วันนี้จวนตะกูลหลัวคึกคักแต่เช้า เนื่องจากคราวก่อนเ้าสำนักหยางจิ่วได้มาเยี่ยมบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนถึงเรือน ขากลับไม่ลืมทักทายเ้าบ้านตามมารยาท แต่ประเด็นอยู่ที่จ้าวจิ่นสั่วได้เอ่ยถึงเรือนน้อยลูกเลี้ยงของนาง ได้มาเห็นกับตามันช่างเล็กแคบนัก ของตกแต่งแทบไม่มี ห้องหับมีน้อยนิด บ่าวรับใช้ก็ไม่มีจนนางนึกเคืองไม่น้อย
ถึงเพ่ยเอ๋อร์จะเกลียดนางแต่นางกับสามีดูแลบุตรชายผู้นี้ดั่งไข่ในหินเสมอมา ไม่เคยให้ได้รับความลำบากเลยสักครั้ง แล้วคนตะกูลหลัวเหตุใดไม่ไว้หน้ากันบ้างให้เพ่ยเอ๋อร์ของนางอยู่เรือนซ่อมซ่อไม่พอการเป็อยู่ยังทำแบบขอไปที หากวันนี้นางกับสามีไม่ทราบข่าวว่าเพ่ยเอ๋อร์ไม่สบายแล้วมาดูอาการถึงเรือนคงไม่รู้ว่าบุตรชายตกระกำลำบากเช่นใดบ้าง
ท่ามกลางบรรยากาศชวนบาดหมางคุณชายอี้หย่งเพ่ยซานเปรยขึ้นเสียงเรียบ"ทะเลสาปหลังจวนอากาศดีนะขอรับ"
สร้างเรือนหอใหม่ให้คู่บ่าวสาวนับว่าเป็เื่สมควร ก่อนหน้าค่อนข้างฉุกละหุกทำให้ไม่มีใครคิดทันผนวกกับเ้าบ่าวเ้าสาวไม่เอ่ยถึงจึงไม่มีใครสนใจเื่นี้อีก มายามนี้แม้จะไม่พอใจในตัวสะใภ้ผู้นี้มากแค่ไหนแต่มิตรภาพระหว่างสกุลหลัวกับสำนักคุ้มภัยนับว่าต้องพึ่งพาอาศัยกันไปอีกนาน ได้ไม่คุ้มเสียหากต้องแตกหักด้วยเื่แค่นี้ อี้หย่งเพ่ยซานเปรยออกมาในเวลานี้ไม่ใช่ว่าชัดเจนถึงจุดประสงค์แล้วหรือ หลัวเฉิงไห่จึงออกปากจะสร้างเรือนใหม่ให้ส่วนทางสำนักหยางจิ่วจะช่วยในเื่แรงงาน ส่วนตัวเรือนให้ผู้อาศัยเลือกแบบตามใจชอบ
อันจื่อเทาเอาง่ายเข้าว่าวาดแบบเรือนคร่าวๆให้กับบิดาไม่ถึงเค่อก็เรียบร้อยแล้ว หลังจากพูดคุยกันต่ออีกไม่กี่ประโยคเ้าสำนักหยางจิ่วกับภรรยาก็ขอตัวกลับไปจัดหาช่างไม้ส่วนนายท่านหลัวก็สั่งคนไปจัดเตรียมวัสดุที่ต้องใช้ตามรายการที่อี้หย่งเพ่ยซานเขียนให้
ใช้เวลาเตรียมการร่วมสัปดาห์สิ่งที่ต้องมีก็พร้อมสรรพทุกอย่างแล้ว ทางสำนักหยางจิ่วส่งคนมาช่วยหลายสิบคนช่างไม้ฝีมือดีอีกสิบกว่ากอปรกับคนของนายท่านหลัวที่เกณฑ์มาช่วยใช้เวลาแค่10วันเรือนใหม่ใหญ่กว่าเดิมก็สมบูรณ์พร้อมอยู่แล้ว
ตัวเรือนถูกแบ่งเป็สองฝั่ง ฝั่งขวาเป็ของตนกับเลี่ยงชิง ส่วนกลางนั้นเป็สระบัวขนาดย่อมมีเครื่องเรือนครบครัน ส่วนฝั่งซ้ายเป็อันจื่อเทายกให้เฉินซือเยว่กับลูกๆ รอบเรือนประดับประดาไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยนานาชนิด หน้าเรือนเป็ทะเลสาปขนาดใหญ่มีศาลาหลังน้อยอยู่ตรงกลาง
สถานที่ตั้งเรือนใหม่คือข้างทะเลสาปที่ไปมาเมื่อครั้งก่อนนั้นเอง
คำกล่าวที่ว่ามีเงินใช้ผีโม่แป้งยังได้ไม่ผิดเลยจริงๆ
เรือนใหม่พร้อมใช้สอยแล้วเลี่ยงชิงเก็บข้าวของเตรียมย้ายไปอีกเรือนั้แ่เช้าตรู่ กระนั้นก็ไม่ลืมอาหารเช้าของเ้านายจัดเตรียมทุกอย่างไว้ไม่ขาดตกบกพร่อง
