ตอนที่ 15: โครงการสวน์
เมื่อกลับถึงตำหนักเมฆาคล้อย เฟิงหวงก็เรียกประชุมลุงจงทันทีในห้องลับ เขากางกระดาษแผ่นใหญ่ออกมา บนนั้นคือแผนผังคร่าวๆ ของตำหนักและบริเวณโดยรอบ
"ลุงจง ข้าทนสภาพที่รกร้างและหดหู่ของตำหนักนี้ไม่ไหวแล้ว" เฟิงหวงเริ่มต้นด้วยเื่ราวที่เตรียมไว้ "ข้าอยากจะปรับปรุงสวนรอบๆ ตำหนักทั้งหมด...สร้าง 'สวน์แห่งความสงบสุข' ขึ้นมา เพื่อให้สมกับตำแหน่งอ๋องสันติของข้า"
นี่เป็เหตุผลที่สมบูรณ์แบบและไม่น่าสงสัยแม้แต่น้อยสำหรับองค์ชายที่ถูกปลดออกจากทุกสิ่งและมีเวลาว่างเหลือเฟือ
จากนั้นเขาก็ยื่นรายการสิ่งของที่ "้า" ให้กับลุงจง มันเป็รายการที่ยาวเหยียดและดูเหมือนเป็ของสำหรับทำสวนจริงๆ กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือพันธุ์ไม้ดอกหายาก, หินประดับรูปร่างแปลกตา, ปลาคาร์ปสีสวยงาม และอุปกรณ์ทำสวนชั้นดี
แต่ท่ามกลางรายการเ่าั้ ได้มีการแฝงชื่อของวัสดุสำคัญสำหรับค่ายกลเอาไว้ด้วยชื่อที่ถูกดัดแปลงอย่างชาญฉลาด
* 'หินิญญาจันทรา' ถูกเปลี่ยนชื่อเป็ 'หินประดับจันทรา' สำหรับจัดสวนหิน
* 'ผงแร่เหล็กไหลดำ' ถูกเปลี่ยนชื่อเป็ 'ทรายดำประกายดาว' สำหรับใช้โรยทางเดินเพื่อความสวยงาม
* พืชที่มีคุณสมบัติเป็พิษอ่อนๆ หลายชนิดก็ถูกใส่ปะปนไปกับรายการดอกไม้หายากอื่นๆ
"ใช้เครือข่ายนอกวังของเราค่อยๆ ทยอยจัดหาสิ่งของเหล่านี้มาอย่างเงียบที่สุด" เฟิงหวงสั่ง "แยกกันซื้อจากหลายๆ ที่ อย่าให้เป็ที่ผิดสังเกตเด็ดขาด"
"พ่ะย่ะค่ะองค์ชาย!" ลุงจงรับคำสั่งอย่างแข็งขัน
ไม่นานนัก "โครงการสวน์" ของอ๋องสันติก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็ทางการ เสียงคนงานขุดดินและเคลื่อนย้ายหินดังขึ้นในตำหนักที่เคยเงียบเหงาเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี ข่าวนี้กลายเป็เื่ตลกขบขันในหมู่องค์ชายและขุนนาง พวกเขาต่างมองว่านี่คือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของคนที่สิ้นหวังและหันไปหาความสุขจอมปลอม
และในที่สุด แขกคนสำคัญคนแรกก็มาเยือนโครงการของเขา
องค์ชายสี่ เฟิงเยว่ เสด็จมาเยือนตำหนักเมฆาคล้อยด้วยรอยยิ้มที่เป็มิตร "น้องสาม ได้ยินว่าเ้ากำลังสร้างสวนแห่งใหม่ พี่สี่เลยแวะมาดูเสียหน่อย หวังว่าจะไม่รบกวนนะ"
"พี่สี่มาเยี่ยม ข้าย่อมยินดี!" เฟิงหวงรีบออกมาต้อนรับด้วยท่าทีของเ้าบ้านที่อ่อนแอแต่กระตือรือร้น "ท่านดูสิ ตรงนี้ข้าจะทำเป็ศาลากลางน้ำ ส่วนทางโน้นจะเป็เนินเขาจำลองที่เต็มไปด้วยดอกเหมย"
