มหาเทพโอสถ

    ตอนที่ 42 โลหิตเดือดพล่าน

    หลิวอี้เก๋อมิได้วางท่าหยิ่งยโสเหมือนเหมือนเช่นดังเก่าก่อน เป็นเพราะหลังจากงานชุมนุมบันไดสวรรค์ในครั้งนี้ ตระกูลเย่จะกลับฟื้นคืนอํานาจอีกครั้ง ไม่เพียงแต่เย่จื่อเฟิงจะสามารถคว้าเอาอันดับหนึ่งในการแข่งขันส่วนแรกได้แล้ว ตระกูลหลิวยังพ่ายแพ้ในการประลองรอบแรกให้แก่ตระกูลเย่ไปอีก ในมุมมองของคนธรรมดาสามัญแล้ว พลังของตระกูลเย่ในตอนนี้ไม่ได้แตกต่างจากตระกูลหลิวมากนัก
    เย่จื่อเฟิงมองไปที่หลิวอี้เก๋อแล้วยิ้ม "ก่อนหน้านี้เหมือนเจ้าพูดว่าจะสั่งสอนข้าสักบทเรียนใช่หรือไม่? "
    หลิวอี้เก๋อหน้าซีดเผือด "แล้วอย่างไรเล่า? "
    ถึงจะพูดเช่นนั้น แต่ในใจของหลิวอี้เก๋อเริ่มตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะตระกูลหลิวมีแต้มต่ำกว่าตระกูลเย่หนึ่งแต้มแล้ว ถึงแม้ว่าหลิวปิงเชี่ยนจะสามารถเอาชนะเย่หุ้ยฉือได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าเย่จื่อเฟิงนั้นเคยเอาชนะตนมาแล้วครั้งหนึ่ง หากมันพ่ายแพ้ให้แก่เย่จื่อเฟิงอีกครั้ง ก็จะกลายเป็นว่าความพ่ายแพ้ของตระกูลหลิวนั้นเกิดจากตัวมัน
    "ก็ไม่มีอะไรหรอก หากเจ้าอยากสั่งสอนข้า ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าสักหน่อย" เย่จื่อเฟิงยิ้มอย่างใจเย็นราวกับว่าตัวเองได้คว้าชัยชนะไปแล้ว
    "เจ้า... " หลิวอี้เก๋อกลืนน้ำลายเอื้อก แววตาของเย่จื่อเฟิงที่มองมานั้นดูลึกล้ำเยือกเย็นจนมันรู้สึกเสียวสันหลังวาบ มันได้สูญเสียความมั่นใจไปตั้งแต่ก่อนที่จะขึ้นมาบนเวทีแล้ว
    "เอาล่ะ หยุดโต้เถียงกันเสียทีแล้วไปจับฉลากของแต่ละคน"หลินเค่อเลิกคิ้วแล้วชี้ไปที่กล่อง
    หลิวอี้เก๋อเลียริมฝีปากของตนเอง ภาวนาอ้อนวอนก่อนจะล้วงมืออันสั่นเทาลงไปในกล่อง หลังจากนั้นสักพักก็หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาด้วยมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
    "เย่หุ้ยฉือ จะต่อสู้ในรอบต่อไป" หลินเค่อหยิบแผ่นกระดาษจากมือของหลิวอี้เก๋อแล้วประกาศให้กับทุกคนได้ยิน
    เย่จื่อเฟิงยิ้มเขาจําสิ่งที่ผู้อาวุโสจ้าวพูดได้ ‘อันที่อยู่ด้านซ้ายคือหลิวปิงเชี่ยน และอันที่อยู่ด้านขวาคือหลิวอีเก๋อ’ เขามีความจําเป็นเลิศ จึงมั่นใจว่าไม่ได้จําผิด
    แต่เพื่อความมั่นใจ เขาจึงถามผู้อาวุโสจ้าวผ่านทางวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง หลังจากได้รับคํายืนยัน เขาก็ค่อยๆ เปิดตาช้าๆ
    แล้วเขาก็ล้วงมือเข้าไปในกล่องเอื้อมมือไปหยิบแผ่นกระดาษที่อยู่ด้านซ้ายอย่างไม่ลังเล เขาจะต้องจับคู่ปิงเชี่ยนให้กับหุ้ยฉือ ส่วนตัวเขาจะสั่งสอนบทเรียนให้แก่หลิวอี้เก๋ออีกสักบทเรียน หลังจากนั้นเขาก็จะคว้าชัยชนะด้วยวิธีนี้ตระกูลเย่ก็จะกลายเป็นผู้ชนะคนใหม่!
