บนเครื่องบินข้ามประเทศส่วนตัว มุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ชายหนุ่มผมขาวนั่งนิ่งหลับตาพริ้ม ยังรู้สึกการปวดร้าวร่างกาย ทุกครั้งที่ใช้สกิลติดตัวกลืนเลือด ที่เกินขอบเขตพลังของแรงค์ S ไม่หาย
แต่ร่างกายของเขา เหมือนจะชินชาปรับตัวกับการใช้พลัง ในส่วนนี้พอให้เชนอุ่นใจได้อยู่บ้าง ที่ไม่ต้องเอาอายุขัยไปแลกกับพลังมาใช้ เหมือนก่อนหน้านี้
เขาจะกล่าวพูดพึมพำกับตนเองขึ้นมา “การทดสอบกลางภาคที่จบลงไป เหมือนข้าเองก็จะได้ประโยชน์ไม่น้อย” ครั้นมองความแข็งแกร่งตนเอง…บัดนี้ ก้าวเข้าสู่เลเวล 53แล้ว ซึ่งแรงค์A จะไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาอีกต่อไป
แต่การใช้สกิลกลืนเลือด ก็ต้องยอมรับว่า ทิ้งภาระหนักให้ร่างกายไม่น้อย ซึ่งพอจะทำให้ฮันเตอร์ทั่วไปขยับตัวไม่ได้…ไปถึงหนึ่งอาทิตย์
ก่อนไม่นาน มีการแจ้งเตือน (คุณกำลังเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศไทย) เชนกลับบ้านเกิดที่จากมาอีกครั้ง พลางเปิดเปลือกตามองไปรอบๆ สูดกลิ่นอายบ้านเกิด
เมื่อเดินลงจากเครื่อง ที่ผู้อำนวยการหลี่ไป๋ จัดหาไว้ให้…ซึ่งมาพร้อมกระเป๋าเก็บผลชีวิตล้ำค่า ที่ได้มาจากค่าตอบแทน
ขณะมีผู้อาวุโสระดับสูง มองว่าค่าตอบแทนนี้ สำหรับฮันเตอร์อย่างเชน สูงมากเกินไป ที่จะให้ผู้อำนวยการ หลี่ไป๋ จัดการเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ
ณ โรงพยาบาลฮันเตอร์สาขาใหญ่ เขตเศรษฐกิจที่ 1 ของประเทศไทย กลิ่นยาและปราณมานา จางๆ มีปรากฏอยู่ทั่วพื้นที่
การมาเยือนของเชน เหมือนจะกลายเป็นที่พูดถึงทันที เมื่อคนของลุงราชสีห์ แรงค์ S หนึ่งเดียวของประเทศไทย เข้ามาอำนวยความสะดวก ให้เชนเป็นการส่วนตัว
ในห้องพักผู้ป่วยพิเศษดูเงียบสงบ เชนยืนอยู่ข้างเตียงของหญิงสาววัยกลางคน ที่หลับใหลมานานแสนนาน มือของเขาที่สั่นเทาเล็กน้อยค่อย ๆ หยิบ "ผลชีวิต" ที่ได้รับมอบจากผู้อำนวยการหลี่ไป๋ออกมา
แสงสีเขียวมรกต เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตบริสุทธิ์สว่างวาบไปทั่วห้อง
เชนทำตามขั้นตอนที่ผู้อำนวยการ แนะนำ พลังงานจากผลไม้ค่อย ๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างของแม่ ราวกับสายฝนที่ชโลมลงบนผืนดินที่แห้งแล้ง ก็คล้ายพลังชีวิตพรั่งพรูเข้าแทรกเติมเต็ม
"อึก..." เสียงครางเบา ๆ ในลำคอแม่เอิญ ทำให้หัวใจของเชน กลับมาพองโตด้วยความยินดีอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มคลี่ยิ้มกว้างตาหยี มีน้ำตาไหล
เปลือกตาแม่ที่ปิดสนิทมาเนิ่นนาน ค่อยๆ ขยับ เปิดดวงตา แสนคุ้นเคยขึ้นมาอีกครั้ง
ทว่าแม่เอิญก็ยังคงมีความสับสน อยู่ในแววตาไม่หาย ที่มองหน้าชายหนุ่ม เชนจับมือแม่ไว้แน่น รู้สึกถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคย
ขณะเชนหลบตัว ให้คุณหมอดูอาการ…” คุณแม่ไม่เป็นอะไรมากครับ เป็นปาฏิหาริย์จริงๆ นี่อาจจะเป็นผลข้างเคียงจากผลชีวิต” คุณหมอเจ้าของไข้เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
หลังจากตรวจเช็กอย่างละเอียด จึงบอกกล่าวเชนอีกครั้ง “ช่วงนี้ ความทรงจำระยะสั้น อาจจะพร่าเลือนไปบ้าง แต่ไม่นานก็จะ ค่อยๆ จำเรื่องราวต่างๆ ได้ดีขึ้นครับ”
…หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น เชนพาแม่ย้ายกลับมาที่คอนโดเก่าที่พวกเขาเคยอยู่ ฝุ่นที่จับตัวอยู่ถูกทำความสะอาดจนหมดสิ้น กลิ่นอายของ “บ้าน” ที่เขาโหยหาค่อย ๆ กลับคืนมาอีกครั้ง พร้อมความทรงจำแม่เอิญ ใบหน้าอ่อนโยน ฉายประกายให้เห็น
เชนกำลังช่วยแม่จัดห้องนั่งเล่นใหม่ ท่าทาง เก้ ๆ กัง ๆ ของเขาทำให้แม่หัวเราะออกมา เบา ๆ แม้จะยังดูอ่อนแรงอยู่บ้างก็ตาม
ตื้ด... ตื้ด…
เสียงโทรศัพท์สั่นแจ้งเตือนเด้งเข้ามาที่ข้อมือ แม่เอิญก็ยิ้มเล็กๆ พลางกล่าวออกมา “ไปรับสายก่อนเถอะลูก… ของส่วนนี้ เดี๋ยวแม่จัดการต่อเอง”
เชนพยักหน้ารับคำ เดินถอยออกไปแล้วเลื่อนดู ก็ต้องเลิกคิ้วเมื่อเห็นชื่อ "รุ่นพี่ริน"
“ฮัลโหลครับรุ่นพี่ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?” (เสียงปลายสายดังแทรกออกมาทันที) “เชน! นายอยู่ไทยใช่ไหม? ทำไมไม่บอกกันสักคำฮะ! ฉันเองก็กลับมารักษาตัวที่บ้านเกิดเหมือนกันย่ะ”
“การทดสอบกลางภาคที่พึ่งจบไปไม่นาน เป็นอย่างไรบ้าง ไม่คิดจะเล่าให้ฟังเลยหรืออย่างไร...ส่งโลเคชั่นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันกำลังจะไปหาเธอ!”
เชนยังไม่ทันได้ประท้วง ปลายสายก็ตัดไปเสียแล้ว เขาได้แต่ถอนหายใจ ขำ เบาๆ “รุ่นพี่เนี่ย... ยังเปี่ยมไปด้วยพลังงานเหมือนเดิม”
ครั้นคิดถึงการทดสอบกลางภาค รุ่นพี่รินยังร่าเริงอยู่ได้ เขาเองก็ไม่ต้องห่วงอีกฝ่ายแล้วเช่นกัน
…ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้นรัว ๆ ราวกับคนกดกำลังรีบร้อน
พร้อมรินยืนรอ แต่งตัวสบายๆ แบบสาววัยรุ่น รักสุขภาพ เสื้อออกกำลังกายเอวลอย กางเกงวอร์มขายาว สวมหมวกแก๊ป คล้ายปิดบังใบหน้า
เชนเดินไปเปิดประตู ก็พบกับรินในชุดลำลองที่ดูแปลกตาไปจากชุดฮันเตอร์ปกติ ใบหน้าสวยนั้น ดูงอน กึ่งเป็นห่วงขึ้นมา "นายนะนาย! หายตัวมาแบบนี้มัน..."
ทว่ารินเคยได้ยินมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องแม่ของเชน ‘ที่เป็นโรคประหลาดหลับไม่ตื่น’ แต่ก็ไม่คิดว่าเชนจะไปเอาผลชีวิตมาได้ เมื่อเห็นหญิงสาววัยกลางคนภายในห้อง หน้าตาดูใจดี จ้องมองออกมาสบตานาง กำลังกล่าวชวน “นายคงไม่ลืม ฉันจะเลี้ยงข้าวนาย หนึ่งมื้อหรอกกระมัง?”
คำพูดของรินหยุดกึกทันที เมื่อถูกเชนเชิญเข้าไปนั่งพูดคุยตรงโต๊ะโซฟา ซึ่งก็เห็นได้ชัดเจนแจ่มแจ้งว่า รินมีหลายคำพูด ที่อยากจะถามเชนตอนนี้
รินวางมาด ถึงกับตัวแข็งทื่อ ราวกับถูกสกิลแช่แข็ง ใบหน้าที่เคยดุดัน กลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อพาดผ่านไปถึงใบหู เธอรีบจัดเสื้อผ้า และทรงผมพัลวันด้วยความลนลาน ก่อนจะกล่าวทักทายแม่เอิญ
“สวัส... สวัสดีค่ะคุณแม่! หนู... หนูชื่อรินค่ะ เป็นเพื่อนจากค่ายฝึกเดียวกันของเชน!” รินรีบก้มหัวทักทาย จนแทบจะกลายเป็นท่าโหม่งโลก
ความมั่นใจที่เคยมีตอนสู้กับฮันเตอร์ต่างชาติ หายวับไปกับตา
แม่ของเชนถาม พลางยิ้มน้อยๆ ขณะตัดฉับบรรยากาศ ที่กระอักกระอ่วน “งั้นหรือ” มาพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน “เชน... เพื่อนของลูกมาหาทั้งที แม่เตรียมอาหารเพิ่มแล้วกันคืนนี้?”
ริน พลางมองหน้าเชน คล้ายไม่รู้จะตอบว่าอย่างไรดี ที่สะกิดเขี่ยเท้าชายหนุ่ม ข้าง ๆ
“ได้ครับแม่… มื้อนี้ผมเลี้ยงข้าว เธอแล้วกัน”
รินเองก็ยิ้มตาหยี แต่ในใจไม่ได้คิดว่าจะมาเจอสถานการณ์แบบนี้ “งั้นรบกวนด้วยค่ะ”
แม่เอิญได้ยิน อมยิ้มล่ะมือจากทุกอย่าง เริ่มตั้งใจจัดเตรียมอาหาร
ไม่นาน บรรยากาศในคอนโดที่เคยเงียบเหงา กลับมาวุ่นวาย และเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะอีกครั้ง เมื่อเสียงพูดคุยในวงอาหารดังขึ้น รินเองก็เหมือน เริ่มปรับตัวได้แล้วเช่นกัน…