นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์ พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่ ๒๙
“ไม่นะพี่” มายด์อ้อนวอนพี่ต้นน้ำ แต่ต้นน้ำกลับมองมายด์ด้วยความเย็นชา ซีเองก็รับรู้สภาวะอารมณ์ของพี่ต้นน้ำได้อย่างชัดเจนจากสายตาที่เขามองพี่มายด์ของซีก็ซีแทบจะยืนติดพี่มายด์เลยนี่นา
แล้วต้นน้ำก็เลื่อนแววตาที่เย็นชาของเขามาสบตาซี “ไหนว่ายินดีช่วยพี่มายด์ทุกอย่างไงแค่นี้ไม่เห็นยากเลย”
ซีขนลุกซู่ไปทั้งแผ่นหลัง
“พี่ต้นน้ำ มายด์ขอล่ะ อย่าทำอย่างนี้กับซีเลยน้องเค้าไม่เกี่ยวอะไรด้วย”
ซีหันหน้ากลับไปสบตาพี่มายด์ “พี่มายด์ครับ ซียอมครับ” ซีมองเข้าไปในแววตามายด์ด้วยความรู้สึกดีทั้งหมดที่ซีมีให้
มายด์รับรู้ได้แต่เขาก็ไม่อยากให้ซีต้องทำอะไรอย่างนั้น
ซีตัดสินใจแน่วแน่ จึงหันหน้ามาสบตาพี่ต้นน้ำ “พี่ต้นน้ำครับ ซียังไม่เคยมีอะไรกับใครเลย ขอซีนอนกับคนรักของซีเป็นคนแรกนะครับแล้วซีจะนอนกับพี่”
“ไม่!!” มายด์พูดและกอดซีไว้แนบอกราวกับว่าซีกำลังจะหายตัวไปอย่างนั้น
แม้ในใจต้นน้ำจะหวั่นไหวกับสิ่งที่ซีบอกเขา แต่..เขาต้องไปต่อให้สุดทาง “ฝุ่น..ฉันยืมห้องให้เค้าสองคนใช้ซักห้องนึงสิ” ต้นน้ำพูดราวกับเป็นเรื่องที่แสนง่ายดาย
ฝุ่นดินมองหน้าต้นน้ำชัดๆ เธอไม่แน่ในว่าเพื่อนรักจะพูดจริงหรือเปล่าก็.. ปกติต้นน้ำไม่ใช่คนใจร้ายอะไรอย่างนี้นี่นา แต่ความนิ่งของต้นน้ำทำให้ฝุ่นดินหวั่นใจ เธอจึงหันไปมองหน้าทั้งมายด์และซี ก่อนจะพยักหน้าให้ต้นน้ำเป็นสัญญาณบอกว่า .. ได้
“อ้อ.. พอมายด์เสร็จแล้ว พี่ต่อเลยนะ ซีไหวใช่มั้ย?” ต้นน้ำพูดกับซีตรงๆ “วันนี้เลยนะ พี่สะดวกวันนี้”
ซีไม่รู้หรอกว่าจะไหวมั้ย? .. อะไรยังไง? ..หรือหนักหนาแค่ไหน? .. ก็ซียังไม่เคยเรื่องแบบนั้นเลยนี่!! แต่ซีก็เลือกที่จะยอมรับ เขาแกะมือพี่มายด์ที่กอดเขาออกแล้วพยักหน้าเป็นการตกลงกับต้นน้ำ “ได้ครับ”
“ไม่พี่ ไม่!!” มายด์บอกต้นน้ำ “คนนี้เป็นของผม” พูดเสร็จมายด์ก็โอบกอดซีไว้ในอ้อมอกตนอีกครั้ง “มายด์จะไม่ยอมให้ใครแตะต้องซีเป็นอันขาด” ในที่สุด..มายด์ก็เริ่มกล้าที่จะประกาศความรู้สึกตนเอง แต่.. ก็ยังไม่เพียงพอ
ซียิ้มให้พี่มายด์ของเขาน้ำตาแห่งความปีติที่รู้ว่าคนรักไม่ยอมเสียเขาไป คลอขึ้นมาที่ดวงตาคู่งาม
“งั้นก็จบ” ต้นน้ำพูดกับมายด์หน้าตาย “พี่ไม่ยกโทษให้” แล้วต้นน้ำก็หันหน้าไปหาครูโชกับฝุ่นดิน “ต้นน้ำลานะคะครู ฉันไปก่อนนะฝุ่น” พอต้นน้ำลาสองคนนั่นเสร็จสรรพ เขาก็หันหลังให้ทุกคนก้าวเดินออกไป
“พี่..” เสียงมายด์พ่ายแพ้ต่อทุกอย่างในใจตนดังขึ้น พร้อมกับเสียงสะอื้น จนคนฟังสะเทือนใจ
ต้นน้ำหยุดยืนนิ่ง!!
