ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 154 ลิ้มรส ย่อมต้องลิ้มรส

            ฮองเฮาซึ่งมีนางกำนัลติดตามอยู่ข้างกายเดินไปทางห้องอาหารด้วยท่าทางสง่างามและใจกว้างโดยมีมู่จื่อหลิงกับหลงเซี่ยวเจ๋อเดินตามอยู่ด้านหลัง

            แผ่นหลังที่เหยียดตรงของฮองเฮาดูไม่มีอะไรผิดปกติแต่จากสายตาของสองคนข้างหลังแล้ว...แผ่นหลังเช่นนี้ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่ต่างไปจากไก่ที่พ่ายแพ้ [1] จนแทบจะอดไม่ไหวที่จะไปขุดมันขึ้นมา

            ยามมองดูแผ่นหลังที่สง่างามแต่กลับหดหู่หลงเซี่ยวเจ๋อนึกไม่ออกว่าเขาภูมิใจมากเพียงใด

            หญิงเกือบทั้งหมดในวังที่หลงเซี่ยวเจ๋อไม่ชอบล้วนได้รับการจัดการจากเขาแล้วเหลือเพียงฮองเฮาเท่านั้น...ด้วยผู้หญิงคนนี้โหดเหี้ยมเกินไปจนเขาไม่มีโอกาสเริ่มเข้าโจมตี

            วันนี้ต้องขอบคุณมู่จื่อหลิงในที่สุดหลงเซี่ยวเจ๋อก็ได้รับชัยชนะด้วยวาจาแล้ว เมื่อคิดถึงมันเขาก็รู้สึกถึงความสำเร็จเป็นพิเศษ

            เนื่องจากฮองเฮาไม่ใช่คนธรรมดาคำพูดไร้สาระเหล่านั้นจึงไม่สามารถพูดออกไปได้

            แต่วันนี้กลับสร้างความเสียหายให้กับฮองเฮาได้แล้วเขามีความสุขที่ได้คิดถึงเรื่องนี้

            ดูเหมือนว่าในวันหน้าเขาจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากพี่สะใภ้สามว่าควรจะปฏิบัติต่อผู้คนอย่างไรหลงเซี่ยวเจ๋อทำการคำนวณเล็กน้อยในใจของเขาอย่างเงียบๆ

            หลงเซี่ยวเจ๋อเดินไปใกล้มู่จื่อหลิงแล้วพูดด้วยเสียงที่ได้ยินเพียงพวกเขาสองคน ทั้งยังดูเหมือนจะสนใจมาก “พี่สะใภ้สามบอกข้าก่อนได้ไหม อีกสักครู่ท่านวางแผนจะทำสิ่งใด? ข้าอยากจะร่วมมือกับท่าน”

            มุมปากของมู่จื่อหลิงกระตุกยิ้ม“อีกสักครู่เราจะไม่ทำสิ่งใดเลย เพียงแค่พูดก็พอแล้ว”

            “อีกแล้วหรือง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?” หลงเซี่ยวเจ๋อแสดงออกถึงความไม่เชื่อ

            จากมุมมองของหลงเซี่ยวเจ๋อสิ่งนี้คือวาจา และมันไม่ต่างจากเมื่อครู่นี้ ที่ต้องหาคำพูดที่ทำให้ฮองเฮากระอัก

            แต่นี่ไม่มีความสุขเลย!สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้สมองคิดอย่างสูญเปล่าเท่านั้นแต่ยังเป็นการเปลืองน้ำลายอีกด้วย หากเป็นเช่นนี้ มันจะไม่สนุกเลย

            ยิ่งไปกว่านั้นหากไม่ระวังจะยิ่งทำให้มารดาแห่งแผ่นดินขุ่นเคืองโดยไม่ได้ตั้งใจและจะทำให้จบเรื่องนี้ได้ยาก ทั้งยังทำให้ไม่สามารถกินและเดินไปไหนได้เลย

