หลังจากที่ฮิคาริบอกให้ดนัยผ่าตัดให้เธอนั้นนี่ก็พึ่งจะผ่านมาวันเดียวเพียงเท่านั้นแต่ทว่าความรู้ที่ฮิคาริอัดมาให้นั้นทำเอาดนัยแทบอยากจะบ้า
“ขอพักก่อนได้มั้ยฮิคารินี่ฉันพึ่งออกจากโรงพยาบาลนะ” ดนัยพูด
“นายก็พักอยู่นี่ไงล่ะนายก็แค่นั่งเฉยๆฟังฉันบรรยายเองเอาล่ะเลื่อนภาพถัดไปได้แล้วฉันจะได้บรรยายต่อ” ฮิคาริพูดเธอนั้นไม่สามารถกดเลื่อนภาพบนจอโน้ตบุคได้จึงต้องเป็นดนัยที่ทำหน้าที่นี้
“โอยนี่พึ่งจะสมองส่วนหน้าเองยังมีอีกตั้งสองส่วนฉันจะจำหมดมั้ยล่ะเนี่ย” ดนัยบ่นแต่มือเขาก็เอื้อมไปกดเลื่อนไปภาพถัดไป
“เอาน่าตรงนี้ยังง่ายถ้าไปถึงส่วนท้ายที่มีหน้าที่ควบคุมร่างกายเมื่อไหร่ล่ะก็นายจะรู้ว่าความยากของการผ่าตัดสมองน่ะเป็นยังไงเพราะถ้านายผ่าตัดพลาดในส่วนนั้นล่ะก็คนไข้อาจจะไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้อีกเลยตลอดชีวิตตรงนั้นต่างหากเป็นส่วนที่ยากที่สุด” ฮิคาริพูดก่อนจะชี้ให้ดูภาพของสมองจุดหนึ่ง
“เอาล่ะตรงนี้คือส่วนของ Frontal Lobe ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว การออกเสียง ความคิด ความจำ ความรู้สึก และอารมณ์ ดังนั้นสมองส่วนนี้จึงมีความสำคัญมากในสมองส่วนหน้าดังนั้นการจะผ่าตัดตรงจุดนี้นั้นนายควรจะหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด” ฮิคาริอธิบาย
“อืม” ดนัยพยักหน้าเข้าใจก่อนจะชี้ไปที่ภาพต่อไป
“ตรงนี้ถ้าเดาไม่ผิดน่าจะทำหน้าที่ควบคุมการได้ยินและการได้กลิ่นหรือเปล่า” ดนัยถาม
“ใช่แล้วล่ะตรงส่วนนั้นเรียกว่า Temporal lobe” ฮิคาริพยักหน้า
(ไรท์ : ข้อมูลหามาจาก google นะครับใส่ลงไปเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อหาเท่านั้น)
แต่ก่อนที่ฮิคาริจะได้พูดอะไรจู่ๆเธอก็ทรุดลงไปเอามือกุมหน้าอกเอาไว้
ติ๊ดๆๆๆๆๆๆ เสียงเครื่องส่งสัญญาณที่ติดตั้งเอาไว้กับฮิคาริร้องขึ้นมา
“ดะ...นัย...ฉันหายใจ...ไม่ออก” ฮิคาริพยายามพูดออกมา
ดนัยไม่พูดพร่ำทำเพลงเขารีบวิ่งออกจากห้องขึ้นไปชั้นบนทันทีตอนนี้หมอยูมิยังไม่เลิกงานเขาจึงต้องวิ่งขึ้นไปดูด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับฮิคาริ
แกร๊ก !! เมื่อขึ้นมาถึงดนัยก็ใช้กุญแจสำรองที่หมอยูมิให้เอาไว้ไขห้องของเธอเข้าไปก่อนจะวิ่งไปที่ห้องนอน
เมื่อเปิดประตูห้องนอนเข้าไปเขาก็เห็นร่างของฮิคาริที่กำลังกลายเป็นสีเขียวแถมเครื่องช่วยหายใจและเครื่องจับอัตราการเต้นของหัวใจก็กำลังร้องเตือนอยู่
“แย่แล้วหัวใจเต้นเร็วเกินไป !!” ดนัยอุทานออกมาพลางหยิบเครื่องช่วยฟังที่วางเอาไว้แถวๆนั้นขึ้นมาใส่และตรวจดูอาการทันที