และยืนหันหลังให้ทุกคน
“พี่จะให้มายด์ทำอะไรก็ได้ แต่ขอเถอะพี่..อย่าทำอะไรซีเลย” มายด์ถึงกับหมดแรงทรุดตัวลงไปกองกับพื้น ยังดีที่ซีประคองตัวมายด์ไว้ มายด์จึงไม่ได้ล้มกระแทกพื้น
“พี่มายด์” ซีเรียกด้วยความเป็นห่วง
“พี่ต้นน้ำครับมายด์ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่มายด์เคยทำไว้กับพี่นะครับ มายด์ขอโทษพี่จริงๆ”
ต้นน้ำหันหลังให้มายด์ เขายืนฟังนิ่ง “แค่นี้ใช่ไหม?”
แม้จะมีหลากความรู้สึกเกิดขึ้นในใจมายด์ แต่มายด์ก็พยายามค้นหาคำตอบในใจตน “พี่ครับ.. ตอนนั้นมายด์ไม่รู้ใจตน ที่มายด์คบกะพี่ลึกๆ ในใจมายด์ก็ยังไม่แน่ใจอะไรเลย” คิดไป.. มายด์ก็ลำดับคำพูดไป “มายด์ถึงขอพี่ว่า..ยังไม่มีอะไรกัน” มายด์เริ่มพบอย่างอย่างในใจตน “แต่ตอนนี้วันนี้.. มายด์แน่ใจแล้วครับ” เสียงมายด์ขาดเป็นห้วงๆ
ซีมองดูมายด์ ก็เห็นว่ามายด์กำลังตัดสินใจในเรื่องสำคัญอยู่
“มายด์รักซีครับพี่!!” แม้เสียงมายด์จะปนก้อนสะอื้นแต่มันก็ชัดเจนพอที่ทุกคนจะได้ยิน
“มายด์อยากอยู่กับซี อยากดูแลเขาในทุกๆ เรื่องอยากใช้ชีวิตอยู่กับซี” มายด์พูดต่อด้วยเสียงที่พร่า..แต่ทุกคำพูดนั่นออกมาจากใจ
“ถ้ามายด์ทำอะไรให้พี่เสียใจ มายด์ขอโทษพี่นะครับ” พูดจบมายด์ก็สะอื้นไห้โดยมีซีกอดและปลอบเขาอยู่ข้างๆ
ทุกอย่างดูราวก็นิ่งงันไปชั่วครู่
ทั้งที่ต้นน้ำยืนหันหลังให้มายด์กับซีและฝุ่นดินแต่ทั้งสามก็รู้สึกว่าร่างกายต้นน้ำสั่นไหวเล็กน้อย คล้ายกับว่าเขาเองก็กำลังร้องไห้สักครู่.. ต้นน้ำจึงพูดขึ้น “พี่ยกโทษให้เธอ” เสียงนั่นเจือความสะอื้นออกมาพอที่คนฟังจะรู้สึกได้ แล้วต้นน้ำก็เดินออกไปที่ตรงนั้น
เมื่อเวลาผ่านไประยะใหญ่ๆ มายด์ซึ่งตอนนี้นั่งอยู่บนโซฟาตัวหนึ่ง ก็สงบสติและอารมณ์ตนเองได้มากขึ้น “มายด์ขอบคุณซีมากนะ”
ซีพยักหน้ารับ ด้วยรอยยิ้มที่ให้กำลังใจมายด์อีกเป็นกอง
“ดีขึ้นแล้วก็กลับบ้านกัน” ครูโชชวนมายด์กับซี “ยังต้องไปส่งซีที่ค่ายวรวุธอีกนะ”
ฝุ่นดินเดินกลับเข้ามาพอดี “อย่าเพิ่งไปนะคะครู ครูมาหาฝุ่นทั้งที ให้ฝุ่นเลี้ยงอาหารว่างครูสักหน่อยนะคะ” พูดจบ เธอก็หันไปสั่งให้คนของเธอจัดโต๊ะอาหารซึ่งอยู่กลางห้องที่ทุกคนอยู่และลำเลียงอาหารว่างเข้ามา