เขาอธิบายแผนการ (ปลอมๆ) ของตนเองอย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่
สายตาของเฟิงเยว่กวาดมองไปรอบๆ อย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่กอง "ทรายดำประกายดาว" ที่คนงานกำลังจะนำไปโรยทางเดิน "ทรายพวกนี้ดูแปลกตานักนะ"
เฟิงหวงหัวเราะเบาๆ "ข้าไปเจอในตำราโบราณน่ะสิพี่สี่ เขาว่ามันเป็ทรายจากูเาทางทิศเหนือ ช่วยปรับฮวงจุ้ยและเสริมสร้างสุขภาพได้ ข้าที่ร่างกายไม่ดีเช่นนี้เลยอยากจะลองดู"
คำตอบนั้นฟังดูสมเหตุสมผลสำหรับคนป่วยที่พร้อมจะลองทุกอย่างเพื่อตัวเอง เฟิงเยว่มองพี่ชายที่ดูตื่นเต้นกับเื่ไร้สาระพวกนี้แล้วก็ส่ายหัวในใจอย่างดูแคลน เขาเชื่อสนิทใจแล้วว่าพี่สามของตนได้กลายเป็คนไร้ค่าอย่างสมบูรณ์แล้วจริงๆ หลังจากพูดคุยอีกเล็กน้อยเขาก็ขอตัวจากไป
เมื่อแขกที่ไม่ได้รับเชิญจากไปแล้ว...งานที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น
คืนนั้น...ภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมา เฟิงหวงได้เดินไปยังมุมหนึ่งของสวนที่ถูกกำหนดให้เป็ "จุดโหนดพลัง" จุดแรกของค่ายกล
เขายก "หินประดับจันทรา" ก้อนหนึ่งขึ้นมา มันเย็นเฉียบและดูเหมือนหินธรรมดาทั่วไป
เฟิงหวงวางมันลงบนพื้นดินในตำแหน่งที่คำนวณไว้เป๊ะตามแบบแปลน จากนั้นเขาก็วางฝ่ามือลงบนก้อนหินนั้น
วูม...
เขาหลับตาลงและเริ่มโคจรลมปราณอนันต์ในร่าง ส่งมันเข้าไปในก้อนหินอย่างแ่เบาแต่ต่อเนื่อง เขาไม่ได้แค่ใช้พลังอัดเข้าไป แต่กำลังใช้มันเพื่อ "ปลุก" พลังที่หลับใหลอยู่ในตัวหินและเชื่อมต่อมันเข้ากับเส้นพลังงานของผืนดินเบื้องล่าง
บนผิวของก้อนหิน ปรากฏอักขระโบราณที่ซับซ้อนเรืองแสงสีเงินจางๆ ขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนที่แสงนั้นจะจมหายเข้าไปในเนื้อหินจนหมดสิ้น พื้นดินบริเวณนั้นสั่นะเืเบาๆ จนแทบไม่รู้สึก ก่อนจะกลับสู่ความสงบอีกครั้ง
เฟิงหวงชักมือกลับ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก การวางศิลาแรกนี้ต้องใช้การควบคุมที่ละเอียดอ่อนอย่างยิ่งยวด
เขามองไปยังผลงานของตนด้วยแววตาที่พึงพอใจ
ศิลาแรกได้ถูกวางลงแล้ว...รากฐานของปราการที่มองไม่เห็นได้เริ่มต้นขึ้น
ตำหนักเมฆาคล้อย...กำลังจะเริ่มการเปลี่ยนแปลงไปสู่กรงขังที่แท้จริง...ไม่ใช่สำหรับเขา แต่สำหรับทุกคนที่โง่พอจะย่างเท้าเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