อันจื่อเทาทานมื้อเช้ารอเลี่ยงชิงเก็บของที่เหลือ ระหว่างนั้นมีแขกมาเยือนถึงเรือนฮูหยินคนงามจึงถือโอกาสใช้งานขนของไปที่เรือนใหม่ให้เสียเลย
ม่อหวังฟันยู่หน้า “เจอหน้าก็ใช้งานเลยนะคุณชาย ถามไถ่กันก่อนก็ได้เช้าๆแบบนี้กินข้าวปลามารึยัง”
ลูกผมที่ปรกหน้าถูกมือเรียวขาวเสยขึ้นอย่างไม่ใส่ใจเอ่ยอย่างขอไปทีแล้วตักโจ๊กปลาเข้าปาก “พวกเ้ากินข้าวรึยัง”
“ยังเลยคุณชาย ตื่นมาพวกเราก็รีบมาหาท่านเลย ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย”ม่อหวังฟันฉีกยิ้มกว้างลูบท้องประกอบคำ กลิ่นโจ๊กปลาลอยมาตามลมทำเอาท้องเขาร้องไปหมดแล้ว
อันจื่อเทาตอบรับในลำคอยกชาขึ้นดื่มเพื่อล้างปากก่อนหันไปชี้หีบใหญ่สองใบที่วางซ้อนกันไว้ “เริ่มจากหีบสองใบนั้นก่อนแล้วกัน”
ม่อหวังฟันยิ้มค้างมองตามนิ้วเรียวไปอย่างเชื่องช้า จ้าวหย่าหวังไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดีสุดท้ายสองหนอจึงเดินตามก้นกันไปยกหีบใบดังกล่าวไปยังเรือนใหม่อย่างจำยอม
มุมปากคนงามยกขึ้นเล็กน้อยหันมาเก็บถ้วยชามไปล้างเตรียมขนของย้ายเรือน
อันจื่อเทาถอยหลังไปสองก้าวหลังจากก้าวเข้ามาในเรือน ตรงหน้าเขาสามแม่ลูกนั่งคุกเข่ารออยู่ส่วนกลางของเรือน “ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือเราสามแม่ลูกเ้าค่ะ”
“ข้ารับไม่ไหวหรอกลุกขึ้นเถอะ”
“คุณชายช่วยเราสามแม่ลูกไว้ข้ายังมิได้ตอบแทนเลย มาวันนี้มอบเรือนครึ่งหลังให้อีก ข้ามิรู้จะตอบแทนคุณชายเช่นไรจริงๆเ้าค่ะ”
อดีตมาเฟียเม้มปากคุกเข่าข้างหนึ่งลงตรงหน้าพวกเขา ั์ตาสีสวยสะท้อนสิ่งตรงหน้าไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างก่อนจะหายไปเมื่อกระพริบ “เป็สิ่งที่ข้าสมควรทำ ไม่จำเป็ต้องขอบคุณ”
เฉินซือเยว่น้ำตาซึมลุกขึ้นตามแรงประคองของสะใภ้ หลัวผู่เยว่ลุกตามมาอันจื่อเทาจึงปล่อยให้แม่ลูกประคองกันเองเขาขยับออกมาก่อนสัมทับไปอีกประโยค “เข้าไปพักเถอะขอรับ พึ่งหายไข้ต้องลมนานไม่ดีต่อร่างกาย”
สองแม่ลูกขอบคุณทั้งน้ำตาแทบจะคุกเข่าให้อีกรอบ อันจื่อเทาถอยหลังไปอีกสองก้าวดันหลังม่อหวังฟันไปตรงหน้า ม่อหวังฟันไม่ทันตั้งตัวหน้าทิ่มลงกับพื้น จ้าวหย่าหวังการตอบสนองเร็วปรี่เข้าไปคว้าแขนสหายดึงขึ้นก่อนล้มคว้ำลงไปจริงๆ
“คุณชาย ผลักข้าทำไม!”ผู้ถูกกระทำโวยวายมองค้อนคุณชายวงใหญ่ คนถูกถามไม่ได้สนใจสายตาวางไว้ยังเด็กหนุ่มที่คุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ยอมลุกขึ้นตามแม่กับพี่สาว
“ว่ากันว่าเข่าลูกผู้ชายเคลือบด้วยทองคำ ลุกขึ้นได้แล้วกระมัง”
หลัวเจี้ยนฮ่าวดวงตากรอกไปมาอย่างลุกลี้ลุกลนสุดท้ายกำมือแน่นเงยหน้าขึ้นเผชิญกับพี่สะใภ้ เขาตัดสินใจแล้ว!