“ไม่ถามฉันเหรอว่าจะเอายังไง”
“ถามครู ครูก็จะกลับ ฝุ่นก็ไม่ได้เลี้ยงครูสิคะ” พูดจบเธอก็หันไปสั่งให้คนของเธอเร่งมือ
“เอาล่ะ เอาล่ะ” ครูโชพูดขึ้น “ไม่ต้องเร่งเขาขนาดนั้นหรอกฉันอยู่กินอาหารว่างกับเธอก็ได้”
ฝุ่นยิ้มดีใจ และกอดครูโช ครูโชก็ยิ้มและกอดลูกศิษย์เขาอย่างเอ็นดู
เป็นภาพที่ซีเห็นแล้วรู้สึกดีมาก ในใจซีก็คิดไปว่า..ครูโชช่างเป็นที่รักของลูกศิษย์เหลือเกิน แต่ทำไม.. ใครๆ ก็บอกว่าครูโชดุ ดุมาก ..ซีสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามขึ้นมา
ระหว่างที่นั่งทานอาหารกัน ฝุ่นดินถามมายด์ “ดีขึ้นแล้วใชไหม?”
มายด์ยิ้ม พยักหน้าตอบ “โล่งมากเลยพี่ฝุ่น ไม่คิดเลยว่า พอข้างในมันสับสน ว้าวุ่น แค่จะพูดว่า..มายด์รักซี มันพูดยากเหลือเกิน”
ซีได้ยินคำบอกรักอีกครั้ง ก็หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง
ฝุ่นดินพยักหน้ารับ เธอเข้าใจอย่างดี ก็..เธอก็เคยตกอยู่ในภาวะแบบนี้เช่นกัน
“โล่งก็ดีแล้ว กลับไปคราวนี้ มายด์ก็พูดกับพี่แซน พี่ชลได้เต็มปากแล้วนะว่าจะไม่เหมือนเดิม” ครูโชบอกลูกชายตน
“คับพ่อ” แล้วมายด์นิ่งคิดไปสักครู่ “เอ่อ..มายด์อยากพบน้ำแข็งด้วยครับ”
ครูโชกับฝุ่นดินมีอาการแปลกๆ กับการตัดสินใจของมายด์
ซีแปลกใจมาก “มีอะไรไม่ดีเหรอครับครู .. พี่ฝุ่น”
ครูโชยังนิ่ง ไม่พูดอะไร ฝุ่นดินจึงไม่ตอบอะไรซี
“พ่อครับ” มายด์เรียกครูโช
“น้ำแข็งไม่ใช่คนที่จะอภัยให้ง่ายๆ นะมายด์เค้าอาจจะยังอาฆาตมายด์อยู่ การไปเจอเค้า อาจทำให้จิตใจมาย์แย่ลง .. มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ควรทำตอนนี้” ครูโชตอบเรียบๆ แต่ชัดเจน
“แต่มายด์อยากเจอเค้าครับพ่อ” พูดจบมายด์หันมาขอกำลังใจจากซี ซียิ้มและพยักหน้าให้ “ไหนๆ จะต้องรับรู้ ต้องยอมรับและก้าวข้ามผ่าน มายด์ก็อยากที่จะพบเจอทุกคนให้หมด จะได้รับรู้ เข้าใจ และไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไงมายด์ก็ต้องยอมรับมันให้ได้ ”
ครูโชยิ้มรับกับคำตอบของมายด์ “จะลองนัดน้ำแข็งพรุ่งนี้เย็นนะ”