            “ง่ายๆ เพียงเท่านี้เองข้ามีหน้าที่คุยกับฮองเฮา ส่วนเจ้ามีหน้าที่กิน เจ้ากินให้มาก ไม่ต้องห่วงอะไร”มู่จื่อหลิงเลียนแบบหลงเซี่ยวเจ๋อทั้งท่าทางและการพูดอย่างมั่นใจ

            ใช้แค่วาจาก็ใช้แค่วาจา แต่หลงเซี่ยวเจ๋อกลับโบกมือเบาๆด้วยรู้สึกว่ามันไม่คุ้มที่จะทำ ทั้งยังสูดลมหายใจอย่างแรง “ชิ ข้าจะไม่กินมันหากข้าถูกวางยาพิษจนต้องตกตายในภายหลังเล่า?”

            สุดท้ายก็ไม่ลืมที่จะจ้องไปยังมู่จื่อหลิงและพูดอย่างจริงจังว่า “พี่สะใภ้สาม ท่านก็อย่ากินนะ หากกินเข้าไปแล้วท้องเสียข้าจะไม่รับผิดชอบในการพาท่านกลับไป”

            เนื่องจากฮองเฮาทรงขอให้พวกเขาอยู่ต่อเพื่อรับประทานอาหารเย็นจะต้องมีการสมคบคิดบางอย่างเป็นแน่ และคราวนี้พวกเขาก็เกือบจะเข้าไปในถ้ำเสือแล้วพวกเขาจะรอถูกเคี้ยวลงท้องอย่างโง่เขลาได้อย่างไร

            เมื่อเห็นท่าทางที่ดูจริงจังของหลงเซี่ยวเจ๋อมู่จื่อหลิงก็เกือบจะหัวเราะออกมา เด็กโง่ผู้นี้ช่างพูดจาตรงไปตรงมา

            กินแล้วจะท้องเสียหรือ? เด็กไร้เดียงสาผู้นี้คิดว่าฮองเฮาโง่เขลาถึงขั้นที่กล้าวางยาพิษอย่างโจ่งแจ้งหรือคิดว่านางโง่พอที่จะทานอาหารมีพิษกันแน่

            “ถ้าเจ้ากลัวความตายถึงเพียงนั้นแสดงว่าเจ้ายังเป็นเพียงคนไร้ความสามารถที่ไม่คิดจะทำสิ่งใด”มู่จื่อหลิงกล่าวอย่างโกรธเคือง

            เมื่อนึกถึงท่าทางดุร้ายของชายผู้นี้ยามที่ยึดเสาไว้แน่นเมื่อครู่นี้ทั้งยังปฏิเสธที่จะจากไปด้วยท่าทางของเด็กเอาแต่ใจมู่จื่อหลิงก็ยังรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย

            แต่มู่จื่อหลิงไม่ทราบว่าพฤติกรรมเอาแต่ใจของหลงเซี่ยวเจ๋อนั้นล้วนเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว แม้แต่ฮ่องเต้เหวินอิ้นก็ไม่แม้แต่จะเอาผิดเขา

            หลงเซี่ยวเจ๋อเม้มริมฝีปากสีแดงของตนก่อนพูดอย่างมั่นใจ “ไม่ใช่ว่าท่านต้องการให้ข้ามารับชมเรื่องสนุกหรือ? ข้าจะทรยศต่อความเมตตาของท่านได้อย่างไร”

            “เช่นนั้นยามนี้ข้าเสียใจแล้วเจ้าออกไปได้แล้ว” มู่จื่อหลิงมองเขาด้วยความโกรธ

            เหตุใดชายผู้นี้จึงเย่อหยิ่งราวกับว่านางขอร้องให้เขามา

            หลงเซี่ยวเจ๋อพูดอย่างเคร่งขรึมว่า“ข้าไม่ไป วันนี้ฮองเฮาโกรธเคืองจนแทบคลั่งอย่างที่ยากจะพบเจอทั้งยังเผยให้เห็นนิสัยที่แท้จริงของนางออกมา ข้าย่อมต้องการร่วมรับชมเรื่องสนุกในวันหน้า คงจะเป็นเรื่องยากที่จะเห็นนางคลั่งเช่นนี้อีก”

            มู่จื่อหลิงแตะคางของตนเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะแย้มยิ้ม แล้วยักไหล่อย่างไร้เดียงสา “ยากไหม?”