“ข้าขอโทษ!”ไม่พูดยังพอว่าพอพูดออกมาแล้วเป็ตนทำตัวไม่ถูกกว่าก่อนหน้าอีก สองมือชื้นเหงื่อกำแน่นแววตาเต็มไปด้วยความกังวลระคนรู้สึกผิด “ข้าขอโทษที่ล่วงเกินท่านวันนั้น ข้าไม่ดีเอง คุณชายอย่าได้ถือสาข้าเลยนะขอรับ”
ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบ อันจื่อเทาไม่เอ่ยสิ่งใดอยู่นานเพียงมองเด็กหนุ่มนิ่งสีหน้าเรียบเฉยคาดเดาสิ่งใดไม่ออก กดดันผู้คนให้หายใจไม่ทั่วท้องโดยไม่รู้ตัว
สายลมพัดเข้ามาตามช่องระบายลมคล้ายพัดพาความเ็าในดวงตาคู่งามไปด้วย มุมปากสีอ่อนพลันยกขึ้นคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หากถือสาเ้าคงมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้”
คนที่เหลือพลูลมหายใจอย่างห้ามไม่อยู่ ยกเว้นหลัวเจี้ยนฮ่าวที่ยังย่อยประโยคเมื่อครู่ไม่ทันกว่าจะนึกได้คนก็เดินเข้าไปในฝั่งของตัวเองแล้ว เด็กหนุ่มยิ้มร่าะโตามหลัง “ขอบคุณคุณชายอี้หย่งขอรับ”
เสียงอืมแววๆลอยมาตามลมเรียกร้อยยิ้มกว้างกว่าเดิมให้กับทุกฝ่าย สองแม่ลูกยิ้มให้กันหางตาชื้นน้ำเล็กน้อยเข้าไปประคองคนที่ยังคงคุกเข่าให้ลุกขึ้นก่อนพากันเดินไปยังเรือนฝั่งของตน รีบจัดของจะได้รีบเตรียมมื้อกลางวันกับของว่างให้คุณชายอี้หย่ง
สองหน่อที่ถูกทิ้งไว้กลางโถงมองหน้ากันอย่างมึมงง ขณะกำลังถามกันทางสายตาว่าจะเอายังไงต่อเลี่ยงชิงก็วิ่งปรู๊ดเข้ามาเรียกไปช่วยขนของที่เหลือมาให้หมด
จากวันเป็สัปดาห์จากสัปดาห์เป็เดือนชีวิตในเรือนใหม่ใต้ชายคาเดียวกับอี้หย่งเพ่ยซานดีกว่าที่คิดไว้มากทีเดียว คุณชายอี้หย่งนอกจากจะไม่ดุร้ายเหมือนกาลก่อนแล้วยังอยู่ง่ายกินง่ายไม่เื่มาก นอกจากบรรยากาศเ็ารอบตัวก็ไม่มีสิ่งใดให้คนร่วมเรือนอึดอัดใจอีก ความประหม่าที่มีค่อยๆลดลงทีละน้อย จากห่างเหินเริ่มเป็กันเองมากขึ้น คำเรียกก็สนิทสนมกันมากขึ้น บรรยากาศในเรือนเข้าใกล้คำว่ากลมเกลียวสักหน่อยแล้ว
โป๊ก!