    ทันใดนั้นผู้อาวุโสหลินก็จ้องลึกลงไปในตาของเย่จื่อเฟิง"ดูท่าเจ้าจะโชคดีอีกแล้ว แต่อย่าคิดว่ามันจะง่ายขนาดนั้น"
    "ผู้อาวุโสหลิน ท่าน... "
    เมื่อได้ยินคําพูดนั้น ความเครียดก็กลืนกินเย่จื่อเฟิงทันที เขารีบตอบสนองทันที ต้องการแย่งกระดาษกลับคืนมาจากมือของผู้อาวุโสหลินด้วยพลังทั้งหมดที่มี แต่ผู้อาวุโสหลินกลับหลบได้ พร้อมกับเผยรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
    "ไม่นะ! " เย่จื่อเฟิงเบิกตากว้าง
    ผู้อาวุโสหลินรีบประกาศทันที " หลิวอี้เก๋อจากตระกูลหลิว จะเป็นฝ่ายเข้าประลอง! " พร้อมกับแอบเผากระดาษทั้งสองที่ด้านหลัง
    "หลิวอี้เก๋อ? "
    "ผู้ฝึกยุทธ์์ระดับกำเนิดปราณขั้นที่หกเจอกับผู้ฝึกยุทธ์์ระดับกำเนิดปราณขั้นที่ห้า? ดูท่าตระกูลเย่จะต้องพ่ายแพ้แน่ๆ " เหล่าผู้ชมต่างเริ่มถกเถียงกันเอง
    เมื่อได้ยินคําประกาศเย่ฉงเทียนถึงกับล้มลงนั่ง บรรดาคนตระกูลเย่เองต่างก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน ถึงแม้ว่าเย่จื่อเฟิงจะอยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่สี่ แต่เขาก็มีความสามารถพอที่จะจัดการกับหลิวอี้เก๋อได้ การจับคู่หุ้ยฉือกับปิงเชี่ยน และให้เย่จื่อเฟิงสู้กับหลิวอี้เก๋อจึงเป็นความหวังเดียวของพวกเขา
    "ถ้าหุ้ยฉือพ่ายแพ้ เช่นนั้นท่านพี่จื่อเฟิงก็ต้องสู้กับหลิวปิงเชี่ยนที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นสูงสุดงั้นเหรอ? " เย่เสวี่ยอี๋อ้าปากค้าง ถึงแม้เย่จื่อเฟิงจะสามารถเอาชนะหลิวอี้เก๋อได้ แต่ปิงเชี่ยนที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นสูงสุดก็ดูจะเกินมือเขาเกินไป
    ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้น! เย่จื่อเฟิงอยากจะเล่นไปตามบทที่เขียนไว้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น
    ถึงแม้ผู้อาวุโสเสิ่นกับผู้อาวุโสจ้าวจะยื่นมือเข้าช่วยเย่จื่อเฟิง แต่ในบรรดาผู้อาวุโสอีกแปดคนนั้น ย่อมต้องมีสักคนที่คอยช่วยเหลือตระกูลหลิวอยู่
    เย่จื่อเฟิงไม่ได้ลืมคิดถึงเรื่องนี้ เขาจึงบอกให้ผู้อาวุโสทั้งสองคอยสอดส่องการเคลื่อนไหวของผู้อาวุโสท่านอื่น แต่ใครจะไปคิดว่า ผู้อาวุโสหลินที่เป็นคนประกาศรายชื่อ จะกลายเป็นตัวปัญหา
    เขาสามารถพูดอะไรก็ได้ที่อยากพูดโดยไม่มีใครคัดค้าน คําพูดของเขาถือเป็นอํานาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต่อให้กระดาษแผ่นนั้นจะเขียนว่าหลิวปิงเชี่ยน แต่ถ้าเขาบอกว่ามันคือหลิวอี้เก๋อ ก็ไม่มีใครรู้ความจริงอยู่ดี
    หลินเค่อเดินตรงไปที่เย่จื่อเฟิงแล้วกระซิบ "อย่าโทษข้าเลยเด็กน้อย ถึงแม้ข้ากับฉงเทียนจะเป็นสหายกัน แต่ข้าเองก็เป็นแขกของตระกูลหลิว ย่อมต้องทํางานให้ตระกูลหลิว ยอมแพ้เสียเถอะ อย่าคิดสู้กับตระกูลหลิวเพื่อแย่งตําแหน่งตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองเหลยโจวอีกเลย"
    เย่จื่อเฟิงเดินลงจากเวทีโดยไม่กล่าวอันใด พร้อมกับแววตาที่ดํามืด คนอื่นๆ ต่างคิดว่าเขาเสียใจที่ตัวเองโชคร้ายจึงเริ่มรู้สึกเห็นใจ
    "เย่จื่อเฟิง การที่ตระกูลเย่ฝ่ายเข้ามาถึงรอบที่สอง และทําแต้มจากผู้ชนะในครั้งก่อนได้นี้ก็ดีมากแล้ว"
    "ใช่แล้วเย่จื่อเฟิง ข้าขอถอนคําพูดที่ไม่ดีเกี่ยวกับเจ้าทั้งหมด หลังจากสิ่งที่เจ้าได้แสดงให้เห็นในวันนี้ มุมมองที่ข้ามีต่อเจ้าได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง"
    เย่จื่อเฟิงยิ้มเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปยังทุกคน
    "การประลองยังไม่ได้เริ่ม เหตุใดพวกท่านคิดว่าตระกูลเย่ของเราจะเป็นพ่ายแพ้กัน? "
    ทุกคนต่างตกตะลึง แต่ว่านายน้อยรองตระกูลหรงกลับส่งเสียงหึในลําคอ" เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร? เจ้าคนเดียวจะสามารถเปลี่ยนกระแสทั้งหมดได้งั้นหรือ เลิกฝันเฟื่องลมๆ แล้งๆ สักทีเถอะ"
    เมื่อเห็นว่าเย่จื่อเฟิงไม่ได้เห็นค่าความเห็นใจของตน คําพูดที่เห็นอกเห็นใจก็แปรเปลี่ยนเป็นคําพูดเย้ยหยันดูถูกในทันที
    "เย่จื่อเฟิงฟังให้ดี จริงอยู่ว่าเจ้าสร้างชื่อด้วยการเป็นอันดับหนึ่งของการปีนบันไดสวรรค์ แต่มันไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะสามารถพิสูจน์พลังของตัวเองได้ การแข่งขันบันไดสวรรค์ในรอบแรกนั้นเป็นเพียงแค่การทดสอบความสามารถของเจ้า แต่พลังที่แท้จริงของเจ้านั้นต่ำกว่าหลิวอี้เก๋อกับปิงเชี่ยนราวฟ้ากับเหว"
    "ใช่! พวกเจ้าควรจะยอมแพ้แต่โดยดี อย่างน้อยวิธีนั้นก็จะรักษาหน้าพวกเจ้าได้บ้าง ไม่เช่นนั้นหากพวกเจ้าถูกจัดการทีหลัง คงจะเสียหน้าอย่างแน่นอน"
    การพูดคุยกับคนพวกนี้ช่างเปล่าประโยชน์ พวกมันไม่ได้เข้าใจอะไรเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นเย่จื่อเฟิงจึงกลับไปยังที่นั่งของผู้เข้าแข่งขันตระกูลเย่
    "หุ้ยฉือ ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องบอกเจ้า" เย่จื่อเฟิงมีสีหน้าจริงจัง แววตาของเขาเย็นชาจนน่ากลัว
    เย่หุ้ยฉือหันกลับมามองเขาด้วยความรู้สึกตกใจแล้วกล่าวว่า "ช้าก่อนพี่จื่อเฟิง พี่กําลังจะบอกให้ข้าเอาชนะหลิวอี้เก๋อเช่นนั้นรึ? ไม่มีทาง ครั้งก่อนที่มันมา ข้าเห็นแล้วว่ามันแข็งแกร่งเพียงใด ข้าไม่มีทางเอาชนะมันได้แน่ๆ "
    คําพูดพวกนี้ถือเป็นคําพูดของคนขี้ขลาดตาขาว ไม่ต้องพูดถึงเย่ฉงเทียน แม้แต่เย่เฉินเองก็ยังทอดถอนหายใจจ้องมองลูกชายขี้ขลาดตาขาวของตนเองด้วยความขุ่นข้อง