“ปอดแฟบงั้นเหรอทำไงดีล่ะเนี่ย” ดนัยเมื่อตรวจดูอาการก็รู้ทันทีว่าปอดนั้นแฟบเพราะเสียงลมที่เข้าไปกับเสียงลมที่ออกมานั้นไม่สอดคล้องกัน
(ปอดแฟบ เป็นภาวะถุงลมในปอดขยายตัวได้ไม่เต็มที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถหมุนเวียนเอาก๊าซออกซิเจนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าสู่ถุงลมได้ส่งผลให้ไม่สามารถหายใจได้เต็มที่ หัวใจเต้นเร็ว เจ็บหน้าอกอีกทั้งยังทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดค่อยๆต่ำลงอีกด้วย)
“ทำไงดีล่ะเนี่ยถ้าหัวใจยังเต้นเร็วแบบนี้เธอช็อกตายก่อนแน่ยา เบต้าบล็อกเกอร์ กับแคลเซียมแซนแนลบล็อกเกอร์ไม่มีซะด้วยสิ” ดนัยพูดเขานั้นไม่ได้เตรียมยาวสองตัวนี้เอาไว้ซึ่งยาสองตัวนี้นั้นเป็นยาที่ใช้ต้านภาวะหัวใจเต้นผิดปกติแบบในกรณีนี้ (การใช้ยาพวกนี้ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์นะครับข้อมูลจากเพจ Pobpad.com)
ระหว่างที่ดนัยกำลังทำอะไรไม่ถูกนั้นเองฮิคาริก็ปรากฎตัวขึ้นข้างเขา
“ละ ละ ลดออกซิเจน ลดมันลงปอดกำลังทำงานหนักเกินไป !!” ฮิคาริพยายามบอกว่าต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างไร
อ๊ะจริงด้วยตอนนี้ปอดของเธอแฟบอยู่ทำให้ไม่สามารถรองรับออกซิเจนจำนวนมากได้ถ้าเราลดมันลงอาการแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออกน่าจะพอทุเลาลงบ้าง ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็รีบจัดการปรับให้เครื่องช่วยหายใจส่งออกซิเจนน้อยลงทันที
และไม่กี่วินาทีต่อมาหัวใจที่เต้นเร็วของฮิคาริก็เริ่มกลับมาเต้นปกติ
“ฟู่วรอดไป” ดนัยถอนหายใจออกมาหลังจากสามารถควบคุมสถานการณ์ได้
“ปอดแฟบสินะคงจะมีบางส่วนของปอดเริ่มหยุดทำงานอาจจะเป็นส่วนล่าง พอมันเริ่มหยุดทำงานจนแฟบและตอนนี้ฉันอยู่ด้วยเครื่องช่วยหายใจซึ่งมันส่งออกซิเจนเข้าไปในจำนวนมากเกินที่ปอดแฟบๆของฉันจะรับได้และตอนนี้ที่ตัวฉันเขียวแบบนี้เป็นเพราะมีคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไปในเลือด” ฮิคาริบอก
“ให้ตายเถอะแบบนี้เธอจะตายเพราะมีคาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายมากเกินไปจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย” ดนัยพูดเขาไม่รู้ว่าจะช่วยเธออย่างไร
“อ๊ะจริงด้วยฉันนึกออกแล้วว่าจะทำยังไงดีนายออกมาข้างนอกสิดนัย” ฮิคารินึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ก่อนจะลอยออกไปจากห้องนอน