"โอ้ย! พี่สะใภ้ข้าเจ็บนะ"
"โง่"เสียงเรียบเฉยจากคนงามกระแทกใจคนฟังเข้าเต็มเปา หนังสือเล่มบางถูกม้วนเข้าหากันก่อนเคาะลงไปบนศีรษะน้องสามีไม่เบาไม่แรง"สอนหน้าเดียวมาสิบรอบแล้วไม่เข้าหัวสักนิดเลยหรือ"
หลัวเจี้ยนฮ่าวกุมหัวทำคอยื่นคอยาวขณะเอ่ย“ข้าก็ท่องมาสิบรอบแล้วไม่ถูกสักหน่อยเลยหรือ พี่สะใภ้ไม่ได้จำผิดใช่ไหม”
“เถียงเก่ง”หนังสือเล่มหนาถูกโยนไปบนตักคนช่างเถียง เด็กหนุ่มตาโตหยิบหนังสือขึ้นมาด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
“ข้าต้องท่องเ้านี้หรือ?”
“ท่องหมดนี้เ้าจะไม่ใช้เวลาเป็ร้อยปีเลยหรือ”มุมปากสีอ่อนกระดกขึ้นก่อนยื่นกระดาษราวๆสิบแผ่นให้ “ท่องตัวนี้”
หลัวเจี้ยนฮ่าวรับมากวาดตามองผ่านๆพบว่าอ่านง่ายกว่าเดิมมาก ตัวอักษรไม่ซับซ้อนบางประโยคมีภาพวาดกำกับด้วย นอกจากจะจำง่ายอ่านไปอ่านมาพบว่าสนุกดีเหมือนกัน หัวคิ้วค่อยๆคลายออกทีละน้อย
เห็นเ้าเด็กซนยอมอ่านโดยดีไม่บ่นไม่ทำหน้ายุ่ง อันจื่อเทาค่อยวางใจหันไปหาหลัวผู่เยว่ หญิงสาวตั้งใจอ่านตำราในมือหัวคิ้วเดี๋ยวขมวดเดี๋ยวคลายแต่ไม่ปริปากบ่นสักคำ ในมืออีกข้างของนางถือพู่กัน ตรงไหนไม่เข้าใจนางจะจดใส่กระดาษไว้แล้วค่อยมาถามอันจื่อเทาทีหลัง
เห็นภาพนี้แล้วอันจื่อเทารู้สึกหดหู่ใจขึ้นมา คิดไม่ถึงเ้าบ้านสกุลหลัวจะลำเอียงถึงเพียงนี้ ส่งลูกทุกคนร่ำเรียนสามารถอ่านเขียนได้ แต่เด็กสองคนนี้อักษรตัวเดียวก็ไม่รู้จัก ถ้าไม่นึกี้เีโยนบัญชีรายรับรายจ่ายของเรือนไปให้หลัวผู่เยว่เขาคงไม่รู้ไปอีกนาน ั้แ่วันนั้นอันจื่อเทาอาสาสอนหนังสือให้กับสองพี่น้อง เริ่มจากพื้นฐานง่ายๆอย่างการจำอักษรและประโยคง่ายๆ จนถึงตอนนี้เข้าเดือนที่สองแล้วยังไม่มีเค้าลางจะเลื่อนระดับเลย
“พี่สะใภ้ตรงนี้ข้าลองทำหลายรอบแล้วแต่ยอดสองฝั่งไม่เท่ากันเสียที”เด็กหนุ่มยื่นกระดาษแบบฝึกหัดกับตัวอย่างที่อันจื่อเทาทำไว้ประกอบการเรียนการสอนให้ดูประกอบคำ
“ใส่รายการผิดช่อง เปลี่ยนตรงนี้กลับบวกกันใหม่” พี่สะใภ้คนงามชี้แนะทีละจุดอย่างใจเย็น หลัวเชิ่งหยวนไล่สายตามองตามด้วยสีหน้ามุ่งมั่น ดวงตาใสกระจ่างเป็ประกายกลับไปลองทำใหม่พอผลเป็ดั่งพี่สะใภ้บอกก็ยิ้มหน้าบานกล่าวชมเป็การใหญ่