    ก่อนที่เย่หุ้ยฉือจะขึ้นไปบนเวทีประลอง เขาก็ได้สูญเสียจิตวิญญาณนักสู้ไปหมดแล้ว หากเขาก้าวขึ้นไปตอนนี้ ก็คงต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน นั่นจะทําให้ตระกูลเย่เสียหน้ามาก อีกอย่างเย่เฉินนั้นมีสายสัมพันธ์กับตระกูลหลิวอยู่ ต่อให้เย่หุ้ยฉือมีความสามารถพอที่จะเอาชนะหลิวอี้เก๋อได้จริง แต่ตัวเขาก็คงจะไม่ได้รับอนุญาตให้ชนะจนทําให้พ่ายแพ้ในที่สุดอยู่ดี
    ดังนั้นประเด็นนี้เย่จื่อเฟิงไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรก นั้นเขาจึงวางหมากไว้ให้เย่หุ้ยฉือพ่ายแพ้ แต่ไม่คิดว่าผู้อาวุโสหลินจะเล่นลูกไม้ในช่วงท้าย
    "ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน" เย่จื่อเฟิงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
    "ถ้าเจ้ารู้เช่นนั้น แล้วเจ้าอยากจะพูดอะไรกับข้า? "
    เย่จื่อเฟิงยังคงใจเย็นอยู่ เขาถอนหายใจแล้วกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำจริงจัง "ข้าพยายามจะบอกเจ้าว่า เจ้าควรจะรีบยอมแพ้ทันทีที่ขึ้นไปบนเวที จะได้ไม่ต้องเสียเวลา"
    "เจ้าอยากให้ข้าขึ้นไปยอมแพ้งั้นรึ พี่จื่อเฟิง เจ้า... " หุ้ยฉือรู้สึกตกลงเป็นอย่างมาก จากความเคร่งเครียดวาดตัวในตอนแรกได้แปรเปลี่ยนเป็นความโมโห
    "ข้ารู้จักหลิวอี้เก๋อดี ถ้าไปทําให้มันโกรธ มันจะต้องมาลงที่เจ้าอย่างแน่นอน เมื่อเจ้าขึ้นไปบนนั้น มันจะต้องไม่ปล่อยให้เจ้าได้ลงจากเวทีง่ายๆ เป็นแน่ มันจะต้องจิกหัวลากเจ้ากลับไปซ้อมจนกว่าจะน่วม จนกว่าโลหิตจะออกทั้งเจ็ดทวาร"
    เย่หุ้ยฉือกําหมัดแน่น "พี่จื่อเฟิง พี่กําลังดูถูกข้ารึ? คิดว่าข้ากลัวรึไง? "
    ถ้าเป็นคนในตระกูลอื่นมาพูดเช่นนี้ มันก็คงไม่ใส่ใจมากนัก แต่ว่าคําพูดดังกล่าวกลับหลุดออกมาจากปากของคนที่มันเคยรังแกมาตลอดชีวิต มีหรือที่มันจะทําเป็นไม่สนใจได้
    เย่จื่อเฟิงจ้องไปที่ตาของหุ้ยฉืออย่างเย็นชา " เจ้าของผิดหวังที่คนอย่างข้าพูดเช่นนี้กับเจ้าใช่หรือไม่? ตอนที่ข้าอยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่สี่ ข้ายังกล้าสู้กับหลิวอี้เก๋อ และเอาชนะมาได้ในที่สุด แล้วเจ้าอยู่เหนือกว่าข้าหนึ่งขั้น เหตุใดเจ้าถึงคิดว่าตัวเองจะพ่ายแพ้ให้แก่มัน? "
    "ข้า... " เย่หุ้ยฉือพูดไม่ออก ดูเหมือนว่ามันหวาดกลัวจนไม่อยากจะคิด
    ในการแข่งขันปีนบันไดสวรรค์ มันตกลงมาจึงถูกบังคับให้ถอนตัว หลังจากเห็นว่าเย่จื่อเฟิงคว้าอันดับหนึ่งมาได้ มันก็รู้สึกริษยาเป็นอย่างมาก แต่ตอนนี้มันถูกเย่จื่อเฟิงจุดประกายไฟแห่งนักสู้ โลหิตภายในการของมันเดือดพล่านเลือด ความเชื่อมั่นที่หดหายเริ่มกลับคืนมาอีกครั้ง
    ใช่แล้วถ้าเย่จื่อเฟิงสามารถเอาชนะหลิวอี้เก๋อได้ แล้วมันที่ระดับพลังสูงกว่าเหตุใดจะทำไม่ได้กันเล่า!
