ตำหนักหลักสำนักจันทร์กระจ่าง -การประชุมลับสุดยอด
บรรยากาศภายในตำหนักหลักของสำนักจันทร์กระจ่างยังคงตึงเครียดกว่าครั้งไหนๆ สิงหราชประมุขสำนักนั่งอยู่บนบัลลังก์ประมุขใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความกังวลดวงตาแดงก่ำราวกับไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายคืนเหล่าผู้าุโทั้งสิบสองท่านนั่งเรียงรายอยู่เบื้องล่างแต่ละคนล้วนมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน
"เื่หอกระบี่เมื่อวานนี้...พวกเ้ามีความเห็นว่าอย่างไรบ้าง?" สิงหราชเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
ผู้าุโท่านหนึ่งที่มีหนวดเครายาวเฟื้อยถึงหน้าอกนามว่า 'เฒ่าจันทรา' ซึ่งเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสน "เรียนท่านเ้าสำนัก...ค่ายกลกระบี่ดาราดับนั้นเป็ค่ายกลโบราณที่สืบทอดกันมานับพันปีมันซับซ้อนและทรงพลังอย่างยิ่งยากที่จะมีใครกระตุ้นมันให้ทำงานได้โดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้เลย"
"แต่ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ...จู่ ๆ ค่ายกลก็หยุดทำงานเอง... และกระบี่นับพันเล่มก็ร่วงหล่นลงมา...ราวกับว่ามีใครบางคน... ได้ปลดพลังของมันออกไปอย่างสมบูรณ์"ผู้าุโอีกท่านหนึ่ง นามว่า 'เฒ่าเมฆา' ซึ่งเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังปราณิญญากล่าวเสริม
สิงหราชถอนหายใจเฮือกใหญ่"พวกเ้าหมายความว่า... มีผู้เชี่ยวชาญลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างนั้นหรือ?"
เหล่าผู้าุโพยักหน้าพร้อมกันใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"เป็ไปได้สูงขอรับท่านเ้าสำนัก"เฒ่าจันทรากล่าว "พลังที่ปลดปล่อยค่ายกลกระบี่ดาราดับนั้น...เหนือกว่าขอบเขตของพวกเราทุกคนอย่างเห็นได้ชัดข้าไม่เคยััถึงพลังที่บริสุทธิ์และไร้ร่องรอยเช่นนี้มาก่อน"
"แล้วใครกันเล่า...ที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้?"สิงหราชพึมพำกับตัวเอง เขานึกถึงใบหน้าของพิธาศิษย์หลานที่ดูเหมือนจะไร้พิษสง แต่กลับมีเื่ประหลาดเกิดขึ้นรอบตัวเขาอยู่เสมอ
'หรือว่าจะเป็เ้าเด็กนั่นอีกแล้ว?ไม่สิ...เขาเป็แค่ศิษย์หลานที่เพิ่งจะเริ่มบำเพ็ญเพียรได้ไม่นาน...จะมีพลังถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?' สิงหราชส่ายหน้าอย่างแรงพยายามปัดความคิดนั้นทิ้งไป
"ข้าคิดว่า...เราควรจะเพิ่มการรักษาความปลอดภัยของสำนักให้เข้มงวดขึ้น" เฒ่าเมฆาเสนอ"และพยายามสืบหาเบาะแสของผู้าุโลึกลับท่านนี้"
สิงหราชพยักหน้าช้าๆ "เห็นด้วย...นี่เป็เื่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของสำนักจันทร์กระจ่าง...ดูเหมือนว่าสำนักของเรากำลังถูกจับจ้องจากบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังเกินกว่าที่เราจะคาดเดาได้"
เขาถอนหายใจอีกครั้งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเครียดและความหวาดระแวงเขาไม่รู้ว่าภัยพิบัติครั้งต่อไปจะมาถึงเมื่อไหร่และใครคือผู้ที่อยู่เื้ัเหตุการณ์ประหลาดเหล่านี้ทั้งหมด
'ชีวิตเ้าสำนักนี่มันเครียดจริงๆ!ไม่เหมือนตอนเป็ศิษย์ ที่เอาแต่กินๆ นอนๆ ฝึกบ้างไม่ฝึกบ้างก็ยังแข็งแกร่งได้!เฮ้อ... อยากกลับไปเป็ศิษย์อีกครั้งจริงๆ!' สิงหราชคิดในใจด้วยความเหนื่อยหน่าย
