บทที่ 14
สามสาววิ่งเข้ามาใกล้กับรีออนเรื่อยๆ ในขณะที่รีออนกำลังเดินชมนกชมไม้ไป และเขาก็เริ่มรู้สึกได้แล้วว่ามีคนกำลังตามเข้ามาอยู่ห่างๆ รีออนหยุดเดินก่อนจะกล่าวออกมาอย่างกับพระเอกละครไทย “พวกเจ้าทั้งสามตามข้ามามีเหตุอันใดรึ ... อะหรือว่า..พวกเจ้ากำลังติดใจหนุ่มหล่อเช่นข้ากัน” รีออนกล่าวออกมา ในตอนแรกสามสาวรู้สึกสะดุ้งตัวโยนเลยที่เขาสามารถรู้ได้จากระยะตั้ง 100 เมตร และเสียงของเขาในระยะนี้มันช่างได้ยินราวกับพูดอยู่ข้างๆหูของตัวเองยังไงอย่างนั้น แต่ด้วยประโยคหลังนี้มันทำให้พวกเธอถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว แต่แคทเทอรีนที่ไหวพริบดีกว่าสาวใช้ทั้งสองก็เอ่ยขึ้นมาหลังจากที่คิดไตร่ตรองได้แล้ว“ท่านผู้มีพระคุณผู้หล่อเหลา ... ตัวข้าน้อยทั้งสามคน เป็นเพียงสตรีที่หลงทางเข้ามายังภายในป่า ขอความเมตตาท่านผู้งดงาม ผิวพรรณราวอิสตรีช่วยเหลือพวกข้าด้วยเจ้าค่ะ พวกข้าน้อยไม่รู้จะไปหนทางไหนแล้ว คั้นจะกลับไปที่รถม้าของตัวเองก็จำทางไม่ได้ และก็ไม่รู้ว่าพวกโจรเหล่านั้นจะกลับมาทำอะไรไม่ดีไม่ร้ายกับพวกข้าหรือเปล่า ข้าขอร้องท่านผู้มีพระคุณช่วยเหลืออีกสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะ” แคทเทอรีนทำหน้าตาราวกับหญิงสาวผู้อ่อนต่อโลก พร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมาบางเบา คล้ายกับนักแสดงรางวัลตุ๊กตาทองคำ รีออนที่เห็นการแสดงอย่างนี้ก็คิดภายในจิตใจขึ้นว่า ‘คำพูดนั้นมันอะไรกัน!! ถึงเราจะไม่ใช่คนจากโลกอื่นที่การแสดงมันดีเลิศ แต่ก็พอรู้ว่าคำพูดนั้นมันสตอ..ชัดๆ’ แต่รีออนก็กลับมาคิดดีๆ มันก็จริงอย่างที่แม่สาวคนนี้ว่ามา และอีกอย่างเขาก็เริ่มรำคาญลูกกะตาแล้วในตอนนี้ เพราะสองสาวที่ดูเหมือนจะเป็นคนใช้นั้นก็ร่วมแสดงในสตอนี้ด้วยการบีบน้ำตาจอมปลอมนั้น “พอเถอะๆ กับการแสดงห่วยๆนั่นน่ะ... เห้ย จริงๆข้าก็ไม่ได้รีบอะไร จะช่วยพวกเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน.. ว่าแต่เจ้าจะเดินทางไปที่แห่งใดกันล่ะ” รีออนถามออกไปอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก เขากะว่าจะรีบๆจัดการให้มันจบๆไป เขาจะได้เดินทางไปเมืองตายายเสียที“ท่านรู้!!! ...