หลัวเชิ่งหยวนคือลูกชายคนเล็กของหูรั่วหรันที่ผ่าเหล่าผ่ากอนิสัยห่างไกลจากพี่น้องมากโข เด็กหนุ่มมักแอบแม่กับพี่มาหาเจี้ยนฮ่าวอยู่บ่อยครั้ง ยาทายากินที่ใช้ในคราแรกก็ได้หลัวเชิ่งหยวนนำมาทิ้งไว้ให้ั้แ่เห็นพี่ชายต่างมารดาถูกโบยจนได้เื ยังแอบมาดูแลทายาให้หลัวเจี้ยนฮ่าวอยู่หลายครานับว่าช่วยแบ่งเบาหลัวผู่เยว่ไปได้มาก พอรู้ว่าคุณชายอี้หย่งจะสอนหนังสือให้สองพี่น้องก็กระตือรือร้นขอเรียนด้วยเป็การใหญ่ หลังจากกลับจากสำนักศึกษาหรือมีเวลาว่างเด็กน้อยจะรีบมาเสมอ
หลังจากหลังขดหลังแข็งจนท่องตำราอักษรเบื้องต้นได้หลายคำ อันจื่อเทาจึงให้พักยาวๆถึงสามวัน หนึ่งคือเพื่อให้เด็กๆพักสมองและสองคือเขาก็อยากมีเวลาส่วนตัวด้วยเหมือนกัน
อีกเหตุผลคงไม่พ้นขบวนขนส่งสินค้าส่งข่าวมาแล้ว คาดว่าอีกไม่เกิน3วันจะถึงเมืองหลวง คุณชายใหญ่สกุลหลัวกลับมาจากการส่งสินค้าครั้งใหญ่แน่นอนจวนตะกูลหลัววุ่นวายกับการเตรียมต้อนรับ บ่าวรับใช้นี่วิ่งกันให้วุ่นอย่างกับมดแดงแตกรัง
อันจื่อเทาผู้ไม่ชอบความวุ่นวายจึงได้ชวนแม่สามีและเหล่าพี่น้องออกมานั่งเรือเล่นแล้วเลยไปเดินเที่ยวในเมืองด้วยเลย ถือเป้นการเปิดหูเปิดตา
"ท่านแม่ผ้าร้านนี้งามนัก เราเข้าไปดูกันเถอะเ้าค่ะ"ผ่านร้านผ้าหลัวผู่เยว่ดวงตาเป็ประกาย แขนเล็กเกี่ยวแขนมารดาหมายพาเข้าร้านดังกล่าว ท่านแม่ใช่แต่ชุดเดิมๆผ้าหรือก็บางจนหาความอุ่นไม่ได้แล้ว ได้ออกมาเช่นนี้นางก็อยากให้ท่านแม่มีชุดใหม่ใส่บ้าง
"ประเดี๋ยวก่อนผู่เอ๋อร์ ร้านใหญ่เช่นนี้สนนราคาคงมิน้อย แม่ไม่มีปัญญาซื้อหรอกลูก"เฉินซือเยว่ขืนกายไว้ไม่ยอมก้าวตาม
หลัวผู่เยว่พลันนึกได้ นางกับมารดาหาได้มีเงินทองมากมายไม่ เข้าร้านใหญ่โตเช่นนี้ได้ขายหน้ากันพอดี หญิงสาวมีสีหน้าสลดลงด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ หลัวเจี้ยนฮ่าวเห็นเช่นนั้นได้แต่กำหมัดแน่น บุตรคนอื่นของบิดาไฉนมีชุดดีๆเครื่องประดับหรูหราใส่กันมิขาด มองมาทางพวกตนแล้วต้องอดออมมัธยัสถ์ถึงจะอยู่รอด
ไม่ต่างกันเกินไปหน่อยหรือไร
"อุ้ย!ดูสิว่าข้าเจอใคร"เสียงหวานดัดจนเสียวฟันดังมาจากด้านหลัง ไม่ต้องหันกลับไปดูก็รู้ว่าเป็ใคร
ฮูหยินหูกับบุตรสาวนั่นเอง แถมยังพ่วงฮูหยินฐานะใกล้เคืองกันขนาบข้างด้วยบุตรสาวมาด้วย
"อาเยว่เ้าก็จะมาตัดชุดใหม่รอรับอาสุ่ยหรือ"หูรั่วหรันแย้มยิ้มหวานสวนทางกับสายตาดูแคลนที่ส่งมา
"เอ่อ.."เฉินซือเยว่ไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด ทำเพียงยิ้มขืนส่งไปให้หาทางเลี่ยงออกจากตรงนี้เท่านั้น
“นี่นะหรือฮูหยินรองอีกคนของท่านหลัว เหตุใดแต่งตัวซ่อมซ่อเช่นนี้เล่า” อ้ายม่อรั่วเอามือทาบอกคล้ายกับเจอเื่ไม่คาดฝัน