ยอดเขาหยกมรกต - ค่ายกลแห่งความหวัง
ในขณะที่เหล่าผู้นำสำนักกำลังปวดหัวกับการตามหา"ผู้เชี่ยวชาญลึกลับ" อยู่นั้น บนยอดเขาหยกมรกตพิธากำลังนั่งจิบชาสมุนไพรอย่างสบายอารมณ์อยู่หน้ากระท่อมไม้ของเขา
"ศิษย์พี่พิธา...ท่านดูสบายใจดีจริงๆ นะเ้าคะ" เสียงหวานใสของอรุณรัศมีดังขึ้นจากด้านหลัง
พิธาหันไปมองเห็นอรุณรัศมียืนยิ้มอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเธอยังคงงดงามราวกับเทพธิดาแต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์
"อ้าว... ศิษย์น้องอรุณรัศมี...มีอะไรหรือ?"พิธาถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ
"ข้าได้ยินเื่ที่หอกระบี่เมื่อวานนี้มาแล้วเ้าคะ"อรุณรัศมีกล่าว "ท่านเ้าสำนักดูเครียดมากเลยนะขอรับ"
พิธาพยักหน้าช้าๆ "ก็คงจะจริง...แต่ข้าก็ไม่รู้เื่อะไรหรอก"
อรุณรัศมีหัวเราะคิกคัก"ศิษย์พี่นี่ช่างถ่อมตนจริงๆ นะเ้าคะ... แต่ข้ามาที่นี่วันนี้...เพื่อเสนอความช่วยเหลือให้ท่าน"
"ความช่วยเหลืออะไร?" พิธาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ข้าจะสร้างค่ายกลรวมปราณิญญาที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่สำนักเคยมีมาให้ท่าน"อรุณรัศมีกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ"ค่ายกลนี้จะช่วยให้ท่านและศิษย์น้องเมขลา...สามารถดูดซับปราณิญญาได้เร็วกว่าปกติถึงสิบเท่า! รับรองว่าภายในสามเดือน...ศิษย์น้องเมขลาจะต้องแข็งแกร่งพอที่จะติดหนึ่งในห้าสิบอันดับแรกของการประลองใหญ่ของสำนักได้อย่างแน่นอน!"
พิธาถึงกับเบิกตากว้างเขาไม่คิดว่าอรุณรัศมีจะใจดีถึงเพียงนี้
'นี่นางคิดจะช่วยข้าจริงๆหรือว่ามีแผนการอะไรแอบแฝงกันแน่? แต่ถ้าค่ายกลนี้สามารถเร่งการบำเพ็ญเพียรได้ถึงสิบเท่า...มันก็เป็เื่ที่ดีไม่ใช่หรือไง?' พิธาคิดในใจ
"แล้ว...ศิษย์น้อง้าอะไรเป็การตอบแทน?" พิธาถามด้วยความระแวง
อรุณรัศมีหัวเราะคิกคัก"ศิษย์พี่นี่ช่างคิดมากจริงๆ นะขอรับ...ข้าก็แค่้าเห็นศิษย์พี่และศิษย์น้องเมขลาประสบความสำเร็จเท่านั้นเอง...แต่ถ้าศิษย์พี่อยากจะตอบแทนข้าจริงๆ... ก็ช่วยสอนวิชาทำอาหารให้ข้าบ้างก็แล้วกันนะเ้าคะ"
พิธาถอนหายใจเฮือกใหญ่ "ก็ได้...ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนศิษย์น้องด้วย"
'เอาเถอะ...อย่างน้อยก็ยังดีกว่าให้นางมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้แล้วสร้างปัญหาให้ข้า!' พิธาคิดในใจ
อรุณรัศมีเดินไปสำรวจบริเวณรอบๆกระท่อมไม้ของพิธา ดวงตาของเธอเปล่งประกายแห่งความตื่นเต้น
"ข้าจะเริ่มสร้างค่ายกลในวันพรุ่งนี้เลยนะเ้าคะ!ศิษย์พี่เตรียมตัวรับปราณิญญามหาศาลได้เลย!"อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริง
พิธาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจเขารู้สึกเหมือนกำลังถูกลากเข้าไปในวังวนแห่งความวุ่นวายอีกครั้ง
กระท่อมไม้ของเมขลา - การเริ่มต้นใหม่
ภายในกระท่อมไม้ของเมขลาพิธากำลังนั่งอยู่ข้างเตียงไม้ที่เมขลานอนหมดสติอยู่ ใบหน้าของเธอยังคงซีดเซียวแต่ลมหายใจของเธอกลับสม่ำเสมอขึ้น
'นี่นางคงจะเหนื่อยมากจริงๆสินะ... ไปกระตุ้นค่ายกลโบราณของสำนักได้ถึงขนาดนั้น... ไม่ใช่เื่ง่ายๆ เลย'พิธาคิดในใจด้วยความสงสาร