คือว่าข้าไม่ได้ตั้งใจจะหลอกท่านเลยนะเจ้าคะ พวกข้ากลัวจริงๆ...” เธอทั้งสามคนทำหน้าตกใจออกมาที่ชายคนนี้รู้ว่าพวกเธอกำลังพูดหลอกลวงออกไป“ช่างเถอะน่า.. เอาเป็นว่าพวกเจ้าจะเดินทางไปที่แห่งใด แล้วไม่มีรถม้าหรือยังไง..” เขากล่าวออกมาเพื่อที่จะถาม แล้วก็คิดภายในใจต่อ ‘หรือว่าจะเป็นชาวบ้านแถวๆนี้ แต่ดูแล้วมันก็ไม่น่าจะใช่ เพราะหญิงคนตรงกลางนั้นดูเหมือนจะเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์เลยทีเดียว พ่อแม่ของนางน่าจะเป็นคนระดับที่สูงพอตัวเลยทีเดียว’“เออ.. จริงๆแล้ว พวกข้าน้อยก็เดินทางมาด้วยรถม้านั่นแหละเจ้าค่ะ แต่ว่าพวกเราดันถูกโจรป่าพวกนั้นเข้าโจมตีเสียก่อน เราก็ต่างหนีมาในป่าจนหลงทาง แล้วก็ได้ท่านเข้ามาช่วยเหลือนี่แหละเจ้าค่ะ” บีเรียสาวใช้กล่าวออกมาแทนคุณหนูของเธอ เพราะเธอเองก็ยังไม่ได้ไว้ใจ และถ้าหากชายคนนี้รู้ว่าคุณหนูของเธอเป็นลูกของผู้ใด มันอาจจะไม่ออกมาเป็นในรูปแบบนี้ก็เป็นไปได้“แล้วพวกข้าน้อยก็กำลังจะเดินทางไปยังเมืองซาทารอสเจ้าค่ะ ไม่ทราบว่าท่านจะเดินทางไปทางนั้นหรือไม่เจ้าคะ” สาวใช้เบียทีสกล่าวออกมา มันทำให้รีออนคิดหนัก เพราะถ้าเขาจะต้องไปส่งพวกนาง เขาก็ไม่ต่างอะไรกับการเริ่มต้นการเดินทางใหม่เลย เขาจึงตอบกลับ“ข้าพึ่งออกมาจากเมืองซาทารอส กำลังจะเดินทางไปเมืองอาเลเน่น่ะ เหมือนว่ามันจะอยู่คนละทางเลยนะ ข้าคงไปส่งพวกเจ้าไม่ได้แล้วล่ะ เอายังไงดีล่ะ” รีออนกล่าวออกไปตามความจริง มันทำให้พวกนางๆทั้งสามคิดหนักเลยทีเดียว แคทเทอรีนคิดเล็กน้อยก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกไป“ถ้าอย่างนั้นท่านสามารถไปส่งพวกเราที่เมืองเลบานอลได้หรือไม่ มันเป็นเมืองทางผ่านที่ไปยังเมืองเอเลเน่พอดี.. และแน่นอนว่าข้าน้อยไม่ได้คิดจะเอาเปรียบท่านแต่อย่างใด ข้าน้อยมีสินน้ำใจเล็กๆน้อยให้ท่านหลังจากที่เข้าเมืองได้แล้วอีกด้วย ไม่ทราบว่าท่านจะสะดวกหรือไม่” เธอกล่าวออกมาให้กับรีออนได้ฟัง เขาก็คิดเล็กน้อย ยังไงมันก็เป็นเมืองที่ต้องผ่านไปอยู่แล้ว แล้วยังได้ตังอีก ไม่เอาก็โง่แล้วมั้ยล่ะ“เอาอย่างนั้นก็ได้ .. ว่าแต่พวกเจ้าว่าพวกเจ้าเดินทางมาด้วยรถม้าใช่หรือไม่” รีออนถามออกไป เพราะเหมือนเขากำลังสงสัยอะไรบางอย่างอยู่“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ ท่านผู้มีพระคุณ... ที่ท่านถามถึงรถม้า.. เออ ข้าคิดว่าพวกโจรคงจะขโมยมันกลับค่ายของพวกมันแล้วมั้งเจ้าคะ” เธอกล่าวขอบพระคุณที่เขายอมตกลงที่จะไปส่งพวกเธอที่เมือง และแน่นอนว่าเมื่อถึงเมืองเลบานอลเธอก็จะปลอดภัยแล้ว เพราะเธอเป็นถึงลูกเจ้าเมืองแห่งนั้น แต่เธอก็นึกสงสัยถึงคำถามที่เขาได้ถามออกมา ไม่รู้ว่าเขาจะถามไปทำไม“แล้วลักษณะมันเป็นอย่างไร ไหนเจ้าลองบอกมาซิ” รีออนขมวดคิ้วแล้วกล่าวถามออกมา“เออ.. ก็เป็นรถม้าขนาดกลางที่สามารถนั่งได้ 6 ที่นั่ง ภายนอกสีขาว แล้วก็มีธงสีแดงๆประดับอยู่ แล้วก็เออ...” พวกเธอมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนที่บีเรียจะกล่าวออกไปจากภาพจำคร่าวๆ แต่ทันใดนั้นเองรีออนก็สวนออกมาว่า“ม้าตัวสีดำกับสีน้ำตาล... สองตัวใช่หรือไม่” และคำถามนี่มันทำให้ทั้งสามสาวงงว่า ชายคนนี้เขารู้ได้ยังไงกัน แคทเทอรีนก็กล่าวถามออกมาเพื่อคลายความสงสัยของตัวเอง“ใช่เจ้าค่ะ ...หรือว่าท่านเคยพบเห็นอย่างนั้นหรือเจ้าคะ” เธอถามออกไป“ก็เคยเห็นอยู่นะ....ชัดมากจริงๆ” รีออนตอบกลับไป“แล้วท่านเห็นที่ไหนหรือเจ้าคะ ถ้ามีมันพวกเราก็จะสามารถเดินทางได้เร็วขึ้น ไม่น่าจะเกิน 2 วันพวกเราก็น่าจะเดินทางถึงแล้วเจ้าค่ะ” เบียทีสกล่าวออกมาอย่างดีใจ ที่ชายคนนี้อาจจะเห็นรถม้าของพวกเธอ จะได้ไม่ต้องเดินให้ลำบาก และก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่วัน เธอจ้องมองไปยังรีออน ในขณะที่เขากำลังยกมือชี้นิ้วไปยังข้างหลังของพวกเธอ“นั่นไง รถม้าที่พวกเจ้าพูดถึง” รถม้าวิ่งมาอย่างสุดกำลังของมัน ด้านหลังของพวกมัน มีแต่ฝุ่นที่ตลบ ก่อนที่มันจะทำท่าทางเบรกรถม้าอย่างกับในการ์ตูน และใช้ลิ้นของมันเลียไปที่หน้าของแคทเทอรีน รีออนที่เห็นอย่างนั้นก็ได้แต่มองบน แล้วกล่าวออกมา“เห้อ นั้นมันม้าจริงๆใช่ไหม.. ไม่บอกนึกว่าหมาของโลกใบนี้เลยนะ” เขากล่าวออกมา ในขณะที่แคทเทอรีนกล่าวหยอกล้อกับหมา เอ้ยมหมาอยู่ อลิสก็กล่าวออกมาภายในสมอง“ผลจากการวิเคราะห์ สัตว์เลี้ยงในโลกแห่งนี้มีเซลล์สมองที่เยอะกว่าสัตว์เลี้ยงในโลกของเราค่ะ ทำให้พวกมันบางตัวถึงกับพูดภาษามนุษย์ได้อย่างที่ด็อกเตอร์เคยพบเจอค่ะ” อลิสกล่าวออกมาอย่างนั้น และนั่นแปลว่ามันมีเรื่องที่เขาต้องทำการศึกษาเพิ่มอีกเรื่องหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้ต้องหยุดเจ้าของม้าก่อน ดูเหมือนกำลังจะเล่นสนุกกันใหญ่แล้วในตอนนี้