            ก่อนหน้านี้อาจเป็นเรื่องยากจริงๆที่ฮองเฮาผู้อ่อนโยนและใจดีจะเปิดเผยธาตุแท้ของนาง แต่หลังจากนี้ไปมันอาจไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว

            มู่จื่อหลิงเม้มริมฝีปากแล้วยิ้มออกมาบางๆเป็นรอยยิ้มที่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว

            เมื่อเห็นมู่จื่อหลิงยิ้มอย่างมีเจตนาร้ายหลงเซี่ยวเจ๋อก็ยิ่งตั้งตารอมากยิ่งขึ้น

            คำว่า ‘การสอนสั่ง’ ที่มู่จื่อหลิงกล่าวกับฮองเฮาไม่นานมานี้หลงเซี่ยวเจ๋อก็เข้าใจในความหมายของมันเช่นกัน

            เขาไม่รู้ว่านอกจากการเติมเชื้อเพลิงข้างหูไทเฮาเฒ่าณ ตำหนักโซ่วอันแล้ว ยังมียามใดอีกบ้างที่ฮองเฮายั่วยุพี่สะใภ้สามของเขา

            ไม่ว่าฮองเฮาจะยั่วยุมู่จื่อหลิงอย่างไรไม่ว่าอย่างไร ในใจของหลงเซี่ยวเจ๋อทั้งมู่จื่อหลิงและหลงเซี่ยวอวี่ล้วนเป็นคนมากเล่ห์ไม่ต่างกันผู้ที่ยั่วยุพวกเขาคงไม่จบลงด้วยดีเป็นแน่

            แม้ว่ามู่จื่อหลิงจะบอกว่ามันแสนเรียบง่ายแต่หลงเซี่ยวเจ๋อกลับรู้สึกว่ามันไม่ง่ายถึงเพียงนั้น

            หลงเซี่ยวเจ๋อคิดเสมอว่าพี่สะใภ้สามของเขาต้องใช้พิษแปลกๆมากลั่นแกล้งฮองเฮา

            กล่าวได้ว่าความคิดของหลงเซี่ยวเจ๋อเป็นความจริงมู่จื่อหลิงมีพิษแปลกๆ อยู่จริงๆ

            แต่หลงเซี่ยวเจ๋อไม่อาจรับรู้ได้

            และหลังจากนั้นไม่นานหลงเซี่ยวเจ๋อยังคงคิดอย่างไร้เดียงสาว่ามู่จื่อหลิงเพียงแค่อาศัยวาจาของตนทำให้ฮองเฮาทรงเชื่อฟังนาง

            ไม่ว่าอย่างไรก็ตามหลงเซี่ยวเจ๋อมีลางสังหรณ์ที่ดีมาก นั่นก็คือ...ฮองเฮาจะต้องพบกับโชคร้าย

            -

            พูดคุยกระซิบกระซาบกันไปตลอดทางพวกเขาก็เดินตามฮองเฮาไปถึงห้องอาหาร

            แม้ว่าอาหารในวังจะอุดมสมบูรณ์แต่คราวนี้ฮองเฮาได้จัดเตรียมอาหารไว้อย่างดี ดังนั้นจึงมีความอุดมสมบูรณ์มากกว่าปกติ

            อาหารจานอร่อยมากมายวางอยู่เต็มโต๊ะกลมขนาดใหญ่

            อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารเพียงแค่ชำเลืองมองก็ทำให้นิ้วมือขยับคีบอย่างรวดเร็วได้แล้ว

            หลงเซี่ยวเจ๋อกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัวเมื่อเขาเห็นอาหารอร่อยที่มีกลิ่นหอมบนโต๊ะตัวนี้

