ตอนที่ 6
“อ้าว...ตาคิมกลับมาแล้วเหรอ” คุณน้ำหวานคุณแม่ของคิมหันต์ท่านอายุเกือบจะเหยียบเลขหกแล้วแต่ท่านยังจัดว่าดูดีอยู่มากเพราะท่านผิวขาวตามแบบฉบับคนเหนือท่านมองมาที่ลูกชายที่กำลังเดินเข้าบ้านแล้วก็เจอเข้ากับผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งที่เดินตามหลังลูกชายของท่านเข้ามา
“อันดาหลับหรือยังครับ”
“กลับมาเอาป่านนี้ อันดาคงจะอยู่รอแกหรอก หลับั้แ่ทุ่มแล้ว” เมื่อคิมหันต์มาถึงเขาก็ถามหาลูกสาวของเขาทันที แต่แกหลับแล้ววันนี้มุจลินท์คงไม่ได้เจอหน้าลูกสาวของเขา เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกัน
“คุณแม่ครับนี่ลินเธอเป็เมียผม เธอจะย้ายเข้ามาอยู่กับเราวันนี้นะครับ”อยู่ๆ ลูกชายคนเล็กของท่านก็พาผู้หญิงเข้าบ้านคุณน้ำหวานก็พอจะรู้เื่ผู้หญิงของคิมหันต์มาบ้าง ว่ามีมากมายขนาดไหนเพราะั้แ่เด็กๆแล้วคิมหันต์เป็ผู้ชายค่อนข้างเ้าเสน่ห์แต่ที่คุณน้ำหวานกลับรู้สึกแปลกใจก็คือลูกชายของท่านคนนี้ไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้าน แม้แต่แม่ของอันดาเองท่านก็ยังไม่เคยเห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ
“นั่งก่อนสิ แกไปหลอกเอาลูกสาวบ้านใครมาหรือเปล่า” คุณน้ำหวานท่านพอจะรู้จักนิสัยของลูกชายคนนี้ดีท่านก็เลยเอ่ยชวนทั้งสองคนให้นั่งลงคุยกันก่อน
“โธ่คุณแม่ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ” คิมหันต์รีบนั่งลงแล้วอ้อนคุณแม่ของเขาทันทีในขณะที่มุจลินท์ก็ค่อยๆนั่งลงที่โซฟาอีกตัวหนึ่งที่ถัดออกไป
“ก็เพราะฉันไม่ไว้ใจแกไง ไหนหนูเข้ามานั่งใกล้ๆแม่สิลูก” ทำให้มุจลินท์จำใจที่จะต้องเขยิบก้นเข้าไปหาคุณแม่ของชายหนุ่มอีกหน่อย
“สวัสดีค่ะ” มุจลินท์ไม่ลืมที่จะยกมือไหว้ผู้ใหญ่อย่างนอบน้อมตามนิสัยของเธอ
“ไหว้พระเถอะลูก ไหนบอกแม่มาสิว่าหนูเป็ใคร บ้านช่องอยู่ไหน” คำถามของคุณน้ำหวานที่ถามมุจลินท์อย่างรู้สึกเอ็นดูทำให้คิมหันต์กลับต้องย้ายสายตาคมเข้มของเขามองมาที่เธอทันทีส่วนมุจลินท์ที่ได้เห็นดวงตาคู่นั้นของเขาแล้ว เธอก็รู้ได้ทันทีว่าเขา้าอะไร
“คือลินไม่มีพ่อไม่มีแม่หรอกค่ะ” เธอไม่ได้โกหกก็เธอไม่มีจริงๆ
“โถน่าสงสารจัง แล้วหนูไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนเหรอลูก”
“ลินอยู่กับคุณลุงมาั้แ่เด็กๆ...” เธอยังพูดไม่ทันจบดีคิมหันต์ก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อนว่า...