"ตายแล้วฮูหยินหู ลืมไปได้เช่นไรว่าฮูหยินเฉินหาได้มีปัญญาจับจ่ายร้านใหญ่เช่นนี้ไม่"ฮูหยินช่างหรือช่างจุ้นจิงยกมือปิดปากเหมือนกับเผลอเอ่ยสิ่งไม่ควรออกมา คนที่เหลือปิดปากขำอย่างกับเป็เื่ขำขันเสียเต็มประดา
"จริงด้วยข้าลืมไปสนิทเลย"หูรั่วหรันแสร้งตีหน้าเศร้าเข้าไปกุมมือภรรยาอีกคนของสามีคล้ายปลอบโยน แต่เปล่าเลยน้ำหนักมือที่ส่งมานั้นแรงพอให้อีกฝ่ายน้ำตาซึมได้เลย "อาภรณ์เ้าเก่าเก็บใกล้ขาดเต็มที ข้าเห็นแล้วปวดใจนัก ไฉนเ้าถึงได้ปล่อยตัวเช่นนี้เล่า ข้าซื้อชุดใหม่ให้เ้าดีหรือไม่จักได้ไม่ขายหน้าท่านพี่ไปมากกว่านี้ ประเดี๋ยวคนจักเข้าใจผิดเอาได้ว่าเ้าเป็บ่าวในจวน"
เฉินซือเยว่อับอายจนไม่กล้าเงยหน้าสบตาใคร น้ำตาปริ่มจะไหลได้ทุกเมื่อ หลัวเจี้ยนฮ่าวตั้งท่าจะโต้กลับหากแต่เจอสายตาห้ามปรามจากคนเป็พี่สาวจึงได้แต่กัดฟันก้มหน้าต่ำหลบสายตาดูแคลน ทั้งอับอายทั้งคับแค้นใจหากแต่ทำสิ่งใดไม่ได้เลย ที่ท่านแม่ต้องทนใส่อาภรณ์เก่าเช่นนี้มิใช่สตรีน่ารังเกียจตรงหน้าหรอกหรือแย่งชิงอาภรณ์ใหม่ที่ส่งมาให้ทุกปีจนต้องปะชุนของเก่าไว้สวมใส่
“ท่านแม่รอง” เสียงใสแทรกขึ้นพร้อมกับร่างอรชรที่เดินมาแทรกกลางระหว่างสตรีทั้งสองกลุ่ม การปรากฎกายของนางนั้นสร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้คนพอสมควร ยามเดินท่ามกลางแสงตะวันช่างสะกดสายตาผู้พบเห็นจนมิอาจละสายตาไปไหนได้เลย งดงามหมดจดไร้ที่ติโดยแท้จริง
“ซูเอ๋อร์ เ้าก็มาตัดชุดใหม่เช่นกันหรือ” หูรั่วหรันเอ่ยเสียงหวานแย้มยิ้มประจบ คนที่เหลือทักทายสีหน้าท่าทางเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ราวกับคนละคน หลี่ซูเซียนบุตรตรีเพียงคนเดียวของเ้ากรมพิธีการ บัดนี้ยังเป็ถึงสะใภ้ใหญ่สกุลหลัว คหบดีอันดับ1ของเมืองใครบ้างเล่าจักไม่หวังตีสนิท
หลี่ซูเซียนยิ้มบางตอบกลับด้วยท่าทีสุภาพ “ซูเอ๋อร์มาตัดชุดใหม่ให้ท่านพี่สุ่ยิกับท่านแม่เ้าค่ะ”
“คุณหนูหลี่ช่างใส่ใจสามี กตัญญูต่อมารดาสามี สมแล้วที่เป็หญิงงามอันดับ1 เพรีบพร้อมไปทุกด้าน เป็วาสนาของตะกูลหลัวโดยแท้ที่ได้คุณหนูหลี่มาเป็สะใภ้” ช่างจุ้นจิงชิงประจบก่อนใครเพื่อน บุตรสาวก็ไม่น้อยหน้าย่อกายทักทายด้วยท่าทีอ้อนช้อยงดงามส่งยิ้มหวานราวกับชื่นชมจากใจจริงขัดกับสายตาริษยาที่มองรูปโฉมแสนงามอย่างปิดไม่มิด