หลังจากที่ครูโชพาซีกลับมาที่ค่าย ตลอดช่วงบ่ายครูโชก็สอนและให้เด็กๆทุกคนฝึกการแสดงอย่างสาหัส จนพอพักก่อนทานอาหารเย็นเด็กหลายคนถึงกับหลับรออาหารเย็นที่โต๊ะอาหารกันเลยทีเดียว
หลังอาหารเย็น ครูโชปล่อยให้เด็กๆ พักผ่อนตามอัธยาศัยแต่ก็มีงานทิ้งไว้ให้เด็กฝึก นั่นคือการทำการบ้านกับบทการแสดงเดี่ยวชิ้นใหม่ ที่ทุกคนต้องส่งงานพรุ่งนี้เช้า ทุกคนจึงไม่ได้พักเต็มที่เท่าใดนักเพราะต้องทำงานชิ้นใหม่ที่ครูโชสั่งไว้
ชลวิทย์อ่านทุกข้อความที่แซนส่งไปให้แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ซีกับมายด์ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ที่ทั้งเขาและแซนไม่อยากให้ทั้งคู่คบกัน มันคือความระแวงจากการกระทำของมายด์ในอดีตเขาจึงได้แต่บอกแซนว่าให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งกลัวอะไรไปล่วงหน้าซึ่งข้อความนั่นชลก็บอกตัวเองเช่นกัน
การทดสอบบทการแสดงเดี่ยวในเช้าวันอาทิตย์ มายด์เป็นนักแสดงที่ทำได้ดีที่สุด ยูยิ้มให้เขาอย่างชื่นชม ตรงข้ามกับกายที่เก็บความริษยาไว้ไม่อยู่แต่เขาก็ทำอะไรมากไม่ได้ นอกจากแค่การใช้สายตาริษยานั่นมองซี ชีทเองก็ฝีมือพัฒนาขึ้นมาเท่าๆกับเคนและนน รักกับเพื่อนทอมของเธอก็ฝีมือดีขึ้น ครูโชชื่นชมพัฒนาการของเด็ก และสอนเพิ่มเติมหรือช่วยแก้ปัญหาการแสดงให้บางคน จนทุกอย่างลงตัวมากขึ้นก็หมดเวลาสำหรับค่ายการแสดงสัปดาห์นี้
ระหว่างที่รอผู้ปกครองมารับเด็กๆ ออกจากค่ายการแสดง ครูโชให้ชีทกับซีซ้อมละครเวทีโรมิโอกับจูเลียต เด็กคนไหนอยากดู ก็สามารถมาดูซ้อมได้
ชลกับแซนมารับชีทกับซีด้วยกัน ทั้งสองจึงมีโอกาสได้นั่งดูชีทและซีซ้อมละคร
ครูอธิบายให้ชีทกับซีเข้าใจว่า.. ฉากที่จะซ้อมละครตอนนี้คือฉากที่โรมิโออยู่ในห้องนอนจูเลียตในคืนแรกหลังจากแต่งงานกัน
เหตุการณ์ก่อนหน้าฉากนี้คือ..เมื่อโรมิโอเข้าพิธีแต่งงานกับจูเลียตแล้ว ทิบอลท์ญาติของจูเลียตฆ่าเพื่อนรักของโรมิโอ โรมิโอดวลดาบกับทิบอลท์และได้ฆ่าเขา
โรมิโอจึงต้องหนีออกจากเมือง ก่อนจะออกจากเมืองโรมิโอไปหาจูเลียต ทั้งสองหลับนอนด้วยกัน แล้วหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน .
. จนรุ่งเช้า ..