            ก่อนหน้านี้ เขากินขนมสองสามชิ้นเพื่อให้อิ่มท้องและมันก็อยู่ได้ไม่นานนัก

            ในยามนี้ท้องของเขาจึงกลับมาหิวอีกครั้ง และเมื่อเขาเห็นอาหารบนโต๊ะท้องของเขาก็ส่งเสียงดังกึกก้องอย่างให้ความร่วมมือ

            เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะมีมู่จื่อหลิงอยู่เคียงข้างเขาหรือเป็นเพราะหลงเซี่ยวเจ๋อทนหิวมาสองสามวันแล้วหรือจะเพราะอาหารบนโต๊ะช่างดึงดูดให้น้ำลายไหล หรือจะด้วยเหตุผลอื่น

            ใช้เวลาเพียงไม่นานโดยไม่รอให้ฮองเฮาออกปากพูดสิ่งใด หลงเซี่ยวเจ๋อก็เริ่มการเคลื่อนไหวของตะเกียบที่ใช้คีบอาหารทันที

            พี่สะใภ้สามบอกว่าเขามีหน้าที่กินเท่านั้นดังนั้นเขาจะรับผิดชอบในการกินให้ดีและกินอย่างจริงจัง หลงเซี่ยวเจ๋อคิดกับตนเองแล้วรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย

            มุมปากของมู่จื่อหลิงกระตุกหลงเซี่ยวเจ๋อผู้นี้ช่างไม่เอาการเอางานเลยจริงๆ ทำดีได้เพียงพูดพร่ำเท่านั้นการกระทำยังคงน่าขนลุกเหมือนเคย

            คนผู้นี้ที่พูดออกมาตามตรงว่ากลัวโดนวางยาพิษจนตายยามนี้เมื่อได้เห็นอาหารอันโอชะ ยังไม่ทันได้ทดสอบพิษก็ตื่นเต้นจนกระโดดเข้าไปในทันที

            แต่...อาหารเหล่านี้

            มู่จื่อหลิงมองดูอาหารอันตระการตาที่วางอยู่บนโต๊ะต้องขอยกนิ้วให้ฮองเฮาอีกครั้งในใจ น่าเสียดายที่นางมีความเฉลียวฉลาดพอ

            มู่จื่อหลิงหันความสนใจไปที่หลงเซี่ยวเจ๋อซึ่งกำลังกินและดื่มอยู่

            นัยน์ตาใสดั่งน้ำพุเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ...กินไปเถอะหลังจากรับประทานอาหารแล้วเจ้าจะต้องทุกข์ทรมาน

            นิสัยหยาบคายของหลงเซี่ยวเจ๋อดูเหมือนจะมีมาแต่กำเนิดและดูเหมือนว่าทุกคนในวังจะคุ้นเคยกับมัน

            ตัวอย่างเช่นฮองเฮาในยามนี้ ที่หลงเซี่ยวเจ๋อหยาบคายเป็นอย่างมากต่อหน้านาง นางก็ไม่ได้พูดอะไรนางเพียงเหลือบมองหลงเซี่ยวเจ๋ออย่างดูถูกจากมุมที่ไม่มีผู้ใดมองเห็น

            จากหางตาของฮองเฮานางเห็นว่ามู่จื่อหลิงไม่ได้ขยับตะเกียบของนาง นางยกริมฝีปากจนกลายเป็นรอยยิ้มจางๆถามอย่างมีเมตตา “หลิงเอ๋อร์ เป็นอะไรไป? อาหารเหล่านี้ไม่ถูกใจเจ้าหรือ?”