“อ่อคุณแม่ครับ คือลินเธอไม่อยากเป็ภาระของคุณลุงน่ะครับเธอก็เลยมาหางานทำ แล้วผมก็ไปเจอกับเธอเข้าน่ะครับ” คิมหันต์รีบชิงตอบแทนมุจลินท์ซะก่อนเพราะเขาไม่รู้ว่าเธอจะโกหกเก่งเหมือนเขาหรือเปล่า แต่คิมหันต์ไม่อยากเสี่ยงเขาขออย่างเดียวอย่าให้คุณแม่สงสัยก็พอ
“แม่ถามหนูลิน แม่ไม่ได้ถามแกตาคิม”
“ก็ผมรู้ไง ผมถึงได้ตอบแทนเธอ แล้ววันนี้คุณแม่มีอะไรให้ผมทานบ้างครับผมกับลินยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย” คิมหันต์เลือกที่จะเปลี่ยนเื่ทันทีก่อนที่คุณแม่ของเขาจะตั้งคำถามมากไปกว่านี้
“ถ้างั้นแกพาน้องไปทานเถอะ แม่อิ่มแล้วรอแกไม่ไหวไม่รู้จะกลับกี่โมงกี่ยามแม่ก็เลยทานก่อนไปแล้ว” ตามธรรมชาติของคนแกที่มียารับประทานหลังอาหารท่านก็เลยต้องทานข้าวโดยที่ไม่รอลูกชายอีกอย่างคิมหันต์ก็กลับเข้าบ้านไม่ตรงเวลาด้วย
“ป่ะ” คิมหันต์พยักหน้าให้มุจลินท์เดินตามเขาเข้าไปในครัว
“ขอตัวก่อนนะคะ”
“จ๊ะไปเถอะ เดี๋ยวค่อยมาคุยกันใหม่” มุจลินท์เอ่ยขอตัวอย่างมีมารยาทแล้วเธอก็ส่งยิ้มบางๆให้กับคุณแม่ของชายหนุ่ม จากนั้นเธอก็ลุกแล้วเดินตามเขาไป
ปกติเวลารับประทานอาหารจะมีแม่บ้านมาค่อยจัดการเื่อาหารให้แต่เวลานี้คิมหันต์คงต้องช่วยเหลือตัวเองแล้วเพราะแม่บ้านก็ต้องมีเวลาพักผ่อนด้วยเหมือนกัน คิมหันต์จะเก่งกับใครนอกบ้านก็ได้แต่ยกเว้นกับคนในบ้าน เพราะคนในบ้านทุกคนคุณน้ำหวานเป็คนคุม
คิมหันต์เดินไปเปิดตู้กับข้าวที่อยู่ในครัวเขากำลังจะหยิบอาหารที่ถูกตักแบ่งไว้ออกมา แต่ก็ถูกมุจลินท์พูดขัดขึ้นเสียก่อน
“คุณไปนั่งรอที่โต๊ะเถอะค่ะ เดี๋ยวลินจัดการให้เอง” คิมหันต์หันมาเลิกคิ้วสูงเออ...ก็ดีเหมือนกันแฮะ
“เธอทำได้แน่นะ” คิมหันต์รู้สึกชอบใจในการกระทำของมุจลินท์ที่เธอดูเอาอกเอาใจเขาเป็พิเศษ
มุจลินท์มีอะไรหลายอย่างที่คิมหันต์สงสัยในตัวตนของคุณหนูกับคนรับใช้เขาแอบคิดในใจว่า บ้านลูกหนี้ของเขาคงไม่ได้เล่นตุกติกส่งคนรับใช้มาให้เขาหรอกนะแต่แล้วความคิดของคิมหันต์ก็หยุดลงตรงที่มุจลินท์ส่งเสียงหวานๆของเธอถามว่า
“คุณทานข้าวเยอะไหมคะ” เพราะเธอกำลังจะตักข้าวใส่จานให้เขาในขณะที่กับข้าวถูกเธอยกมาวางตรงหน้าของชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
“ทัพพีเดียวก็พอ” คิมหันต์ตอบเธอเสียงเบาพร้อมกับนั่งกอดอกมองไปที่เธอ แล้วก็กำลังสังเกตพฤติกรรมในการกระทำของเธอโดยที่มุจลินท์ไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ
“อ้าวแล้วเธอไม่ทานด้วยกันเหรอ” คิมหันต์สงสัยเพราะเธอตักข้าวมาให้เขาแค่จานเดียว แล้วก็ยืนบื้ออยู่จนเขาต้องถามขึ้น
“คือ...ให้ลินไปทานในครัวก็ได้นะคะ” เมื่อสิ้นสุดคำพูดของมุจลินท์ คิมหันต์ก็ส่งสายตาดุๆมาที่เธอทันที
“เป็บ้าอะไร ตกลงเธอเป็ใครกันแน่ลูกสาวคุณพัฒนาหรือว่าคนใช้ที่คุณพัฒนาส่งมาแทนลูกสาวตัวจริง” ก็การกระทำของเธอมันทำให้คิมหันต์รู้สึกและต้องคิดแบบนั้นจริงๆแต่เขาก็ไม่ได้พูดกับเธอเสียงดังหรอกนะเพราะกลัวว่าคุณแม่ที่นั่งอยู่ที่ห้องนั่งเล่นจะมาได้ยินเอาได้
“เปล่านะคะ ลินเป็ลูกค่ะ”
“ถ้างั้นก็มานั่งกินด้วยกันดีๆ จำไว้ว่าเธอคือเมียไม่ใช่คนใช้ช่วยทำให้เป็ปกติด้วย ถ้าคนอื่นมาเห็นพฤติกรรมของเธออย่างเมื่อสักครู่เขาจะคิดยังไง”เห็นที่เื่นี้คิมหันต์คงต้องส่งลูกน้องไปสืบซะแล้วเขาไม่ใช่คนโง่ที่ใครๆจะมาหลอกเอาได้ง่ายๆ
“ขอโทษค่ะ”
“ก็นั่งลงสิ” มุจลินท์ค่อยๆหย่อนสะโพกนั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามกันกับเขาหลังจากที่ทั้งสองรับประทานอาหารกันอิ่มแล้ว คิมหันต์ก็พามุจลินท์ขึ้นชั้นบน
“คุณคะ” ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจับลูกบิดเปิดประตูเขาก็ได้ยินเสียงเธอเรียกเขาก็เลยหันไปมองแล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงเข้มๆว่า...
“มีอะไร”
“เออ...คือ คุณจะให้ลินนอนห้องไหนคะ”
“เป็เมียก็ต้องนอนกับผัวสิ อย่าเื่มากเข้าไป” น้ำเสียงปนรำคาญของคิมหันต์ทำให้มุจลินท์ไม่กล้าที่จะเอื้อนเอ่ยอะไรอีกเธอเลยจำยอมที่จะต้องเดินตามเขาเข้าห้องนั้นไป