“ .. จูเลียตน้องรัก พี่ต้องจำลา .. ” ซีในฐานะโรมิโอเอ่ยขึ้นอย่างเศร้าสร้อย “ .. แสงสุริยามาเยือน.. เตือนให้จำจาก ..” โรมิโอบอกข้อแม้ที่เขาจำเป็นต้องออกจากเมืองเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นเพราะเป็นจังหวะเดียวที่เขาจะรอดพ้นจากการจับกุมจากทหารของเจ้าเมือง
“ .. แสงโน่นมิใช่แสงอรุณ... อย่าคิดมาก .. ” ชีทในฐานะจูเลียตไม่อยากให้ชายคนรักจากไปจึงบ่ายเบี่ยง และสารภาพรัก “ .. อย่าลำบากจากไปเลยนะ.. ข้ารักท่าน .. ”
“ .. เพื่อรักษาชีพ พี่จำต้องจากไป หากอยู่ต้องบรรลัย.. ขอลาจากกัน.. ” โรมิโอบอกเหตุผลคนรักว่าทำไมเขาต้องไปเพราะหากเขาไม่หนีไป เขาอาจจะถูกฆ่า
จูเลียตกอดชายคนรัก “ .. อยู่กับข้าเถิดหนา .. ” ในแววตาจูเลียตบ่งบอกความรักอันเป็นที่สุดกับโรมิโอ “ .. อยู่กับข้าทุกคืนวัน .. ”
โรมิโอรับรู้ความรักนั่น “ .. เช่นนั้นพี่จะอยู่ ยอมให้จับตัว หากถูกประหาร พี่ก็อิ่มใจ เพื่อรักยิ่งใหญ่พี่ยอมสิ้น พี่ไม่กลัว .. ” โรมิโอบอกคนรักด้วยความมั่นใจในรักและไม่กลัวที่จะตายเพราะรัก “ .. นั่นแสงจากจันทราแค่ตาพี่มัวอย่าโทษผัวเลยคนดี พี่...”
“ .. เช่นนั้น!! .. ” จูเลียตพูดขึ้นทันที “ .. ฟ้าสว่างแล้วพี่จงรีบไปเถิดหนา ..” เธอพูดทั้งน้ำตา ก็..เธอไม่ได้อยากให้คนรักต้องตายจากนี่นา “.. น้องขอลา .. ” จูเลียตจำใจจำลา “ .. แม้แสนเศร้าโศกศัลย์ .. ”
โรมิโอเข้าใจทุกอย่างจากแววตาของเธอ “ .. ทิวามาแล้ว.. จำต้องลาจากกัน .. ”
“ .. ขอลาท่าน .. ” จูเลียตเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ
“ .. ลาเจ้าผู้เป็นรักแห่งข้า .. ” โรมิโอจำเอ่ยคำลา
“ .. เมื่อเราจากกันในวันนี้ คงอีกแรมปี.. กว่าจะพบ.. โรมิโอของข้า.. ” ก้อนสะอื้นทำให้เสียงจูเลียตขาดเป็นห้วงๆ จนมิอาจพูดต่อได้
โรมิโอกระชับอ้อมกอดให้หญิงคนรักรับรู้ถึงความรู้สึกในใจของเขา จูเลียตเงยหน้าขึ้นสบตาโรมิโอ “ .. แต่นานแค่ไหน.. ก็จะรอพี่มาถึงแม้จะแก่ชรา.. น้องก็จะรอ .. ” ไม่ว่าจะเศร้าโศกเพียงใด แต่ความมั่นคงในรัก ก็ยังชัดเจน ไม่สั่นคลอน
“ .. จงมั่นใจในรักพี่เถิดน้องเอ๋ย พี่รักแล้ว.. รักเลย.. ไม่เคยท้อ.. ” โรมิโอตอบคำรักด้วยรักเช่นกัน “ .. จูเลียตคือ.. ‘รักเดียว’ ที่พี่คุกเข่าขอ เจ้า.. โปรดรอ.. รักพี่กลับมารับขวัญ .. ” โรมิโอจูบที่หน้าผากจูเลียตแล้วทั้งสองก็แยกจากกัน
“พอก่อน” ครูโชยุติการซ้อม แล้วครูโชก็เรียกชลกะแซนมาหาพร้อมกับกวักมือเรียกชีทกะซีเข้าไปหาด้วยเช่นกัน “ได้แสดงฉากรักสุดรักอย่างนี้แล้ว เป็นไงบ้าง” ครูโชถามชีทกะซี
“ก็ดีครับ” ซีตอบแทน ชีทที่ยืนข้างๆ ก็พยักหน้าตาม
“แล้ว.. ความรู้สึกของพวกเธอในฐานะนักแสดงล่ะ มันมีอะไรวูบว่าบในใจจากการแสดงบทบาทแบบนี้มั้ย?”