จู่ ๆ เปลือกตาของเมขลาก็ขยับเล็กน้อยก่อนที่เธอจะลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาประกายเงินยวงของเธอมองมาที่พิธาด้วยความสับสน
"ศิษย์พี่... ข้า... ข้าอยู่ที่ไหน?" เมขลาถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า
"เ้าอยู่ที่กระท่อมของเ้าเอง"พิธาตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"เ้าหมดสติไปหลังจากที่ไปกระตุ้นค่ายกลกระบี่ดาราดับที่หอกระบี่"
เมขลาพยายามจะลุกขึ้นแต่ร่างกายของเธอยังคงอ่อนแรง พิธาจึงช่วยพยุงเธอขึ้นมานั่ง
"ค่ายกลกระบี่ดาราดับ?" เมขลาพึมพำกับตัวเอง"ข้าจำได้ว่า... ข้ากำลังจะเข้าไปในหอกระบี่...แล้วก็มีเสียงกระบี่นับพันเล่มเรียกหาข้า... หลังจากนั้น...ข้าก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย"
พิธาพยักหน้าช้าๆ "ไม่เป็ไรหรอก...ตอนนี้เ้าปลอดภัยแล้ว"
เมขลามองพิธาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
"ศิษย์พี่... ข้า...ข้าขอโทษที่สร้างปัญหาให้ท่าน" เมขลากล่าวด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิด
พิธาส่ายหน้า "ไม่เป็ไรหรอก...เ้าไม่ได้ตั้งใจ"
เขาหยิบกล่องไม้เล็กๆสองกล่องออกมาจากแขนเสื้อ
"นี่คือของขวัญสำหรับเ้า"พิธากล่าว "มันจะช่วยให้เ้าแข็งแกร่งขึ้น"
เมขลาเปิดกล่องแรกออกภายในกล่องมีกระบี่เล่มหนึ่งเปล่งแสงสีเงินอ่อนๆ ออกมาตัวกระบี่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดี ด้ามจับหุ้มด้วยหนังงูสีดำสนิทมีอัญมณีสีฟ้าเม็ดเล็กๆ ประดับอยู่ตรงกลาง
"นี่คืออาวุธิญญาระดับกลาง"พิธาแนะนำ "มันมีชื่อว่า 'กระบี่วารีคราม' มันจะช่วยเพิ่มพลังปราณกระบี่ของเ้าให้แข็งแกร่งขึ้น"
เมขลาถึงกับเบิกตากว้างเธอไม่คิดว่าพิธาจะมอบของขวัญที่มีค่าถึงเพียงนี้ให้เธอ
'อาวุธิญญาระดับกลาง!นี่มันของล้ำค่าที่แม้แต่ศิษย์หลักบางคนยังไม่มีเลยนะ! ศิษย์พี่พิธา...ท่านช่างใจกว้างจริงๆ!' เมขลาคิดในใจด้วยความตื้นตัน
เธอเปิดกล่องที่สองออกภายในกล่องมีคัมภีร์เล่มหนึ่งทำจากหนังสัตว์โบราณ มีอักษรประหลาดเขียนอยู่บนหน้าปก
"นี่คือ 'คัมภีร์กระบี่ไร้ตน'"พิธาแนะนำ "มันเป็คัมภีร์กระบี่ที่ข้าได้มาจาก... เอ่อ...จากที่ไหนสักแห่ง...มันจะช่วยให้เ้าเข้าใจแก่นแท้ของกระบี่ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น"
เมขลาหยิบคัมภีร์ขึ้นมาอ่านหน้าปกมีอักษรโบราณเขียนว่า "กระบี่ไร้ตน... ไร้รูป... ไร้เงา... ไร้ตัวตน...แต่กลับมีอยู่จริง"
'คัมภีร์กระบี่ไร้ตน!นี่มันเป็คัมภีร์กระบี่ที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้เชียวหรือ!? ศิษย์พี่พิธา...ท่านช่างเป็คนที่ลึกลับจริงๆ!' เมขลาคิดในใจ
เมขลากำลังรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียสละของพิธาเธอเชื่อว่าพิธากำลังเสียสละความก้าวหน้าของตนเองเพื่อช่วยให้เธอแข็งแกร่งขึ้น
"ศิษย์พี่..."เมขลาเงยหน้าขึ้นมองพิธา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความจริงจัง"ข้ามีคำถามหนึ่งข้อ... ที่ข้าอยากจะถามท่าน"
"อะไรหรือ?" พิธาถาม
"หากในอนาคตศิษย์น้องใช้กระบี่สังหารผู้คนและตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายถึงตาย... ข้าจะแก้ไขอย่างไรดี?" เมขลาถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