            ใช้กลวิธีซ้ำซากเช่นนี้อีกแล้วเจ้าไม่สามารถคิดวิธีการใหม่ๆ ได้เลยหรือ? มู่จื่อหลิงส่ายหัวเบาๆ จนแทบมองไม่เห็น แล้วทอดถอนใจอยู่ภายใน

            ในสถานการณ์นี้ หากนางไม่ให้ความร่วมมืออย่างดีในครั้งนี้นางจะคู่ควรกับการทำงานหนักทั้งสองครั้งของฮองเฮาได้อย่างไร

            และในวันหน้าฮองเฮาจะไม่มีโอกาสได้แสดงเจตนาดีต่อนางเช่นนี้อีกแล้ว

            มู่จื่อหลิงเหลือบมองปลาตัวใหญ่และเนื้อบนโต๊ะอย่างแผ่วเบาพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา “เสด็จแม่ สำหรับมื้อเย็น หลิงเอ๋อร์ชอบทานอาหารเบาๆ”

            ก่อนที่มู่จื่อหลิงจะพูดจบฮองเฮาได้แสดงท่าทางด้วยสายตาเพื่อสั่งให้ชิวเหลียนซึ่งอยู่ข้างกายนางนำชามน้ำแกงเมล็ดบัวจากโต๊ะเล็กด้านข้างเข้ามา

            ฮองเฮายิ้มและกล่าวว่า“น้ำแกงเมล็ดบัวนี้รสชาติดี ข้าต้องกินมันทุกวันถึงจะหลับได้อย่างสงบเจ้าลองลิ้มรสมันดู”

            การเยาะเย้ยอย่างเจ้าเล่ห์แวบเข้ามาในดวงตาของมู่จื่อหลิงและนางก็มีความสุขมากขึ้น

            ลิ้มรสเช่นนั้นก็คงต้องลองลิ้มรสดูสักครา

            มู่จื่อหลิงเหลือบมองไปที่น้ำแกงเมล็ดบัวที่อยู่ข้างหน้านางจากนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็สดใสขึ้น “เสด็จแม่ทรงใส่ใจแล้วหลิงเอ๋อร์อยากกินน้ำแกงเมล็ดบัวเพื่อช่วยให้สบายท้องอยู่พอดี”

            ในยามนี้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่ายามที่นำน้ำแกงเมล็ดบัวมามอบให้มู่จื่อหลิงได้มีลิ้นสีแดงเรียวยาวยื่นออกมาจากแขนเสื้อของนางมันเคลื่อนไหวตามแขนของมู่จื่อหลิงแล้วยื่นเข้าไปในชาม

            มู่จื่อหลิงจะแสร้งทำเป็นว่าวันนี้นางต้องดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวชามนี้ฮองเฮาเห็นว่ามู่จื่อหลิงเชื่อฟังมาก ‘ช่างไร้เดียงสาจริงๆ’นางลอบเยาะเย้ยอยู่ภายในใจ

            หลงเซี่ยวเจ๋อเห็นว่าฮองเฮาได้เตรียมน้ำแกงเมล็ดบัวไว้เป็นพิเศษสำหรับมู่จื่อหลิงเขาก็แอบร้องในใจ

            “ข้าก็อยากทานน้ำแกงเมล็ดบัวเช่นกันพี่สะใภ้สามเหตุใดท่านไม่มอบน้ำแกงชามนั้นให้ข้าเล่า”หลงเซี่ยวเจ๋อพูดแล้วก็ยื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมา

            ‘เพียะ!' มู่จื่อหลิงหยิบตะเกียบออกมาอย่างเคร่งขรึมแล้วเคาะมือหมูเค็ม [2] อย่างจริงจัง พลางขยิบตาให้หลงเซี่ยวเจ๋อ

            นางจ้องไปที่หลงเซี่ยวเจ๋อแล้วแสร้งทำเป็นไม่พอใจ “เสด็จแม่เตรียมมาเพียงชามเดียว หากเจ้ากินมันแล้วข้าจะกินอะไร?”