“ก็.. ไม่มีครับครู” ซีตอบหนักแน่น
“ครั้งที่แล้วมีนิดหน่อยค่ะ แต่ครั้งนี้..” ชีทนิ่งสำรวจความรู้สึกตนเอง “ก็ไม่มีนะคะ มันเป็นรักของจูเลียตไม่ใช่ของชีทค่ะ”
“ครูสอนสองคนนี้ได้ดีมากเลยครับ” แซนเอ่ยปากชม
ครูโชหันไปมองหน้าชลวิทย์ “ไง.. ผิดจากที่ฉันบอกมั้ย?”
“ไม่ครับ” ชลวิทย์สารภาพกับครูโช
“ฉันว่านะ ลูกแกสองคนน่ะเข้าใจเรื่องนี้จนเกินเด็กไปแล้วล่ะ” ครูโชเปรยขึ้น
“จริงเหรอครับ” ชลรีบถาม
“ยังไงครับ” แซนถามตามแทบไม่ทิ้งช่วงห่างเลย
ครูโชไม่ตอบแซน แต่เลือกไปถามซีกับชีท “เวลาที่ตัวละครของเธอสองคนพูดบทพูด พวกเธอซึ่งเป็นนักแสดงรู้สึกยังไงบ้าง”
“ตอนพูดก็.. รู้สึกอย่างที่ตัวละครรู้สึกครับครู” ซีพูดจบ ชีทก็พยักหน้าตาม “แล้ว.. พอแสดงจบแต่ละฉาก มันก็จบไปด้วยนะครับ”
ชีทพยักหน้าตามคำพูดของซี “ตอนอยู่กับตัวละคร ตอนพูดคำพูดพวกเค้า ชีทรู้สึกว่า.. ความรักของทั้งสองมันมากมายจนมองไม่เห็นอะไรที่อยู่รอบตัวพวกเค้าเลย”
ครูโชยิ้ม และหัวเราะออกมา
ชลกับแซนรีบออกปากขอบคุณ และเข้ากอดขอบคุณครูโช
“มี.. อะไรเหรอคะ?” ชีทถามขึ้นด้วยความงง
ซีตามผสมโรงด้วย “ครับ ครับ อะไรครับ”
“พ่อของเธอสองคน เค้ารักเธอมาก จนความรักมันบังตา บังใจบังไปหมดจนลืมวิชาการแสดงของฉันไปด้วย เค้ากลัวว่า.. ถ้าเธอสองคนแสดงเรื่องนี้จะยิ่งตอกย้ำความรักในอดีตที่พวกเธอเคยมีให้กัน ฉันก็บอกเค้าสองคนว่า..เป็นไปไม่ได้”
“คร้าบบบ ครูผมเก่งที่สุดในโลก” พูดจบชลวิทย์ก็หอมแก้มครูโชฟอดใหญ่
“แซน แฟนแกทำฉันคิดมากแล้วนะ” ครูโชแซวด้วยความเอื้อเอ็นดู
“เป็นครูโช แซนยกให้ครับ”
“แน่ใจนะ ฉันเอาจริงนะ” ครูโชพูดจบก็หอมแก้มชลวิทย์กลับ
แซนถึงกับงอน !!