“ดะ ดะ เดี๋ยวก่อนสิฮิคาริเธอนึกอะไรออก” ดนัยรีบตามไปดูฮิคาริทันทีและเมื่อเขาออกมาจากห้องนอนเขาก็เห็นฮิคาริกำลังจ้องมองเครื่องอะไรบางอย่างอยู่
“ฮิคารินี่มันคือเครื่อง....” ดนัยกำลังจะถามว่ามันคือเครื่องอะไรแต่ก่อนที่เขาจะได้ถามอะไรประตูห้องของหมอยูมิก็ถูกเปิดออกทำให้ดนัยรีบหันไปมองที่หน้าประตู
แกร๊ก !! ปัง !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! แฮ่ก !! เสียงประตูถูกเปิดออกอย่างแรงก่อนดนัยจะเห็นหมอยูมิที่กำลังหอบอยู่จากการวิ่งมาอย่างเร่งรีบ
“หมะ หมอดนัยฮิคาริ...เธอเป็นไงบ้าง” หมอยูมิเดินเข้ามาถามดนัย
“ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับแต่ดูเหมือนปอดบางส่วนของเธอจะเริ่มหยุดทำงานทำให้ตอนนี้เกิดอาการปอดแฟบครับ” ดนัยบอก
“ปอดแฟบเพราะเกิดจากปอดบางส่วนหยุดทำงานเหรอคะ แบบนั้นก็อันตรายน่ะสิเพราะถ้ามีปอดส่วนอื่นหยุดทำงานอีกล่ะก็มันอันตรายถึงชีวิตเลยนะคะ” หมอยูมิอุทาน
“ใช่ครับเราคงต้องไปปรึกษาหมออิจิโนเสะว่าควรทำไงดี” ดนัยพูด
“ถ้าอย่างนั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ” หมอยูมิเห็นด้วยพลางเตรียมพาดนัยไปหาหมออิจิโนเสะที่ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแต่ทว่าตอนนั้นเองฮิคาริก็พูดขึ้นมา
“ไม่ต้องปรึกษาหรอกดนัย” ฮิคาริพูด
ควับ !! ดนัยรีบหันไปมองทันทีหมอยูมิที่เห็นว่าจู่ๆดนัยก็หันไปอีกทางก็สงสัยว่ามีอะไร
“หมายความว่าไง” ดนัยพยายามพูดถามออกมาเบาๆ
“หมอดนัยพูดว่าอะไรนะคะ” หมอยูมิที่รู้สึกเหมือนได้ยินดนัยพูดอะไรสักอย่างถามแต่แน่นอนดนัยไม่ได้ตอบอะไรหมอยูมิเพราะเขากำลังรอคำอธิบายของฮิคาริอยู่
“นายก็แค่ใช้เครื่องนี่ติดตั้งให้ฉันซะเท่านั้นก็แก้ไขเรื่องปอดของฉันได้แล้วแถมเผลอๆจะช่วยป้องกันเรื่องหัวใจหยุดเต้นได้ด้วย” ฮิคาริพูดก่อนจะชี้ไปที่เครื่องมือแพทย์เครื่องหนึ่ง
เครื่องนี่มันเครื่องอะไรหว่า ดนัยไม่รู้ว่าเครื่องมือชนิดนี้คืออะไร
“หมอยูมิครับนั่นเครื่องอะไรเหรอ” ดนัยชี้ไปที่เครื่องมือแพทย์ที่ฮิคาริกำลังชี้อยู่
“อ๋อนั่นเครื่อง ECMO น่ะค่ะฉันพึ่งให้พ่อส่งมาให้มันเป็นเครื่องรุ่นใหม่ฉันเลยอยากจะลองรื้อมันเล่นดู” หมอยูมิพูด
“ECMO ???” แน่นอนดนัยไม่คุ้นชื่อของมันเลย
“Extracorporeal Membrane Oxygenation หรือเรียกสั้นๆว่า ECMO มันสามารถใช้ในการพยุงการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจได้โดยมันจะทำหน้าที่ส่งออกซิเจนผ่านสายเข้าไปในเลือดและนำคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาราคาเจ้าเครื่องนี้อยู่ที่ราวๆเก้าล้านเยน” ฮิคาริอธิบายให้ดนัยฟังว่ามันคือเครื่องอะไร