    เย่จื่อเฟิงรอเล็กน้อยแล้วจ้องลึกลงไปในตาของเย่หุ้ยฉือ "ถ้าเจ้าอยากให้คนอื่นยอมรับเจ้าก็ต้องพิสูจน์ตนเอง แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเจ้ามีดีเยี่ยงไร แสดงให้ทั้งเมืองเหลยโจวได้เห็นว่าเจ้า เย่หุ้ยฉือ มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะยืนอยู่บนเวทีประลองแห่งนี้! คิดให้ดีถ้าเจ้าจัดการหลิวอี้เก๋อได้ เจ้าจะกลายเป็นคนที่นําพาชัยชนะมาสู่ตระกูลเย่ เจ้าจะกลายเป็นคนที่ทําให้ตระกูลเย่ฟื้นคืนอํานาจ เจ้าจะกลายเป็นบุคคลที่สําคัญที่สุดในตระกูล! "
    ด้วยฝีปากระดับพระกาฬ ทําให้เย่จื่อเฟิงสามารถจุดชนวนจิตวิญญาณนักสู้ของเย่หุ้ยฉือให้กลับคืนมา ทำให้โลหิตภายในกายของมันเดือดพล่าน หุ้ยฉือลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างนอกจากจินตนาการถึงความสําเร็จอันงดงามที่รออยู่เบื้องหน้า
    "พี่จื่อเฟิง... ตกลง! ข้าเข้าใจแล้ว! การประลองในครั้งนี้...ข้าจะพยายามให้มากที่สุด! เพื่อตระกูลเย่! เพื่อชื่อเสียงของข้า! แล้วก็พี่จื่อเฟิง...ข้าผิดไปแล้วก่อนหน้านี้ ในอนาคตพวกเราต้องร่วมแรงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อตระกูล พวกเราจะต้องใช้พลังความสามารถนําพาตระกูลไปเป็นหนึ่งในสามตระกูลใหญ่ของเมืองเหลยโจวให้ได้! "
    ประโยคสุดท้ายที่พูดออกมานั้นเสียงเบาจนเหมือนกับยุงบินตอม ดูท่าเขาจะเป็นคนที่ขอโทษคนไม่เก่ง
    เย่จื่อเฟิงมองไปที่เย่หุ้ยฉือพร้อมกับตบบ่า "ใช่แล้ว ข้ากําลังรอคําพูดเช่นนี้จากเจ้า! เอาล่ะตอนนี้ขึ้นไปบนเวทีได้! "
    "ตกลง พี่จื่อเฟิง! "
    ด้วยจิตวิญญาณนักสู้ของเย่หุ้ยฉือคุกรุ่นเดือดระอุ ความหวาดกลัวมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงเลือดในกายที่ร้อนระอุเท่านั้น
    ....
    เย่เฉินที่เห็นเหตุการณ์โดยตลอดรู้สึกหวั่นไหวมาก
    "หุ้ยฉือ... ตั้งแต่เล็ก เขามักรังแกคนอ่อนแอ และเกรงกลัวคนที่แข็งแกร่ง ด้วยคําพูดของเจ้ากลับสามารถเปลี่ยนแปลงเขาได้มากมายถึงเพียงนี้ ข้าต้องขอบคุณเจ้าจริงๆ "
    "ไม่จําเป็นต้องขอบคุณหรอก" เย่จื่อเฟิงยิ้ม "ข้าเห็นว่าเขากําลังโกรธที่เห็นว่าข้าได้อันดับหนึ่งจากการแข่งขันรอบแรก ตอนนี้ ข้าก็แค่ช่วยให้เขาได้ปลดปล่อยโทสะออกมาแล้วเปลี่ยนมันเป็นสิ่งที่ดีให้กับตัวเขาเอง ส่วนผลลัพธ์นั้น..."
    "ผลลัพธ์งั้นรึ... " ทั้งสองยิ้มอ่อนแล้วส่ายหัว
    จบตอน

    คล้ายกับเรื่องมหาเทพโอสถ ที่คุณอ่าน

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    เงาเทพผ่าจันทรา ( Martial MoonKnight )

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    481K 312
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134