แล้วทุกคนก็หัวเราะออกมา
แล้วครูโชก็สอนชีทกับซี “แต่ที่มากกว่านั้น คือเธอสองคนได้พบแล้วว่า..ความรักวัยรุ่นที่มันมากจนไม่มองความเป็นจริงแบบโรมิโอกับจูเลียต มันทำให้พวกเขาตาบอดเขาจึงหาทางออกอะไรไม่ได้ สุดท้าย.. ก็ต้องจบลงด้วยการตายจาก”
“ค่ะครู” ชีทตอบ
“ซีก็รู้สึกว่ารักของโรมิโอมันฟุ้งฝัน มันปรารถนาจนไม่มองความจริงรอบตัวเลย”
“ตอนนั้น.. ชีทก็เกือบไปเหมือนกันค่ะ”
ซีเลือกไม่ตอบอะไร ก็เขาไม่แน่ใจว่า ตอนนี้.. เขาก้าวข้ามความรักแบบนั้นมาแล้วหรือ.. เขายังเป็นแบบโรมิโออยู่
“แล้ว.. อะไรรั้งเธอไว้ล่ะ” ครูโชถามชีท
“เอ่อ.. ความรักของพ่อค่ะ” ชีทตอบได้เท่านั้น เธอก็สวมกอดพ่อชลของเธอ
“ขณะที่เราซ้อมละครอยู่ด้วยกัน เราก็พบว่าความรักแบบพี่น้องของเราตะหากที่เป็นนิรันดร์จริงๆ” ซีพูดจบ แซนก็เดินไปโอบไหล่ลูกชายสุดรัก
“ลูกเธอสองคนคิดได้ดีนะเนียะ” ครูโชออกไปชม แต่ไม่วายกัดลูกศิษย์ “ดีกว่าเธออีก”
“ลูกก็ต้องไปได้ไกลกว่าพ่อสิครับ โลกถึงจะก้าวหน้าครูสอนผมเอง” ชลก็ไม่ลดละไม่ยอมโดนฝ่ายเดียว
“ฉันบอกว่า ลูกศิษย์ต้องไปไกลกว่าครูจ้ะไม่ใช่ให้ครูกลับมาสอนแบบนี้”
“แหม.. ครู ก็ .. ก็นานๆ ที ไม่ดีเหรอครับ จะได้หายคิดถึงไง” ชลก็ยังคงแถไปได้รอดทุกที
ครูโชส่ายหัวกับคำพูดของชล แล้วก็นึกอะไรได้ “อ้อ!! เย็นนี้ฉันยืมตัวซีไปสักครู่นะเสร็จธุระแล้วจะไปส่งให้ ยังอยู่ที่เดิมใช่ไหม?”
“ครับครู” ชลตอบรับทุกคำที่ครูโชพูด แม้ลึกๆ ชลจะอยากรู้ว่าครูโชยืมตัวซีไปทำไม เหมือนกับที่แซนอยากรู้ แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถาม ชลรู้ดีว่าสิ่งที่ครูโชทำ มีเหตุผลเสมอ
ครูโชพาซีไปนั่งทานอาหารที่บ้านของเขา มายด์จัดอาหารที่โต๊ะอาหารซึ่งมีด้านหนึ่งของโต๊ะอยู่ติดผนังห้องเสมอกับหน้าต่างทำให้คนที่นั่งโต๊ะอาหาร สามารถมองออกไปนอกบ้านผ่านหน้าต่างกระจกได้อย่างชัดเจน ซีช่วยมายด์จัดหยิบบางอย่างเท่าที่ทำได้
เมื่อจัดวางทุกอย่างเสร็จแล้ว ทั้งครูโช มายด์ และซีก็นั่งรอ.. รอ.. รอ..
แต่คนที่รอก็ยังมาสักที..!!
“คง.. คงไม่มาแล้วล่ะคับพ่อ” มายด์พูดทำลายความเงียบขึ้น
แต่ครูโชก็ยังเฉย แสดงให้อีกสองคนเห็นว่าเขายังยินดีที่จะรอ
“พ่อครับ” มายด์เรียกอีกที
“เคาขอนัดที่นี่ เค้าต้องมา แต่จะเมื่อไหร่นั้นพ่อตอบไม่ได้” ครูโชอธิบายชัดเจน พร้อมกับดูเวลา “แต่.. เลยเวลานัดไปพอควรแล้วเราทานกันไปก่อนได้ ไม่ต้องรอ”
ทั้งมายด์และซีรับรู้ แล้วทั้งสามก็เริ่มรับประทานอาหารกัน
แล้วแสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งก็สาดเข้ามาที่หน้าต่างนั่นและจอดแบบทันทีทันใด ในจังหวะที่ทั้งครูโชซี และมายด์ทานอาหารอิ่มพอดี