เก้าล้านเยนนั่นราวๆสามล้านบาทเลยนะนี่หมอยูมิให้พ่อเอาเครื่องนี้มาให้เพื่อรื้อมันเล่นเนี่ยนะ ดนัยตกใจราคาของมันมากแต่ตอนนั้นเองเมื่อเขาลองคิดถึงที่ฮิคาริพึ่งอธิบายไปดีๆเขาก็คิดว่าเจ้าเครื่องนี่มันทำงานคล้ายปอดของมนุษย์เลย
“ปอดงั้นเหรอ” ดนัยพูดขึ้นมาเบาๆ
“อ้อหมอดนัยก็รู้จักสินะคะใช่ค่ะมันทำงานแทนปอดได้อ๊ะ...หรือว่าหมอดนัยจะติดตั้งเจ้านี่ให้ฮิคาริ !!” หมอยูมิอุทานออกมา
“ห๋าผมจะติดตั้งเหรอครับ !!” ดนัยชี้หน้าตัวเอง
“อ้าวไม่ใช่เหรอคะ/ติดตั้งให้ร่างฉันซะดนัยฉันจะช่วยบอกนายเองว่าต้องทำยังไงบ้าง” หมอยูมิทำหน้างงส่วนฮิคาริก็บอกให้ติดตั้ง
“เอ่อ...ก็ใช่ครับผมจะติดตั้งให้ฮิคาริ” ดนัยได้แต่พยักหน้าไปแบบนั้นพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อ
“อย่างนี้นี่เองแต่ว่าหมอดนัยมีผู้ช่วยเหรอคะถึงเจ้าเครื่องนี้จะติดตั้งง่ายก็เถอะแต่เราก็ต้องมีผู้ช่วยนะคะ” หมอยูมิพูด
เออนั่นดิเราไม่มีผู้ช่วยนี่หว่า ดนัยนึกขึ้นได้
“ไม่ต้องห่วงดนัยฉันจะคอยกำกับหน้าที่ของนายและหน้าที่ของผู้ช่วยให้เอง” ฮิคาริบอก
อย่าบอกนะว่า !!! เหมือนดนัยจะรู้ว่าฮิคาริต้องการให้ใครเป็นผู้ช่วย
“ใช่แล้วการผ่าตัดนี้ไม่ยากหมอยูมินี่แหละคือผู้ช่วยของเรา !!!” ฮิคาริพูด
แกรก !! แกรก !! ดนัยยกมือขึ้นเกาหัว
“ว่ายังไงคะหมอดนัยมีผู้ช่วยแล้วเหรอ” หมอยูมิถามอีกครั้งหลังจากเห็นดนัยไม่ตอบ
“เอ่อก็มีแล้วมั้งครับ” ดนัยตอบแบบไม่แน่ใจเท่าไหร่
“มีแล้วเหรอคะถ้าอย่างนั้นเป็นหมอคนไหนคะไว้ใจได้หรือเปล่าหรือจะให้ไปพาหมออิจิโนเสะมา” หมอยูมิพูด
“ไม่ต้องตามหรอกครับเพราะผู้ช่วยน่ะคุณยังไงล่ะหมอยูมิ !!” ดนัยบอกพลางชี้ไปที่หมอยูมิ
“ห๋า....ฉันเนี่ยนะคะ !!” หมอยูมิชี้มาที่ตัวเองด้วยความตกใจเพราะเธอนั้นไม่ใช่หมอผ่าตัดแต่เธอเป็นหมอรังสีวิทยาต่างหากล่ะ
ใช่แล้วหมอรังสีวิทยาอย่างหมอยูมินั้นเคยได้ผ่าแค่สัตว์และผ่าอาจารย์ใหญ่ในคาบเรียนเท่านั้นเธอไม่เคยเป็นผู้ช่วยหรือเคยผ่าตัดผู้ป่วยมาก่อนเลยนั่นจึงทำให้เธอตกใจมากเมื่อดนัยบอกว่าเธอคือผู้ช่วยในการผ่าตัดนี้
(คำว่าอาจารย์ใหญ่ในวงการแพทย์นั้นคือคำที่ใช้เรียกผู้บริจาคร่างกาย ซึ่งเหล่านักศึกษาแพทย์นั้นจะใช้ร่างกายของอาจารย์ใหญ่เหล่านี่ผ่าเรียนในคาบเรียนกายวิภาคนั่นเอง ข้อมูลจาก Sanook.com)
จบ...
รูปเจ้าเครื่อง ECMO จาก Google ครับ