            หลงเซี่ยวเจ๋อย่อมรับรู้ได้ถึงสายตาของมู่จื่อหลิงแต่เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าพี่สะใภ้สามกำลังเล่นอะไร

            แต่อย่างที่เป็นอยู่ในยามนี้จะต้องมีบางอย่างผิดปกติกับน้ำแกงเมล็ดบัวชามนี้เป็นแน่หลงเซี่ยวเจ๋อยังคงกังวลเล็กน้อย แต่ก็ไม่อยากที่จะยอมแพ้

            เขาชักมือออกด้วยความเศร้าใจและพูดอย่างแผ่วเบาว่า “ข้าอยากกิน”

            “น้ำผึ้งหวานกว่าน้ำแกงเมล็ดบัวอยากกินหรือไม่?” มู่จื่อหลิงหันหลังให้ฮองเฮาแล้วกัดฟันถามหลงเซี่ยวเจ๋อ ในใจรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากคนผู้นี้อยากทำให้เสียเรื่องหรือ

            เมื่อได้ยินเช่นนี้หลงเซี่ยวเจ๋อก็เปลี่ยนเป็นเชื่อฟัง

            หลงเซี่ยวเจ๋อแสดงท่าทางหมดหนทางไม่ว่าพี่สะใภ้สามจะว่าอย่างไรก็เอาตามนั้นเถอะ หากมีสิ่งใดเกิดขึ้นมาจริงๆเพียงแค่ต้องสู้กันอย่างมัจฉาตายตาข่ายขาด [3] กับฮองเฮาแล้ว

            ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยโดยเจตนาหรือการทะเลาะวิวาทโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างมู่จื่อหลิงกับหลงเซี่ยวเจ๋อฮองเฮาก็ทำเพียงเฝ้าดูอย่างเงียบๆ

            มีเพียงมุมปากของนางเท่านั้นที่กระตุกเป็นรอยยิ้มรู้ทันในความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้...

            ฮองเฮาไม่เข้าใจเจตนาของมู่จื่อหลิงแต่น้ำแกงเมล็ดบัวมีเพียงหนึ่งชามจริงๆ และเหลือเพียงชามเดียวเท่านั้น

            แม้ว่ามู่จื่อหลิงจะมอบมันให้ก็ตามนางก็ไม่ยอม แม้ว่ายายเด็กหน้าเหม็นผู้นี้จะมีการดีดลูกคิดคำนวณอยู่ในใจแต่แล้วอย่างไร?

            นางอยากเห็นว่ายามอยู่ในที่ของนางยายเด็กหน้าเหม็นผู้นี้จะสามารถเล่นกลอะไรได้อีก ฮองเฮาเยาะเย้ยอยู่ในใจ

            แต่คำพูดต่อไปของมู่จื่อหลิงกลับเหมือนเป็นการกระแทกศีรษะของฮองเฮาอย่างแรง

            มู่จื่อหลิงตักน้ำแกงเมล็ดบัวในชามอย่างสบายๆและถามอย่างไม่เร่งรีบว่า “ใช่แล้ว เสด็จแม่ เหตุใดวันนี้ไม่เห็นซุนมามาเลยปกติแล้วซุนมามามักจะอยู่ข้างท่านเสมอไม่ใช่หรือ”

            ขณะพูด ลิ้นยาวเล็กๆบนแขนของนางก็ได้เคลื่อนไหวไปยังฝ่ามือของนางอย่างอ่อนโยนก่อนที่มือของมู่จื่อหลิงจะหยุดนิ่ง มุมปากของนางก็กระตุกน้อยๆ จนมองไม่เห็น

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ไก่ที่พ่ายแพ้ (落败的公鸡) เป็นคำเปรียบเปรย มีความหมายว่าท้อแท้ เฉื่อยชา

            [2] มือหมูเค็ม (咸猪手) เป็นคำเปรียบเปรย มีความหมายว่ามือที่ชอบใช้ในการฉวยโอกาสส่วนมากจะสื่อไปในทางคนลามก เทียบคำไทยจะใกล้เคียงกับคำว่า มือปลาหมึก

            [3] มัจฉาตายตาข่ายขาด (鱼死网破) เป็นสำนวนมีความหมายว่า ต่อสู้กันจนตกตายไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185