“เธอมาแล้ว” ครูโชพูดขึ้นโดยไม่ต้องหันไปมองมีเพียงไม่กี่คนที่ขับรถเข้าบ้านครูโชแบบนี้
“เอ่อ.. เค้ามาหาพ่อบ่อยเหรอครับ” มายด์ถามขึ้น
ครูโชพยักหน้าแทนคำตอบ
แต่ก่อนที่ครูโชจะพูดอะไรต่อ ประตูห้องก็เปิดออก สตรีสาวแสนสวยในชุดดำยาวพอดีตัวเปิดประตูนั่นเข้ามา “ถึงแล้วค่ะครู ขอโทษที่มาช้านะ.. คะ.. ” คำว่า ‘คะ’ แทบไม่มีเสียงออกมาเมื่อเธอมองเห็นมายด์
“กลับก่อนนะคะครู” เธอหันไปบอกครูโช
“น้ำแข็ง!!” มายด์เรียกชื่อหญิงสาวในชุดดำ
ซีเข้าใจทันที .. น้ำแข็ง .. นักแสดงคนสวยที่เป็นจูเลียตให้พี่มายด์เมื่อ๑๔ ปีแล้ว ตอนนั้นก็เกือบที่จะรักกัน แต่มีเหตุจนไม่มองหน้ากันไปแล้ว
เมื่อมาเรียนการแสดงด้วยกัน ก็คุยกันอีกครั้ง เพราะพี่มายด์เคยแสดงเป็นคนแอบรักน้ำแข็งในละครเวที‘ปล้นบัลลังก์’ จนในชีวิตจริงน้ำแข็งเริ่มใจอ่อน ยอมเป็นเพื่อนด้วย
พอปีต่อมาเรื่องต่อมา มายด์กับน้ำแข็งต้องเล่นเป็นคนรักที่รักกันมากแต่คิดว่าอีกฝ่ายไม่ได้รักกัน จนเกือบจะฆ่ากันตาย ในเรื่อง ‘เลาะร้อยโลภลบร้อยเล่ห์’ .. ทั้งสองจึงคบกันในที่สุด
ครูโชเล่าให้ซีฟังว่า ในปีสุดท้ายของการเรียน มายด์แสดงเป็นแฮมเล็ต น้ำแข็งแสดงเป็นโอฟีเลีย เบียร์แสดงเป็นฮาราชิโอ ความอยากแสดงให้สุด ทั้งสามจึงเข้าถึงตัวละครมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น
เมื่อความเป็นตัวละครเข้ามาปนเปกับชีวิตจริง น้ำแข็งจึงบอกเลิกกับมายด์ มายด์เสียใจจนแทบบ้า เหมือนที่โอฟีเลียทิ้งแฮมเล็ต แฮมเล็ตเสียใจจนบ้า
ด้วยความโศกเศร้าเสียใจ มายด์จึงดื่มเหล้าจนเมามาย และ.. ไปมีเพศสัมพันธ์กบเบียร์ คล้ายกับที่แฮมเล็ตเสียใจจนบ้า จึงไปขลุกอยู่กับเพื่อนรักอย่างฮอราชิโอ จนมีคนซุบซิบกันว่า แฮมเล็ตหลับนอนกับฮิราชิโอ
แม้เมื่อการแสดงจบลง ไม่ใช่แค่น้ำแข็งกับมายด์ไม่อาจคืนดีกันได้ แต่น้ำแข็งไม่ยอมพบหน้ามายด์อีกเลย
“อย่าเรียกชื่อฉัน” น้ำเสียงของเธอแสดงความเกลียดชังพี่มายด์ของซีชัดเจน
“มายด์ขอโทษ ขอโทษกับทุกสิ่งที่มายด์เคยทำกับ.. ”
“อย่าเรียกชื่อฉัน!!” น้ำแข็งพูดขึ้นอีกครั้งคราวนี้เสียงของเธอดังกังวานไปทั้งห้อง ความเกลียดชังในน้ำเสียงยิ่งชัดเจน
สีหน้าครูโชไม่ดีนัก เมื่อเห็นความแข็งกร้าวของน้ำแข็งแต่เขาต้องทำบางอย่าง เพื่อให้การพบกันวันนี้มีความหมาย “พวกเธอคุยกันไปนะ ฉันไปรอพวกเธอข้างนอกนะ” พูดจบครูโชก็เดินออกจากห้องไป
“มายด์รู้ เมื่อก่อนมายด์ทำตัวแย่ ทำตัวไม่ดี มายด์ขอโทษ”
“อย่า!! อย่าพูดแบบนั้น!!ฉันไม่มีวันยกโทษให้แก!!”
จบตอน๒๙