พิธามองเมขลาด้วยแววตาที่อ่อนโยนเขารู้ดีว่า "เส้นทางกระบี่สังหาร" ของเธอหมายถึงอะไรมันคือเส้นทางแห่งการแก้แค้นที่เต็มไปด้วยเืและน้ำตา
"หากเป็เช่นนั้น..."พิธากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายแต่จริงใจ"ศิษย์พี่จะต่อสู้เพื่อเปิดทางให้เ้าเอง"
คำพูดของพิธาทำให้เมขลาถึงกับตัวสั่นสะท้านเธอไม่เคยคิดว่าจะมีใครพูดคำพูดเช่นนี้กับเธอมาก่อน
'ต่อสู้เพื่อเปิดทางให้เ้าเอง!'คำพูดนี้ก้องอยู่ในโสตประสาทของเมขลามันเป็คำมั่นสัญญาที่ลึกซึ้งและจริงใจที่สุดเท่าที่เธอเคยได้ยินมา
เมขลาหลับตาลงช้าๆ น้ำตาเม็ดเล็กๆไหลรินลงมาจากดวงตาของเธอ เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย
'ศิษย์พี่พิธา...ท่านช่างเป็คนดีจริงๆ... ข้าขอสาบานว่า... ข้าจะภักดีต่อท่านไปตลอดชีวิต!'เมขลาคิดในใจด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น
พิธามองเมขลาที่กำลังร้องไห้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้งที่กำลังจะมาถึง
'เฮ้อ...ข้าแค่พูดไปตามน้ำเองนะ... ใครจะไปคิดว่านางจะอินขนาดนี้!นี่ข้ากำลังสร้างภาระให้ตัวเองอีกแล้วหรือเนี่ย!?' พิธาคิดในใจด้วยความสิ้นหวัง
เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกมัดติดกับโชคชะตาของศิษย์น้อง "สัตว์ประหลาด"ของเขาไปแล้วจริงๆ
---
บทสรุปของบทที่ 21
เหล่าผู้นำสำนักต่างงุนงงกับเหตุการณ์ที่หอกระบี่พวกเขาไม่พบเบาะแสใดๆ และสรุปว่ามีผู้เชี่ยวชาญลึกลับเข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งยิ่งเพิ่มความหวาดระแวงให้กับสิงหราชประมุขสำนัก
กลับมาที่ยอดเขาหยกมรกตอรุณรัศมีเสนอที่จะสร้างค่ายกลรวมปราณิญญาที่ทรงพลังให้พิธาซึ่งดูเหมือนจะเป็ความช่วยเหลือที่มาถูกเวลา แต่ก็แฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์เล็กน้อย
ในขณะเดียวกัน เมขลาก็ได้สติกลับมาพิธาเริ่มต้นการฝึกฝนของเธออย่างเป็ทางการโดยมอบกระบี่วารีครามซึ่งเป็อาวุธิญญาระดับกลาง และ"คัมภีร์กระบี่ไร้ตน" ให้เป็ของขวัญด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสียสละของศิษย์พี่ เมขลาจึงได้ถามคำถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับ"เส้นทางกระบี่สังหาร" ของเธอ และความกลัวที่ซ่อนอยู่พิธาตอบกลับด้วยคำสัญญาที่เรียบง่ายแต่จริงใจว่า "หากเป็เช่นนั้นศิษย์พี่จะต่อสู้เพื่อเปิดทางให้เ้าเอง"ซึ่งเป็การกระชับความสัมพันธ์ของพวกเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และตอกย้ำความภักดีของเมขลาที่มีต่อพิธา
แก่นเื่ทางอารมณ์กำลังลึกซึ้งยิ่งขึ้นในขณะที่ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับพลังของพิธายังคงอยู่ความเมตตาอย่างแท้จริงและปัญญาอันลึกซึ้ง (แม้จะโดยบังเอิญ)ของเขากำลังสร้างความผูกพันที่ภักดีและลึกซึ้งกับเหล่าศิษย์น้องของเขา"เส้นทางกระบี่สังหาร"ของเมขลาเป็นัยถึงอดีตอันมืดมนและความขัดแย้งในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับภารกิจแก้แค้นของเธอและความหวาดระแวงของผู้นำสำนักเกี่ยวกับ "ผู้เชี่ยวชาญลึกลับ"ยังคงเป็ภัยคุกคามต่อชีวิตที่สงบสุขของพิธา