“เป็จริงดั่งฮูหยินช่างกล่าว ข้าล่ะยินดีกับท่านเสียจริงฮูหยินหู” อ้ายม่อรั่วเอ่ยสมทบพร้อมทั้งดันบุตรสาวมายืนขนาบข้าง กริยาก็ไม่ได้ต่างจากคนแรกนัก
หูรั่วหรันยิ้มรับหน้าบานเอ่ยยกยอสะใภ้อีกคำรบหนึ่ง ได้หลี่ซูเซียนมาเป็สะใภ้นับว่าเป็เื่ดี แต่จะดีกว่านี้หากได้แต่งกับลูกซั่วของนาง มิใช่บุตรชายของหลัวเหม่ยหลินสตรีร้ายกาจผู้นั้น
หลัวเจี้ยนฮ่าวเบะปากให้กับความสอพลอของกลุ่มสตรีตรงหน้า ก่อนสายตาจะสังเกตเห็นมือขาวดั่งหยกของสตรีที่หันหลังให้โบกเบาๆคล้ายบอกให้รีบไป เด็กหนุ่มช่างใจมองพี่สะใภ้อีกคนอย่างพิจารณา จากนั้นดึงมือมารดากับพี่สาวพาออกไปเมื่อสบโอกาส ทว่าไม่เป็ดั่งตั้งใจเมื่อหลัวลี่คุนหันมาเห็นพอดีทักขึ้น
“อ้าว ท่านแม่รองเฉินมิเอาชุดแล้วหรือเ้าคะ” ทุกสายตาหันมองสามแม่ลูกพร้อมเพียงกัน หูรั่วหรันปรี่เข้ามาดึงมือเฉินซือเยว่ไว้
“อาเยว่อย่าได้เกรงใจ ท่านพี่ให้ข้าไม่ขาดมือ เหลือกินเหลือใช้เ้าอยากได้สักกี่ผืนเลือกเอาเถิดจ้ะ” ประโยคคล้ายภรรยาผู้มีสามีร่วมกันรักใคร่มีไมตรีจิตต่อกัน แต่ความนัยนั้นเป็การย้ำชัดให้รู้ถึงความแตกต่างระหว่างตนกับอีกฝ่าย
เฉินซือเยว่น้ำตาร่วงเผาะ นางผิดอันใดไฉนถึงเอาแต่รังแกนางไม่จบไม่สิ้นเสียที
“ปล่อย"น้ำเสียงเรียบเฉยหากแต่แฝงไปด้วยความกดดันมากมาย หูรั่วหรันมือไม้อ่อนปล่อยมือเดี๋ยวนั้นเผลอถอยหลังไปอีกก้าว เลี่ยงชิงรู้งานรีบเข้าไปประคองเฉินซือเยว่ไปยืนด้านหลังเ้านาย
ร่างโปร่งยืนบังสามแม่ลูกไว้เผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงสามี ข้างกันนั้นมีม่อหวังฟันและจ้าวหย่าหวังขนาบข้าง คลาดกันแป๊บเดียวไม่คิดว่าจะโดนระรานจากโจทย์เก่าได้
“นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายอี้หย่งนี่เอง” อ้ายม่อรั่วมองสำรวจด้วยสายตาดูแคลน ใครเล่าจะไม่รู้ บุรุษตัดแขนเสื้อผู้นี้ตามตื้อคุณชายใหญ่ตะกูลหลัวอย่างหน้าไม่อาย สุดท้ายมาทำบัดสีกับบุตรคนรองสกุลหลัวกลางบ้าน เป็บุรุษสำส่อนยิ่งกว่าคณิกาเสียอีก
“คุณชายอี้หย่ง คนที่ตามตื้อคุณชายใหญ่สุ่ยิน่ะหรือเ้าคะ” อ้ายเย่เย่ บุตรตรีของอ้ายม่อรั่วทำทีนึกก่อนเอ่ยถามออกมา
“คุณชายอี้หย่งผู้นั้นนี่เอง ได้ยินชื่อเสียงมานานช่างสมกับคำล่ำลือ คิก” ช่างเจ๋อจังปิดปากขำคนที่เหลือก็หัวเราะตามมองไปยังบุคคลในบทสนทนาด้วยสายตาดูแคลนไม่ปิดบัง
หลัวเจี้ยนฮ่าวสุดจะทนก้าวเดินออกมาด้านหน้า เป็ไงเป็กันเขาทนมามากพอแล้ว!
