซะก่อน แกคงตายเพราะเบาหวานแน่ๆลีเวล
"ใจเย็นๆ ครับ ผมยังมีอีกเยอะ"
คิมพูดพลางยิ้มอ่อนโยนปลอบประโลมคนหัวร้อนแต่ก็มีความสุขกับการทำขนมที่คนกินแล้วชอบ ถึงแม้เขาจะกินเองไม่ได้ก็เถอะ
"ผีข้างนอกดูสนุกสนานนักเขาบอกว่าวันฮาโลวีนใช่ไหม มันคือวันอะไร?"
ไอยรินทร์ที่นั่งอ่านข่าวอยู่ใกล้ๆเซียร์หันมองไปมองพวกผีที่แสดงออกอย่างมีความสุข เขาไม่เข้าใจเื่วันฮาโลวีนนักมันเป็วันสำคัญกับผีมากหรืออย่างไร แต่วันนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับศาสนานี่นา
"เรียกกันอย่างสากลก็คือวันปล่อยผีน่ะปู่มันเป็งานฉลองของประเทศทางตะวันตกแต่ทางประเทศเราก็รับวัฒนธรรมเขามาเหมือนกันก็เลยมีการจัดขึ้นมาบ้างไงล่ะฉันชอบงานนี้มากเลยน้า เพราะมันมีแจ้งขนมให้กับเด็กๆ ที่แต่งเป็ผีด้วย ขนมฟรีๆ"
ลีเวลตอบคำถามให้อย่างรอบรู้ทั้งที่ขนมยังเต็มปากพวกพี่หมอมองอย่างเอือมระอากับความเสพติดขนมระยะสุดท้ายนี่
"แต่แกไม่เด็กแล้วป่ะเวล"
"ฉันยังเด็กใสๆ เหอะพี่หมอ"
ผีติดขนมงอนแก้มป่องแต่ไม่มีใครง้อ ไอยรินทร์ยังคงถามต่อ
"แล้วมันเป็วันปล่อยผีจริงๆ หรือเปล่า"
"ก็ไม่เชิง ความจริงมีเป็บางพื้นที่และวันเวลาก็ไม่ได้ตรงกันเสมอไป" ไตรวิชญ์อธิบายขณะแย่งขนมลีเวลมากิน "อย่างจีนก็มีตรุษจีนประเทศทางตะวันตกก็มีฮาโลวีน ของไทยเราก็ใช้วันส่งท้ายปีเก่า เป็ต้นส่วนใหญ่ก็เป็่เวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่น่ะนะ"
"งั้นในวันฮาโลวีนของไทยเราก็..."
ลีเวลหันมองอย่างสงสัยแต่ผีพวกนี้ดูเหมือนจะออกไปเที่ยวเล่นกันวันฮาโรวีนไม่ใช่หรือ แต่วันปล่อยผีของเราเป็วันสิ้นปีนี่นา
"ไม่ปล่อยไง ถึงจะรับวัฒนธรรมเข้ามาแต่วันปล่อยผีก็ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกน่า"
"แบบนี้ไม่ได้ดีใจกันเก้อเหรอเ้าหนุ่ม"
"ที่พูดนี่หมายถึงพวกผีที่ลงไปปรโลกแล้วหรอกแต่ผีที่บ้านนี้ยังถือว่าเป็อิสระกันอยู่ พวกเขาแค่อยู่ใต้กฎของฉันไม่ใช่กฎของปรโลกเข้าใจยัง?"
"ยัง"
ไอยรินทร์และลีเวลตอบพร้อมกันใบหน้ายียวนกวนประสาทกันอย่างที่สุดบอกให้รู้อย่างโจ่งแจ้งว่าตั้งใจกวนคนที่นานๆจะยอมตอบคำถามกับเขาบ้าง
ไตรวิชญ์ไหวไหล่อย่างไม่สนใจนั่งกินขนมพลางเปิดดูคลิปตามโซเชียลดูอย่างเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเจอคลิปสะดุดตาอันหนึ่งที่เห็นแล้วอดขมวดคิ้วไม่ได้
"ดูอะไรอยู่พี่หมอ หน้าตาเครียดจัง"
ลีเวลที่มีนิสัยสอดรู้สอดเห็นพุ่งเข้ามาเกาะนิสัยชอบถึงเนื้อถึงตัวนี้พี่หมอไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่ก็เริ่มคุ้นชินบ้างแล้วเมื่ออยู่ด้วยกันมากว่าหนึ่งเดือนเขายื่นจอสมาร์ทโฟนให้เ้าผีขนมหวานดู
"ดูคลิปผี"
"เอ่อ มันไม่ใช่คลิปกินผีใช่มะ?"
ลีเวลระแวงคลิปผีอยู่นะ่นี้ ถ้าเป็ไปได้ก็ไม่อยากดู
"ไม่ใช่ แต่เป็คลิปสาปแช่งต่างหาก"
"สาปแช่งออกสื่อกันง่ายๆ งี้เลย"
ผีขนมหวานเปิดคลิปดู มันเป็คลิปของผู้หญิงอายุน้อยที่มีสภาพทรุดโทรมนั่งอยู่ดวงตาเหลืองไร้ประกายใต้ตาคล้ำ ริมฝีปากแห้งผาก ผมยาวรุงรังไม่ได้รับการจัดแต่งสวมใส่เสื้อผ้าสีขาวซีดที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักเสียงสาปแช่งดังอื้ออึงออกมาจากลำโพง
"ฉันขอสาปแช่งทุกคนที่ดูอยู่ ขอให้พวกแกจงพบกับความซวยชีวิตพบกับความวิบัติ มีคนรักขอให้เลิกรา ทรัพย์สินเงินตราจงสูญสิ้นชาตินี้ทั้งชาติไม่มีวันเจริญ! และจงตายอย่างเศษขยะไร้ค่า!!...หากไม่อยากถูกสาปจงหาฉันให้เจอก่อนวันเพ็ญที่จะถึงนี้ แล้วฆ่าฉันมาฆ่าฉัน! ฮ่าๆ ฮ่าๆ!!!"