อันจื่อเทาคว้าแขนน้องสามีไว้ก่อนหันหลังพาเดินออกไปประหนึ่งที่แห่งนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเขา
ทุกคนตะลึงตามด้วยหน้าตึงไปตามๆกัน หูรั่วหรันฉุนจัดต่อบทสนทนาก่อนหน้าด้วยเสียงดังขึ้นกว่าเดิม
“ผู้คนต่างเล่าลื่อเื่ของเ้าค่อนเมือง ว่าเ้าตามตื้ออาสุ่ย…..แต่อาสุ่ยไม่เอา คิกคิก”
จบคำหูรั่วหรันที่เหลือก็ปิดปากหัวเราะ คนรอบข้างที่ได้ยินต่างหยุดมองแล้ววิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆนาๆ
อันจื่อเทาไม่ได้ใส่ใจสักนิดทว่าเป็คนที่เขาจับมือไว้ไม่ยอมเดินตามเลยต้องหยุดฝีเท้าไปด้วย ไม่เพียงแค่หลัวเจี้ยนฮ่าวคนที่เหลือก้ไม่มีใครกระดิก
เฉินซือเยว่ก้มหน้าเอาแต่โทษตัวเองเพราะนางไม่สามารถปกป้องใครได้แม้แต่สะใภ้ตระกูลใหญ่ยังถูกดูแคลน หลัวผู่เยว่ไม่ต่างกันน้ำตาปริ่มที่หางตาเพราะนางดึงดันพาท่านแม่มาแถวนี้ไม่ยอมรอน้องสะใภ้ก่อนผลถึงออกมาเช่นนี้ หลัวเจี้ยนฮ่าวที่เก็บกดมานานเหมือนกับูเาไฟขนาดย่อมพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ เลี่ยงชิงกำหมัดแน่นในใจคับแค้นไม่น้อยกว่าใคร สองสหายที่ยืนประดับฉากมานานขมวดคิ้วรอดูท่าทีของคุณชายอี้หย่งทว่าในใจกลับรู้สึกขุ่นเคืองไม่น้อยเลย ด้านหลี่ซูเซียนที่เหมือนถูกลืมไปแล้วเอาแต่มองอี้หย่งเพ่ยซานด้วยสายตาแปลกประหลาด
มุมปากอันจื่อเทายกยิ้มอย่างอันตราย ดวงตาคู่งามเ็าไม่ว่ามองไปทางไหนก็พาให้คนก้าวถอยหลังโดยไม่อาจควบคุมได้ เขาแค้นเสียงหยันเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี “เหมือนจะได้ยินว่าฮูหยินรองหูใจดีจะซื้อผ้าให้”
กล่าวจบก็เดินเข้าไปในร้านผ้า พูดคุยกับเถ้าแก่เนี้ยไม่กี่ประโยคพร้อมปรายตามองกลับไปยังกลุ่มคนหน้าร้าน เมื่อเถ้าแก่เนี้ยพยักหน้ารับก็เดินออกมาดึงคอเสื้อหลัวเจี้ยนฮ่าวพาเดินออกไปทันที คนที่เหลือแม้จะงุนงงแต่ก็สับเท้าตามอย่างไว ทิ้งให้กลุ่มสตรีปากไม่มีหูรูดมองตามอย่างไม่เข้าใจ
ลูกจ้างร้านผ้าไหมเดินออกมาพร้อมกระดาษในมือ ใบหน้ายิ้มแย้มยื่นให้หูรั่วหรัน “ราวๆครึ่งชั่วยามทางร้านถึงจะเตรียมของเสร็จ ฮูหยินรองหูสะดวกให้เก็บเงินตอนนี้หรือเก็บทีเดียวตอนส่งของดีเ้าคะ”
หูรั่วหรันไม่เข้าใจลูกจ้างคนนี้กำลังถึงพูดถึงสิ่งใด เมื่อเอ่ยปากถามคำตอบที่ได้ทำเอานางแทบล้มทั้งยืน
ต้วนซิวผู้นั้นเหมาผ้าไหมชั้นดีถึงร้อยพับโดยให้มาเก็บเงินที่นาง!
หูรั่วหรันคิดจะบอกปัด เื่อะไรนางต้องจ่ายเงินมากมายขนาดนั้น ทว่าสายตาที่มองมาทำเอานางลิ้นแข็งพูดไม่ออก คนส่วนมากที่มามุงดูได้ยินกันถ้วนหน้าต่างหยุดมองสถานการณ์ด้วยสายตาสนอกสนใจ หากกลับคำตอนนี้มิพ้นหน้าแตกยับเยิน จึงได้แต่กัดฟันยอมควักเนื้อตัวเองมาจ่ายด้วยความปวดใจแทบล้มทั้งยืน
***********************************************